ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 26

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,เจ้าลูกสุกร,วิลเบอร์,ปราบผี,วาย,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2561 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
26
แบบอักษร

2018/08/05

หลังจากผ่านการวางแผนและถกเถียงกันอยู่เกือบครึ่งคืน องค์ชายตั๋วลู่ก็ได้ข้อสรุปว่าจะให้หลิงหลงใช้ผงล่องหนลักลอบเข้าไปภายในวังองค์ชายซ่งเว่ยโดยมีตัวเขาเองคอยประกบ อี้เทากับองค์ชายจงซินคอยสนับสนุนอยู่ด้านนอก ส่วนเจิ้งจื่อยี่ให้คอยเป็นตัวล่อในกรณีที่คนในวังองค์ชายซ่งเว่ยรู้ตัว งานนี้พวกเขาจะลงมือกันเอง องค์รักษ์ขององค์ชายตั๋วลู่คอยช่วยเหลืออยู่รอบนอกเพราะไม่อยากให้องค์ชายซ่งเว่ยทราบว่าวังหลวงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

"ที่จริงท่านไม่จำเป็นต้องลงมาเกลือกลั้วกับปลักน้ำนี้ก็ได้ แค่ปล่อยให้ข้าไปกับพี่อี้เทาสองคน" หลิงหลงเปิดประเด็น ซึ่งถูกองค์ชายทั้งสองปฏิเสธพร้อมกัน "ไม่ได้!" เพียงแค่นี้หลิงหลงก็หน้ามุ่ยหันไปกระแซะอี้เทา

"เรื่องนี้พี่เห็นด้วยกับองค์ชายนะหลิงหลง จะลงมือแค่เราสองคนนับว่าเสี่ยงเกินไป อย่าใจร้อนจนทำให้เสียการเข้าใจไหม" อี้เทากอดน้อง

"ก็ได้ ข้าเชื่อฟังพี่อี้เทาหรอกนะ ไม่ได้เชื่อท่านเสียหน่อย" หลิงหลงพูดอุบอิบ จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปนอน โดยกำหนดการลงมือคือคืนพรุ่งนี้ โดยที่องค์ชายทั้งสองจะพาหลิงหลงและอี้เทาไปเดินเล่นในเมืองก่อนเพื่อดูทางหนีทีไล่ ซึ่งหลิงหลงชอบส่วนนี้ของแผนมากที่สุด เด็กน้อยคั้งใจจะดูทำเลค้าขายไปด้วยในคราวเดียวกัน

"หายอารมณ์เสียแล้วหรือไม่" องค์ชายตั๋วลู่ถามหลิงหลงขณะที่กระชับร่างเล็กบางที่ตอนนี้ไม่อ้วนกลมเหมือนร่างเด็กแปดขวบไว้ในอ้อมกอด

"หายแล้ว เขาว่าเมืองหลวงมีของอร่อยมากมาย สตรีล้วนงดงามยิ่งใช่หรือไม่" หลิงหลงถามตาใสแต่องค์ชายตั๋วลู่กลอกตา เจ้าลูกสุกรไม่เจียมตัว หน้าตางดงามเยี่ยงนี้เจ้ายังคิดจะไปมองสตรีอีกหรือ

"ของอร่อยนั้นมีมาก แต่สตรีนั้นไม่มีผู้ใดงดงามเสมอเจ้าแม้แต่ผู้เดียว" องค์ชายตั๋วลู่เกี้ยวพาน้องน้อยที่หาได้หวั่นไหวกับคำหวาน

"รีบนอนกันเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะตื่นมาฝึกแต่เข้า หากข้ามีซิกส์แพคพวกนางย่อมสนใจข้าบ้าง" หลิงหลงพูดก่อนหลับตาลงจึงถูกองค์ชายตั๋วลู่บิดจมูกอย่างหมั่นไส้ อย่าหวังเลยว่าข้าจะยอมให้สตรีเหล่านั้นเข้าใกล้เจ้าองค์ชายตั๋วลู่คิดก่อนหลับไป

วันรุ่งขึ้นหลิงหลง​ตื่นมาฝึกฝนร่างกายดังที่ว่าไว้ก่อนนอน เด็กน้อยยังไปลากเจิ้งจื่อยี่ขึ้นมาจากเตียงมาฝึกด้วย พออบอุ่นร่างกายแล้วก็ฟาดเอาๆ จนเจิ้งจื่อยี่มือไม้ปั่นป่วน

"หลิงหลงเบาๆ" เจิ้งจื่อยี่ตะโกน เขาหลบแทบไม่ทันจนถูกกระบี่ไม้แทงเข้าถากๆที่ซอกแขน ถ้าเป็นกระบี่จริงคงได้เลือดไปแล้ว

"เชอะ เป็นถึงองครักษ์หลวงมีเรี่ยวแรงแทบไม่พอเชือดไก่หรอกหรือ" หลิงหลงแค่นเสียงออกกระบวนท่าอย่างเผ็ดร้อนต้อนเจิ้งจื่อยี่จนมือไม้ปั่นป่วน

"ข้าย่อมมีเรี่ยวแรง เจ้าต่างหากแรงดีเกินไป มาโหมซ้อมอะไรวันนี้" เจิ้งจื่อยี่หอบแฮ่ก เขาเป็นคู่ซ้อมให้หลิงหลงมาสองชั่วยามแล้วจึงเหนื่อยมาก

"นั่นสินะ ทุกอย่างย่อมค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเช่นนั้นวันนี้พอก่อนก็ได้ พรุ่งนี้พี่พาเพื่อนมาสลับเป็นคู่ซ้อมให้ข้าด้วยนะ"หลิงหลงวิ่งปรู๊ดไปหาปินกงกงเสียแล้ว เด็กน้อยอยากเปลี่ยนรายการอาหารใหม่ให้เป็นอาหารคลีนสร้างมวลกล้ามเนื้อ และเจอวิลเบอร์ที่นั่นเอง มันตามปินกงกงมาหวังว่าจะได้อะไรกินบ้างก่อนอาหารเช้า

"เจ้าสุกรตะกละ มาอยู่ที่นี่เอง"หลิงหลงทัก วิลเบอร์รีบวิ่งมาเอาตัวสีหลิงหลงอย่างออดอ้อนทันที

"ท่านชายน้อยมีอะไรหรือขอรับ" ปินกงกงถาม

"ข้าอยากรับประทานอาหารแบบนี้ ต่อไปรบกวนท่านจัดให้ข้าทุกเช้านะ" หลินหลงสั่งแล้วเดินเข้าห้องสรงไป ด้วยความร้อนจากการฝึกทำให้หลิงหลงถอดเสื้อผ้าแล้วกระโดดลงน้ำทันทีโดยไม่ได้สังเกตว่ามีคนแช่อยู่แล้ว

"อ้าว พี่ลู่" หลิงหลงอุทานเมื่อเห็นหน้าคนอยู่ก่อนชัดตา เขาไม่ได้แกล้งให้เข่าสัมผัสปากองค์รัชทายาทเลยสักนิด หึหึ

"เจ็บจังหลิงหลง" องค์ชายตั๋วลู่กุมปากตัวเอง รู้สึกได้ถึงรสคาวในปาก คาดว่าคงจะได้แผลเป็นแน่

"อาบน้ำเสร็จข้าจะทายาให้ก็แล้วกันนะ" หลิงหลงยิ้มหวานแบบที่ทราบว่าสยบทุกสิ่ง องค์ชายตั๋วลู่จึงจับน้องอาบน้ำแต่งตัว หลังจากนั้นก็ทวงสัญญาทันที

"น้องบอกว่าจะทายาให้พี่"

"หลังรับประทานอาหารค่อยทาไหม" หลิงหลงย่นจมูก รอจนขันทีน้อยเรียงอาหารลงบนโต๊ะแล้วถอยออกไป เขาจึงคีบอาหารป้อนองค์ชายตั๋วลู่ เห็นแก่คนยอมตามใจเขาหรอกนะ จะเอาใจสักหน่อยก็ได้ ฝ่ายคนพี่ที่ได้รับการเอาใจจากน้องน้อยก็ลืมโทสะเมื่อเช้าไปจนหมดสิ้น เมื่อออกจากวังยังพกเงินถุงอ้วนๆไปตามใจน้องอีกต่างหาก 

หลิงหลงเมื่อได้ออกจากวังก็ร่าเริงนัก เดินชมร้านค้าอย่างมีความสุขแม้จะอดจับมือกับอี้เทาเพราะถูกองค์ชายตั๋วลู่คว้ามือไปจูงเสียก่อน ส่วนอี้เทาก็ถูกองค์ชายจงซินกุมมือไว้เช่นเดียวกัน เหลือเพียงเจิ้งจื่อยี่ที่เดินเบื่อตามหลัง ขนาดวิลเบอร์ยังไม่เดินกับเขา มันไปเกาะขาองค์ชายตั๋วลู่ที่ซื้อขนมปรนเปรอหลิงหลงเผื่อมาถึงมัน กับเจิ้งจื่อยี่ที่มีเพียงเงินเดือนองครักษ์นั้นวิลเบอร์ไม่สนใจนัก

"ตั๋วลู่ จงซิน" คนที่กล้าเรียกชื่อองค์ชายทั้งสองตรงๆมีไม่มีกี่คน และหนึ่งในนั้นก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว

"คารวะท่านน้า" องค์ชายทั้งสองประสานมือคารวะราชครูเกาซ่ง

"มาเดินกันกันหรือ แล้วเด็กหนุ่มสองคนนี้คือ" ราชครูเกาซ่งมองมายังหลิงหลงและอี้เทา

"นี่หลิงหลงเป็นคู่หมั้นของข้าและอี้เทาพี่ของหลิงหลงเป็นคู่หมั้นของจงซินและเป็นน้องของเจิ้งจื่อยี่ หลิงหลงอี้เทา นี่ราชครูเกาซ่งเป็นท่านน้าของพี่" องค์ชายตั๋วลู่แนะนำ

"คารวะราชครูเกา" หลิงหลงประสานมือคารวะราชครูเกามองซิกส์แพคภายใต้ชุดหรูของเขาตาปรอย เมื่อวันก่อนที่เจอก็ไม่ทันเห็น หลิงหลงอยากมีหน้าท้องแบบนี้บ้าง แม้แต่อี้เทายังมองราชครูเกาซ่งอย่างชื่นชมเพราะเขาชอบศึกษาตำราจึงนิยมคนเป็นบัณฑิต

"เจ้ามิได้ไปหลอกเขามาใช่หรือหรือไม่ หน้าตาน่ารักขนาดนี้ทั้งพี่ทั้งน้องเลย เจ้าลูกสุกรที่ข้าเห็นวิ่งเข้าไปในตำหนักเจ้าเมื่อวันก่อนก็คงจะเป็นตัวนี้สินะ" ราชครูเกาซ่งยิ้มให้อี้เทาและหลิงหลง แถมด้วยเกาหลังวิลเบอร์จนมันหลับตาพริ้มส่ายหางดุ๊กดิ๊กอย่างถูกใจ คนยังปรายตามองเจิ้งจื่อยี่ที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้างแม้สะดุดหูที่พี่น้องใช้คนละแซ่แต่เขาทราบดีว่ามิใช่เวลาที่จะมาถามตอนนี้

องค์ชายตั๋วลู่เห็นหลิงหลงมองน้าของตัวเองตาปรอยก็ฮึดฮัด องค์ชายจงซินก็หน้าบูดโอบเอวอี้เทาเข้ามาชิดตัว

"ท่านราชครูสนใจจะไปเดินชมเมืองกับเราหรือไม่ หากมีท่านคอยอธิบายเรื่องต่างๆคงจะน่าสนใจมากทีเดียว" อี้เทาชวน มีหลิงหลงกับวิลเบอร์ผงกศีรษะเป็นลูกเจี๊ยบอยู่ด้านหลัง

"แหม ถ้าเจ้าพูดถึงขนาดนี้ข้าย่อมไม่กล้าปฏิเสธ" ราชครูเกาซ่งยิ้ม มือขวาคว้าหลิงหลงไปจูง ด้านซ้ายเป็นอี้เทาที่สลัดองค์ชายจงซินมาเดินเคียง พวกเขาชี้ชมตึกรามบ้านช่องเก่าแก่มีราชครูเกาซ่งเล่าประวัติความเป็นมา ปล่อยให้เจิ้งจื่อยี่เดินหน้าบูดอุ้มวิลเบอร์ที่ขี้เกียจเดินมาเกาะขาเขา ส่วนองค์ชายทั้งคู่ก็หน้าบูดไม่แพ้กัน ไหนคือการเที่ยวชมเมืองของคู่หมั้น??

"ท่านน้า ข้าหิวแล้ว" หลิงหลงอ้อนเพราะเผลอนึกว่าอยู่กับหลิ่วอินโดยไม่ได้สนใจเสียงกร๊อบที่ดังมาจากด้านหลัง เป็นองค์ชายตั๋วลู่ที่เผลอฟาดแผ่นไม้ข้างทางจนหัก

"ท่านน้าช่วยแนะนำเหลาให้พวกเราได้หรือไม่ รับประทานแต่อาหารในวังช่างน่าเบื่อนัก" อี้เทาพูดอย่างอ่อนหวานด้วยเห็นว่าราชครูเกาเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ ไม่สนใจหน้าหงิกงอขององค์ชายจงซิน

"เอาสิ เดินไปอีกหน่อยก็จะถึงเหลาดอกท้อเบ่งบานแล้ว ในเหลามีสวนดอกท้อที่บานตลอดปีงดงามยิ่ง เหล้าที่หมักจากดอกท้อก็หอมหวานนัก อีกทั้งอาหารรสเลิศ นับว่าเป็นที่นิยมเป็นอันดับหนึ่งของเมืองหลวงทีเดียว" ราชครูเกาซ่งบรรยาย หลิงหลงฟังแค่นี้ก็น้ำลายสอถึงกับดึงมือราชครูเกาซ่งให้เดินเร็วๆเป็นที่เด่นสะดุดตาของสาวน้อยสาวใหญ่ เพราะราชครูเกาซ่งที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชากลับมีรอยยิ้มที่พบเห็นได้ยากยิ่ง

"พี่จองห้องไว้แล้ว หลิงหลงมากับพี่เถิดอย่าได้รบกวนท่านมากไป ท่านอายุมากแล้วเดินเร็วแบบนี้เดี๋ยวแข้งขาจะปวดเมื่อย" องค์ชายตั๋วลู่เดินขึ้นมาประกบหลิงหลง

"พี่ลู่จองห้องไว้แล้วเหรอ" หลิงหลงหันมามองตาใส เพิ่งสนใจว่าที่คู่หมั้นทำเอาองค์ชายตั๋วลู่ลอบปาดน้ำตา ในที่สุดเขาก็ดึงความสนใจมาได้แล้ว รัชทายาทอย่างเขาแพ้อาหารหรอกหรือ

"ข้าให้คนมาจองไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เหลาดอกท้อเบ่งบานเป็นของท่านปู่ซ่งเว่ย ปกติมีลูกค้ามากนักถ้าไม่จองเกรงว่าพวกเราจะอดรับประทานกันแล้ว" องค์ชายตั๋วลู่หยิกแก้มหลิงหลงด้วยความเอ็นดู

"ขอบคุณพี่ลู่" หลิงหลงยิ้มกว้าง เด็กน้อยรับวิลเบอร์มาจากเจิ้งจื่อยี่ที่เมื่อวิลเบอร์พ้นจากมือก็โล่งใจเป็นอันมาก เจ้าสุกรตัวก็ไม่โตใยจึงหนักมากนัก องค์ชายตั๋วลู่รับคว้ามือหลิงหลงมาจูงไว้เองแขนอีกข้างหนีบวิลเบอร์ไว้โดยมีสายตาของราชครูเกาซ่งมองตามอย่างขำๆ เขามิได้คิดจะแย่งคู่หมั้นหลานแต่อย่างไร แค่เห็นเด็กน่ารักฉลาดพูดจาก็เลยเอ็นดูเท่านั้น องค์ชายจงซินก็ไม่น้อยหน้า เดินประกบอี้เทาตีหน้าเหี้ยมใส่สตรีที่คิดจะหว่านผ้าเช็ดหน้าให้กับกลุ่มของเขา จนพวกนางขยาดไม่กล้าทำหล่นให้องค์ชายจงซินเหยียบเอาอีก ส่วนราชครูเกาซ่งเดินช้าลงมาคู่กับเจิ้งจื่ยี่

"เรื่องเมื่อวันก่อนขอบคุณนะ" ราชครูเกาซ่งพูดขึ้น

"ขอบคุณเรื่องอะไร ข้าไปทำอะไรให้ท่าน" เจิ้งจื่อยี่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเขาเคยกระทำเรื่องดีงามให้ราชครูผู้น่าหมั่นไส้ผู้นี้มาขอบคุณเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

"ที่เจ้าบอกว่าอย่าไปยุ่งกับสุกรไงล่ะ ถ้าข้าจับสุกรของน้องเจ้าไปส่งห้องเครื่อง หลิงหลงจะต้องเสียใจมากแน่ๆ" ราชครูเกาซ่งมองหลิงหลงอย่างเอ็นดู

"เหอะ ถ้าท่านมีความสามารถพอที่จะจับวิลเบอร์ได้นะ" เจิ้งจื่อยี่แค่นเสียงแล้วแสร้งเป็นไม่สนใจคนข้างๆอีก

 เมื่อมาถึงเหลาสุราและสั่งอาหารกันเรียบร้อยแล้วหลิงหลงถึงมีแก่ใจชื่นชมความงดงามของเหลาสุรา เมื่อมองไปพ้นทิวไม้ก็เห็นหลังคาของสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่

"นั่นเป็นวังของท่านปู่ซ่งเว่ยไงล่ะ" องค์ชายตั๋วลู่มองตามสายตาของหลิงหลงอธิบาย

"อ้อ" หลิงหลงรับคำสั้นๆ เขากวาดตามองไรอบๆอย่างสนใจแต่ไม่เห็นอะไรมากนักนอกจากหลังคาที่พ้นแนวกำแพงสูงลิบ

เมื่อเสี่ยวเอ้อนำอาหารมาวางลงบนโต๊ะ ความสนใจของหลิงหงก็กลับมาอยู่ที่อาหารทันที ทั้งคนทั้งลูกสุกรคว้าตะเกียบด้วยท่วงท่าแบบเดียวกันไม่มีผิด 

"วิลเบอร์ช่างฉลาดนัก มิทราบว่าฝึกสอนกันอย่างไรหรือถึงได้มีท่วงท่าคล้ายมนุษย์เยี่ยงนี้" ราชครูเกาซ่งอุทาน

"ท่านก็ถามพี่จื่อยี่สิ" หลิงหลงตอบส่งๆเพราะอาหารบนโต๊ะน่าสนใจมากกว่าจึงปัดไปให้พ้นตัว

"ไว้ข้าจะไปขอคำชี้แนะ" ราชครูเกาซ่งยิ้มลึกลับที่มุมปากปล่อยให้เจิ้งจื่อยี่นั่งหน้าบึ้งไร้คู่ต่อไป

ความคิดเห็น