email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 17: A Passenger

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 96

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2561 15:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17: A Passenger
แบบอักษร

Blood Metal: สงครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: XVII

...A Passenger…

------------------------------------------------------------------------

​                                              คริสตศักราชที่ 1909

ณ เมืองสวาโดครอฟก้า ประเทศรัสเซีย ชายแดนระหว่างสองหมาอำนาจ

“สวัสดี อเล็กซ์” อเล็กซ์ได้ยินเสียงของผู้ชายที่ไม่คุ้นหูจากด้านซ้ายมือของเขาและนั้นทำให้เขาตกใจและรีบหันไปมองที่ต้นเสียงทันที และสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือเงาเดินเงานั้นที่รูปทรงเหมือนคน เขาเลยพูดขึ้นมาว่า “ผีมีจริงเหรอเนี้ย!?” จากนั้นเสียงของชายคนนั้นจึงตอบกลับว่า “เพ้อเจ้อน่า อเล็กซ์...เป็นถึงคนที่ฆ่าแดนกับฟรอยด์ได้แต่กลับกลัวผีหรอเนี้ย น่าผิดหวังชะมัด…” อเล็กซ์จึงทำหน้าเคลียดขึ้นมาทันทีและถามกลับออกไปว่า “พวกแกคงเป็นพวกเดียวกับฟรอยด์สินะ!! ถ้าแกจะมาแก้แค้นให้ฟรอยด์ล่ะก็ เข้ามาเลย!!” เสียงของชายปริศนาหัวเราะขึ้นและตอบกลับอเล็กซ์ไปว่า “แก้แค้นหรอ? นายนี้ตลกดีจริงๆเลยนะ พวกเราไม่มีวัฒนธรรมการแก้แค้นให้กันหรอก…” อเล็กซ์ทำหน้าดุดันและตะโกนไปว่า “ถ้าพวกแกมาเพื่อที่จะต่อสู้กับฉันล่ะก็!! รีบเข้ามาสิอย่ามัวแต่ยืนพล่ามอะไรไร้สาระ!!” เสียงของชายปริศนาได้หัวเราะขึ้นและตอบกลับว่า “เด็กหนุ่มๆนี้มันเลือดร้อนรนหาที่ตายกันเร็วดีจริงๆเลยนะ วันนี้ฉันแค่มาคุยกับแกเลยๆน่าไอ้หนู เดี๋ยวแกก็ได้ตายสมใจอย่างที่แกหวังแล้ว อีกไม่นานหรอก…” อเล็กซ์จึงตะโกนกลับไปว่า “หนวกหูชะมัด!!” อเล็กซ์หยิบปืนขึ้นมาและกราดยิงเข้าไปยังเงานั้นนั้นเสียงนั้นทำให้ทุกคนตื่นขึ้นและเสียงของชายปริศนาก็หัวเราะขึ้น ทุกคนวิ่งออกมาหาอเล็กซ์พร้อมกับปืนที่พร้อมยิง แฮงค์จึงถามอเล็กซ์ว่า “นายยิงอะไร!? นายเห็นอะไร?” อเล็กซ์จึงเล็งปืนไปที่เงานั้นและพูดว่า “พวกมันมาตามล่าผม! มันอยู่นี้!!” แฮงค์หันไปในทิศทางที่อเล็กซ์เล็งปืนและส่องไฟฉายเข้าไป ปรากฏว่าสิ่งที่อเล็กซ์ยิงไปนั้นคือศากศพของนายตำรวจที่เสียชีวิตในการต่อสู้ของวันนี้ อเล็กซ์ตกใจอึ้งเป็นอย่างมากทุกคนก็เช่นกัน เพราะสภาพของศพนั้นอยู่ในสภาพยืนยิ้มและชี้หน้าอเล็กซ์อยู่ นั้นทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต่างตกใจกันเป็นอย่างมาก ร้อยโทแฮงค์จึงค่อยๆเดินเข้าไปที่ศพนั้นเพื่อตรวจสอบ สิ่งที่เขาเห็นคือศพนั้นถูกเสียบกับท่อนไม้ไว้ในลักษณะท่ายืนชี้หน้าอยู่ แฮงค์จึงขอแรงนายตำรวจคนอื่นๆมาช่วยกันเอาศพลง นายตำรวจที่ไปช่วยแฮงค์นำศพลงมานั้นต่างพากันทำหน้าขยะแขยงกันเป็นแถว แฮงค์จึงบอกให้นายตำรวจคนอื่นไปขุดหลุมเพื่อฝังนายตำรวจคนนี้ เมื่อฝั่งนายตำรวจคนนั้นเสร็จแล้วทุกคนจึงแยกย้ายกันไปนอนต่อแต่ร้อยโทแฮงค์นั้นอยู่เฝ้ายามกับตำรวจนายอื่นๆอีกสามสี่คนจนถึงเช้า…

******พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว แสงสว่างได้สาดเข้ามาทำให้ทุกคนที่หลับไหลนั้นได้ตื่นขึ้น อเล็กซ์ตื่นขึ้นและหยิบปืนของเขาขึ้นมาพร้อมกับเดินออกไปสูดอากาศข้างนอก สิ่งที่อเล็กซ์เห็นนั้นคือร้อยโทแฮงค์ที่นั่งหลับอยู่ด้านนอกพร้อมกับนายตำรวจเฝ้ายาม อเล็กซ์จึงปลุกพวกเขาขึ้นและบอกว่า “เช้าแล้วนะครับทุกคน...ได้เวลาออกเดินทางกันแล้วนะ” แฮงค์และตำรวจเฝ้ายามจึงตื่นขึ้นด้วยความงั่วเงีย และอเล็กซ์ก็พูดต่อว่า “น้ำอุ่นเราต้มไว้สำหรับล้างหน้าแล้วนะครับ…” แฮงค์จึงยิ้มและลุกขึ้นยื่นเดินเข้าไปข้างในเพื่อล้างหน้าก่อนออกเดินทางต่อ เวลาผ่านไปซักครู่รอชก็เดินออกมาข้างนอกพร้อมกับปืนของเขา เขาเห็นอเล็กซ์นั่งมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเครื่องบินของพลกระโดดร่ม รอชจึงเดินเข้าไปนั่งข้างๆและพูดกับอเล็กซ์ว่า “วิวสวยนิ…” อเล็กซ์ก็ตอบกลับว่า “อืม...ฉันว่ามันทำให้ผมนึกถึงเวลาที่ยายบ่นฉันสมัยเด็กเรื่องของการทำจานแตกเลยนะ” รอชหัวเราะและถามอเล็กซ์กลับว่า “นี้ยายของนายน่าจะบ่นหนักน่าดูเลยนะ” อเล็กซ์ยิ้มและก็พูดว่า “อ่า...ยายของฉันบ่นทุกคนในบ้านเลยล่ะ...แม้แต่พ่อของฉันก็ด้วยนะ” รอชหัวเราะและพูดกลับไปว่า “พลเอกที่เก่งที่สุดของสหพันธโดนแม่ยายบ่นเหรอเนี้ย ฮ่าๆๆ” อเล็กซ์ก็ตอบกลับว่า “ใช่ไหมล่ะ? แต่นั้นเป็นเรื่องตั้งแต่ฉันยังไม่เกินน่ะ ฉันจำไม่ได้แม้แต่หน้าของเขาด้วยซ้ำ เขาออกสนามรบตั้งแต่ฉันยังเด็กมาก” รอชจึงตอบกลับว่า “เอาเถอะ...แต่นายก็อยู่นี้ ฉันว่าเรารีบไปเตรียมอุปกรณ์ดีกว่านะ เราใกล้จะเดินทางกันต่อแล้วล่ะ” รอชลุกขึ้นและเดินจากไป อเล็กซ์จึงยิ้มอ่อนๆและพูดกับตัวเองว่า “ใช่...ตอนนี้ฉันอยู่นี้” อเล็กซ์ลุกขึ้นยืนเมื่อพูดจบและเดินไปเตรียมอุปกรณ์ อเล็กซ์ที่กำลังเตรียมอุกรณ์อยู่นั้นก็ถามร้อยโทแฮงค์ว่า “แล้วร้อยตรีวอลเกอร์ไปอยู่หน่วยไหนหรอครับ?” ร้อยโทแฮงค์จึงตอบกลับว่า “ร้อยตรีวอลเกอร์เขาอยู่หน่วยกระโดดร่มที่สามสิบเจ็ดน่ะ” อเล็กซ์จึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าร้อยตรีวอลเกอร์ก็อยู่ข้างหน้าเราน่ะสิครับ…” ร้อยโทแฮงค์จึงตอบกลับว่า “ฉันเองก็ไม่ค่อยมันใจเท่าไหร่นักหรอกนะ หน่วยที่สามสิบเจ็ดนี้ไปลงที่ไหนฉันก็จำชื่อมันไม่ได้ซะด้วยสิ” อเล็กซ์จึงพูดขึ้นว่า “จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้นะเนี้ย…” แฮงค์จึงตอบว่า “นายน่าจะห่วงเรามากกว่านะว่าเราจะไปได้อีกกี่กิโลเมตรน่ะ...นายจำเมื่อวันก่อนที่เราโดนโจมตีกลางทางก่อนที่จะมาถึงนี้ได้ไหม? เราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุแบบนั้นได้อีกเมื่อไหร่ ฉะนั้นตอนนี้นายต้องห่วงตัวเองก่อนนึกถึงคนอื่นนะ” อเล็กซ์ยิ้มและตอบกลับแฮงค์ไปว่า “นั้นสินะ คุณเองก็อย่าเพิ่งรีบไปไหนก่อนที่จะกลับไปเป็นครูล่ะ ฮ่าๆๆ” อเล็กซ์หัวเราะแฮงค์จึงตอบกลับว่า “นายก็ด้วยนะ ฮ่าๆๆ” ทั้งคู่หัวเราะกันจนคนอื่นๆต่างพากันหัวเราะไปด้วย…

ครึ่งชั่วโมงต่อมา…

แฮงค์ตะโกนออกไปว่า “เอาล่ะทุกคน!! ขึ้นรถได้เราจะไปต่อกันแล้ว…” เมื่อแฮงค์พูดจบทุกคนต่างก็หยุดชะงักและหันไปมองทางที่พวกเขามา สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นคือรถถังและรถบันทุกตำรวจหน่วยอื่นๆขับมากันเต็มถนน แฮงค์จึงพูดขึ้นว่า “นั้นไง...พวกหน่วยภาคพื้นดินมาเสริมกันแล้ว พวกนั้นน่าจะเก็บทางกาดตะวันออกหมดแล้วล่ะถึงมาที่นี้กันน่ะ” รอชจึงพูดขึ้นด้วยความอึ้งว่า “เร็วเอาการเลยนะครับเนี้ย…” จ่าหน่วยอื่นจึงพูดขึ้นว่า “ก็แน่ล่ะ...ไอ้พวกนั้นมันฆ่าไม่เลือกวิธีการอยู่แล้วนิ” รอชจึงถามกลับว่า “หมายความว่ายังไงหรอครับ?” จ่าจึงกล่าวตอบว่า “ให้ยกตัวอย่างก็เช่นนั้นไง...เห็นนั้นไหม” จ่าชี้ไปที่คนนั่งบนตัวรถถัง รอชจึงหันไปมองและสิ่งที่เห็นนั้นทำให้รอชพูดขึ้นว่า “ชุดเกราะหรอครับ?” จ่าจึงตอบกลับว่า “อ่า...แต่มันไม่ใช่แค่ชุดเกราะธรรมดาๆหรอกนะ มันเป็นชุดเกราะไอน้ำรุ่นล่าสุดจากอังกฤษที่แข็งแกร่งมาก ถ้าไม่ใช้อาวุทหนักก็ยิงไม่เข้าหรอกนะ” รอชตกใจและถามว่า “อาวุทหนักหรอครับ?” จ่าจึงตอบกลับว่า “ก็เช่นพวกรถถัง อาพีจี หรือปืนต่อต้านรถถังอะไรแบบนั้นนั้นล่ะ” แฮงค์จึงพูดขึ้นว่า “อ่า...ใช่แล้ว เพราะเกราะนั้นล่ะพวกภาคพื้นดินมันถึงเสียกำลังคุณน้อยมากกว่าหน่วยอื่นไงล่ะ ล่าสุดก็มีข่าวว่าเชลยที่พวกนั้นจับได้ก็ถูกมันมือมันเท้าเข้ากับกำแพงและยิงด้วยรถถัง...พวกมันโหดเหี้ยมมาก” อเล็กซ์จึงพูดขึ้นว่า “ทำไมพวกเขาต้องทำอะไรอย่างนั้นด้วยล่ะครับ?” จ่าจึงพูดแทรกขึ้นมาว่า “พวกหน่วยภาคพื้นดินมันก็เหมือนพวกเรานี้ล่ะ แต่เพียงแค่ว่าการกระทำของพวกมันนั้นทำไปเพื่อแค่จะรักษาซึ่งความแข็งแกร่งของจิตใจคนในหน่วย ตำรวจนายอื่นๆจะได้ไม่เหยาะแหยะไงล่ะ…” แฮงค์จึงพูดขึ้นมาว่า “เราไปกันเถอะ...มามัวแต่เสียเวลาอยู่ที่นานไม่ได้” หลังจากนั้นทุกคนก็ขึ้นรถและแฮงค์ก็เอามือไปตบรถเพื่อบอกว่าออกเดินทางได้ ในขณะที่ขบวนรถของอเล็กซ์กำลังออก ทางฝั่งของป่าใหญ่ที่ห่างออกไป ก็มีเสียงพูดขึ้นว่า “ผู้โดยสารของเราอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ…” เสียงของชายคนนึงตอบกลับไปว่า “ท่านไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้ผู้โดยสารของเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่ครัสโนยาสค์ครับ” เสียงนั้นตอบกลับว่า “อย่าให้มันหลุดมือไปได้ล่ะ…” เสียงของชายคนนั้นตอบกลับว่า “ท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับเพราะเมื่อคืนผมไปคุยกับผู้โดยสารของเรามาแล้ว…”

To be continue...******

ความคิดเห็น