ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 27

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,เจ้าลูกสุกร,วิลเบอร์,ปราบผี,วาย,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2561 08:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
27
แบบอักษร

2018/08/06

ราชครูเกาซ่งแยกกับพวกหลิงหลงที่เหลาสุราดอกท้อเบ่งบาน หลังจากที่นัดแนะว่าจะเจอกันครั้งหน้าที่วังโดยไม่สนใจใบหน้าบึ้งตึงขององค์ชายตั๋วลู่ องค์ชายจงซินและเจิ้งจื่อยี่

"พี่ลู่ท่านพาข้าไปชมเมืองต่อเถิดนะ ข้ายังไม่ได้ทำเลตั้งร้านเลย" หลิงหลงอ้อน 

"ไม่ไปหาร้านกับท่านน้าหรอกหรือ" องค์ชายตั๋วลู่ประชด

"ท่านงอนข้าหรือ" หลิงหลงแหย่ 

 "ใครงอน" องค์ชายตั๋วลู่​ทำเสียงสูง หลิงหลงฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มขำกระโดดขี่หลังองค์ชายตั๋วลู่​เอาเสียดื้อๆจนถูกเอ็ด

"หลิงหลง ถ้าพี่รับไม่ทันจะทำอย่างไร" องค์ชายตั๋วลู่​โวย

"ข้าทราบว่าท่านเป็นห่วงข้าที่สุดจะรับไม่ทันได้อย่างไร" หลิงหลงกระชับแขนที่โอบรอบคอองค์ชายตั๋วลู่​ให้แน่นเข้าแล้วแนบแก้มลงกับบ่าอย่างประจบทำเอาคนพี่ยิ้มกว้างลืมเลือนโทสะที่มีไปหมดสิ้น

"เจ้าอยากขี่หลังข้าบ้างหรือไม่" องค์ชายจงซินถามอี้เทาที่มองหน้าคนถามอย่างดูถูก

"ไว้สูงกว่าข้าค่อยมาถามก็แล้วกัน" เพราะเขาทั้งคู่สูงไล่เลี่ยกัน

"แต่ความสูงไม่มีผลยามอยู่บนเตียงนะเมีย" องค์ชายจงซินยิ้มหื่นจนถูกอี้เทาตวาดแหว

"ใครเป็นเมียเจ้า เจ้าเด็กลามกเห็นข้าไม่พูดละได้ใจใหญ่ถ้าวันนี้ข้าจะฟาดเจ้าให้หลังลาย" อี้เทาใช้มือฟาดไปตามลำตัวองค์ชายจงซินไม่ยั้งจนคนถูกตีวิ่งหนีไปหัวเราะไป

หลังจากเที่ยวจนพอใจแล้ว องค์ชายตั๋วลู่ก็แบกหลิงหลงที่หลับฟุบอยู่บนหลังกลับวังทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม อี้เทาเห็นน้องมีความสุขก็ได้แต่ถอนหายใจเดินตามกลับวังเงียบๆ มีเพียงเจิ้งจื่อยี่ที่คร่ำครวญต่อว่าฟ้าดินในใจ ข้าเป็นพี่นะ ทำไมถึงยังเป็นโสดเล่า ฮือออ...

องค์ชายตั๋วลู่ปล่อยให้หลิงหลงนอนจนพอใจ เขาปลุกเด็กน้อยเมื่อได้เวลาเตรียมตัวมาอาบน้ำรับประทานข้าว หลิงหลงที่นอนจนอิ่มก็คึกหนักวิ่งไล่จับกับวิลเบอร์จนองค์ชายตั๋วลู่ต้องฉวยโอกาสจับน้องน้อยมาบังคับให้นั่งนิ่งๆบนตักเขา แต่หลิงหลงก็ยังยุกยิกไม่ยอมหยุดจนกลายเป็นทำร้ายตัวองค์ชายตั๋วลู่ที่นั่งเหงื่อแตก อี้เทาที่สงสารจึงจับน้องมานั่งตักตัวเอง มิเช่นนั้นเขาคงได้น้องเขยในคืนนี้เป็นแน่ และแผนการที่วางไว้คืนนี้ก็คงไม่สำเร็จ

"เตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้วนะ" เจิ้งจื่อยี่กระแอม เขาขออาจหาญเป็นคนเปิดประชุมก็แล้วกัน เหม็นเบื่อความรักยิ่งนัก

"เรียบร้อย" หลิงหลงตบอกตัวเอง

"เช่นนั้นเราก็เริ่มกันเถอะ" องค์ชายจงซินอยากลงมือจะแย่ หลิงหลงยัดผงแก้ให้อี้เทากับเจิ้งจื่อยี่ไว้เผื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน 

"ยาล่องหนมีฤทธิ์สามชั่วยาม นับจากนี้เป็นเวลาสองยาม ไม่ว่าหลิงหลงจะเจอสิ่งที่ต้องการหรือไม่ต้องออกจากวังองค์ชายซ่งเว่ย เข้าใจหรือไม่" อี้เทากำชับน้องอีกครั้ง

"รับทราบ" "อู๊ด" หลิงหลงตะเบ๊ะอย่างน่ารัก วิลเบอร์เองก็ทำตามแต่คนอื่นไม่เข้าใจธรรมเนียมนี้ก็ได้แต่งงกันไปจากนั้นเด็กน้อยก็โปรยผงล่องหนใส่พวกเขาทุกคนพร้อมกับร่ายมนต์บางอย่าง ร่างของพวกเขาทั้งห้าคนและหนึ่งตัวก็ค่อยๆเลือนจนโปร่งใส

องค์ชายตั๋วลู่ที่คอยมองหลิงหลงไว้แต่แรกคว้าเด็กน้อยมาไว้ในอ้อมแขน

"มองไม่เห็นกันแบบนี้ออกจะเคลื่อนไหวลำบากไปบ้าง ให้ข้ากับหลิงหลงออกไปก่อน อีกสิบลมหายใจพวกเจ้าค่อยทะยอยตามไป" จากนั้นองค์ชายตั๋วลู่​ก็โอบอุ้มหลิงหลงที่อุ้มวิลเบอร์ไว้อีกทีทะยานออกทางหน้าต่างมุ่งหน้าไปยังวังขององค์ชายซ่งเว่ยทันที เพียงสองเค่อก็มาถึงกำแพงวัง องค์ชายตั๋วลู่​สะกิดปลายเท้าอีกครั้งก็ขึ้นไปอยู่บนกำแพงวังแล้ว หลิงหลงเสกลมให้พัดละอองสีขาวจากจุดที่ยืนอยู่ไปยังสระน้ำ เกิดเป็นเส้นจางๆในอากาศค้างอยู่ครู่หนึ่ง

"กลไกกับดักใช่หรือไม่" องค์ชายตั๋วลู่​ถาม

"ถูกแล้ว คาดว่าเพียงกระทบเข้าคงส่งเสียงดังเตือนภัยดังไปทั้ววัง แต่นั่นก็หมายถึงว่าพวกเรามาถูกทางแล้ว หากเป็นของไม่มีค่าท่านปู่ของท่านคงไม่ระวังป้องกันเยี่ยงนี้ เราขี่วิลเบอร์เหาะข้ามไปกันเถอะ" หลิงหลงกระซิบกลับ 

องค์ชายตั๋วลู่​ทำหน้าปั้นยากแล้วก็ทำใจได้ ตอนนี้พวกเขาล่องหนอยู่ย่อมไม่มีผู้ใดเห็นเขาขี่สุกรแน่นอน คิดแล้วก็ขึ้นขี่วิลเบอร์ตามการชักนำของหลิงหลงเหาะข้ามกับดักไปจนถึงริมสระว่ายน้ำ

"ข้าจะลองจับสัมผัสของนักษัตรดู ท่านอยู่เงียบๆนะ" หลิงหลงสั่ง เด็กน้อยวาดวงเวทย์ในอากาศเกิดการกระเพื่อมเป็นวงกว้างเพียงไม่นานก็สามารถจับสัมผัสพลังของหนึ่งในนักษัตรได้ หลิงหลงจึงสืบเท้าไปด้วยความระมัดระวัง

"อู๊ด" วิลเบอร์ชี้ไปที่ศาลากลางน้ำ

"วิลเบอร์ก็จับพลังได้เหมือนกันใช่ไหม ไปกันเถอะ" หนึ่งเด็กหนึ่งลูกสุกรเดินเคียงกันไปจนถึงศาลาริมน้ำ หลิงหลงแทบจะรื้อศาลาออกดูก็ไม่พบกลไกไขห้องลับทั้งที่เขาออกจะมั่นใจว่าห้องลับต้องอยู่ภายใต้บึงบัวนี้แน่นอน

"พี่ไม่คิดว่าศาลานี้จะมีช่องลับหรอกนะหลิงหลง ลองเคาะดูแล้วอิฐทุกก้อน เสาทุกต้นล้วนตันไม่มีรูกลวง" องค์ชายตั๋วลู่​บอก เขาดึงน้องมากอดลูบหลังให้ใจเย็นลง ดีที่หลิงหลงโปรยผงบางอย่างทำให้พวกเขาสามารถเห็นกันและกัน มิเช่นนั้นคงจะยุ่งยากมากแน่ๆ

"อืม ถ้าศาลานี่ไม่มีกลไกลับ แต่ห้องลับอยู่ข้างล่าง อืม.." หลิงหลงคิดหนักจนคิ้วชนกัน  

"หรือว่ากลไกจะอยู่ที่อื่น" หลิงหลงลุกไปที่บันไดท่าน้ำ ชกหินที่ปูพื้นเต็มแรง องค์ชายตั๋วลู่วิ่งตามมาแม้ว่าจะตกใจแต่ยังสงบปากไว้ได้ ส่วนหลิงหลงที่อาศัยแรงคลื่นสั่นสะเทือนก็พบว่าดอกบัวที่ชูช่ออยู่ข้างบันไดมีปัญหา เด็กน้อยดึงดอกบัวสุดแรงทันใดนั้นบันไดหินที่พวกเขายืนอยู่ก็ยุบตัวลงเผยให้เห็นบันไดทอดยาวลงไปด้านล่าง

"สำเร็จ" หลิงหลงยิ้มกริ่ม แต่ยังไม่กล้าประมาทส่งวิลเบอร์ลงไปก่อน เจ้าลูกสุกรวิ่งดุ๊กดิ๊กลงไปจนถึงด้านล่างก็ร้องอู๊ดทีหนึ่ง

"ไม่มีกับดัก พวกเราก็ลงไปบ้างเถอะพี่ลู่" หลิงหลงคว้ามือองค์ชายตั๋วลู่​ไปจับด้วยอากัปกริยาเป็นธรรมชาติสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าคนเป็นพี่

ทั้งคู่จูงกันเดินไปตามทางที่เห็นได้ชัดว่าสร้างมาอย่างดี อากาศตรงทางเดินค่อนข้างเย็นและแห้ง​ไม่มีความชื้นแม้แต่น้อยทั้งที่อยู่ใต้บึงบัว เดินจนสุดทางก็พบห้องศิลาหลังหนึ่งมีตราประทับคล้ายกับห้องลับของหลิ่วอิ่นแต่คล้ายว่าจะต้องใช้กุญแจพิเศษในการเปิดห้อง

"ข้าน่าจะเปิดได้นะ" หลิงหลงเอามือทาบประตูศิลาแผ่พลังเข้าไปเพียงชั่วน้ำเดือด ประตูก็เปิดออกจากกัน ไอเย็นด้านในพุ่งมากระทบหน้าจนหนาวสั่น

"หนาวหรือไม่" องค์ชายตั๋วลู่ถามด้วยความเป็นห่วง

"พอไหว ข้าสัมผัสถึงพลังของสิบสองนักษัตรได้ว่าเราเข้าใกล้แล้ว รีบหากันเถอะ" แต่องค์ชายตั๋วลู่ดึงหลิงหลงไว้รอให้หมอกควันจางลงก็เห็นเตียงหยกน้ำแข็งหลังหนึ่ง ไม่สิ ทั้งห้องถึงกับทำจากหยกน้ำแข็งที่ขนาดหลิ่วอินยังหามาได้เพียงก้อนเดียว

"มิน่า อากาศถึงเย็นแบบนี้" หลิงหลงบ่น "อู๊ด" วิลเบอร์สนับสนุน พวกเขามาจากเมืองชายทะเลจึงคุ้นชินกับอากาศอบอุ่น

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่ามีร่างบุุรษผู้หนึ่งแต่งกายอย่างหรูหรานอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวจนคล้ายคนตายแต่ยังมีเค้าว่าเคยเป็นบุรุษรูปงามมาก่อน

"รัดเกล้าพยัคห์ที่ทำจากทองคำอันนั้น นี่แหละสิบสองนักษัตร หลิงหลงร้องอย่างดีใจจะเข้าไปแกะแต่องค์ชายตั๋วลู่คว้าแขนเล็กไว้ได้ทัน

"อยู่ๆจะไปแกะของผู้อื่นแบบนี้ไม่ได้นะหลิงหลง" คนเป็นพี่ห้ามน้อง

"แล้วท่านจะทำอย่างไรเล่า เราอุตส่าห์ลอบเข้ามาเพื่อนำมันออกไปไม่ใช่หรือ" หลิงหลงยู่ปาก

"ให้ข้าดูก่อน" องค์ชายตั๋วลู่มองคนบนเตียงอย่างพิจารณา ท่าทางจะเป็นคนสำคัญของท่านปู่ซ่งเว่ยจึงได้นำร่างมาเก็บรักษาไว้อย่างดีเช่นนี้ ทันใดนั้นเขาก็เห็นทรวงอกกระเพื่อมคล้ายกับมีลมหายใจจนองค์ชายตั๋วลู่เขม้นมองให้แน่ใจ

"บุรุษผู้นี้ยังไม่ตาย แต่ก็ใกล้แล้วล่ะ ลมหายใจเขาอ่อนเต็มที" หลิงหลงมองไปที่ร่างบนเตียงอย่างสงสาร องค์ชายซ่งเว่ยดูแลคนผู้นี้อย่างดีมิเช่นนั้นคงเสียชีวิตไปนานแล้ว

"น้องมีทางช่วยรักษาเขาหรือไม่ ถ้ารักษาได้ พี่ก็ทราบแล้วว่าเราจะเอารัดเกล้าพยัคฆ์มาจากท่านปู่ซ่งเว่ยได้อย่างไร" องค์ชายตั๋วลู่พูดอย่างนึกขึ้นมาได้

"เข้าใจแล้ว ข้าจะลองตรวจเขาดูก็แล้วกันนะ" หลิงหลงยิ้มออกมาได้ ลงมือตรวจอาการของบุรุษลึกลับทันที วิลเบอร์ก็ตรงเข้าไปดมร่างที่นอนอยู่ มันร้องอู๊ดๆแต่ถูกหลิงหลงห้ามไว้

"อย่าเพิ่งวิลเบอร์ แม้จะผิดต่อบุรุษผู้นี้แต่ท่านอาจารย์ก็สำคัญ ข้าจะให้ยาบำรุงเขาไว้ก่อน รับรองว่าภายในเจ็ดวันบุรุษผู้นี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิต" หลิงหลงให้องค์ชายหลิ่วอินจับหน้าบุรุษลึกลับเงยขึ้นแล้วยัดยาเม็ดโตเท่าผลลำไยสีแดงเรื่อลงไป เด็กน้อยใช้พลังภายในดันยาเข้าไปแล้วกระตุ้นให้ตัวยากระจายออก กลิ่นสมุนไพรหอมฟุ้งไปทั้งห้อง

"แค่นี้ก็เรียบร้อย พี่ไปเจรจากับองค์ชายซ่งเว่ยได้เลย เขาต้องยอมแน่" หลิงหลงยิ้มย่อง จากนั้นพวกเขาก็ออกจากห้องศิลาโดยมิได้ตั้งใจปกปิดร่องรอยเช่นขามา ตามความคิดของหลิงหลงที่ว่า

"เหลือร่องรอยบ้างเล็กน้อยสิดี องค์ชายซ่งเว่ยจะได้ทราบแน่ชัดว่ามีคนลอบเข้าไปในห้องศิลา เขาจะได้ยอมตกลงกับเราง่ายๆ" 

"เด็กปีศาจ" องค์ชายจงซินพึมพำ แต่อี้เทายังได้ยินจึงดึงหูคนพูดกลับตำหนักไปอบรมสั่งสอน มีเจิ้งจื่อยี่เดินตามไปเพราะไม่อยากถูกพายุอารมณ์จากหลิงหลง

"ท่านคิดว่าข้าก็เป็นเด็กปีศาจด้วยหรือไม่" หลิงหลงช้อนตาถามองค์ชายตั๋วลู่ ในใจคิดว่าถ้าตอบไม่เข้าหูคืนนี้ท่านต้องไปนอนที่อื่น

"ก็..นิดหน่อย แต่ข้าก็รักที่เจ้าเป็นเด็กปีศาจที่จิตใจงดงามแบบนี้ล่ะ" องค์ชายตั๋วลู่ยิ้มหล่อ ตอบคำถามเป็นที่พอใจของเด็กน้อยคืนนี้เขาจึงได้นอนกอดน้องน้อยอุ่นๆมิต้องไปใช้ห้องหนังสือเป็นที่นอน หึหึ


ความคิดเห็น