ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 28

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,เจ้าลูกสุกร,วิลเบอร์,ปราบผี,วาย,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2561 09:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
28
แบบอักษร

2018/08/07

องค์ชายตั๋วลู่ตัดสินใจว่าจะลองวัดดวงเข้าไปคุยกับองค์ชายซ่งเว่ยตรงๆถึงเรื่องที่พวกเขาต้องการ โดยเสี่ยงเอาความรู้สึกขององค์ชายซ่งเว่ยที่มีต่อบุรุษลึกลับเป็นเดิมพัน วันนี้เขาจึงแต่งกายเต็มยศจัดขบวนรถม้าไปยังวังขององค์ชายซ่งเว่ยอย่างเปิดเผย มีหลิงหลงนั่งยุกยิกอยู่กับวิลเบอร์เพราะเมื่อฮองเฮาทราบเรื่องก็ส่งนางกำนัลมาแต่งกายให้หลิงหลง เด็กน้อยที่ถูกพอกด้วยเครื่องประดับสูงค่าจำนวนมากรู้สึกรำคาญยิ่งนัก ถ้าไม่ใช่ของพระราชทานจากฮองเฮาเขาคงจะโยนทิ้งไปแล้ว...เอิ่มเก็บไข่มุกไว้เส้นหนึ่งก็ได้เพราะมันใช้ทำยาได้ เขาไม่ได้งกนะ 

"ตื่นเต้นหรือหลิงหลง"องค์ชายตั๋วลู่ถามเสียงอ่อน

"หามิได้ ข้าแค่รำคาญเครื่องประดับเหล่านี้" หลิงหลงชูสร้อยไข่มุกเส้นยาวให้ดูแม้จะอยากกระชากออกแล้วโยนเข้าประตูมิติส่วนตัวก็ตาม

"ทนเอาหน่อย พี่ไม่แน่ใจว่าอารมณ์ของท่านปู่ซ่งเว่ยจะเป็นเช่นไร ดังนั้นเราต้องอ่อนน้อมเข้าไว้ การแต่งกายเต็มยศก็เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงว่าเราให้เกียรติท่าน" องค์ชายตั๋วลู่อธิบาย

"ข้าเข้าใจ แต่ก็อดรำคาญไม่ได้จริงๆ ไยต้องใส่เครื่องประดับมากมายดังเช่นสตรีด้วยเล่า ไม่เข้าใจเลยว่าพวกนางทนใส่ของหนักๆพวกนี้ทั้งวันได้อย่างไร" หลิงหลงบิดตัวไปมาเสียงเครื่องประดับกระทบกันกรุ๋งกริ๋ง ขนาดวิลเบอร์ก็เลื่อนขั้นมาเป็นสุกรทรงเลี้ยงได้ปลอกคอประดับหยกเนื้อดีมาเส้นหนึ่ง ก่อนออกจากวังอี้เทาสั่งแล้วสั่งอีกว่าห้ามทำหาย เพราะวันนี้องค์ชายจงซินและอี้เทาไม่ได้มาด้วย

"เพื่อแสดงยศและฐานะ เจ้าเป็นคู่หมั้นองค์รัชทายาทเครื่องประดับก็จะเยอะแบบนี้แหละ นั่งนิ่งๆสักพักเถิดนะ ข้าอยากอวดเจ้าให้ท่านปู่เห็นด้วย" องค์ชายตั๋วลู่ลูบผมหลิงหลงแล้วยิ้มแบบที่มีอานุภาพสยบให้หลิงหลงนั่งนิ่งๆได้ โดยเด็กน้อยเมินไปมองนอกหน้าต่างซ่อนใบหูแดงอย่างไม่แนบเนียน 

เมื่อมาถึงวังขององค์ชายส่งเว่ย พ่อบ้านประจำวังก็ออกมารอต้อนรับอยู่แล้ว

"เชิญองค์รัชทายาทด้านในพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายซ่งเว่ยรออยู่แล้ว" พ่อบ้านที่เป็นขันทีคนสนิทขององค์ชายซ่งเว่ยเชิญ การต้อนรับนี้นับว่าเหมาะสม ไม่มากเกินและไม่น้อยเกินไป

องค์ชายตั๋วลู่และหลิงหลงพร้อมด้วยวิลเบอร์เดินตามการชักนำของพ่อบ้านไปยังห้องโถงรับรอง นั่งรอไม่นานองค์ชายซ่งเว่ยก็เข้ามา ทั้งคู่ถวายการเคารพอย่างถูกต้องตามแบบแผน แม้แต่วิลเบอร์ก็คุกเข่าให้

"เหลียงตั๋วลู่และถางหลิงหลงว่าที่คู่หมั้น ถวายพระพรองค์ชายซ่งเว่ย"

"นั่งก่อน อย่าได้มากพิธีไป ข้าเสียอีกที่ควรจะทำความเคารพเจ้า ตั๋วลู่" องค์ชายซ่งเว่ยกล่าวอย่างใจดี ตามลำดับชั้นยศแล้ว องค์ชายตั๋วลู่ที่เป็นรัชทายาทยังยศสูงกว่าขั้นหนึ่ง แต่ฮ่องเต้ซีจิ่นเห็นแก่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดมากกว่าจึงให้ลูกๆถวายความเคารพญาติผู้ใหญ่

หลิงหลงเงยหน้ามองผู้สูงวัยก็เห็นใบหน้าคลับคล้ายฮ่องเต้ซีจิ่ยิ้มอย่างใจดีมาให้ จนเด็กน้อยเผลอสบตาเนิ่นนาน

"ใบหน้าของข้ามสิ่งใดผิดปกติหรือเด็กน้อย" องค์ชายซ่งเว่ยถาม

"ท่านดูคล้ายฮ่องเต้ซีจิ่นมากเลย แถมยังดูเยาว์วัยคล้ายเป็นพี่ชายมากกว่าเป็นอาด้วย..พ่ะย่ะค่ะ" หลิงหลงเกือบลืมพูดคำราชาศัพท์

"เด็กคนนี้พูดถูกใจข้ายิ่งนัก พูดตามถนัดของเถิด เจ้าไปหามาจากไหนหรือตั๋วลู่" องค์ชายซ่งเว่ยหัวเราะอย่างถูกใจ ท่านกวักมือเรียกหลิงหลงเข้ามาใกล้ๆ เจ้าตัวหันไปมองคนพี่ที่พยักหน้าให้จึงเดินเข้าไปใกล้พร้อมกับวิลเบอร์

"น้องเป็นหมอมารักษาจงซินขอรับท่านปู่ หลิงหลงน้องคงไม่ทราบว่าท่านปู่แก่กว่าท่านพ่อไม่ถึงสิบปี ท่านจึงยังหนุ่มแน่นแบบนี้อย่างไรเล่า" องค์ชายตั๋วลู่ตอบพร้อมกับสังเกตท่าทางขององค์ชายซ่งเว่ยไปด้วย

"อย่างนั้นรึ" องค์ชายซ่งเว่ยชะงักชั่วครู่ก่อนยิ้มเศร้าออกมา หลิงหลงเม้มปากแน่นตัดสินใจพูดตรงๆไม่อ้อมค้อมทันที

"องค์ชายซ่งเว่ยข้ามีเรื่องมาขอร้องท่าน" เด็กน้อยช้อนตามอง วิลเบอร์ก็เข้ามาเกาะขาองค์ชายด้วยอีกแรง

"เรียกข้าท่านปู่เหมือนตั๋วลู่เถิด เด็กน้อยมีอะไรค่อยๆพูดค่อยๆจาได้" องค์ชายซ่งเว่ยดึงหลิงหลงนั่งลงข้างๆ จากนั้นท่านอุ้มวิลเบอร์ขึ้นมากอด

"ข้าลอบเข้าวังท่านเมื่อคืนนี้และเห็นบุรุษที่อยู่ในห้องหยกน้ำแข็งใต้สระบัวแล้ว" หลิงหลงสบตาองค์ชายซ่งเว่ย

"เจ้าว่าอะไรนะ!" องค์ชายซ่งเว่ยอุทาน

"ข้ารักษาเขาได้" หลิงหลงทำเป็นมองข้ามอาการตกใจขององค์ชายซ่งเว่ย

"เจ้ารักษาเขาได้จริงหรือ เจ้าบอกได้หรือไม่ว่าเขาป่วยด้วยโรคอะไร" คนแทบจะเขย่าตัวหลิงหลง

"รักษานั้นไม่ยากนัก แต่ตัวยาที่ต้องใช้นั้นหาไม่ง่าย" หลิงหลงทำแก้มพองใส่ องค์ชายซ่งเว่ยอดใจไว้ไม่ไหวจึงวางวิลเบอร์ลงบนตักแล้วจับแก้มหลิงหลงยืดออกด้วยความมันเขี้ยว วังแห่งนี้แห้งแล้งมานานแล้ว เมื่อมีเด็กมาจึงสร้างความสดชื่นให้ท่านเป็นอันมาก

"ไหนเจ้าว่ามา ว่าคนของข้าป่วยด้วยโรคอะไรและต้องใช้วิธีรักษาเช่นไร" องค์ชายซ่งเว่ยบีบแก้มหลิงหลงจนพอใจแล้วถึงปล่อย องค์ชายตั๋วลู่รีบเข้ามาดูน้องทันที เขาใช้มือตัวเองประคบแก้มหลิงหลงไว้ ถ้ามิใช่ท่านปู่ข้าจะฟาดให้แขนหักเลย องค์ชายตั๋วลู่คำรามฮึ่มฮั่มในลำคอ

"บุุรุษในห้องลับถูกพิษสลายรักไร้วิญญาณ พิษนี้สกัดมาจากสมุนไพรทรงคุณค่า50ชนิดดูเปลือกนอกคล้ายยาบำรุงแต่ด้วยลักษณะพืชที่ข่มกันเองทำให้กลายเป็นพิษร้าย แถมยังเติมพิษจากอสรพิษอีกสิบชนิด ถ้าไม่ใช่ยาวิเศษที่สามารถขจัดพิษทุกอย่างพร้อมกันได้ก็ยากนักที่จะไม่โดนพิษแทรกซึม แต่ถ้าใช้ยาขจัดพิษทั่วไปจิตใจของผู้ถูกพิษจะหลงลืมอดีตที่ผ่านมาทุกอย่าง แม้หายก็จะกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่ง" หลิงหลงหยุดพูดยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบแล้วส่งขนมให้วิลเบอร์

"เจ้าจะบอกว่าเจ้าทราบวิธีรักษาอย่างนั้นหรือ" องค์ชายซ่งเว่ยถามด้วยความตื่นเต้น 

"ถูกแล้ว หากท่าสามารถหาตัวยาที่ข้าต้องการมาได้ ให้ข้าใช้ตัวยารักษาร่วมกับถอดจิตเข้าไปรักษาที่แก่นวิญญาณ ข้ามั่นใจถึงสิบส่วนว่าบุรุษผู้นั้นต้องหายดี" หลิงหลงพูดอย่างจริงจัง

องค์ชายซ่งเว่ยมองเด็กน้อยอย่างชั่งใจ คนรักที่เป็นบุรุษถูกพิษมานานตั้งแต่สมัยเขาเป็นองค์ชาย ที่ผ่านมาท่านเรียกหมอมารักษามากมายแต่ไม่ว่าผู้ใดก็ส่ายหน้า การทำการค้าของท่านก็ใช้คนเสาะหาตัวยาล้ำค่ามากมายแต่ได้เพียงยื้อชีวิต หากไม่ได้ห้องที่สร้างจากหยกน้ำแข็งเกรงว่าคนรักของท่านตกตายเสียนานแล้ว และนี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ท่านไม่แก่งแย่งบัลลังก์กับผู้ใด จะเรียกว่าท่านเป็นคนบูชาความรักก็ได้

"บุรุษผู้นั้นเป็นคนรักของปู่เอง ถ้าเจ้ารักษาเขาได้ไม่ว่าอะไรปู่ล้วนให้ทั้งนั้น" องค์ชายซ่งเว่ยพูดอย่างใจกว้างคล้ายลืมเลือนเรื่องที่หลิงหลงลอบบุกเข้าวังไปหมดสิ้น

"ตกลง ข้ามีเรื่องขอร้องท่านอยู่พอดี ขอเพียงท่านเตรียมตัวยาเหล่านี้ให้ ข้าก็พร้อมที่จะลงมือรักษาเขาทันที" หลิงหลงยิ้มกว้าง เด็กน้อยไม่คาดว่าการเจรจาจะง่ายถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าน้ำหนักของคนผู้นั้นในใจขององค์ชายซ่งเว่ยมีค่ามากอย่างยิ่ง

หลิงหลงเขียนรายการตัวยาและของที่ต้องใช้ องค์ชายซ่งเว่ยรับมาตรวจดูแล้วก็ไม่เห็นว่าเกินความสามารถของท่าน เพราะได้สะสมตัวยาล้ำค่าไว้มากมายตลอดหลายปีก่อนจะส่งให้พ่อบ้านไปจัดการ

"ท่านปู่ขาดสิ่งใดหรือไม่ ข้าอาจสามารถหาจากท้องพระคลังมาได้" องค์ชายตั๋วลู่เสนอตัว

"เจ้าไม่ต้องกังวล ตัวยาหายากล้วนถูกข้ากว้านซื้อไว้ ยามนี้ได้ใช้จึงคุ้มค่าแล้ว หลิงหลงเจ้าอยากจะไปตรวจดูอาการสวี่จ้วงชีหรือไม่ ปู่จะพาไป" องค์ชายซ่งเว่ยเสนอ 

"ข้าไปๆ "หลิงหลงกระโดดลงจากเก้าอี้อย่างร่าเริง องค์ชายตั๋วลู่ได้แต่ลุกตาม

"พี่ลู่กลับวังไปเถอะ" หลิงหลงไล่

"ทำไมเล่า" องค์ชายตั๋วลู่หน้ากระตุก

"ข้าต้องเคี่ยวยาถึงหนึ่งเดือน ท่านจะมาอยู่ที่นี่ทำไม กลับวังไปแจ้งพี่อี้เทาให้มาช่วยข้าที่นี่ยังดีกว่า เนอะวิลเบอร์" เด็กกับสุกรพยักหน้าให้กัน

"เจ้าก็ทำตามที่หลิงหลงบอกเถอะ อยู่กับข้ารับรองว่าปลอดภัยแล้วเจ้าจะแวะมาหาทุกวันก็ได้" องค์ชายซ่งเว่ยออกปาก องค์ชายตั๋วลู่จึงกลับวังหลวงไปด้วยความหดหู่ ปล่อยให้หลิงหลงถูกท่านปู่จูงมือเดินจากไป

หลิงหลงตรวจร่างกายสวี่จ้วงชีคนรักขององค์ชายซ่งเว่ยอีกครั้งโดยละเอียดก็มั่นใจว่าที่เขาวินิจฉัยไว้นั้นไม่ผิดพลาด เขาขอให้องค์ชายซ่งเว่ยตั้งเตาและหม้อต้มยาในห้องลับเลย เพื่อที่เขาจะได้ดูแลสวี่จ้วงชีไปด้วย 

"ได้สิ ปู่จะไปสั่งคนจัดการให้เดี๋ยวนี้"องค์ชายซ่งเว่ยลูบใบหน้าคนรักคราหนึ่งก่อนจะออกไปสั่งบ่าวให้เตรียมของมาให้หลิงหลง

สองชั่วยามให้หลัง องค์ชายจงซินก็มาส่งอี้เทาที่วังขององค์ชายตั๋วลู่ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

"ทำไมข้าจะอยู่กับเจ้าไม่ได้เล่า" องค์ชายจงซินตัดพ้อ

"ท่านต้องเล่าเรียนเพิ่มเติมใช่หรือไม่" อี้เทาตอบด้วยสีหน้าเอือมระอา พวกเขาเถียงกันตลอดทางตั้งแต่ออกจากวังหลวง

"ข้าก็นอนกับเจ้าที่นี่แล้วกลับไปเรียนที่วังหรือให้ท่านน้ามาสอนที่นี่ก็ได้นี่นา" องค์ชายจงซินไม่วายเถียง

"ท่านบอกเองมิใช่หรือว่าท่านปู่ของท่านรักสันโดษ หากมารบกวนหลายคนเยี่ยงนี้ท่านไม่พอใจจะทำอย่างไร" อี้เทาข่มใจอธิบายแม้ในใจอยากจะซัดคนตรงหน้าให้สลบแล้วให้องครักษ์แบกเขากลับวังหลวง

"แต่ว่า.." องค์ชายจงซินทำท่าจะเถียงต่อแต่ถูกอี้เทาใช้นิ้วเรียวแตะปากไว้เสียก่อน

"เราเลือกวิธีสันติแทนที่จะขโมยก็เพราะองค์ชายซ่งเว่ยเป็นท่านปู่ของท่าน มีเหตุผลหน่อยนะ" อี้เทาหมุนตัวเดินตามบ่าวที่รออยุ่ไปทันทีทิ้งองค์ชายจงซินยืนกุมปาากตัวเองเหม่อมองตามหลังอย่างโง่งม

"อี้เทาหมายความว่าเพราะเห็นแก่ท่านขอรับ" เจิ้งจื่ยี่ที่ตามมาในฐานะองครักษ์ขององค์ชายจงซินหวังดีช่วยอธิบาย

"ไม่ต้องบอกข้าก็เข้าใจ เจ้าอยู่ดูแลอี้เทากับหลิงหลงอยู่ที่นี่นะ ข้าไปละ" องค์ชายจงซินกลับวังด้วยท่าทีผิดกลับขามาอย่างสิ้นเชิงเหลือเพียงเจิ้งจื่อยี่ที่ยืนเคว้งคว้างอยู่คนเดียว

"เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเจอราชครูเกาตั้งเดือนหนึ่ง" เขายักไหล่กับตัวเองแล้วเดินตามอี้เทาไปด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้น แต่จะเป็นเช่นที่เขาคิดหรือไม่นั้นเราก็จะต้องรอดูกันต่อไป


ว่ะฮ่ะฮ่า มาก่อนเที่ยงล่ะ ตอนนี้ก็เรื่อยๆไปก่อนนะคะเนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้วค่ะ

ความคิดเห็น