facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

ตอนที่ 13 หาเรื่องจนได้เรื่อง (NC+++)

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 หาเรื่องจนได้เรื่อง (NC+++)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 60.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2561 23:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 หาเรื่องจนได้เรื่อง (NC+++)
แบบอักษร

ตอนที่ 13 หาเรื่องจนได้เรื่อง

นารามองนักเรียนในชั้นเรียนของตนอย่างมีความสุข ดูแต่ละคนจะตั้งใจฟังเธอสอนมากๆ หญิงสาวชอบที่เด็กๆมักจะยกมือถามเธอเสมอ

“มีใครสงสัยอะไรอีกไหมจ๊ะ”

“ไม่มีค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นกลับบ้านกันได้แล้วจ้ะ โชคดีนะทุกคน”

“นักเรียนทั้งหมดลุกขึ้น” หัวหน้าห้องเอ่ยเสียงดังฟังชัด หลังจากนั้นทุกคนก็ไหว้เธอพร้อมเพรียงกัน

“ขอบคุณค่ะคุณครู”

“จ้ะ” นารายิ้มหวานก่อนจะรีบเก็บของอย่างรวดเร็วแม้พยัคฆ์จะพยายามส่งคนมารับมาส่งเธอ แต่หญิงสาวก็ดึงดันที่จะขับจักรยานกลับเองเพราะระยะทางไม่ไกลมากเท่าไหร่



เธอเดินลงมาอย่างใจเย็นจนพ้นตัวอาคารจึงเห็นว่ามีใครบางคนผละจากผ.อ.เดินมาหาเธอด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส

“คุณนารา เจอกันอีกแล้วนะครับ”

“คุณ…คุณซ่ง” เธอพึมพำเบาก่อนจะยิ้มให้บางๆและรีบเดินไปจูงจักรยานคู่ใจแต่เขาก็ยังคงเดินตาม

“เดี๋ยวก่อนสิครับ”

“ฉันต้องรีบกลับค่ะ ขอตัวนะคะ” หญิงสาวปิดทางทุกทางทำให้กัมพลแอบกำหมัดแน่น เขาไม่เคยต้องง้อผู้หญิงคนไหนมาก่อน ผู้หญิงคนนี้อาศัยอะไรมาเมินเฉยเขาแบบนี้

“ผมว่าให้ผมไปส่งดีกว่า” ร่างสูงมองต่ำลงไปที่โซ่จักรยานทำให้นารามองตามก็พบว่าโซ่มันตกทำให้เจ้าของสาวต้องถอนหายใจพรืดใหญ่

“ฉันว่าฉันคงไม่ลำบากคุณหรอกค่ะ”

“ไม่ลำบากหรอกครับ นี่ก็เย็นมาแล้วผมว่าให้ผมไปส่งจะดีกว่า” กัมพลยังคงคะยั้นคะยอไม่จบไม่สิ้นจนนาราเองก็เริ่มรำคาญ ในหัวก็พยายามคิดหาทางออก

“ไม่ลำบากคุณแต่ลำบากใจฉันนี่แหละค่ะ”

“พูดยังกับว่าผมไปทำอะไรให้คุณลำบากอย่างนั้นแหละ” กัมพลยิ้มขำกับหน้าเสียๆของคนตัวเล็ก

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันหาทางกลับเองดีกว่าค่ะ ฉันอยู่ไม่ไกลหรอก” ร่างบางว่าพลางจูงจักรยานหนีแต่กลับถูกกัมพลดึงไว้เช่นเดิมจนต้องหันกลับมามองชายหนุ่มอย่างงงๆ

“ให้ผมไปส่งดีกว่านะ ที่นี่มันมีแต่ป่าขืนคุณเดินกลับคนเดียวผมเกรงว่าจะมีอันตราย”

“เอ่อ…” เธอเหลือบมองเขาเล็กน้อยพลางครุ่นคิดหนักซึ่งมันก็จริงของเขาแต่ว่าผู้ชายคนนี้จะไว้ใจได้แค่ไหนเชียว “ก็ได้ค่ะ แต่ว่าคุณช่วยส่งฉันที่ปากทางเข้านะคะ”

“ครับๆ เชิญเลยครับ”



พยัคฆ์นั่งบนโต๊ะพร้อมวิสกี้ขวดหนึ่ง เขานั่งไขว้ห้างพลางมองดูเอกสารบัญชีรายได้ธุรกิจทั่วไปที่ลูกน้องส่งมาให้อย่างเคร่งเครียดหลังจากออกไปดูไร่สตรอเบอร์รี่ข้างนอก มือหนึ่งถือเอกสารส่วนมืออีกข้างก็ถือแก้ววิสกี้ไม่ยอมปล่อย ใบหน้าหล่อเหลาดุดันยิ่งกว่าครั้งไหน มันเหมือนกับภูเขาไฟที่ใกล้ประทุ

“กลับมาแล้วค่ะ” เสียงใสดังพร้อมกับใบหน้าหวานที่โผล่มาจากหน้าประตูทำให้เขาวางเอกสารลงอย่างแรง

ปึ้ง!!

“…!!”

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” นารายังคงยิ้มใสซื่อแต่หารู้ไม่ว่านายใหญ่ของไร่กำลังโกรธมากเพียงใด

“เธอคิดว่าฉันควรจะลงโทษเธอยังไงนารา”

ดวงตาคมดุจ้องไปยังหญิงสาวที่ยืนทำหน้างงไม่ค่อยเข้าใจ

“ลงโทษอะไร”

“ทำอะไรผิดมาล่ะ” หญิงสาวแอบตกใจที่เขาอาจจะรู้ว่ากัมพลมาส่งเธอ แต่เขาจะรู้อะไรเร็วขนาดนั้น

“คุณโกรธเรื่องอะไรคะหรือว่าจะเป็นเรื่องที่ฉันให้คุณซ่งมาส่ง”

ปัง!!

มือหนาตบโต๊ะอย่างขัดใจ ใบหน้าคมบัดนี้ดูไม่น่าเข้าใกล้เป็นที่สุด นาราเองก็หน้าเสียไม่รู้จะทำยังไงเพราะพยัคฆ์ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

“แล้วตัวเองไปทำอะไรไว้”

“ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ฉันก็แค่…ให้เขามาส่งเพราะโซ่จักรยานมันพัง” ร่างบางค่อยๆลดเสียงลงพอๆกับตัวที่ลีบลงเรื่อยเมื่อเขาลุกมาประชิดตัวและผลักเธอจนติดกับกำแพง

“ทำไมไม่โทรหาฉัน โทรศัพท์ก็มีไม่ใช่หรือไง”

“แบตมันหมดแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงในเมื่อเขาเซ้าซี้จะไปส่งฉันให้ได้ ฉัน..ก็เลยตกลง” ใบหน้าคมค่อยๆโน้มตัวลงมาดอมดมกลิ่มหอมๆจากแก้มใสที่เอียงหนีเขา

“ต่อไปนี้ฉันจะให้คนไปรับไปส่งเธอ รู้มั๊ยว่าฉันไม่ชอบเห็นใครอยู่ใกล้เธอ นารา” มือหนาสอดรัดเอวบางแน่น “แล้ววันนี้เธอก็ทำผิด ฉันถึงต้องทำโทษ”

“ทำโทษ ทำโทษอะไร” เมื่อเงยหน้ามองตาคมเธอก็รู้ทันทีว่าวันนี้คงไม่รอดมือเขาแน่ “ฉันแค่ให้เขามาส่ง ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกว่านั้นนะ”

“ต่อไป อย่าไปยุ่งกับมัน มันอันตรายกว่าที่เธอคิด”

“แล้วคุณต่างกับเขาตรงไหนล่ะ” เธอเผลอโพล่งออกมา พยัคฆ์มองตากลมนั้นอย่างเจ็บปวด

ใช่!! เขาไม่ต่างเลยสักนิด อาจจะอันตรายยิ่งกว่าด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นเขาก็ไม่มีอะไรจะเถียงคนตรงหน้า พยัคฆ์จึงเลือกเดินหนีไปทิ้งให้นารามองตามอย่างไม่เข้าใจระคนรู้สึกผิด



ก๊อก ก๊อก ก๊อก

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็รีบไปขอความช่วยเหลือและคำปรึกษาจากมาลัยซึ่งเธอก็ยินดีให้คำปรึกษาอย่างดีและนั่นก็คือ

การออดอ้อนผู้ชาย!!

“คุณเสือ ฉันเข้าไปได้ไหม”

“อืม” พูดเพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็เมินหนีเธอไม่ยอมพูดด้วย นาราครุ่นคิดอย่างหนัก จะเข้าไปอ้อนเขาเหมือนที่เคยอ้อนแม่ เขาจะถีบเธอกระเด็นออกมานอกห้องหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ เขาคงจะโกรธเธอจนวันนี้หนีมานอนห้องอื่น

‘เอาวะ’

ว่าแล้วมือเล็กๆก็เข้าไปกอดหมับจากด้านหลังของเขาที่ตัวใหญ่กว่าเธอมาก ร่างสูงแอบเหลือบมองวงแขนเล็กที่กอดเขาแน่นรู้สึกถึงใบหน้าสวยกำลังแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างของเขาอยู่

“คุณเสือ ฉันขอโทษที่พูดไปแบบนั้น ฉันก็แค่ไม่ชอบที่คุณไม่มีเหตุผลเลย” นาราอธิบายเสียงออดอ้อนก่อนจะก้าวมายืนข้างหน้าเขา

“จะมาขอโทษหรือจะต่อว่าฉันกันแน่”

“ก็…” ตากลมมองอย่างรู้สึกผิดปนน่าเอ็นดู “ทั้งสองอย่าง ที่จริงฉันไม่ได้อยากจะมากับเขาเลยนะ จริงๆนะ” พยัคฆ์มองคนตัวเล็กกว่าอย่างจับผิดแต่ทว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากดวงตาแป๋วๆนั่นที่มองเขาอยู่

“ถ้าอยากให้หายโกรธล่ะก็..” พยัคฆ์โน้มตัวลงไปจูบปากอิ่มเบาๆ “ยอมไหมล่ะ”

“คุณคิดได้แต่เรื่องพวกนี้เหรอเนี่ย หาวิธีอื่นที่ไม่ใช่วิธีนี้จะได้ไหม ให้ฉันไปถางหญ้า ทำสวน ทำไร่ยังไม่เหนื่อยเท่ากับ…” จู่ๆเสียงหวานก็ขาดหายไปทำให้คนตัวสูงลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“เท่ากับอะไรงั้นเหรอ” พูดเสียงพร่าไม่พอยังค่อยๆเลื่อนมือหยาบกร้านนั้นเข้าไปใต้กระโปรงเธอด้วยทำให้หญิงสาวต้องรีบยั้งมือเขาไว้ไม่ให้เลื่อนไปสูงกว่านั้น

“คุณเสือ ไม่เอา” นาราตอบน้ำเสียงงอแงปนกับสีหน้าซีดที่เธออยากจะร้องไห้ได้

“ทำไม ฮึ”

“มัน…ฉัน…” เธอพูดเสียงเบาพลางหลุบตาต่ำอย่างอายๆ จะบอกเขายังไงในเมื่อมันไม่ใช่เวลาที่ดีสำหรับการมีอะไรกับเขา มันเสี่ยงเกินไป

“มีอะไรกับฉันแล้วมันลำบากใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ก็...” หญิงสาวทำท่าจะเถียงกลับแต่พอได้เหลือบมองดวงตาคมดุที่จ้องมา เธอก็แทบกลืนคำพูดทั้งหมด“มันเหนื่อยอ่ะ คุณไม่เป็นฉันไม่รู้หรอก”

“ได้ไหม?” ร่างสูงว่าเสียงแหบพร่า “นะนารา”

หญิงสาวไม่ตอบอะไรเพียงแค่ยินยอมตอบรับริมฝีปากหยักนั้นอย่างอ่อนโยนแต่เขากลับกลืนกินความหวานของเธออย่างเร่าร้อนก่อนจะอุ้มเธอไปยังเตียงนอนหนานุ่มของเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตยีนส์ตัวเก่งออกอย่างไม่ใยดีและกอบกุมบีบเคล้นอกอวบนุ่มหยุ่นนั้นอย่างรุนแรงแล้วค่อยขบลำคอขาวๆจนเธอเจ็บจี๊ดไปหมด

“อ๊า คุณเสือ” ไม่ว่าจะพร่ำเรียกเท่าใดก็ไม่เป็นผลเมื่อเขากำลังถอดแพนตี้ตัวน้อยของเธอออก เขาดูอ่อนโยนมากกว่าทุกที ดูเร่าร้อนจนเธอเคลิ้มตาม

“เรียกพี่เสือสิ” น้ำเสียงแหบพร่าข้างหูทำให้คนร่างบางคล้อยตามง่ายๆ

“พี่เสือ อ๊า” เรียกไม่ทันไรก็รู้สึกถึงนิ้วหยาบกร้านที่สอดใส่เข้าไปในช่องทางคับแน่น ใบหน้าสวยกัดปากแรงจนเลือดซิบและนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความเสียวซ่านพลางสบตาคมนั้น

“ดีมาก ต่อไปให้เรียกว่าพี่เสือ”

“พี่เสือ” น้ำเสียงหวานสั่นแทบคุมไม่อยู่เมื่อเขาขยับนิ้วกลางนั้นลึกเข้าไปอีก “ซี๊ด!!”

“นารา พี่คิดถึงเธอเหลือเกิน” หญิงสาวสะดุดหูกับคำพูดนั้นแต่ไม่มากพอที่จะทำให้เธอหยุดความซ่านเสียวที่เขากำลังมอบให้

“พี่เสือ” นารามองความใจกลางใหญ่โตนั้นพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เธอไม่เคยชินกับมันเลยสักครั้งเมื่อเขาดึงเธอมานั่งบนกายของเขาก่อนที่เขาจะค่อยนอนลง

“ช่วยพี่หน่อยสิ”

“พี่เสือ” เธอมองแก่นกายนั้นเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆจับความใหญ่โตนั้นสอดเข้าไปในช่องทางคับแน่นนั้นอย่างยากลำบากระคนเจ็บปวด “อ๊า ฉัน…ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว”

ใบหน้าสวยเหยเกพลางสอดใส่ไปได้ครึ่งเดียวน้ำตาก็แอบรื้นขึ้นมามันยาวเกินกว่าเธอจะกดลงไปได้ ส่วนคนข้างล่างก็แอบครางในลำคออย่างเสียวซ่านก่อนจะทนไม่ไหวจึงจับสะโพกกลมกลึงแน่นกระแทกความแข็งแกร่งสวนขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนมิดด้าม

“กรี๊ด!! เจ็บ” หญิงสาวร้องเสียงหลงพยายามจะหลีกหนีความคับแน่นนั้นแต่ถูกพยัคฆ์รั้งสะโพกกลมกลึงของเธอไม่ให้ขยับได้ “พี่เสือ ขอร้อง…อย่าเพิ่งขยับ” เธอโน้มตัวลงซบอกแกร่งอย่างเจ็บปวดด้วยการถูกลุกล้ำจนสุดทางชนกึกกับอะไรบางอย่าง

“เชื่อสิว่าเธอจะต้องรู้สึกดี” ว่าแล้วเขาก็มองสบตากลมนั้นพลางปาดน้ำตาสวยให้แห้งเหือดไป หญิงสาวได้ยินก็ลุกขึ้นมาเช่นเดิมก่อนจะพยายามขยับขึ้นลงอย่างช้าๆพลางกัดปากหน้าเหยเก ตากลมประสานสายตาเพียงเขาเท่านั้น พยัคฆ์แอบคำรามเบาๆอยากจะรุนแรงให้สาแก่ใจแต่เกรงว่าหญิงสาวคงจะเป็นไข้ไปอีกรอบ

“พี่เสือ มัน…ซี๊ด” หญิงสาวเริ่มได้สัมผัสกับความเสียวซ่านเมื่อเธอได้ลองขยับกายเบาๆ เขารู้ดีว่าเธอเริ่มมีความรู้สึกอื่นมาแทรกมือหนาจึงเหนี่ยวรั้งสะโพกกลมกลึงเข้าหาตัวจนสุด ขึ้นจนสุดและลงสุดจนตอนนี้ทุกอย่างในดวงตาของหญิงสาวขาวโพลนไปหมด

“นาราของพี่เก่งจริงๆ” ว่าแล้วจากความเชื่องช้าเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นเธอเองก็เผลอรับและกลืนกินแก่นกายใหญ่ยักษ์เข้ามาราวกับคนตะกละหิวโหยอย่างเสียวซ่าน สุขสมและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

“อ๊า!! พี่เสือ ซี๊ด” ชายหนุ่มเห็นทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือหนาไปกอบกุมบีบเคล้นจนหญิงสาวเผลอขยับกายเร็วขึ้นทันควัน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พลิกให้เธอลงมานอนข้างล่างแทน

“อ๊า!! พี่เสืออยากได้อะไรก็บอกมา ยะ...อย่าทรมานฉัน” เขาละจากอกอวบสวยก่อนจะเงยหน้ามามองเธอ

“พี่ทรมานเราเหรอ” เขาก้มลงกัดริมปากล่างหญิงสาวแล้วก็กระแทกกระทั้นแรงขึ้นอย่างที่ต้องการเข้าไปจนเธอและเขาครางไม่เป็นภาษา

“ไม่ไหวแล้ว อ๊า พี่เสือ”

“พร้อมพี่นะนารา” ไม่นานนักทั้งสองก็กระตุกเบาๆพร้อมกับเขาที่ปลดปล่อยลำธารสีขาวขุ่นในช่องทางคับแน่นนั้นจนหมดก่อนจะโน้มตัวลงไปจูบใบหน้าหวานที่แทบจะไร้สติเบาๆเป็นการปลอบโยน

“พี่เสือ” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยล้า “เราเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอ”



เช้าวันต่อมาเป็นวันหยุดแต่พยัคฆ์ก็ยังคงง่วนกับงานและคำพูดของนารา สายตาคมไล่มองดูรูปภาพและข้อมูลของนายสุรวัตร นักการเมืองที่เข้ามามีบทบาทที่นี่ แม้ประวัติที่ได้มาจะฟ้องว่าใสสะอาดแต่เขากลับรู้สึกคุ้นชื่อนี้อย่างบอกไม่ถูก เหมือนเคยได้ยินมาก่อนแต่นานมาแล้ว

เขานั่งอ่านข้อมูลครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงคนพลิกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาก่อนจะมองดูเธอลุกขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้าด้วยสายตาปรารถนาแรงกล้า แค่เธอตื่นนอนก็พาให้ความใหญ่โตใต้กางเกงยีนส์ตัวเก่งแข็งขืนขึ้นทันที เขาไล่มองผมยุ่งนิดๆของเธอกับผ้าห่มที่ปกปิดร่างกายอย่างหมิ่นเหม่ไม่วางตา

เธอดูเซ็กซี่เหลือเกิน!!

“ว้าย!! คุณ”

“หืม? พี่ว่ายังไง”

“พี่เสือ ไม่ไปทำงานเหรอคะ” หญิงสาวถามพลางดึงผ้าห่มเข้ามาปิดคอจนมิด

“เดี๋ยวก็จะไป รอกินข้าวกับเราก่อน”

“หา!!”

“หาอะไร แค่กินข้าวเช้าด้วยกัน” ว่าพลางปิดแฟ้มฉับก่อนยิ้มให้และเดินออกไปข้างนอก “อาบน้ำแต่งตัวเร็วๆล่ะ”

สภาพน้องๆอีเพิ้งอย่างนี้ยังจะหวังให้เธออาบน้ำเร็วๆ เอาอะไรคิดล่ะทีนี้


พยัคฆ์เดินลงมาก็พบว่าเข้มยืนรออยู่ ร่างสูงเปลี่ยนจากสีหน้ายิ้มแย้มเป็นเคร่งขรึมอย่างรวดเร็ว วันนี้เขามีบางอย่างที่ต้องไปสะสางให้เรียบร้อย

“นายครับมีโทรศัพท์จากหัวหน้าโจรครับ”

“เอามา” มือหนาดึงโทรศัพท์มาจากลูกน้องคนสนิทไปคุยด้วยตัวเองทันที

“สวัสดี”

‘สวัสดีครับ นั่นพี่เข้มเหรอครับ’ น้ำเสียงปลายสายดูตื่นเต้นดีใจไม่น้อย

“อืม มีอะไร”   

‘เอ่อ ผมได้ยินว่าพี่เข้มอยากจะทาบทามเส้นทางของเรา’

“ทำไม”

‘แหม ถ้านายจะให้พวกเรายอมเปิดทางให้พี่ พี่ก็น่าจะรู้นะว่ามีหลายเจ้าที่ข้อเสนอของเขาดีมากๆ’

“ขอบใจที่บอก เดี๋ยวกูจะให้คนติดต่อกลับไป”

“ครับพี่ รีบติดต่อมานะ”

พยัคฆ์กำโทรศัพท์แน่น ดวงตาคมดุคู่นี้กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง งานนี้หัวหน้าโจรมันคงเหลิงที่มีแต่คนต้องการ มันเล่นตัวอย่างที่เขาคาดเอาไว้

“เอาไงดีครับนาย”

“มีทางอื่นอีกไหมที่มึงคิดจะสำรองเผื่อไว้” พยัคฆ์หันมาพูดกับเข้มก่อนจะยกแก้ววิสกี้ขึ้นมากระดกจนหมด

“จะว่ามีมันก็มีแหละนายแต่มัน..ไม่มีใครอยากเข้าไป”

“มึงจะบอกกูว่าทางที่ต้องทะลุเข้าป่าอาถรรพ์นั่นใช่ไหม มันเป็นที่ของส.ส.คนเก่าไม่ใช่หรือไงวะ” ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบพลางเดินไปชี้ที่แผนที่ของเขา

“ครับนาย ทางนั้นแหละเห็นว่าท่านวีรกิจก็สนใจไม่น้อย ยิ่งมีตำนานแล้วด้วยยิ่งต้องการ”

“เดี๋ยวทางนี้กูจะเก็บเอาไปคิด ส่วนมึงก็ไปเจรจากับมันด้วยตัวเองซะ” พูดจบเขาก็รีบไล่คนสนิทออกไปเหลือเพียงตัวเองที่ยืนขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวล ขนาดว่าเขาจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพ่อของเขาแล้วแต่โชคชะตาก็ยังดึงผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิต โดยมีฐานะ…คู่แข่งพ่วงติดมาอีก งานนี้พยัคฆ์ไม่อยากที่จะต่อสู้กับพ่อตัวเองจริงๆ

....................................................TBC..................................................

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว