ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 29

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,เจ้าลูกสุกร,วิลเบอร์,ปราบผี,วาย,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2561 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
29
แบบอักษร

2018/08/08

เมื่ออี้เทาเดินมาหาหลิงหลงก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พ่อบ้านรวบรวมตัวยาที่หลิงหลงต้องการมาให้พอดี สมุนไพรจำนวนมากถูกบ่าวในวังช่วยกันลำเลียงมากองพะเนินกินพื้นที่กว่าหนึ่งในสี่ส่วนของห้องหยกน้ำแข็ง หลังจากแนะนำอี้เทาและเจิ้งจื่อยี่ให้รู้จักกับองค์ชายซ่งเว่ยแล้ว หลิงหลงก็เริ่มลงมือปรุงยาทันที บ่าวถูกใช้อีกครั้งให้ขนน้ำสะอาดเข้ามาเป็นจำนวนมาก

"ท่านปู่ ข้าลืมถามว่าในห้องนี้มีทางระบายอากาศใหญ่พอหรือไม่ ถ้าข้าจุดเตาในห้อง พวกเราจะได้ไม่ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตกันเสียก่อน" หลิงหลงถามเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้

"ไม่หรอก ข้าทำรูระบายอากาศไว้อย่างดี เพียงกดตรงนี้ช่องด้านบนก็จะเปิดให้แสงแดดลอดลงมาได้ ข้าอยากให้เขาสัมผัสแสงแดดบ้าง" องค์ชายซ่งเว่ยมองคนบนเตียงด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรัก

"งั้นข้าเปิดเลยนะท่านปู่ พี่อี้เทาจุดไฟเลย พี่จื่อยี่กับวิลเบอร์ช่วยข้าหั่นสมุนไพรนะ" หลิงหลงแจกงาน ซึ่งทุกคนก็แยกไปทำทันที

"ในที่สุดเจ้าก็จะหายแล้วนะอาชี" องค์ชายซ่งเว่ยนั่งกุมมือคนรักอยู่ข้างเตียงด้วยความรัก

ทั้งสามคนและหนึ่งตัวช่วยกันหั่นสมุนไพรกองใหญ่ แค่หั่นอย่างเดียวยังกินเวลามากกว่าครึ่งชั่วยาม น้ำในหม้อยาใบใหญ่เดือดปุดๆ หลิงหลงแยกสมุนไพรตามสัดส่วนแล้วโกยใส่หม้อตามลำดับ จากนั้นก็แผ่พลังไฟสีน้ำเงินเริ่มต้มยา 

"พี่อี้เทากับพี่จื่อยี่คอยผลัดกันคน วิลเบอร์หั่นสมุนไพรเพิ่ม" หลิงหลงจ่ายงาน 

ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม หลิงหลงยังไม่มีท่าทีเหนื่อยอ่อน เด็กน้อยยังแผ่เปลวไฟสีน้ำเงินต้มยาอย่างสม่ำเสมอ กลับเป็นเจิ้งจื่อยี่ที่เริ่มปวดหลังกับการคนยาในหม้อ แต่ชายหนุ่มก็มิได้ปริปากบ่นอันใด

จนผ่านชั่วยามที่สอง หลิงหลงก็ยังแผ่พลังไม่หยุดจนองค์ชายซ่งเว่ยเริ่มกังวล ท่านมาดูเด็กน้อยใกล้ๆก็แต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะไม่อยากให้ทั้งหมดเสียสมาธิ จนขึ้นชั่วยามที่สี่ ความมืดเริ่มกรายมา องค์ชายซ่งเว่ยใช้บ่าวจุดโคมไฟทำให้ห้องหยกน้ำแข็งสว่างไสวดุจกลางวัน ทำให้เห็นสีหน้าของหลิงหลงที่เริ่มเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด

"หลิงหลง พักมือก่อนหรือไม่" องค์ชายซ่งเว่ยเดินเข้ามาถาม แต่เสียงท้องร้องของเด็กน้อยคำรามขึ้นแทนคำตอบ โครกก...

"ข้าหยุดไม่ได้ ต้องเคี่ยวให้ตัวยาได้ที่เสียก่อน" หลิงหลงปฏิเสธ

องค์ชายซ่งเว่ยมองคนที่เหลือที่คงจะวางมือไม่ได้เช่นกันแล้วเปลี่ยนสายตาไปมองวิลเบอร์ แต่เจ้าสุกรก็ปฏิเสธเช่นกัน มันส่ายหน้าแล้วหั่นสมุนไพรต่อ ถ้าหลิงหลงไม่รับประทานมันก็จะอดด้วย

องค์ชายซ่งเว่ยรู้สึกเกรงใจเหล่าผู้เยาว์ยิ่งนัก แม้อยากให้คนรักหายป่วยแต่เห็นแบบนี้ท่านก็ไม่สบายใจ ท่านจึงเรียกพ่อบ้านมาสั่งงาน เพียงเค่อเดียวอาหารว่างส่งกลิ่นหอมน่ารับประทานจำนวนมากก็ถูกลำเลียงเข้ามาในห้อง 

พ่อบ้านกำกับให้บ่าวยกโต๊ะตั้งไว้ไม่ไกลจากหม้อยาแล้ววางอาหารไว้บนนั้น อีกส่วนหนึ่งยกไปให้วิลเบอร์ที่กำลังหั่นสมุนไพรอยู่ บ่าวในวังนี้ได้รับการฝึกฝนมาดียิ่ง แม้เห็นสุกรถือมีดยืนสองขาสีหน้ายังไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย 

องค์ชายซ่งเว่ยหยิบอาหารว่างป้อนหลิงหลงได้สะดวก ส่วนพ่อบ้านป้อนอี้เทาและเจิ้งจื่อยี่ วิลเบอร์เห็นหลิงหลงได้รับประทานแล้ว มันจึงวางมีดหยิบตะเกียบคีบฮะเก๋ารสเลิศเข้าปากบ้าง

"หลิงหลง ข้าชื่นชมที่สุกรของเจ้าแสนรู้ แต่นั่นมันฮะเก๋าไส้หมูนะ" องค์ชายซ่งเว่ยมองวิลเบอร์ที่รีบประทานไม่หยุด ท่านเองก็ป้อนหลิงหลงไม่ได้หยุดเช่นกัน ท่าทางตอนรับประทานของทั้งคู่เหมือนยิ่งนักจนคนมองอดที่เอ็นดูมิได้

"ไม่เป็นไรหรอกท่านปู่ วิลเบอร์ท้องไม่เสียหรอก" หลิงหลงพูดอย่างไม่เดือดร้อน มีเสียงอู๊ดของเจ้าสุกรสนับสนุนด้วย องค์ชายซ่งเว่ยยิ้มจนใจ ได้แต่ป้อนหลิงหลงจนอาหารว่างจำนวนมากที่จัดมาหมดลง

"ต้องการอีกหรือไม่ ข้าจะให้บ่าวจัดมาเพิ่ม" องค์ชายซ่งเว่ยมองหลิงหลงอย่างเอ็นดู ท่านถึงกับควักผ้าเช็ดหน้าที่ปักอย่างประณีตจากอกเสื้อมาเช็ดปากเลอะคราบซีอิ๊วและน้ำมันให้

"ไม่เป็นไร อีกเพียงครึ่งชั่วยามก็เสร็จแล้ว ข้ารอรับประทานตอนนั้นก็ได้" หลิงหลงส่งสายตาออดอ้อน เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้เหล่าคนครัวในวังคงได้ทำงานหนักกันอีกครั้งแล้ว

จนเมื่อหลิงหลงเห็นว่าตัวยาได้ที่แล้วก็สั่งให้อี้เทากับเจิ้งจื่อยี่ถอยห่างจากหม้อยา

"พี่สองคนถอยออกไปก่อน ท่านปู่ด้วยขอรับ" คนถูกสั่งถอยห่างแต่โดยดี เมื่อหลิงหลงเห็นว่าพวกเขาพ้นระยะไปแล้วก็ร่ายมนต์ทำให้ตัวยาลอยขึ้นในอากาศ ตัวยาสีดำคล้ำส่งกลิ่นสมุนไพรที่แค่ได้สูดดมก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเต้นอยู่กลางอากาศดุจมีชีวิต หลิงหลงหงายมือข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งเขียนอักขระประทับใส่ตัวยาทำให้ตัวยาเกิดการหมุนวนอย่างรวดเร็ว ยิ่งหมุนจำนวนยาก็ลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งรวมกันเป็นก้อนเล็กแล้วระเบิดขึ้น

บรึ้ม! เกิดควันฟุ้งไปทั่วห้องหลิงหลงที่ควักขวดหยกออกมาจากประตูมิติ โบกขวดรอ เหล่าตัวยาที่ควบแน่นกลายเป็นเม็ดกลมสีขาวนวลเปล่งประกายก็วิ่งมาเข้าขวดดุจดั่งสัตว์เลี้ยงที่แสนเชื่อง 

 ท่านเกิดความมั่นใจว่าคนรักของท่านจะต้องหายดีแน่นอน หลิงหลงเดินมายื่นขวดยาให้องค์ชายซ่งเว่ย​ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด​

"ในนี้มียาห้าสิบเม็ด ท่านปู่นำไปให้ท่านสวี่รับประทานหนึ่งเม็ดทุกชั่วยาม โดยมิต้องใช้กำลังภายในเร่ง หลังจากนั้นร่างกายจะค่อยๆขับพิษออกมา ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดแล้วนำไปเผา เพราะเหงื่อไคลที่ขับออกมาล้วนมีพิษ หากผู้อื่นเผลอไปสัมผัสเข้าจะเป็นอันตรายได้" หลิงหลงเริ่มมีท่าทางอ่อนแรง  อี้เทานั้นยืนพิงผนังอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนเจิ้งจื่อยี่นั้นนั่งกองลงไปกับพื้นนานแล้ว มีเพียงวิลเบอร์ที่ดูว่าร่าเริงเป็นปกติ

"งั้นข้าจะให้พ่อบ้านนำพวกเจ้าไปยังห้องพักแล้วส่งอาหารไปให้ ขอบใจพวกเจ้ามากนะ" องค์ชายซ่งเว่ยกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

"มิกล้ารับ ช่วยชีวิตคนนั้นเป็นการสร้างกุศลประการหนึ่ง พวกข้ายินดี" หลิงหลงกล่าวจบก็ล้มลง โชคดีที่วิลเบอร์ปฏิกริยาฉับไวพุ่งเข้ามารับได้ทันก่อนที่หลิงหลงจะล้มลงกับพื้น 

อี้เทาและจื่อยี่รีบเข้ามาดูน้องน้อยด้วยความเป็นห่วง เจิ้งจื่อยี่อุ้มน้องขึ้น อี้เทาคลำไปตามตัวก็พบว่าหลิงหลงเพียงเหนื่อยมากไปเท่านั้น

"หลิงหลงเป็นอย่างไรบ้าง อี้เทาตรวจเขาได้หรือไม่ ให้ข้าตามหมอหลวงดีไหม" องค์ชายซ่งเว่ยหน้าเสีย 

"น้องเพียงเหนื่อยมากเกินไปเท่านั้น ขอให้เขาพักสักหน่อยตื่นมาก็จะเป็นปกติดี" อี้เทาตอบหลังจากตราจร่างกายหลิงหลงแล้ว

"พ่อบ้านรีบนำทาง อย่าลืมกำชับให้บ่าวคอยรับใช้พวกเขาให้ดี" องค์ชายซ่งเว่ยสั่ง

เจิ้งจื่อยี่อุ้มหลิงหลงเดินตามพ่อบ้าน อี้เทาก้มศีรษะให้องค์ชายซ่งเว่ยแล้วตามไปกับวิลเบอร์ พ่อบ้านนำทางทั้งสามไปยังห้องรับรอง เมื่อไปถึงเจิ้งจื่อยี่วางหลิงหลงบนเตียงอย่างเบามือ แม้จะถูกรังแกบ่อยๆแต่เจิ้งจื่อยี่ก็รักน้องไม่น้อย

"ข้าจะนำพวกท่านไปยังห้องพัก ส่วนท่านหลิงหลงจะมีบ่าวคอยดูแล" พ่อบ้านกล่าวขึ้น

"ไม่ต้องลำบาก ข้าจะพักกับหลิงหลงและดูน้องเอง ท่านพาพี่จื่อยี่ไปพักอีกห้องเถิด" อี้เทามีท่าทางเหนื่อยอ่อนไม่น้อย

"แต่ว่า" เจิ้งจื่อยี่กำลังจะคัดค้านแต่ถูกอี้เทาตัดบท

"ไม่มีแต่ ท่านเองก็เหนื่อยไม่น้อย ไปอาบน้ำรับประทานอาหารแล้วเข้านอนเสียเถิด พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีกมาก ผู้คุ้มกันในวังสมควรปกป้องพวกเราได้ไม่เปลืองแรงท่าน ข้ารบกวนท่านพ่อบ้านสั่งบ่าวเตรียมน้ำอาบน้ำให้พวกข้าด้วยขอรับ ถ้าหลิงหลงตื่นมาแล้วทราบว่าไม่ได้อาบน้ำน้องจะนอนไม่หลับอีกเลย" อี้เทาหันมาพูดกับพ่อบ้านที่รีบไปสั่งบ่าวทันที เจิ้งจื่อยี่จึงลากสังขารออกจากห้องไป

เมื่อบ่าวนำน้ำมาให้ อี้เทาปฏิเสธที่จะให้บ่าวคอยรับใช้ แต่ขอร้องให้ไปเตรียมอาหารให้แทน ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าของหลิงหลงออกแล้วอุ้มน้องไปแช่น้ำ วิลเบอร์เองก็ตามไปแช่ด้วย มันเองก็ชอบอาบน้ำเหมือนหลิงหลง

ระหว่างที่สองคนกับบหนึ่งตัวแช่น้ำอยู่นั้น ข่าวว่าหลิงหลงเป็นลมจนเจิ้งจื่อยี่ต้องอุ้มไปพักผ่อนก็มาถึงหูองค์ชายตั๋วลู่ คนได้ฟังก็ร้อนใจแล่นออกจากตำหนัก ขณะที่คิดจะไปยังคอกม้าก็เจอองค์ชายจงซินจึงได้ชักชวนไปด้วยกัน ทั้งคู่ควบม้าสุดฝีเท้าไปยังวังขององค์ชายซ่งเว่ย เมื่อมาถึงหน้าประตูยามก็ให้องค์ชายทั้งคู่เข้ามาอย่างง่ายดาย โดยมีพ่อบ้านนำพวกเข้าไปยังห้องพักของหลิงหลงและอี้เทา

ทางหลิงหลงนั้นเมื่อได้แช่น้ำอุ่นก็ตื่นขึ้นมาเอง เพราะได้ของว่างที่องค์ชายซ่งเว่ยป้อนให้ เด็กน้อนจึงว่ายน้ำเล่นอย่างสบายใจ ส่วนอี้เทานั้นขึ้นจากน้ำไปแล้ว เพราะน้องออดอ้อนว่าอยากรับประทานโน่นนี่ อี้เทาจึงคิดจะออกไปกำกับบ่าวด้วยตัวเอง

หลิงหลงเล่นตบแปะกับวิลเบอร์จนน้ำคลายความร้อนจนเกือบเย็นจึงตัดใจขึ้น อีกอย่างก็เพราะท้องน้อยๆเริ่มจะส่งเสียงร้องครวญครางอีกครั้ง แม้ตอนนี้จะดึกแล้วหลิงหลงก็ไม่หวั่น

เด็กน้อยซับน้ำออกจากตัว เขารำคาญผมยาวๆนี่มาก แต่เมื่อบอกว่าจะตัดหลิ่วอินก็ไม่ยอม เขาจึงจำต้องไว้ยาวเรื่อยมา เมื่อร่างกายแห้งดีแล้วเขาก็เริ่มนวดร่างกายด้วยน้ำมันหอมที่หลิ่วอินกำชับว่าต้องใช้ทุกครั้งหลังอาบน้ำ ที่จริงหลิงหลงก็ขี้เกียจอยู่ แต่ถ้าไม่ใช้ก็รู้สึกว่าผิวแห้งไปหน่อย อากาศที่นี่แห้งกว่าโลกเดิมไม่น้อย หลิงหลงจึงยอมใช้เพื่อความสบายผิว

หลิงหลงเพิ่งจะหยิบชุดชั้นในมาใส่ขณะที่องค์ชายตั๋วลู่บุกรุกเข้ามา เด็กน้อยกลอกตาด้วยความเบื่อหน่าย

"พี่ลู่มาทำไม" 


ตอนนี้พี่ลู่เกือบไม่มีบท ให้แกออกมาหน่อยนะคะ

ความคิดเห็น