ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [3] จบ

ชื่อตอน : ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [3] จบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2561 18:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [3] จบ
แบบอักษร

[3]

**คุณตายศในร่างโต้ง เด็กชายวัย 15 ไม่เคยรู้สึกว่าหัวใจปั่นป่วนเท่านี้มาก่อนในชีวิต

เขาเดินทอดน่องไปไม่เร็วไม่ช้า เดินมาจนไกล ไกลอย่างที่ไม่รู้ว่าไกลมากขนาดไหนโดยมีร่างใส่ชุดสูทสีดำสนิทของยมทูตเดินตามไม่ห่าง คุณตายศไม่กล่าวมากความ เขาเดินมาจนถึงสถานที่เปลี่ยวปลอดผู้คนที่หนึ่ง มันคือป่าข้างทางที่คนนำขยะมาเททิ้งเอาไว้ เรียกให้เข้าใจง่ายก็กองขยะนั่นแหละ ตอนนี้คงเป็นเวลาตีสี่กว่าๆ คุณตายศสาวเท้าเข้าไปหลังกองขยะสูง ด้านหลังกองขยะคือป่ารกชัฏ เขาหันมองยมทูต ก่อนจะล้มตัวลงนอน

“ข้าเกลียดกลิ่นมันจริงๆ”

“มาทิ้งร่างโต้งไว้ตรงนี้จะดีรึครับ” ยมทูตถาม

คุณตายศส่ายหน้า “ดีที่ไหนกัน แต่ข้าก็ไม่รู้จะไปอยู่ไหนแล้ว ตายแบบเงียบๆ อย่างนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องวุ่นวาย เกิดใครเห็นเข้าก็คงแย่ ได้แต่ทำผิดกับร่างเจ้าโต้งมันแล้ว”

หรืออีกอย่างก็คือคุณตายศไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน โต้งเป็นเด็กจรจัด เขาไม่มีบ้าน ไม่มีเงิน ไม่มีข้อมูลอะไรเลย การมาทิ้งร่างเอาไว้แล้วสิ้นใจตายเงียบๆ ก็เป็นทางออกที่ดีอย่างหนึ่ง...ที่สำคัญ เจ้าลูกชายคนนั้นดูจะชอบเขาในร่างใหม่นี้มากทีเดียว อธิบายไม่ถูกว่าชอบในความหมายไหน แต่คุณตายศมีหรือจะไม่เข้าใจลูกชาย ถ้าเกิดเจ้าเด็กโง่เง่านั่นเห็นร่างนี้ตายเข้า คงได้ร้องไห้กระวนกระวาย ไม่มีสมาธิ พาลทำงานพลาดเสียไปเปล่า อุตส่าห์ได้บทมาแล้ว กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกของดาราอย่างที่เจ้าตัวเคยวาดหวัง หายตัวไปเงียบๆ ย่อมดีกว่ารู้ว่าตาย อย่างน้อยก็อาจจะมีหัวเสียบ้าง แต่คงไม่ถึงขั้นสะเทือนใจ

รวมๆ แล้วพวกเขารู้จักกัน ถ้าตัดคืนนั้นออกไป มันก็แค่ 24 ชั่วโมงกว่าๆ หรือกะเอาให้แม่นยำก็แค่วันเดียว ไม่ถึงสองวันเสียด้วยซ้ำ กลับผูกพันอย่างมากเหมือนรู้จักกันมานานปี คุณตายศไม่แปลกใจเพราะเขาเป็นพ่อของธารา แม้ตัวไม่ใช่แต่วิญญาณใช่ คงเป็นเพราะเหตุผลนี้ล่ะมั้งที่ทำให้แม้ภายนอกเปลี่ยนไปเท่าไหร่ แต่ข้างในยังคงเป็นเหมือนเดิมเปลี่ยนแปลง

ธาราหุนหันออกจากบ้านมา นับๆ ดูแล้วก็ตั้ง 11 ปี...11 ปีที่คุณตายศอยู่คนเดียว 11 ปีที่ธาราหนีหน้าหายจาก 11 ปีที่ทิ้งรอยบาดหมางเอาไว้ให้สองพ่อลูก บัดนี้ 11 ปีแสนยาวนาน ถูกประสานเชื่อมต่อไปใน 1 วัน คิดดูแล้วก็ช่างน่าขำ

คุณตายศหลับตาลงเอื่อยเฉื่อย คิดถึงเรื่องมากมาย ตั้งแต่วันที่เขารู้ตัวว่าเป็นพ่อคน วันที่ได้อุ้มเจ้าเด็กโง่งมครั้งแรก วันที่รับรู้ถึงน้ำหนักของทารกในแขน จวบจนกระทั่งเติบใหญ่ แม้ขัดใจในตัวลูกชายมากสักแค่ไหน...

...แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะโง่ไปบ้าง สมองน้อยไปหน่อย อย่างไร เขาก็ยังรักลูกคนนี้อยู่ดี

...

**ธาราตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ มือเขากวาดไปหาข้างกายแล้วไม่พบกับร่างเล็กๆ ของเจ้าเปี๊ยก ดวงตาสะลึมสะลือพลันเบิกโพลง

“...” ธาราลุกขึ้นเดินตามหาเจ้าเปี๊ยกไปทุกที่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา รองเท้าของเก็บหายไปแล้ว เสื้อที่ซักตากไว้ก็หายไป เป็นอันรู้ว่าเจ้าเปี๊ยกที่ผ่านเข้ามาเพียงหนึ่งวันคนนั้นจากไปแล้ว

ธารารู้สึกใจหายวาบ เหมือนกับสมบัติล้ำค้าถูกขโมยไป ถึงเขาจะไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของเจ้าเปี๊ยก แต่เขาไม่ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยหรอกนะ ข้าวของในบ้านทุกอย่างยังอยู่ดี แถมถุงขยะเองก็เหมือนเจ้าเปี๊ยกจะหิ้วเอาออกไปทิ้งให้ด้วย

ไม่ใช่ขโมย...แต่เป็นใครก็ไม่รู้ ที่มาขโมยหัวใจเขาไป

ไม่รู้เจ้าเปี๊ยกไปไกลแค่ไหนแล้ว แต่รูปถ่ายสักใบก็ไม่มี ชื่อก็ไม่รู้ สิ่งที่ทิ้งเอาไว้ให้มีอย่างเดียวคือเช็คเงินห้าล้านที่เจ้าตัวไม่ได้เอาไป เปนอย่างนี้แล้ว...ถ้ารีบตามหาตอนนี้ล่ะก็

ธารากระวนกระวาย เหลือบมองไปที่นาฬิกาบนโต๊ะ บนนั้นมีตั๋วเครื่องบินวางไว้อยู่ด้วย ใช่....วันนี้เขาจะนั่งเครื่องกลับไปหาพ่อที่โรงพยาบาล! ธารากำมือแน่น เพราะร้อนใจเรื่องพ่อ เขาถึงได้รุดจองตั๋วด่วนไว้ตั้งแต่เช้า ไฟท์บินเช้าเวลานี้...รีบเท่าไหร่ก็ไม่ทัน! เขาต้องเลือกแล้ว ถ้าเลือกออกไปตามหาเจ้าเปี๊ยก เขาก็จะพลาดเที่ยวบิน แต่ถ้าเลือกไปขึ้นเครื่อง โอกาสที่จะได้พบกับเจ้าเปี๊ยกอีกก็คงจะยาก

ธาราสูดลมหายใจลึก เรื่องนี้ตัดสินใจได้ไม่ยาก เขาเดินไปคว้าตั๋วเครื่องบิน อย่างน้อยเจ้าเปี๊ยกยังไม่ตายก็มีโอกาสพบกันอีก แต่พ่อของเขาไม่ใช่...ถ้าเขาพลาดครั้งนี้ไป แล้วจะได้พบพ่อคนนั้นอีกเมื่อไหร่

เรียกได้ว่าเป็นไปตามที่คุณตายศคาดเดา ธาราเลือกจะขึ้นเครื่องบินตรงมาหาเขา เพราะยังเชื่อว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาตามหาเจ้าเปี๊ยกเอาทีหลังได้ โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าไม่ว่าธาราจะเลือกทางไหน

คำตอบก็มีเพียง ‘จากลา’

...

ความรู้สึกของร่างเด็กกับแก่มันต่างกันราวฟ้ากับเหว คุณตายศถูกยมทูตดึงวิญญาณมากลับเข้าร่างวัยชราที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ตอนที่เขาฟื้นขึ้นมา หมอกับพยาบาลตกใจกันแทบแย่ เพราะเลือดคั่งอยู่ข้างในสมองตอนที่หัวฟาดกับขอบโต๊ะ ทำให้คุณตายศวัย 72 กลายเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว การที่จู่ๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมาแล้วพูดจาฉอดๆ ได้อีกครั้งจึงนับว่ามหัศจรรย์มาก

วันนี้เป็นวันที่สาม หรือก็คือวันสุดท้ายของการได้มองดูโลก คุณตายศนั่งมองวิวข้างหน้าต่างพลางตักโจ๊กกินหงุบหงับ ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกเคาะ

“คุณตายศคะ...มีคนมาเยี่ยม”

คุณตายศไม่ใช่คนชอบคบค้าสมาคมกับใคร ญาติทั้งหลายก็แตกหักกันไปตั้งแต่เปิดศึกฟ้องศาลชิงมรดกกันแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่จะกล้าบุ่มบ่ามเข้ามาเยี่ยมเขาจะเป็นใครได้นอกจากธารา ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา

คุณตายศขานรับ “อืม” สายตายังมองทอดไปนอกหน้าต่าง ไม่ได้หันกลับมา

พอขาแตะลงสนามบิน ธาราก็มุ่งตรงดิ่งมาที่โรงพยาบาลทันทีโดยที่ไม่ได้พักเลย พอชายหนุ่มเห็นร่างชายชราที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ขอบตาของเขาพลันร้อนผะผ่าว

ห้องคนไข้ของคุณตายศเป็นห้องเดี่ยว ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนแปลกหน้าอยู่ด้วย เมื่อพยาบาลเข้ามาวัดความดันพร้อมส่งคนเสร็จ ภายในห้องก็เหลือแต่พ่อกับลูก

ธาราไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรก่อนเป็นอย่างแรก เขาเคยเบื่อหน่ายและรำคาญพ่อขี้บ่นคนนี้สุดใจ แต่พอมองไปเห็นคนแก่คนหนึ่งที่หลังงองุ้ม หลังฝ่ามือข้างหนึ่งเจาะสายน้ำเกลือ พ่อที่ไม่พูดจาฉะฉานอย่างเมื่อก่อน ไม่ยืนขาแข็งถลึงตาถือไม้เรียวไล่กวดเขาให้ไปทำการบ้าน ไม่นั่งสัปหงกรอเขาที่เอาแต่เที่ยวเตร่อยู่ข้างนอกกลับบ้าน ไม่บ่นเรื่องห้องของเขาที่รกเหมือนรังหนู ธาราพลันเกิดความรู้สึกมากมายจนกลั่นกรองออกมาไม่ถูก ซึ้งแล้วว่าตัวเอง ‘โง่’ มากแค่ไหน

โง่ที่เอาแต่ต่อต้านเขา โง่ที่เอาแต่รำคาญที่เขาคอยจู้จี้จุกจิก โง่ที่ดึงดันเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วทอดทิ้งให้คนแก่คนหนึ่งต้องอยู่คนเดียวมากว่า 11 ปี...ดึงดันว่าถ้าไม่ทำตามฝันจนได้ดีจะไม่กลับมา หากมันสายเกินไป พ่ออาจไม่อยู่คอยมองดูอีกต่อไปแล้ว

ธาราอ้ำอึ้ง สำนึกผิดอยู่ในใจจนไม่อาจจะเอื้อนเอ่ยคำใดออกไปได้ เป็นคุณตายศที่เปิดปากพูดก่อน

“สบายดีรึ”

แค่ได้ยินเสียง น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ถูกอารมณ์ซัดจนร่วงผล็อย ธาราสะอื้นฮัก ขาก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่สุดท้ายก็มาหยุดยืนอยู่ตรงข้างเตียง ทรุดลงชันเข่าแล้วกุมมือเหี่ยวย่นนั่นมาหอมเบาๆ

“ผม...ผมขอโทษ”

“...”

“ผมขอโทษ...”

เดิมทีธาราทำใจไว้แล้วว่าเขาจะต้องถูกพ่อด่าสาดเสียเทเสียอย่างแน่นอน คิดไม่ถึงเลยว่าพอเปิดปากออกมา สิ่งแรกที่พ่อพูดไม่ใช่คำด่ากราด แต่เป็นคำถามว่า ‘เขาสบายดีหรือเปล่า’

ถึงปลายประสาทหลายส่วนของคุณตายศจะชาจนแทบไม่รับรู้แล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงหยดน้ำตาอุ่นๆ ที่หล่นลงเปื้อนมือ ชายชราถอนหายใจครั้งหนึ่ง ก่อนยกมืออีกข้างที่มีสายน้ำเกลือปักไว้วางลงบนหัวลูกชาย

ธาราสูดน้ำมูกฟืดฟาด น้ำหูน้ำตาไหลจนหมดสภาพหนุ่มหล่อ คุณตายศเห็นเขายังร้องไห้ไม่เลิกก็เอ็ดเสียงขุ่น “หยุดร้องได้แล้ว โตเป็นควายแล้ว!”

ทั้งที่ถูกด่าธารากลับยิ้มออกมา เขาผงกศีรษะหลายที ก่อนจะใช้แขนเสื้อปาดน้ำมูก

คุณตายศย่นคิ้วอี๋ “สกปรก ทิชชู่มีก็ไม่รู้จักใช้”

ธาราหัวเราะหนักขึ้นทั้งที่ใบหน้ายังเลอะคราบน้ำตา คิดถึงเสียงด่าทอของคนผู้นี้เป็นที่สุด ธาราลากเก้าอี้มานั่งอยู่ข้างเตียงคุณตายศ ใช้เวลาอยู่นานในการจ้องมองใบหน้าของคุณตายศ ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่เคยกล้ามองหน้าพ่อตรงๆ มาก่อน ครั้งนี้มีโอกาสจึงใช้ให้คุ้ม

“ในตู้เย็นนั่นมีผลไม้อยู่ ปอกซะ” คุณตายศสั่ง

“ครับ” ธารารับคำ เอาแอปเปิ้ลสี่ลูกกับมีดปอกผลไม้ที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้มานั่งปอกเงียบๆ อยู่ข้างเตียง

พอเป็นพ่อกับลูก ก็เหมือนจะมีกำแพงบางอย่างที่กั้นพวกเขาเอาไว้ ต่างจากตนที่คุณตายศเป็นเจ้าเปี๊ยกมาก คุณตายศคิดอยู่หลายตลบก่อนกล่าว “มีอะไรอยากพูดกับข้าไหม”

“เอ่อ...” ธาราสะดุ้ง เกือบหลุดปากตอบว่าไม่ครับ แต่แล้วก็สะอึก “มีครับ...”

“พูดมา”

จากไปตั้ง 11 ปี ย่อมมีเรื่องร้ายเรื่องดีเกิดขึ้นนับไม่ถ้วนมากมาย ธาราคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดต่อ “ผมเพิ่งได้รับเลือกเล่นบทในหนังเรื่องหนึ่งครับ...เป็นครั้งแรกที่ถูกเลือก”

ธาราเกรงกลัวจะถูกคุณตายศด่าอยู่บ้าง จากไป 11 ปี ดันเพิ่งได้เล่นหนังสักเรื่อง แต่ธาราก็ไม่กล้าพูดอีกว่าก่อนหน้านั้นเขาประสบความสำเร็จในการแสดงมาแล้ว แต่เพราะมันเป็น g av เขาเลยเก็บเงียบไว้ดีกว่า

ธาราไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณตายศรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่ทำเป็นว่าไม่รู้เท่านั้น “ดีแล้ว ก้าวช้าๆ แต่มั่นคง”

“พ่อ...” ธาราเงยหน้า ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้

คุณตายศเคาะหัวธาราไปอีกหนึ่งที “ให้สมองมันทำงานบ้าง ทำให้เต็มที่ ไม่ว่าเอ็งจะทำงานอะไร ขอแค่เอ็งทำมันอย่างตั้งใจ แต่ก่อนเคยอยากทำมันยังไง ปัจจุบันก็ยังอยากทำมันอย่างนั้น แล้วมันทำให้เอ็งมีความสุข แค่นี้ก็พอ”

ไหล่ธาราเริ่มสะท้านไหว น้ำตาเริ่มจะทำงานอีกครั้ง อย่างที่เจ้าเปี๊ยกบอกเขาเลย ถึงพ่อจะไม่เคยพูดว่ารักเขา แต่ลึกๆ แล้วพ่อรักเขามากแค่ไหน ทำไมตลอดมาเขาถึงไม่เคยรู้สึกตัว

“ผมจะทำ...ผมจะทำมันอย่างตั้งใจ จะไม่ทำให้พ่อผิดหวังอีกเด็ดขาด”

“ตอนนี้ข้าภูมิใจในตัวเอ็งแล้ว” คุณตายศกล่าว เสียงติดจะเริ่มล้า “ในที่สุด...เอ็งก็โตสักที”

“พ่อครับ...” ธาราเบิกตาโต

“อย่าเสียใจกับสิ่งที่เอ็งเลือก” คุณตายศพูดเสริม

ธาราพยักหน้า เขายื่นมือไปกุมมือคุณตายศเบาๆ แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องใหม่ “พ่อ...ถ้าผมชอบผู้ชาย พ่อจะผิดหวังในตัวผมไหม”

“ไม่” คุณตายศตอบแทบจะทันที “เพิ่งจะมาสารภาพ กับข้าที่กวาดห้องแกแล้วเจอหนังสือกับแผ่นหนังโป๊ผู้ชายเนี่ยนะ”

“ผมแค่อยากถามพ่อชัดๆ อีกครั้ง ผมรู้ว่าผมทำผิดกับพ่อไว้หลายเรื่องมาก มากจนผมคิดว่าตัวเองเป็นลูกที่เลว...”

“ถ้าเป็นตอนแรกๆ ก็ผิดหวัง แต่ตอนนี้ไม่แล้ว” คุณตายศตอบตรงไปตรงมา “ข้าเองก็อายุเยอะมากแล้ว โลกก็เปลี่ยนไปทุกวัน จะชายชายหรือหญิงหญิง มันก็เป็นเรื่องปกติในสมัยนี้ ฉันจะผิดหวังก็ต่อเมื่อเอ็งรักคนผิด”

“...”

“เอ็งมันโง่ ตามคนอื่นเขาไม่ทัน ดีแต่หน้าสมองเท่ามด ข้าไม่อยากให้เอ็งถูกใครมาหลอกเอาง่ายๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีเรื่องไหนที่ทำให้ข้าผิดหวัง มันจะไม่ใช่เรื่องที่เอ็งชอบผู้ชาย แต่เป็นเรื่องที่เอ็งคว้าเอาใครก็ไม่รู้มาทำให้เอ็งเสียใจ

ข้ามีเอ็งเป็นลูก ข้าต้องอยากให้เอ็งเจอคนที่ดี ข้าไม่อาจอยู่ดูแลเอ็งได้ตลอดไป...ถ้าเป็นไปได้ ข้าก็อยากให้เอ็งเลือกคนดีๆ คนที่เขาจะดูแลเอ็งได้ คอยกวดขันให้เอ็งทำงาน ผลักดันให้เอ็งอยู่ในทางที่ดี”

ธาราฟังแล้วก็เงียบไป ก่อนจะพูดยิ้มๆ “ผมว่าผมเจอคนคนนั้นแล้วครับ”

คุณตายศขมวดคิ้วหน่อยๆ คิดไม่ถึงว่าลูกชายจะตอบแบบนี้ ต่ก็อย่างว่า 11 ปี มันต้องมีสักคนนั่นแหละที่ดีกับธารา “อย่างนั้นก็ดี ข้าจะได้หมดห่วง”

พูดจบคุณตายศก็เปิดเปลือกตาลงเงียบๆ ธารายังนั่งกุมมือเขาไว้ เห็นพ่อไม่พูดอะไรต่อก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ “พ่อครับ?”

“...”

“พ่อ...”

มือนั้นยังกุมจับกันอยู่ไม่ปล่อย ใบหน้าธาราเริ่มเหยเก เสียงสั่นพร่า จะโกนดังก้อง “พ่อครับ!!”

การเห็นลูกยืนได้อย่างมั่นคงคือความปรารถนาสูงสุดของเขา ตอนนี้มันสำเร็จลุล่วง ธาราหรือไอ้หริญของคุณตายศโตเป็นผู้ใหญ่อย่างที่เขาหวัง เขาย่อมจากโลกนี้ไปอย่างสบายใจ

หมอกับพยาบาลกรูกันเข้ามาปั๊มหัวใจอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง ธาราเดินวนไปวนมาหน้าห้องผู้ป่วยอยู่นาน เพื่อพบว่าพ่อจากไปอย่างสงบแล้ว...

“พ่อ...”

ธารายืนนิ่ง ก้มมองมือข้างที่จับกุมกับคุณตายศ น้ำตาร้อนไหลรินจากดวงตาเป็นสาย เขานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่หน้าห้อง สะอื้นทั้งๆ ที่ไม่มีเสียง

**...

..........

..............

**อะไรกันน่ะ ไอ้ความรู้สึกนี้ เหมือนมีแปรงอะไรบางอย่างมาปัดอยู่ที่หน้า...

“อือ...”

คุณตายศย่นคิ้ว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเชื่องช้า ก็เห็นว่าตนเองนอนอยู่ โดยมีผู้ชายอีกสองคนกำลังกอดกันอยู่ตรงมุมห้องมุมหนึ่ง...แต่กอดกันด้วยสีหน้าหวาดกลัว ตาเหลือก ผมตั้ง ตัวสั่นหงึกๆ ก่อนจะตะโกนขึ้นมาพร้อมกันว่า

“ผีหลอก!!”

หะ...

คุณตายศถูกชายสองคนนั้นตะโกนใส่หน้าว่าผีหลอก ก่อนจะรีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไป ทิ้งให้คุณตายศนั่งอึน ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว

เขาตายไปแล้ว ใช่ ในวันที่ธารามาหา ปรับความเข้าใจกัน คุณตายศก็หมดลมสิ้นใจไปอย่างสงบ เขามั่นใจว่าเขาตายแล้ว แต่นี่มันอะไร ทำไมเขาถึงฟื้นขึ้นมาอีก แถมยังโดนเรียกว่าผีหลอก...หรือนี่จะเป็นโลกหลังความตาย...

“!”

คุณตายศหันมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นเงาที่สะท้อนอยู่ตรงตู้กระจก พบว่านั่นคือเงาของโต้ง!

“...สวัสดีครับคุณตายศ”

“เจ้ายมทูต!” คุณตายศเห็นอีกฝ่ายปรากฏตัวออกมาจากกลุ่มควันสีดำก็แหกปากร้องลั่น

ยมทูตหนุ่มสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาโค้งทักทายคุณตายศ รีบเข้าประเด็นอธิบายทันที “คือ...คุณตายศต้องสิ้นใจตายแน่นอนครับ แต่ว่า...จู่ๆ มันก็เกิดเรื่องอีกแล้ว”

คุณตายศคิ้วกระตุก นึกอยากด่ายมทูตหนุ่มที่ทำงานผิดซ้ำซากคนนี้ยิ่งนัก “อะไร ทำไม มันมีอะไรอีก”

“ลูกชายของคุณตาคนนั้น หลังจากคุณตาตาย เขาก็บวชให้คุณตาน่ะครับ...แล้วมันก็ เอ่อ...เป็นกุศลบุญใหญ่ ขนาดทำให้ชะตาที่ขาดแล้วของคุณตากลับมาต่อใหม่!”

เหมือนมาฟังเรื่องเล่าเพ้อฝัน คุณตายศอ้าปากพะงาบๆ กล่าวคำใดไม่ออกเป็นนาน

ยมทูตหนุ่มพูดต่อ “ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย! แต่เหมือนมันจะมีตัวแปรพิเศษงอกเข้ามาน่ะสิครับ...ผมก็ไม่รู้ว่าตัวแปรที่เพิ่มเข้ามามันคืออะไร แต่ที่แน่ๆ คุณตายศยังตายไม่ได้แล้วล่ะครับ”

“แล้ว...เอ่อ” คุณตายศพูดไม่ถูก “ทำไมถึงไม่ยัดให้ข้าเข้าร่างเดิมล่ะ ทำไมถึงได้ตื่นมาอยู่ในร่างเจ้าโต้งมันอีกแล้ว”

“ก็ร่างคุณตาโดนเผาไปแล้วนี่ครับ ผมก็จนปัญญาแล้ว...”

ระหว่างที่ทั้งสองมองหน้ากันไปมาอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก คนกลุ่มหนึ่งก็ถลาเปิดประตูเข้ามาสีหน้าตื่นตระหนก พอเห็นว่าศพเด็กจรจัดที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง กลับลุกขึ้นนั่งกะพริบตาปริบๆ ทั้งหมดก็ตะโกนขึ้นพร้อมกันว่า “คนตายแล้วฟื้นเรอะ!”

เพราะไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเสียงยมทูต เขาก็รีบกล่าวทิ้งท้าย “อย่างน้อยก็ 30 ปี โปรดใช้ชีวิตต่อไป แล้วพบกันใหม่นะครับ”

“ดะ...เดี๋ยว”

หันไปอีกครั้ง ยมทูตหนุ่มก็หายวับไปแล้ว คุณตายศที่กลายเป็นเด็ก 15 อีกครั้งยื่นมือเก้อ คนที่มุงอยู่ด้านนอกก็กรูเข้ามาหาเขา พูดจาโว้กว้ากฟังไม่ได้ศัพท์

อย่างน้อย 30 ปี...งั้นก็แปลได้ว่าอาจจะมากกว่า 30 ปีแน่นอน คุณตายศกุมศีรษะตะโกนก้อง “ปวดหัวโว้ย!!”

...

**ข่าวตายแล้วฟื้นนั้นดังอึกทึกครึกโครมไม่น้อย คุณตายศยังนั่งมึนเบลอไม่หาย รายการทีวีหลายหลายการติดต่อเข้ามาไม่ขาดสาย แต่เพราะคุณตายศเกลียดการเข้าสังคมหรือไปออกรายการเปิดตัวอะไรเทือกนั้นอยู่แล้ว เขาเลยปฏิเสธและด่าตะเพิดไปทุกที่ ตอนนี้เขายังอยู่ในศูนย์ของมูลนิธิเก็บศพที่ไปเก็บร่างโต้งมาได้ แต่หากจะให้อยู่นานกว่านี้ก็เป็นไปไม่ได้ ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดหนักว่าจะใช้ชีวิตต่อไปในฐานะเด็กจรจัดอย่างไร ก็มีคนคนหนึ่งติดต่อเขามาขอพบตัวเขา

คุณตายศปฏิเสธไปตามเคย แต่คราวนี้คนที่มาขอพบไม่ยอมกลับไปง่ายๆ

“เขาบอกว่าเขารู้จักน้องแน่นอน แถมน้องยังเคยอยู่บ้านเขามาก่อนด้วย”

คุณตายศเหล่มอง “คนนั้นชื่ออะไรครับ”

“ธาราค่ะ...”

ยังพูดไม่ทันสุดคำ ชายหนุ่มที่ชื่อธาราก็ตะโกนโวยวายบุกเข้ามาแล้ว “เจ้าเปี๊ยก! ขอผมเข้าไปหาเขาหน่อยครับ เจ้าเปี๊ยก เจ้าเปี๊ยก!!”

ธาราตะโกนอยู่ตรงประตูห้อง พอสบสายตากับร่างเล็กก็ฉีกยิ้มกว้าง

ใบหน้าของธาราซูบไปกว่าตอนพบกันครั้งล่าสุดพอสมควร กระนั้นดวงตายังทอประกายน่ามองผมที่เคยย้อมแดงสีแสบตาทั้งถูกปลงจนเกลี้ยง เขาบวชให้พ่อไม่นานก็ศึกออกมา สาเหตุไม่ใช่เพราะว่าหนังที่แสดงจะเปิดกล้อง แต่เป็นเพราะข่าวเรื่องการตายแล้วฟื้นของเด็กจรจัดคนหนึ่งต่างหาก

ธาราสับสนงุนงง พ่อจากไปแล้ว ในขณะที่เขาไม่รู้ เจ้าเปี๊ยกเองก็จากเขาไปแล้วเช่นกัน! เรื่องตลกร้ายนี่มันเหนือความคาดหมายเกินไปจนธารากินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาลองเอาเช็คนั่นไปตรวจสอบที่มาที่ไปของเจ้าของบัญชี กลับต้องตกใจสองเด้งเมื่อพบว่าเจ้าของบัญชีธนาคารนั้นคือพ่อของเขาเอง!

การปรากฏตัวของเจ้าเปี๊ยกมีปริศนามากมาย แต่ที่แน่ๆ คือมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ธาราคิดว่าถ้านี่ไม่ใช่พรหมลิขิตก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้ว

คุณตายศรีบเอ่ย “ผะ...ผมรู้จักเขาครับ”

คนที่ขวางธาราอยู่ต่างหลีกทางให้ชายหนุ่มเข้าไป ธารากึ่งวิ่งเข้าไปหาเจ้าเปี๊ยก พอใกล้ถึงตัวก็โผเข้ากอดอย่างคิดถึงสุดใจ

คุณตายศโดนกอดแน่นจนร่างน้อยๆ แทบจะจมหายเข้าไปอยู่ในวงแขนรีบตีไหล่ธาราเพี๊ยะๆ

“เอ็งมาได้ยังไง!”

“แล้วนายหนีมาทำไมเล่า!” ธาราเถียงกลับ ผละออกมามองหน้าเขาอีกครั้งก็สวมกอดใหม่แต่ไม่ลงแรงมากเท่าเดิม “บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าต่อจากนี้ไป...ให้อยู่ด้วยกัน”

คนรอบๆ ต่างหยุดมองแล้วเงี่ยหูฟังอย่างอยากรู้ ธาราเองก็เพิ่งรู้สึกตัวว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยหน้าซับสีแดงหน่อยๆ แต่ก็เทียบไม่ได้กับใบหน้าเห่อร้อนของเจ้าเปี๊ยกในอ้อมแขน เห็นดังนั้นแล้วหัวใจที่สงบก็กลับมาเต้นแรงใหม่ เขาแทบจะทนพุ่งหน้าเข้าไปหอมแก้มไม่ไหว เลยรีบรวบตัวของเจ้าเปี๊ยกเอาไว้ แล้วเดินอุ้มออกไปเลย!

“ถ้ายังไงผมเจอคนแล้ว ผมพาเขากลับเลยนะครับ ขอโทษที่รบกวน” ทิ้งท้ายเสร็จธาราก็สับขาเดินลิ่วจากไป ทิ้งไว้แค่บรรยากาศสีชมพูแปร่งๆ ทั่วทั้งห้อง...

คุณตายศอับอายมากไม่กล้าเงยหน้าขึ้น เลยคู้ตัวหลบสายตาผู้คนอยู่ในอ้อมแขนของธารา จนเขาเดินอุ้มมาส่งตัวถึงรถ คุณตายศถึงได้เปิดปากด่า “หน้าไม่อาย!”

ธาราไม่สะทกสะท้าน เอี้ยวตัวมาช่วยเจ้าเปี๊ยกคาดเข็มขัดนิรภัย แล้วฉวยโอกาสเยี่ยมหน้าเข้าไปหอมแก้มฟอดหนึ่ง

คนตั้งตัวไม่ทันสะดุ้งโหยง ยกมือทุบสวนคืนไปหลายที

ธาราคว้ามือเล็กได้ก็พุงหน้าเข้าไปฟัดอีกอย่างไม่ปราณี

“อ้าก!” คุณตายศร้องเสียงหลง

“หึ สมน้ำหน้า! อยากหนีไปดีนัก แถมยังมาตายแล้วฟื้นอะไรเนี่ยอีก...คิดบ้างมั้ยว่าฉันจะรู้สึกยังไง”

“ไม่รู้ ไม่อยากรู้”

“นาย...” ธาราเบ้หน้า แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา ยกมือขึ้นสวมกอดเขาเอาไว้แทน “ฉันเพิ่งจะเสียคนสำคัญไป...อย่าให้ฉันต้องเสียนายไปอีกคนได้มั้ย”

“...”

“ฉันรู้ว่านี่มันบ้ามาก นายเป็นใครก็ไม่รู้ จู่ๆ ก็เข้ามาในชีวิตฉัน แค่วันเดียว...กลับทำให้ฉันปั่นป่วนขนาดนี้” ธาราระบายความในใจโดยยังซุกหน้าอยู่กับบ่าเล็ก “บอกมาสักทีเถอะว่านายเป็นใคร”

“พ่อเอ็งไง”

ธารายกยิ้ม คิดว่าอีกฝ่ายคงพูดเล่น เพราะก่อนหน้านี้เขาแหย่เจ้าเปี๊ยกว่าพ่อ เพราะเจ้าตัวเล่นจู้จี้จุกขิกเหมือนพ่อเขาไม่มีผิด “โอเค ได้ งั้นพ่อบอกหน่อยซิ ว่าตกลงชื่ออะไรกันแน่”

“ยศ”

“พูดจริงพูดเล่น”

“จริง”

“...”

นอกจากนิสัยจะเหมือน ชื่อยังเหมือนกันอีก...ธาราพยักหน้าว่าเข้าใจ ก่อนจะผละหน้าออกแล้วยกยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย “น้องยศ”

คุณตายศขนลุกเกรียว ในขณะที่กำลังอึ้งแก้มก็ถูกหอมไปอีกฟอดแล้ว!

ธาราหัวเราะครืด ฟังเสียงเจื้อยแจ้วของน้องยศด่าไปตลอดทาง ก็คว้าเอามือเล็กมากุมจับไว้โดยอีกมือก็ขับรถกลับคอนโดไปด้วย

คุณตายศถึงด่าแบบไม่มีหยุดหายใจแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ดึงมือที่ถูกธาราจับไว้กลับไป ก็ไม่รู้ว่าด่ากันอีท่าไหนบรรยากาศถึงได้ชื่นมื่นแปลกๆ แบบนี้...

เพราะร่างใหม่เป็นเด็กจรจัดไร้หัวนอนปลายเท้า คุณตายศไร้ที่พึ่งพิง นอกจากจำต้องกลับไปอยู่กับธาราอีกครั้งก็ไม่มีหนทางอื่นแล้ว แถมธาราเองก็ดูยินดี๊ยินดีที่ได้เขามาอยู่ด้วย สรุปก็วิน-วินทั้งคู่ล่ะมั้ง

ธาราลงมือสืบเรื่องของน้องยศหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ความอะไรมากมาย เขาทุ่มเงินไปเยอะ ก็ได้ข้อมูลเพียงนิดหน่อย นั่นก็คือเป็นเด็กที่มีเชื้อสายแขกขาวที่หลบหนีเข้ามาทำงานผิดกฎหมายในไทย พอเกิดมาแล้วก็ถูกทิ้งเลยต้องเป็นเด็กจรจัดมาเรื่อยๆ แต่ข้อมูลต่อมาก็คือการที่น้องยศเป็นคนที่เข้าไปช่วยเหลือพ่อเขาในบ้านนั่นแหละ ยิ่งรู้แบบนี้ กราฟความรู้สึกดีที่มีให้อีกฝ่ายยิ่งพุ่งสูงจนทะลุ ธาราออกตัวแรงว่ายินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นคนเลี้ยงดูน้องยศ จะส่งเสียเลี้ยงดู พร้อมจะทำเรื่องขอสัญชาติให้ด้วย

ใครมองก็รู้ว่าธาราหวังเลี้ยงแล้วแอ้ม แต่เรื่องวุ่นวายยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อยังมีข่าวซุบซิบหนาหูเมื่อครั้งก่อนตอนธาราเที่ยวผับแล้วถูกเด็กสายเปย์ลากออกไป ปรากฏว่าเด็กสายเปย์คนนั้นคือน้องยศ เรื่องที่เหมือนจะคลี่คลายก็กลับมาอีรุงตุงนังเหมือนเดิม

กลายเป็นเรื่องเล่าความรักแบบแปลกๆ ไม่รู้ใครทำรถอ้อยคว่ำใส่ก่อนกัน แต่คนตกหลุมรักจนปีนไม่ขึ้นคือธาราไม่ผิดแน่ ก็คิดดูสิ เข้ากองถ่ายก็ยังต้องลากเอาน้องยศมาด้วย ไปไหนมาไหนก็ต้องพาไป ปาปารัซซี่ที่แอบตามเก็บภาพธาราจำต้องมีร่างเล็กๆ ติดมาด้วยเสมอ ไม่อุ้มกันไปก็โอบไว้ติดตัว เรียกได้ว่าห่างจากสายตากันแค่ตอนอีกฝ่ายเข้าส้วมเท่านั้นแหละ

“จะไปขี้โว้ย! ตามอะไรนักหนา”

“เดี๋ยวนายหนีไปอีกน่ะสิ! ยิ่งน่ารักๆ อยู่ด้วย...”

เหมือนจะทะเลาะกัน แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ธาราโดนเด็กบ่น

จนกระทั่งธาราเปิดตัวในฐานะนักแสดงเต็มตัว หนังเรื่องนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก บทที่เขาเล่นก็โด่งดังไม่น้อย เรื่องที่มีน้องยศในครอบครองก็ไม่ปิดบัง เรียกว่าเปิดตัวอย่างออกนอกหน้า มีหลายคนยังดูถูกเขาเรื่องเป็นนักแสดงถ่าย g av มาก่อน ก็คิดว่าความรักครั้งนี้คงไม่ยืดยาวนัก แถมอีกฝ่ายเป็นเด็กอายุ 15 มองยังไงเดี๋ยวอีกสักพักก็ต้องล่ม

แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นอย่างนั้น จนคุณตายศกลับไปอายุ 72 อีกครั้ง ตอนนั้นธาราเองก็ยังเกาะแกะเขาไม่ห่าง...

ส่วนฐานะของพวกเขาย่อมไม่ใช่พ่อ-ลูกกันแล้วแน่นอน ส่วนมันจะเปลี่ยนเป็นอะไร คุณตายศกระดากอายเกินกว่าจะพูดออกไป

“น้องยศจ๋า....”

คุณตายศถอนหายใจเหนื่อย ปวดเอวจนยกขาถีบอีกฝ่ายไม่ขึ้น

HAPPY END

********------------------------------------------

**ได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ในความมืด (ლ ^ิ౪^ิ)ლ บอกแล้วว่าเชื่อใจไรท์ 5555555555555+

**เรื่องนี้คือความฟีลกู๊ดที่ห่างหายไปนาน ต่อไปนี้ก็เหมือนเกมตกใจนะฮะทุกคน เรื่องไหนจะจบ END ไหน จนกว่าจะอ่านจบก็อย่าแอบเลื่อนดูเฉลยกันก่อนนะ!

**และอนึ่ง บางเรื่องอาจจะไม่ใช่ พ่อ-ลูกแท้กันนะ แต่ธีมก็ยังพ่อลูกเหมือนเดิมนั่นแหละ

และบางเรื่อง อาจจะไม่ใช่คน....ก็ เดี๋ยวจะจั่วหัวเอาไว้ข้างหลัง

และบางเรื่อง ที่อาจจะ 3 P 4 P อะไรก็ว่าไป เดี๋ยวจะจั่วไว้ข้างหลังเหมือนกัน5555**

ไปละ บัย**********************

ความคิดเห็น