facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 44 : Flashback4 – บ่ายวันเสาร์

ชื่อตอน : ตอนที่ 44 : Flashback4 – บ่ายวันเสาร์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.2k

ความคิดเห็น : 113

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2561 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 44 : Flashback4 – บ่ายวันเสาร์
แบบอักษร

​ตอนที่ 44 : Flashback4 – บ่ายวันเสาร์


ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาชมรมกีฬาทำผลงานได้ดีมาก

เขาเป็นตัวแทนประเทศแข่งยิงธนูที่งานกีฬาเยาวชนนานาชาติ ที่สำคัญเขาได้รางวัลชนะเลิศเหรียญทองมาตั้งแต่ 3 สัปดาห์แรกของการแข่งขันระหว่างชมรม ความจริงเขารู้ตั้งแต่ต้นว่าตัวเองจะได้เดินทางไปแข่งกีฬาในฐานะตัวแทนทีมชาติและไม่ว่าจะได้เหรียญอะไร โรงเรียนก็น่าจะทำป้ายให้เขาอยู่ดีเพราะอย่างน้อยเขาก็ได้เป็นตัวแทนประเทศไปแข่งขัน การแข่งขันระหว่างชมรมกีฬาและวิชาการจึงเป็นอะไรที่เขาว่ายังไงก็ชนะแน่นอน


สิ่งที่เขาคาดการณ์ผิดคือ “ไอ้ไป๋”

ตามธรรมดา การที่โรงเรียนจะยอมทำพื้นที่ป้ายให้นักเรียนได้ต้องเป็นผลงานระดับประเทศเท่านั้น ชมรมกีฬาที่เป็นมีโอกาสส่งนักเรียนไปแข่งในฐานะเยาวชนทีมชาติจึงชิงความได้เปรียบมากกว่าเห็นๆ ในขณะที่ชมรมวิชาการส่วนมากจะจัดกิจกรรมเช่นสัปดาห์วิชาการ งานเปิดบ้าน หรือการแข่งขันตอบปัญหา ที่มองยังไงๆ ก็ได้โอกาสจะสร้างผลงานระดับประเทศได้ยากมาก

แต่ไอ้หน้าจืดนั่นทำได้

ประธานชมรมวิชาการดันเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งขันวิชาการโอลิมปิกวิชาเคมีจนได้เหรียญทองกลับมาให้ประเทศ เขาไม่คิดว่าจะมีการส่งตัวแทนนักเรียนไปแข่งวิชาการอะไรแบบนี้ หวยรางวัลที่หนึ่งจึงออกทันทีเพราะมันได้เหรียญทองกลับมาและโรงเรียนก็ต้องทำป้ายให้มันด้วย

ปรกติโรงเรียนจะเอาป้ายคนเก่าลงและเอาผลงานของคนใหม่มาแทนที่ แต่โชคดีว่าปีนี้ผลงานทั้งคู่โดดเด่นและเกิดใกล้กันมาก โรงเรียนเลยไม่อยากปลดอันใดอันหนึ่ง ผอ.จึงสั่งให้ทำป้ายมาคู่กันสองอันแทน กลายเป็นว่าเขาเลยนำอยู่ตอนนี้ เพราะถ้าป้ายขึ้นทั้งคู่แบบนี้ เขาก็ควรจะเป็นฝ่ายชนะ




“วันนี้วันคู่”

อิฐเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศัตรูตัวเองเดินมาที่ห้อง 950 ที่พวกเขากำลังแย่งชิงกันอยู่ ผอ.ขอห้องไปจากหลังที่แจ้งข่าวพวกเขาเลย พวกเขาจึงต้องทำตามข้อเสนอของไป๋ไปก่อน ระหว่างที่แข่งขันกันหาฝ่ายชนะ

“รู้แล้ว ลืมของ จะมาเอาเฉยๆ”

ไป๋ตอบเขามาโดยไม่ยอมมองหน้าเขาแม้แต่นิดเดียว ยิ่งเห็นยิ่งหงุดหงิด เขาโคตรไม่ชอบคนอย่างไอ้หน้าจืดนี่ หยิ่ง พูดจาก็ทำสงวนปากสงวนคำ ราวกับเขาอยู่กันคนละชั้นกับมัน

“วันนี้วันคู่ ไม่อนุญาตให้เข้า”

เขาจงใจเอ่ยยั่วบันดาลโทสะคนตรงหน้า เขาอยากรู้ว่ามันจะหลบตาเขาไปได้สักกี่น้ำ ตั้งแต่หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาที่การแข่งขันเริ่มขึ้น มันก็แทบจะไม่มองหน้าเขาเลย ยิ่งมันหลบเขายิ่งหงุดหงิด เหมือนมันทำเหมือนกับเขาเป็นเชื้อโรคอะไรสักอย่างที่ต้องหลีกเลี่ยง ยิ่งคิดยิ่งอารมณ์เสีย ยิ่งมันหนีหน้าเขา เขายิ่งหาเรื่องมันมากเท่านั้น

“...”

ขาที่กำลังจะก้าวเข้าห้องชมรมของคนตรงหน้าหยุดชะงัก เขารู้ดีว่าเขาทำตัวโคตรงี่เง่าและติดจะหาเรื่องแบบพวกขี้พาลด้วยซ้ำ แต่ยังไงเขาก็ไม่ชอบการทำเหมือนกับเขาเป็นอากาศธาตุแบบนี้


“แต่ถ้าขอร้องดีๆ ก็อาจจะให้เข้าเป็นกรณีพิเศษ”

อิฐจงใจพูดด้วยน้ำเสียงที่ยียวนเป็นพิเศษ เขายังจำจมูกที่เชิดรั้นนั่นได้ เขายังจำดวงตาตี่ที่มองเขาอยากหาเรื่องนั่นได้ มันไม่มีสิทธิ์มาเมินใส่เขาแบบนี้

“งั้นค่อยมาเอาพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

คนตรงหน้ากลับหลังหันทั้งที่ยังไม่สบตาเขาเลย สุดท้ายมันมองข้ามเขาไปเหมือนเดิม ยิ่งคิดยิ่งอารมณ์เสีย มันคิดว่าจะทำกับใครแบบนี้ก็ได้รึไง




อิฐเดินออกจากโรงเรียนด้วยความหงุดหงิด

เขาพยายามสลัดไอ้หน้าจืดนั่นออกไปจากความคิดแต่ก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก ภาพจำแรกที่เขาเห็นมันใช้ให้คนขับรถวิ่งไปกลับที่ร้านขายของตั้งหลายรอบทำให้เขาหงุดหงิดใจ ถึงมันจะมีเงินจ้างใครแต่มันก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับใครที่ต่ำกว่ามันแบบนี้ พวกคุณหนูอย่างมันควรจะโดนสั่งสอนเสียบ้าง อย่างน้อย มันก็จะได้รู้ว่ามันไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับทุกคน


“ว่าไงครับโค้ช”

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับขณะที่กำลังเดินไปยังป้ายรถเมล์ ครูฝึกสอนกีฬาสำหรับส่งนักเรียนไปแข่งขันนอกโรงเรียนของโรงเรียนเขาโทรมา อิฐหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าขึ้นมารับด้วยความรวดเร็ว

“ครูคุยให้แล้วนะเรื่องเวลาเรียน”

ปลายทางเกริ่นเริ่มต้นบทสนทนา เวลาเรียนที่ว่าหมายถึงเวลาเรียนที่เขาลาหยุดไปแข่งกีฬาเยาวชนมา เขาหยุดไปเกือบเดือนทำให้เขาเวลาเรียนไม่พอที่จะสอบปลายภาคได้ โค้ชซึ่งควบตำแหน่งครูพละของโรงเรียนจึงรับอาสาไปเจรจากับฝ่ายการศึกษาให้

“ว่าไงบ้างครับ” เขาถามแบบสบายๆ เขาลาหยุดไปสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ยังไงก็ไม่น่ามีปัญหา

“ทุกคนโอเคหมด ยกเว้น เอ่อ” ปลายสายอึกอัก

“ยกเว้น?” อิฐทวนคำแบบงงๆ

“ยกเว้นครูวิไลวรรณที่ไม่ยอม” ปลายสายตอบแบบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก


“อ๊าว นี่ผมลาไปสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนมานะครับ” เขาพูดแบบเริ่มหงุดหงิดนิดๆ

“ครูเข้าใจ ทางครูวิไลวรรณก็ไม่ได้ห้ามสอบหรือว่าห้ามเลื่อนชั้น”

“แล้วทำไมโค้ชถึงบอกว่าครูเขาไม่ยอมหละครับ” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ

“ทางโน้นบอกว่ายังไงก็ต้องเรียนชดเชย”

“เรียนชดเชย!”

เขาบ่นปนอุทานมาแบบเซ็งโลก แค่ปรกติเรียนหนังสือเขาก็ไม่อยากจะเรียนแล้ว นี่ต้องเรียนชดเชยอีก เขาลาไปแข่งคนเดียวในโรงเรียน นั่นหมายถึงเขาต้องนั่งเรียนคนเดียวเหรอเนี่ย แค่คิดก็เหมือนยิ่งตกนรกทั้งเป็น


“ผอ.เขาก็ช่วยพูดให้ แต่ครูวิไลวรรณแกเป็นประธานฝ่ายการศึกษา ยังไงเขาก็มีสิทธิ์ตัดสินใจทั้งหมด ผอ.ก็เลยขอให้เปลี่ยนจากเรียนชดเชยเป็นกิจกรรมทางการศึกษาอย่างอื่นแทน” ปลายสายรีบพูดต่อ เมื่อเห็นเขาเริ่มอารมณ์ไม่ดี

“ค่อยยังชั่ว”

“ผอ.แกขอให้เป็นนักเรียนที่ขาดเรียนมานั่งติวหนังสือด้วยกันแทน เด็กจะได้ไม่เกร็งที่ต้องมานั่งเรียนกับครูแค่คนสองคน ทางที่ประชุมเขาก็เห็นด้วย ครูวิไลวรรณก็ยอม สรุปเลยออกมาว่าคนที่ขาดเรียนไปต้องมาติวหนังสือที่โรงเรียนตามจำนวนชั่วโมงของวิชาเรียนที่ต้องการให้มีการชดเชย ซึ่งก็มีแค่ของครูวิไลวรรณคนเดียว”

“...”

เขาสบถออกมาอีกหลายคำ แต่เขาเก็บไว้แค่ในใจ อิฐเกรงใจปลายสายที่ต้องมาจัดการปัญหาเป็นคนกลางให้เขา แค่นี้โค้ชก็ช่วยเขามากแล้ว

“วิชาฟิสิกส์ของครูวิไลวรรณเรียนสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง นักเรียนที่ขาดเรียนไป 1 เดือนก็ต้องชดเชยทั้งหมด 20 ชั่วโมง ผอ.เลยจัดตารางให้ต้องมาติวหนังสือกันตอนเสาร์บ่าย ครั้งละ 4 ชั่วโมง รวม 5 ครั้ง ถ้ามาครบก็สอบปลายภาคได้ตามปรกติ”

“ครับ” เขาขี้เกียจเถียง เถียงไปก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี

“ครูขอโทษแล้วกันอิฐที่ช่วยได้แค่นี้” ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรครับ ติวหนังสือก็ดี ผมจะได้เกรดดีๆ ด้วย” เขาตอบไปแบบไม่ตรงกับความคิดเท่าไหร่นัก อิฐเกรงใจโค้ชที่ก็คงจะไปเถียงแทนเขาในที่ประชุมมาเยอะแล้ว


“ว่าแต่นักเรียนที่ต้องมาเรียนชดเชยมีทั้งหมดกี่คนเหรอครับ แล้วมีใครบ้าง ผมจะได้ไปนัดเรื่องเวลามาได้ถูก” เขาพูดต่อ

“ตอนนี้มีแค่ 2 คนนะ”

“อ๊าว”

“ส่วนใหญ่จะขาดเป็นวันๆ เวลาเรียนเลยยังเกิน 80% อยู่ ไม่ต้องมาชดเชย ส่วนอิฐที่ขาดไปงานอื่นอยู่บ้างแล้ว พอมาขาดยาวอีกเวลาก็เลยไม่พอ คนที่ต้องมาก็มีแค่คนที่หยุดเป็นเดือน มีอิฐที่ไปแข่งกีฬาเยาวชน กับเด็กอีกคนจากชมรมวิชาการ เหมือนจะไปแข่งวิชาการนานาชาติอะไรสักอย่างนี่แหละ ครูก็จำชื่อไม่ค่อยได้ แต่รู้ว่าอยู่ชมรมวิชาการ”


‘ไอ้ไป๋...’


เขาวางสายจากโค้ชเมื่อทราบข้อมูลคร่าวๆ เป็นที่เรียบร้อย

สรุปคือเขาต้องมาติวหนังสือกับไอ้หน้าจืดนั่นเป็นเวลา 5 สัปดาห์เพื่อให้เขามีเวลาเรียนพอที่จะสอบปลายภาคได้ ตอนแรกก็หงุดหงิด แต่พอคิดไปคิดมาแล้วก็สะใจดี

‘ดูซิ๊ว่าถ้าอยู่กันแค่สองคนแล้วจะหยิ่งได้แค่ไหน’

อิฐหัวเราะอยู่ในลำคออย่างสะใจ เมื่อค้นพบว่าในเรื่องน่าเบื่อก็มีเรื่องสนุกแฝงอยู่ อย่างน้อยเขาก็จะได้ยั่วโทสะให้คนหน้าเหม็นเบื่อตลอดเวลานั่น เขาแทบจะนับวันรอวันเสาร์ที่จะมาถึงนี่ไม่ไหวแล้ว




‘เดี๋ยวนะ วันเสาร์นี้เขานัดกับแป้งไว้นี่’

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายหาแฟนสาวทันทีที่นึกขึ้นได้ ถึงแม้ว่าเรื่องเรียนชดเชยจะสำคัญมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าแป้งจะเข้าใจเขาหรือเปล่า


“ขอโทษจริงๆ นะครับแป้ง พี่ก็เพิ่งรู้ ไม่ได้ตั้งใจจะเบี้ยวนัดแป้งนะ” เขาตั้งใจทำเสียงหวานเจี๊ยบให้คนตรงหน้าไม่งอนเขา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหน

“แต่แป้งนัดกับพี่อิฐตั้งนานแล้ว” ปลายเสียงตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เขาเดาไม่ผิดเลย แป้งงอนแน่ๆ

“แป้งครับ พี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ พี่ขอเลื่อนเป็นวันอาทิตย์ได้ไหม วันเสาร์พี่ไม่สะดวกจริงๆ” เขาอธิบายเรื่องติวหนังสือชดเชยไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าแป้งจะยอมเข้าใจหรือเปล่า

“ได้ค่ะพี่อิฐ เลื่อนเป็นวันอาทิตย์ก็ได้”

“ขอบคุณมากแป้ง แฟนพี่น่ารักที่สุดเลย” เขาตอบอย่างโล่งอก


“แต่วันเสาร์แป้งจะไปอ่านหนังสือกับพี่อิฐด้วย” ปลายสายเอ่ยต่อ

“ห๊ะ”

“พี่อิฐซ่อนผู้หญิงไว้จริงๆ ด้วย” แป้งพูดอย่างจับผิด

“โถ่ ผู้หญิงที่ไหนหละครับแป้ง พี่ก็มีแค่แป้งคนเดียว”

“ไม่รู้แหละ ถ้าแค่ไปติวหนังสือเฉยๆ ทำไมแป้งจะไปด้วยไม่ได้ หรือพี่อิฐแอบนัดคนอื่นไว้แล้วรถไฟชนกัน” ปลายสายพูดมาอย่างจับผิด

“ไม่มีครับแป้ง จะมาก็ได้พี่ไม่ว่า แต่มันจะน่าเบื่อสิครับ พี่แค่ไปอ่านหนังสือเฉยๆ”


“ไม่รู้แหละ แป้งจะไป พี่อิฐแวะมารับแป้งตรงหน้าโรงเรียนและพาเข้าโรงเรียนพี่อิฐด้วย”




นายพินต้า

ฝากเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ : นายพินต้า (ninepinta) และแฮชแท๊ค #อิฐไป๋ ด้วยนะ :)


คุณผู้อ่านครับ (ทำเสียงอิฐเวอร์ชันสารภาพรักแล้ว)

ถ้าคุณผู้อ่านอ่านนิยายของผมมาถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านคงจะมีความสุขกับนิยายของผมอยู่ไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับ พอจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่ผมจะขอแบ่งปันความสุขเหล่านี้คืนกลับมาให้นักเขียนบ้าง รบกวนคุณผู้อ่านคอมเมนต์ให้ผมบ้างได้ไหมครับ พิมพ์สั้นก็ได้พิมพ์ยาวก็ได้ เป็นกำลังใจให้นายพินต้าในการสร้างสรรค์นิยายมาให้อ่านกันหน่อยนะครับ หลงรักไป่ไป๋ของผมบ้างไหมครับ ถ้าแอบมีใจให้ลูกชายผมอยู่บ้าง อย่าลืมเมนต์บ่อยๆ หรือทุกตอนได้เลยยิ่งดีนะครับ รักไป๋มาก เดี๋ยวผมจะพาไป๋มาหาบ่อยๆ นะครับ (ทำสายตาอ้อนวอนแบบอิฐเวอร์ชัน 950) ^ ^

ความคิดเห็น