จบแล้วงับกับนิยายเรื่องแรกในชีวิต แหะๆๆ ติกันได้นะ ขอบคุณทุกกำลังใจด้วยงับ สวัสดีงับ ~/\~

เหตุผลที่ 14 ตัวปัญหา

ชื่อตอน : เหตุผลที่ 14 ตัวปัญหา

คำค้น : ดราม่า รัก เสียสละ ขนมเทียน ลูกตาล

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 258

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2561 04:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหตุผลที่ 14 ตัวปัญหา
แบบอักษร

-[โรงพยาบาลเอกชน]-


“ไอแมงพี่มึงไปแต่งตัวได้แล้ว อืดอาดอยู่ได้” ไอแมงป่องนอนกลิ้งเกลือกอ้อนบาทามาสองอาทิตย์กว่าถึงจะหาย แค่ไข้หวัดใหญ่ไม่คิดว่าคนแบบมันจะเป็นได้หนักขนาดนี้

“ไอแมงน้องมึงก็ตื่นสักทีเถอะ ค่อยกลับไปนอนคอนโดเถอะครับเพื่อน” ผมหันไปเขย่าตัวไอแมงมุมแรงๆ มัวแต่นอนอืดอยู่บนโซฟา

“เออ/เออ” ผมได้แต่สายหน้าอ่อนๆ กับการประสานเสียงของแฝดแมง

‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมหันไปมองหน้าไอแมงน้องทันที ส่วนไอแมงพี่เดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว

“แมงมุมข๋า~” ไม่ต้องสงสัยนาน เจ้าของเสียงเคาะประตูเดินเข้ามา เรียกหาไอแมงน้องพร้อมเสียงออดอ้อน(บาทา?)

ผมกับไอแมงน้องหันหน้ามองกันอีกครั้ง ถอนหายใจใส่กันแรงๆ กลอกตามองบนร้อยแปดสิบองศาด้วยความเบื่อหน่าย

“กีวี่ เชอร์รี่ มาทำไม?” ไอแมงน้องถามเสียงแข็ง

“ก็แมงมุมบอกว่าพี่สาวป่วยนี้คะ กีวี่อยากมาเยี่ยม” เสียงแหลมเล็กเจ้าหล่อนยังคงออดอ้อนไอแมงน้อง ส่วนมันทำหน้าทำตาอย่างกับเจอขี้

“เชอร์รี่แค่มาเป็นเพื่อนกีวี่ไม่นึกว่าจะเจอเทียน คิดถึงจังเลยค่ะ” เธอเดินเข้ามากอดแขนผมพร้อมนมโตเบียดแขน

“ผัว! นั้นใคร ต่อหน้าเมียก็ไม่เว้นนะมึง” ไอแมงพี่ที่จัดการตัวเองเรียบร้อย แต่งหน้าทำผมพร้อมแต่งตัวชุดเซ็กซี่จนสองนางข้างๆ ต้องชิดซ้าย ถ้าไม่ได้เฝ้ามันป่วย ผมจะไม่เชื่อเลยว่ามันเพิ่งหายป่วยจริงๆ

“เพื่อนของกีวี่ กูไม่เกี่ยว เขามากันเอง” ผมผละออกจากเชอร์รี่ กลับไปนั่งบนเตียงผู้ป่วย ไอแมงพี่เดินเข้ามาคล้องคอนั่งตักอย่างรู้หน้าที่

“มึงแน่ใจ? นอกใจกูมึงตายนะผัว หาเศษหาเลยตอนกูป่วยก็มากพอละ สัส”

“หึหึ แน่นอนครับเมีย” พูดจบผมก้มหน้าหอมแก้มฟอดใหญ่ไอแมงพี่แต่มุมองศาที่ผมสร้างขึ้นมันเหมือนเรากำลังจูบกัน ผมเงยหน้าขึ้นมองไอแมงพี่ด้วยสายตาหยาดเยิ้มโดยไม่สนใจว่าใครจะมองหรือมีใครอยู่ในห้องอยู่พักใหญ่

“เอ่อ...กีวี่ว่า กี่วี่กับเชอร์รี่กลับก่อนนะคะ พี่ของแมงมุมหายแล้ว งั้นกีวี่ขอตัวนะคะ” ผมหันไปมองตามเสียงเล็กแหลมของกีวี่ แต่ไอเมียจำเป็นมองทอดสายตาเหยียดๆ ส่งตรงให้เชอร์รี่ที่ตอนนี้เจ้าหล่อนกำมือแน่น สีหน้าบ่งบอกความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“เชิญครับ” ไอแมงน้องพูดชัดถ้อยชัดคำส่งตรงให้แขกไม่ได้รับเชิญทั้งสองคน

“เห้อ/เห้ออ/เห้อ!” เราทั้งสามคนประสานเสียงถอดหายใจอย่างเบื่อหน่าย

“กูไม่เอาแล้วนะไอแมงน้อง กูตัดสินใจ...จะเอาตาลคืน”

“ยังไงวะ อธิบายสิครับเพื่อน”

ผมปล่อยให้ไอแมงพี่นั่งลงบนเตียงดีๆ แล้วเดินไปนั่งโซฟาข้างไอแมงน้อง เล่าเหตุการณ์ที่ผมเผลอไปแอบได้ยินเรื่องที่ตาลกับเพื่อนสนิทเขาคุยกัน รวมถึงเรื่องที่คุยกับคุณหมอพี่ชายของตาล ทุกอย่างผมตัดสินใจดีแล้ว ผมอยากได้ตาลคืน

“แต่มึงจะเคลียร์กับเชอร์รี่ยังไงวะ มึงก็เห็นท่าที น่ารำคาญชิบ-”

“กูก็รำคาญ มึงก็ช่วยกูหน่อย อย่าได้ส่งข่าวกูไปถึงฝั่งนู้น”

“ร่านไปทั่วได้ตัวปัญหาติดมาเลยเป็นไงละคะผัว ดีแค่ไหนไม่เอาโรคมาด้วย มึงก็ด้วยไอน้อง” ไอแมงพี่สวนขึ้น

“โอ้ย อย่าตอกย้ำครับเมีย” ผมนั่งคอตกเหมือนหมาทำผิดแล้วโดนเจ้านายดุยังไงยังงั้น

ผมจะให้ตาลรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นตาลคงไม่ยอมคืนดีกับผมเป็นแน่ ผมไม่อยากสูญเสียเธอไปอีก หัวใจผมก็มีขีดจำกัดในการรักษา ถ้ามันต้องพังซ้ำๆ ผมคงไม่เป็นผู้เป็นคน

“กลับกันเดี๋ยวกูไปส่งคอนโด” หลังจากไอแมงน้องไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ผมเอ่ยปากชวนกันกลับ ดีกว่านั่งจมอยู่ที่โรงพยาบาล

ไอแมงพี่คว้าอิเปื่อยถืออย่างเดียวส่วนกระเป๋าก็หน้าที่ผมถือเดินตามอย่างเคยชิน ส่วนไอแมงน้องก็มีเพียงกระเป๋าเป้กับลากสังขารตัวเองกลับ

………………………………………..

ผมวกกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อฟังผลตรวจที่คุณหมอปรเนตรพี่ชายของลูกตาลนัดไว้

“เป็นไงบ้างครับหมอ”

“มีโอกาสอยู่ครับ อาทิตย์หน้าจะถึงกำหนดผ่าตัดพอดี คุณ...เอ่อ...คุณเทียนมาหรือไม่มาก็ได้ครับ”

“มึง กู ก็ได้ครับเอาที่คุณหมอ...เอ่อขอเรียกพี่หมอนะครับ ถนัดเลยครับ” ความสนิทนี้ผมก็ไม่เข้าใจว่ามาตอนไหน คงจะตอนที่เปิดใจคุยกันครั้งนั้น แต่มันก็ดีชีวิตผมเหมือนเจอทางออกที่ตามหามานาน

“เออ โอเค มึงจะมาก็ได้ แต่ยังไงก็ไม่ได้เจอตัวเล็กหรอกนะ หลังผ่าตัดต้องเข้าห้องปลอดเชื้อ หลังจากนั้น 3 วันอาการดีขึ้นกูจะให้เข้าเยี่ยมได้”

“ยังไงพี่หมอโทรบอกผมหน่อยได้ครับ”

“เออๆ ไว้กูโทรหา ฝากน้องมึงด้วย กูคิดถึง กูไม่ค่อยได้กลับห้อง ต้องเตรียมผ่าตัด แล้วยังเรื่องที่มึงขออีก” ยังจะมีแวะหาน้องผมอีก

“เอ่อ เบอร์ก็มีไม่ใช่หรอครับ ทำไมไม่โทรไปเอง” ผมถามด้วยความสงสัยแบบงงๆ

“เบอร์มี แต่เวลาไม่มี ไปได้ละกูมีงานต้องทำต่อ” ไอ้พี่หมอพูดเสียงเซ็ง

“ครับๆ” ผมลุกเดินไปยังหน้าห้องเพื่อกลับบ้านด้วยใจที่มีความหวัง พร้อมเสียงโหยหวนโอดครวญจากพี่หมอ

“เหี้ยเอ้ยยย...เมียก็คิดถึง น้องสาวก็ต้องดูแล คนไข้ก็ล้นมือ ชีวิตกูมันเศร้า~” ผมจะสงสารใครดี ระหว่างน้องผมหรือพี่หมอ

ส่วนเรื่องเปลี่ยนถ่ายดวงตายังคงทำพร้อมกับผ่าตัดปลูกถ่ายไขกระดูกไม่ได้ เพราะอาจทำให้ตาลเสียเลือดมากเกินไป มันไม่คุ้มเสี่ยงพี่หมอบอกว่างั้น ผมเข้าใจ แม้มีโอกาสแค่เพียงน้อยนิด ผมพร้อมจะทำทุกอย่าง ที่เหลือแค่รอเวลาและปาฏิหาริย์เท่านั้น

ผมกลับลงมาจากห้องพี่หมอ ตรงไปยังมินิมาร์ทขนาดใหญ่ของโรงพยาบาล นี่ก็เย็นแล้วความหิวเข้าโจมตีจนผมต้องหาอะไรรองท้อง ไม่งั้นโรคกระเพาะจะถามหาเอา ตอนนี้ผมต้องรักษาตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะตาลรอผมอยู่

ผมหยุดยืนเลือกซื้อน้ำผลไม้ รอยยิ้มเล็กๆ ฝุดขึ้นบนใบหน้าที่นิ่งเรียบของผม ที่เมื่อก่อนมีแค่น้ำตากับความเสียใจ สะท้อนผ่านประตูกระจกบานใหญ่ ไม่ได้สังเกตเห็นหญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลัง

ร่างเล็กโผเข้ากอดเกาะกุมเอวผมจากทางด้านหลัง ด้วยความตกใจผมสะบัดตัวออกแรง จนร่างเล็กเซไปกระแทกเข้ากับตู้แช่น้ำขนาดใหญ่ของมาร์ทอย่างจัง

“เชอร์รี่ ทำบ้าอะไรของเธอ!?” ผมตวาดเสียงแข็งผ่านไรฟันด้วยความหงุดหงิด ถ้าเพื่อนตาลมาเห็นผมก็แย่นะสิ ผมไม่ยอมหรอกถ้าเธอจะเข้ามาเป็นตัวปัญหาในชีวิตผม

“เชอร์รี่คิดถึงเทียนนี่คะ ถึงเทียนจะมีแฟนแล้ว แต่เชอร์รี่ก็ชอบเทียนนะคะ” ร่างเล็กของเชอร์รี่สั่นเทาเบาบาง มือซ้ายยกขึ้นกุมไหล่ขาวที่ถูกกระแทกอย่างแรงเมื่อกี้

“จำได้ว่าเราตกลงกันไปแล้วนะ ไม่มีความผูกพัน ไม่มีความรัก มันจบตั้งแต่คืนนั้นแล้ว อย่ามายุ่งกับผมอีก”

“แต่...เชอร์รี่ชอบเทียนจริงๆ นะคะ” มือเล็กของเชอร์รี่เอื้อมมาหมายจะกุมมือผม แต่ผมไม่ให้มันเป็นอย่างที่เธอต้องการ ผมถอยหลังออกจากที่ยืนอยู่อีกก้าวยาว

“หึ! มันเป็นไปไม่ได้ ก็เห็นนี่ ผมมีเมีย!แล้ว” ผมจงใจเน้นย้ำถึงสถานะจำเป็นของผมกับไอแมงพี่

“ไม่ ไม่! เชอร์รี่ไม่ยอม ก็แค่แฟน ยังไม่แต่งสักหน่อย เชอร์รี่จะทำให้เทียนเป็นของเชอร์รี่ให้ได้!” เสียงที่เคยหวานละมุนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงแหลมร้ายอย่างที่ผมไม่เคยพบเจอ

“คุณ! ไม่มีวัน! ได้หัวใจ! ของผมไป!” น้ำเสียงแข็งกร้าวเน้นประโยคของผมตอกย้ำความจริงให้เธอควรจะเข้าใจ

ผมไม่ฟังการตอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่ผมจะต้องแคร์คนอย่างเธอ

“บ้าชะมัด!” ผมสบถอย่างหัวเสีย หลังจากคิดเงินค่าน้ำผลไม้กล่องเล็กที่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะดื่มสักเท่าไหร่

ผมเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างสวนหย่อมโรงพยาบาลเพื่อมองหาหญิงสาวร่างบางที่ผมอยากเจอมากที่สุดตอนนี้ ตาลเป็นคนเดียวที่ผมไม่อยากให้รับรู้เรื่องราวที่ผ่านมาของผม ความกลัวตีรวนเข้ามาจิตใจผมอีกครั้ง เมื่อผมหันไปเห็นกับตาลกับเพื่อนๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่

“คิดถึงจังครับ คนดีของเทียน” ถึงแม้อยากให้ตาลได้ยินแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมทำได้แค่พูดกับตัวเอง

 ผมเฝ้ามองตาลอยู่เนิ่นนาน มีเพียงยิ้มบางๆ ไร้ความสดใสจากใบหน้าของตาล ทั้งที่เมื่อก่อนตาลเคยเป็นคนสดใสร่าเริง ยิ้มกว้างอยู่เสมอ

“เทียนเชอร์รี่ขอโอกาสสักครั้งเถอะ เชอร์รี่ชอบเทียนจริงๆ นะ” เสียงหวานอ่อนเชอร์รี่ดังขึ้นจากด้านหลังของผมอีกครั้ง

“ไม่ก็คือไม่ อย่ามายุ่งกับผม” ผมหันไปตามเสียงพร้อมตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธส่งตรงให้เธอ

“กรี๊ด! เทียนต้องเป็นของเชอร์รี่ เชอร์รี่ไม่ยอม!” เชอร์รี่เริ่มโวยวาย คนรอบข้างเริ่มหันมามองทางผมเป็นตาเดียว หนึ่งในนั้นคือเพื่อนของตาล ไม่นะ! ผมไม่อยากให้ตาลรับรู้

“เงียบ! น่ารำคาญ! อย่าให้ผมเห็นหน้าคุณอีก แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือน!” ผมตวาดกลับเสียงดังพอกัน ใครจะมองผมเลวก็ช่างเขา ผมไม่มีเวลามากพอแคร์คนทั้งโรงพยาบาล

หญิงสาวร่างบางผิวขาวซีดเริ่มหันมาตามเสียงของผม ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาอีกครั้ง

ผมเลือกเดินออกมาอีกครั้ง ผมไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ผมกลัวเหลือเกิน... การสูญเสียที่ยังไม่สิ่งนั้นคืนมาเลยด้วยซ้ำ...

ความคิดเห็น