email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 18: Parallel Of The Past

ชื่อตอน : ตอนที่ 18: Parallel Of The Past

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 72

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2561 09:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18: Parallel Of The Past
แบบอักษร

Blood Metal: สงครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter XVIII

...Parallel Of The Past...

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ เมืองโอมส์ (Омск) ประเทศรัสเซีย มหาอำนาจอักษะ

ขบวนรถบันทุกตำรวจที่กำลังแล่นอยู่บนถนนดิน ตำรวจบนหลังรถบันทุกทุกนายก็ได้แต่นั่งกอดปืนของตนเองโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยแม้แต่น้อย ความเงียบเข้าปกคลุมทุกคนต่างคนต่างขวัญเสีย สีหน้าและแววตาของแต่ล่ะคนนั้นบ่งบอกถึงความเศร้าโศกและความอ่อนล้า อเล็กซ์นั่งกอดปืนที่อยู่ระหว่างขาของเขา ร้อยโทแฮงค์เงยหน้าขึ้นและพูดขึ้นว่า “อีกประมาณสามกิโลเมตรเราจะถึงเมืองโอมส์กันแล้ว ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้ดี…” เมืองตำรวจได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นและตรวจเช็คกระสุนปืนทุกกระบอกเพื่อเตรียมตัวรับศึกหนักในเมืองโอมส์ เสียงปืนลั่นไปทั่วอย่างไม่ขาดสาย เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่ว เครื่องบินบนท้องฟ้าที่เยอะจดบดบังดวงอาทิตย์และฟ้าสีเทาของรัสเซีย อเล็กซ์เงยหน้าขึ้นแหงนมองท้องฟ้าและถอนหายใจ แฮงค์เห็นดังนั้นจึงบอกอเล็กซ์ว่า “ตรวจเช็คกระสุนให้ดีๆล่ะอเล็กซ์ เรากำลังจะถึงกันแล้ว…” อเล็กซ์หันไปมองรอบๆท้ายรถและพูดขึ้นว่า “เมื่อตอนเรามา ทีมกระโดนร่มที่สามสิบสี่ของเรามีกันกว่าสี่สิบ เมื่อวันก่อนหน้าเรามีกันยี่สิบ เมื่อวานเรามีกันสิบหก แต่วันนี้เราเหลือแค่เก้า และพรุ่งนี้เราจะเหลือเท่าไหร่กัน…” ตำรวจที่เหลือต่างพากันหน้าซีดและก้มหน้าลงอีกครั้ง ร้อยโทแฮงค์จึงพูดขึ้นว่า “พวกเขาไม่ได้ตายเปล่าๆ พวกเขาตายเพื่อคนข้างหลังของพวกเขา แม้ว่าตัวจะไม่ได้อยู่เห็นคนข้างหลังมีความสุข แต่การมาอยู่ที่นี้นั้นมันก็บ่งบอกได้แล้ว...ฉะนั้นเราทุกคน...ไม่สิ เราหน่วยกระโดดร่มที่สามสิบสี่จะขอเอาชีวิตนี้แลกมาเพื่อคนข้างหลังของเรา!!” ตำรวจนายอื่นๆได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นและยิ้มออกมาและต่างกูพูดว่า “นั้นสินะ!! เพื่อนๆของพวกเราไม่ได้มาที่นี้เพื่อมาทิ้งชีวิตซักหน่อย เราเองก็เช่นกัน!!” อเล็กซ์เงยหน้าไปมองหน้าของร้อยโทแฮงค์และยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า “อ่า!! นั้นล่ะคือเหตุผลที่เรามาที่นี้ยังไงล่ะ!!” หลังจากนั้นทุกคนก็มีกำลังใจลุกขึ้นสู้กับสงครามข้างหน้าอีกครั้ง รอชและคนขับรถที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็ยิ้มออกมาด้วยกำลังใจที่เต็มเปลี่ยม รอชจึงพูดกับคนขับรถว่า “ฉันเช็คกระสุนปืนก่อนแล้วกัน ส่วนปืนของนายเดี๋ยวฉันเช็คให้” คนขับรถยิ้มและตอบกลับว่า “อ่า...ขอบใจ”

เมื่อขบวนรถเดินทางใกล้ถึงเมืองโอมส์แล้วนั้นก็มีกระสุนสาดเข้ามาทางด้านหน้าของขบวนรถ ทำให้หน่วยกระโดดร่มที่ยี่สิบเก้านั้นเสียคนขับรถไปทำให้รถนั้นแฉลบลงข้างทาง ตำรวจนายอื่นๆก็ต่างพากันหมอบลงกับพื้นและต่างพากันหนีไปหลบในป่า ทำให้ขบวนรถคันอื่นๆต้องจอดและหลบกระสุนกัน รอชกับคนขับรถต่างก็ก้มลงหลบกระสุน ร้อยโทแฮงค์จึงพูดว่า “ทุกคนเปิดกระบะท้ายออก!! เราต้องออกจากที่นี้!!” อเล็กซ์จึงเอื้อมมือไปปลดล็อคกระบะออกและทุกคนก็ค่อยๆคลานลงจากกระบะ รอชและคนขับรถต่างทำอะไรไม่ได้ได้แค่ก้มหลบกระสุนไปเรื่อยๆ ร้อยโทแฮงค์จึงบอกลูกทีมว่า “เราต้องหลบเข้าป่ากันก่อน!! แล้วค่อยกลับมาช่วยสองคนข้างหน้านั้น ไปๆๆ!!” ทุกคนต่างรีบวิ่งออกอย่างรวดเร็วและกระโดดเข้าป่าไป แฮงค์จึงถามว่า “มีใครเป็นอะไรไหม!?” จากนั้นเสียงของนายตำรวจคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า “ร้อยโทครับ!!” แฮงค์จึงหันไปมองและสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือตำรวจนายหนึ่งโดนยิงเข้าที่ท้อง เลือดนั้นไหลออกมาอย่างมาก แฮงค์เห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปช่วยกันห้ามเลือดและทำแผล ในขณะที่แฮงค์และตำรวจนายอื่นๆกำลังช่วยทำกันทำแผลอยู่นั้น ตำรวจนายนั้นก็ได้สิ้นใจลง ทุกคนที่กำลังช่วยกันกดแผลอยู่นั้นก็ได้หยุดชะงักและความเงียบก็เข้าปกคลุมไปซักครู่ก่อนที่อเล็กซ์จะพูดขึ้นว่า “ร้อยโท!! รอชกับคนขับแย่กันหมดแล้วนะครับ!! เราจะเอายังไงต่อดีครับ?” แฮงค์จึงได้สติและหันกลับมาบอกอเล็กซ์ว่า “เราจะอ้อมเข้าในเมืองและตลบหลังพวกมัน...พวกมันต้องได้ชดใช้แน่!” อเล็กซ์พยักหน้าและหันกลับไปมองที่หน้ารถบันทุกพร้อมกับตะโกนบอกรอชว่า “อดทนอีกเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันจัดการพวกมันเอง” รอชตะโกนตอบกลับว่า “นายควรบอกตัวเองนะ!! ฉันนอนหลบอยู่ตรงนี้โคตรสบายเลยพับผ่าสิ!!” อเล็กซ์ยิ้มและร้อยโทแฮงค์จึงพูดขึ้นว่า “ไปเร็วเข้า เคลื่อนพลได้!” อเล็กซ์จึงหันหลังและย่องไปพร้อมกับทีมของเขา ในขระที่พวกเขากำลังย่องเข้าไปอยู่นั้นเสียงปืนกลก็หยุดยิงลงพร้อมกับเสียงปืนและระเบิดตามมา ทีมของอเล็กซ์ได้ย่องออกจากป่าได้และพบว่าตำรวจหน่วยอื่นได้ยึดพื้นที่นั้นลงได้แล้ว อเล็กซ์เห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนและวิ่งกลับไปหารอชกับคนขับรถทันที แฮงค์ตะโกนบอกอเล็กซ์ว่า “อย่าลุกสุ่มสี่สุ่มห้าสิ ไอ้เด็กบ้า!!” อเล็กซ์ก็ได้แต่วิ่งไปยังรถบันทุก อเล็กซ์ตะโกนบอกรอชว่า “พวกเรายึดพื้นที่ได้แล้ว!! ลงมาได้แล้วล่ะ!!” คนขับรถกับรอชจึงค่อยๆเปิดประตูและลงมา เมื่อทั้งคู่ลงมาได้แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปหาอเล็กซ์ทันที และทั้งสามก็รีบกลับไปร่วมกลุ่มกับหน่วยของตนเอง แฮงค์จึงค่อยๆเดินเข้าไปหาอเล็กซ์พร้อมกับเอามือแตะบ่าของเขาและพูดว่า “ทีหลังอย่าลุกสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้น ต่อให้เรายึดพื้นที่ได้แล้วเราก็ไม่ควรประมาท โชคยังดีที่พวกมันไม่มีกองกำลังเสริมหรือสไนเปอร์แถวๆนี้ ไม่งั้นนายได้ไปอีกคนแน่…”อเล็กซ์จึงตอบกลับแบบยิ้มๆว่า “ขอบคุณที่เตือนครับ แต่ผมไม่ตายหรอกฮะ ฮ่าๆๆ” แฮงค์จึงถอนหายใจและตอบกลับว่า “เห้อออ...วันนี้นายยังเล่นสนุกกับความตายได้อยู่แต่ซักวันหนึ่งความตายมันจะเล่นสนุกกลับเอานะ” จากนั้นก็มีนายตำรวจคนหนึ่งวิ่งเข้ามาทำความเคารพร้อยโทแฮงค์และพูดว่า “ร้อยโทแฮงค์รึเปล่าครับ?” แฮงค์จึงหันไปมองและทำความเคารพกลับพร้อมกับตอบว่า “ใช่แล้ว มีเรื่องอะไร?” นายตำรวจคนนั้นจึงตอบกลับว่า “พันตรีอเล็น ขอเรียกพบครับ…” ร้อยโทแฮงค์จึงชะงักไปและตอบกลับว่า “เข้าใจแล้ว นำทางที” นายตำรวจจึงนำทางร้อยโทแฮงค์ไปพบพลตรีอเล็น…

พันตรีอเล็นนั้นกำลังนั่งทับศพพวกทหารของอักษะอยู่และเขาก็ใช้บังเกอร์นั้นเป็นโต๊ะเพื่อเขียนอะไรบางอย่าง นายตำรวจเดินเขามาทำความเคารพและกล่าวว่า “ร้อยโทแฮงค์เดินทางมาถึงแล้วครับพลตรี…” พันตรีอเล็นก็เงยหน้าขึ้นและมองไปยังด้านขวาของเขา เขาก็เห็นร้อยโทแฮงค์ยืนอยู่ พันตรีจึงเงยหน้าไปมองนายตำรวจคนดังกล่าวพร้อมกับทำความเคารพและพูดว่า “ขอบใจมาก...นายไปจัดการทางอื่นได้แล้วล่ะ” ร้อยโทแฮงค์จึงเดินเข้ามาและทำความเคารพพลตรีจึงทำความเคารพตอบ พันตรีอเล็นจึงบอกร้อยโทแฮงค์ไปว่า “นั่งก่อนสิ…” พร้อมกับชี้ไปที่ศพของทหารฝ่ายอักษะที่กองอยู่ข้างๆ ร้อยโทแฮงค์จึงเดินไปนั่งทับศพเหล่านั้น พันตรีอเล็นจึ้งกล่าวขึ้นว่าพร้อมกับเขียนอะไรบางอย่างว่า “ในหน่วยของนายนั้นมีเด็กที่ชื่ออเล็กซ์ใช่ไหม?” ร้อยโทแฮงค์จึงสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับถามกลับไปว่า “ใช่ครับ…” พันตรีอเล็นถอนหายใจและตอบกลับว่า “เด็กคนนั้นเป็นคนพิเศษนะ…” ร้อยโทแฮงค์จึงถามกลับไปว่า “พิเศษหรอครับ?” พันตรีอเล็นจึงตอบกลับว่า “ฉันเองก็เพิ่งรู้ข้อมูลนี้มาเหมือนกัน แต่นายน่าจะรู้ดีว่ามันมีพวกลูกหมากลุ่มหนึ่งพยายามที่จะจับตัวของเจ้าหนูนั้นอยู่สินะ…” ร้อยโทแฮงค์ได้ยินดังนั้นจึงชะงักและนึกถึงกลุ่มคนพวกนั้นไปซักครู่ก่อนที่จะตอบกลับว่า “ครับ...ผมทราบครับ” พันตรีอเล็นจึงตอบกลับว่า “เองก็เคยมีประสบการณ์ประทะกับพวกลูกหมานั้นมาแล้วสินะ...ที่เบอร์ลินน่ะ” ร้อยโทแฮ.ค์จึงตอบกลับว่า “ใช่ครับ...พวกนั้นเป็น--” และแฮงค์ก็หยุดชะงักลงทันทีจนพันตรีต้องหยุดเขียนโน๊ตและหันมาถามว่า “มีอะไรรึ? พวกนั้นเป็นใครกัน!” ร้อยโทแฮงค์จึงตอบกลับว่า “มีชายคนหนึ่งเป็นผู้ใช้ระเบิด ชายคนนั้นคือร้อยเอกฟรอยด์ครับ” พันตรีอเล็นได้ยินดังนั้นจึงวางปากกาลงและตอบกลับว่า “ร้อยเอกฟรอยด์? เขาตายในสงครามรัสเซียนี้นิหน่า!!” ร้อยโทแฮงค์จึงตอบกลับด้วยสีหน้าเคล็งเคลียดว่า “ผมก็คิดอย่างนั้นครับ จนกระทั้งผมได้เจอเขาตัวเป็นๆที่เบอร์ลินอีกครั้งครับ…” พันตรีจึงตกใจอย่างมากและตอบกลับว่า “นี้มันเรื่องใหญ่แล้วนะเนี้ย!! เดี๋ยวฉันจะแจ้งข้อมูลนี้กลับไปยังศูนย์ใหญ่ ส่วนเรื่องอเล็กซ์...เด็กคนนั้นน่ะดูแลเขาให้ดีล่ะ” พันตรีอเล็นได้เดินจากไป ร้อยโทแฮงค์จึงเดินกลับไปยังหน่วยของเขาและนำหน่วยของเขาบุกเข้าไปข้างในเมืองทันที…

ในขณะเดียวกันในป่าด้านข้างของเมืองได้มีชายสามคนนั่งเฝ้าดูอเล็กซ์อยู่ห่างบนต้นไม้ ชายคนแรกพูดขึ้นว่า “เด็กคนนี้มันแข็งแกร่งนะ…” ชายคนที่สามจึงพูดขึ้นว่า “หาาาา!? นานๆทีจะได้ยินนายชมใครซักทีนะเนี้ย...แปลว่าเด็กนี้ก็มีดีไม่เบาเลยนะเนี้ย” ชายคนที่สองจึงพูดขึ้นมาว่า “ฉันยังตกใจเลยนะเนี้ย…” ชายคนแรกจึงพูดต่อว่า “อีกซักพักเราจะไปรับตัวผู้โดยสารของเรากัน…” ชายคนที่สามจึงพูดต่อว่า “อีกซักพักงั้นหรอ? ทำไมเราไม่ไปรับตัวผู้โดยสารของเราคืนนี้เลยล่ะ!?” ชายคนที่หนึ่งจึงพูดว่า “เราอยู่ในสงครามนะ...เราควรคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนจะทำอะไร แต่ถ้านายอยากไปนักล่ะก็นายก็ลองไปเองดูสิคืนนี้น่ะ...” ชายคนที่สามจึงตอบกลับว่า “คร้าบๆ” หลังจากนั้นก็มีเสียงคนพูดขึ้นด้านล่างต้นไม้ข้างหลังชายทั้งสาม “พวกนั้นใครกันน่ะ!?” ชายทั้งสามจึงหันไปมอง พวกเขาเห็นเข้ากับกองทหารของฝ่ายอักษะ ชายคนที่สามจึงพูดขึ้นว่า “อ่ะอ่าว...ดูเหมือนกับว่าเราจะเจอเข้ากับทหารหนีทัพนะเนี้ย” ชายคนที่สองจึงพูดขึ้นว่า “แล้วเราจะเอายังไงดีล่ะ?” ชายคนแรกจึงตอบกลับว่า “ตัวตนของพวกเรานั้นเปรียบเสมือนกับข้อมูลที่รั่วไหลไม่ได้ ฉะนั้นฉันจัดการเอง…” ชายคนที่สามจึงพูดขึ้นว่า “ระดับนายนั่งดูไปเฉยๆจะดีกว่านะ...ฉันเองดีกว่า กำลังเบื่อๆพอดีเลย!!” กองทหารนั้นจึงเล็งปืนขึ้นไปบนต้นไม้และยิงทันที ชายคนที่สองจึงเข้าบังชายคนแรกและชายคนที่สามก็กระโจนลงไปหากองทหารนั้น…

To be continue...

ความคิดเห็น