ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 25

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,เจ้าลูกสุกร,วิลเบอร์,ปราบผี,วาย,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.3k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2561 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
25
แบบอักษร

2018/08/02

"แล้วอย่างไร ขุนนางขั้นสองบุกรุกตำหนักองค์รัชทายาทเพื่อจะจับสุกรอย่างนั้นหรือ" เจิ้งจื่อยี่ยียวน ทำเอาราชครูเกาเม้มปากด้วยโทสะได้แต่สะบัดหน้าจากไป

"ครั้งหน้าถ้าเห็นสุกรวิ่งอยู่ในวังอีกล่ะก็อย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า ข้าเตือนด้วยความหวังดีนะ" เจิ้งจื่อยี่ตะโกนตามหลังไป แต่ราชครูเกากลับคิดว่าเขากวนประสาท

"ดูพอแล้วหรือไม่ กลับเข้าห้องได้แล้ว" อี้เทาต้อนหลิงหลงเข้าห้อง เจ้าลูกสุกรที่ไปเตร็ดเตร่อยู่ด้านนอกมาครึ่งวันพอเห็นเตียงก็คลานขึ้นหลับเป็นตาย อี้เทาห่มผ้าให้น้องเรียบร้อยฤทธิ์ของผงล่องหนก็หมดพอดีจึงคิดจะกลับตำหนัก แม้จะรู้สึกเป็นห่วงวิลเบอร์นิดหน่อย แต่ด้วยความสามารถของมันคงไม่มีใครทำอันตรายเจ้าสุกรได้ง่ายๆ ชายหนุ่มแวะบอกปินกงกงให้ดูแลหลิงหลงก่อนจะจากไป

ทางองค์ชายจงซินนั้น มีความปราถนาจะช่วยงานพระบิดาเพื่อลบคำปรามาสของอี้เทา แต่หลังจากที่ฮ่องเต้ซีจิ่นพบว่าเขาตามใจบุตรชายมากเกินไปจนกลายเป็นคนไร้ความสามารถ องค์ชายจงซินจึงถูกส่งไปเรียนกับราชครูเกาซ่งอีกครั้ง

ราชครูเกาซ่งนั้นมีมารดาเป็นน้องสาวของแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นบิดาของฮองเฮาหลี่นั่นเอง บิดาของเขาก็เป็นรองแม่ทัพ เขาจึงมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องของฮองเฮาหลี่ได้รับคำยกย่องว่าเป็นอัจริยะ ตั้งแต่อายุ15ก็ตอบปัญหาชนะเหล่าบัณฑิตในราชสำนัก ทำให้ได้ตำแหน่งราชครูมาตั้งแต่อายุยังน้อย ตอนนี้ราชครูเกาซ่งอายุ29ปีแล้ว ยังไม่ตบแต่งฮูหยินแม้สักคนหนึ่ง ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาเย็นชาทำให้เป็นหนุ่มเนื้อหอมลำดับต้นๆในเมืองหลวง

ตอนนี้ราชครูเกาซ่งมององค์ชายจงซินที่นอนฟุบกับโต๊ะด้วยสายตาอิดหนาระอาใจ เขาสอนมาตั้งแต่องค์ชายจงซินยังเด็กนับว่าเป็นหลานของตนเองผู้หนึ่ง จึงใช้วิธีของตัวเอง

โป๊ก ราชครูเกาซ่งใช้ตำราฟาดองค์ชายจงซินเต็มแรงจนเจ้าตัวสะดุ้ง ลุกขึ้นมานั่งหน้านิ่วกุมศีรษะตนเอง

"ข้าเจ็บนะท่านน้า" องค์ชายจงซินบ่นพร้อมนวดศีรษะตนเองไปด้วย

"อย่ามารยาเจ้าเด็กขี้เกียจ หนังหนาอย่างเจ้าแค่นี้คงไม่สะเทือน" ราชครูเกาซ่งว่า

"หนังหน้าข้าหนาก็ไม่เท่าน้ำแข็งบนหน้าท่านหรอก อย่ามัวนอกเรื่องอยู่เลย ท่านรีบๆสอนข้ามาได้แล้ว ข้ายังมีธุระอื่นอีก" องค์ชายจงซินเร่ง ทำเอาราชครูเกาซ่งมองอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

"เจ้ามิได้โดนผีสิงใช่หรือไม่" ราชครูเกาซ่งระงับจิตใจตัวเองไม่ให้ไปจับร่างของหลานชายเขย่า

"ข้านี่แหละท่านน้าแต่ปรับปรุงตัวแล้ว ข้าอยากเก่งมากๆเลย" องค์ชายจงซินยิ้มกว้าง ทีนี้เขาก็จะไม่ถูกอี้เทาข่มแล้ว

"ถึงข้าจะสงสัยแรงจูงใจของเจ้าแต่ก็เอาเถิด การที่เจ้าตั้งใจเรียนนับว่าเป็นเรื่องดี จะได้ช่วยแบ่งเบางานของบิดาเจ้าได้บ้าง อย่าให้ประชาชนนินทาว่ามีดีแค่หน้าตา" ราชครูเกาซ่งจิก

"ข้าสำนึกผิดแทบไม่ทันแล้วท่านน้า เรียนกันเถอะ" องค์ชายจงซินหน้าเจื่อน คิดทบทวนแล้วว่าที่ผ่านมาตนเองก็ออกจะเหลวไหลไปหน่อย แต่ยามนี้เขาจะเป็นคนใหม่

ทางองค์ชายตั๋วลู่นั้นคร่ำเคร่งคนละแบบกับองค์ชายจงซิน เขามีหน้าที่ตรวจทานฎีกาก่อนจะถวายให้ฮ่องเต้ซีจิ่น ช่วงที่ทิ้งเมืองหลวงไปเป็นเดือนนับว่างานเอกสารคั่งค้างอยูไม่น้อย

จนเย็นฮ่องเต้ซีจิ่นก็ไล่บุตรชายกลับ เพราะตัวพระองค์เองก็อยากจะไปรับประทานอาหารเย็นกับพระสนมหลิวเช่นกัน องค์ชายตั๋วลู่จึงกลับมาหาหลิงหลงด้วยใบหน้าอิดโรยเล็กน้อย

"หลิงหลงอยู่ที่ใด" องค์ชายตั๋วลู่ถามเป็นคำแรกเมื่อปินกงกงออกมารับเขาที่หน้าตำหนัก

"ท่านชายน้อยนอนตั้งแต่หลังรับประทานอาหารกลางวัน ป่านนี้ยังไม่ตื่นเลยพ่ะย่ะค่ะ มีองครักษ์เจิ้งแวะมาหาเมื่อตอนบ่าย แต่เมื่อทราบว่าท่านชายน้อยหลับอยู่ก็กลับไปพ่ะย่ะค่ะ" ปินกงกงตอบตามที่เห็นโดยไม่ทราบว่าเด็กน้อยแอบออกไปเที่ยวเล่น

"เขาไม่สบายหรือเปล่า" องค์ชายตั๋วลู่ขมวดคิ้ว ก้าวยาวๆไปยังห้องบรรทมอย่างรวดเร็ว 

วิลเบอร์ที่นอนเฝ้าหลิงหลงอยู่ในห้องเมื่อได้ยินเสียงคนมันก็วิ่งมาขวางหน้าเตียงที่หลิงหลงหลับอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคยมันจึงกระดิกหางให้

"ปินกงกงพาวิลเบอร์ไปให้ขันทีอาบน้ำแล้วหาขนมให้มันกินด้วย" องค์ชายตั๋วลู่กำจัดวิลเบอร์ที่เดินกระดิกหางตามปินกงกงไปอย่างว่าง่ายเมื่อได้ยินคำว่าขนม องค์ชายตั๋วลู่กลับมาสนใจหลิงหลงที่นอนหลับตาพริ้ม เขาคลำหน้าผากดูก็พบว่าน้องไม่มีไข้จึงวางใจไปส่วนหนึ่ง จึงปลุกหลิงหลงมาอาบน้ำแต่เด็กหนุ่มงอแงเพราะนอนไม่อิ่ม

"พี่ลู่ปลุกข้าทำไม" หลิงหลงบ่นแล้วตวัดผ้าห่มคลุมศีรษะหันหน้าหนีองค์ชายตั๋วลู่

"นี่มันเย็นแล้ว เจ้าไม่อยากอาบน้ำรับประทานข้าวหรอกหรือ" องค์ชายตั๋วลู่หลอกล่อ เขาทราบว่าหลิงหลงชมชอบการอาบน้ำและต้องอาบเช้าเย็นแม้ในวันที่หนาวที่สุด

"ไว้ก่อน" หลิงหลงตอบส่งๆมือกระชับผ้าห่มให้แน่นเข้า องค์ชายตั๋วลู่เห็นดังนั้นก็อุ้มหลิงหลงทั้งผ้าห่มไปยังห้องสรงจนเมื่อถึงแล้วคลี่ผ้าห่มออก หลิงหลงยังเกาะผ้าห่มอยู่ดุจตุ๊กแกตัวหนึ่งจนองค์ชายตั๋วลู่ใช้วิธีเขย่าจนหลิงหลงร่วงลงมากองที่พื้นแต่ขดตัวไม่ยอมลืมตา องค์ชายตั๋วลู่ได้แต่ถอนหายใจเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองแล้วตามด้วยเสื้อผ้าของน้องน้อยจนร่างเล็กเปลือยเปล่าแล้วอุ้มน้องลงน้ำ ส่วนหลิงหลงเมื่อถูกน้ำเข้าก็ตาสว่าง เด็กน้อยเอาแขนฟาดน้ำอย่างอารมณ์เสีย

"พี่ลู่ปลุกข้าทำไม ข้าบอกแล้วว่าจะนอน" หลิงหลงทำเสียงขึ้นจมูก

"แล้วมันใช่เวลานอนหรืิอไม่ ปินกงกงบอกว่าเจ้าเข้านอนตั้งแต่หลังรีบประทานอาหารกลางวัน นี่ผ่านมาเกือบสามชั่วยามแล้วเจ้าคิดว่าผิดปกติหรือไม่" องค์ชายจงซินจ้องเด็กน้อย เขาก็เริ่มมีโทสะแล้วเช่นกันแต่พยายามข่มใจอยู่

"หลิงหลง น้องหยุดงอแงเดี๋ยวนี้" องค์ชายตั๋วลู่พูดเสียงหนัก หลิงหลงได้ฟังก็หน้างอแต่หยุดฟาดแขนแต่โดยดี

"ทำไมวันนี้ถึงงอแง ไม่สบายตัวตรงไหนหรือเปล่า" องค์ชายตั๋วลู่​เสียงอ่อนลง

"ข้ารู้สึกหงุดหงิด" หลิงหลงพูดเสียงอ่อน เอียงตัวเข้าซบองค์ชายตั๋วลู่

"มีผู้ใดทำให้เจ้าหงุดหงิดอย่างนั้นหรือ" องค์ชายตั๋วลู่​เริ่มขัดตัวน้อง

"ถ้ามีก็คงเป็นท่าน" หลิงหลงว่า ขยับร่างกายให้องค์ชายตั๋วลู่​ขัดตัวให้เขาให้ทั่วๆ

"เหตุใดจึงเป็นพี่ได้เล่า" องค์ชายตั๋วลู่​รู้สึกว่าเขาถูกกล่าวหาอย่างอยุติธรรมยิ่ง

"ข้าเบื่อ อยู่เฉยๆแบบนี้น่าเบื่อจะตาย อยู่บ้านยังไปเดินเล่นได้ ในวังสวยก็จริงแต่ไร้ชีวิตชีวายิ่งนัก ข้าออกไปอยู่ข้างนอกได้หรือไม่" 

"เจ้าไม่อยากอยู่กับพี่หรือ" องค์ชายตั๋วลู่​รู้สึกคล้ายจะหายใจไม่ออกเมื่อได้ยินหลิงหลงพูดดังนั้น

"ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านต้องเข้าใจนะว่าปกติแล้วข้ามีงานทำตลอดเวลา อยู่ๆก็ต้องมาอยู่นิ่งในตำหนักน่าเบื่อยิ่ง การค้าที่เคยทำก็ทำไม่ได้" หลิงหลงยู่ปาก

"อดทนอีกนิดได้หรือไม่ อย่างน้อยก็จนกว่าจะได้นักษัตรที่อยู่กับท่านปู่ซ่งเว่ยมาก่อน แล้วพี่จะตามใจเจ้า หากอยากจะค้าขายในเมืองหลวงพี่จะจัดการให้" องค์ชายตั๋วลู่​หลอกล่อ

"เช่นนั้นก็ได้ เย็นนี้รอฟังข่าวจากพี่จื่อยี่ก็แล้วกัน แต่ถ้าไม่มีความคืบหน้าข้าจะใช้แผนของข้านะ" หลิงหลงได้ฟังก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที ในใจคิดถึงว่าจะเข้าร่วมตลาดมืดขนาดใหญ่ในเมืองหลวงและโกยเงินเข้ากระเป๋าอย่างไรบ้าง

องค์ชายจงซิน อี้เทาและเจิ้งจื่ยี่มารับประทานอาหารเย็นที่ตำหนักขององค์ชายตั๋วลู่ หลังอาหารเย็นเมื่อขันทียกสำรับอาหารไปเก็บแล้ว ก็ถูกไล่ออกไปจากห้องเหลือเพียงปินกงกงที่องค์ชายตั๋วลู่​ไว้ใจให้อยู่รับใช้เท่านั้น

เจิ้งจื่อยี่วางสุกรทองคำตัวโตกว่าฝ่ามือเล็กน้อยลงบนโต๊ะด้วยใบหน้ายิ้มพราย "ข้าได้มาแล้ว" คนโอ่

"เท่าไหร่" อี้เทาถาม

"เจ้าไม่ถามข้าหรือว่าข้าได้มาอย่างไร" เจิ้งจื่อยี่หน้าเบี้ยว เขาอุตส่าห์จะอวดความยากลำบากเสียหน่อย

"จะถามทำไม ก็ในเมื่อพี่บอกเองว่ารู้จักกับเศรษฐีห้าวไห่มาก่อน ถ้าบอกว่าเป็นสมบัติของท่านปู่ที่บ่าวขโมยมาขาย เขาก็ต้องขายคืนให้พี่อยู่แล้วแม้จะบวกกำไรไปมากก็เถอะ" หลิงหลงพูดเหมือนตาเห็นทำเอาเจิ้งจื่ยี่อ้าปากค้าง

"เจ้าทราบได้อย่างไร ไม่ได้แอบตามข้าไปใช่ไหม" 

"เพ้อเจ้อ" หลิงหลงสะบัดหน้าใส่

"แล้วเจ้าซื้อมาเท่าไหร่" องค์ชายตั๋วลู่​ตัดบทก่อนที่จะกลายเป็นพี่น้องตีกัน

"ก็มากพอดูเลยล่ะ" เจิ้งจื่อยี่ไม่ยอมบอกราคา

"แล้วเท่าไหร่ล่ะ ข้าจะได้จัดการใหห้" องค์ชายจงซินไม่คิดจะดูถูกแต่เขาอยากช่วยจริงๆ

"ข้าเข้าใจความปรารถนาดีของท่าน แต่นี่เป็นเรื่องคนตระกูลเจิ้ง เรื่องค่าใช้จ่ายพวกเราจะจ่ายเอง ท่านไม่ต้องกลัวว่าข้าจะไม่มีเงิน มรดกของพี่จื่อยี่ยังมีอีกมาก" หลิงหลงแกล้งพูด

"ข้าทำใจแล้วล่ะว่าท่านพ่อกับท่านปู่คงอยากยกมรดกให้เจ้ามากกว่า เฮอะ" เจิ้งจื่อยี่งอน

"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปสำหรับนักษัตรที่อยู่ในวังองค์ชายซ่งเว่ยล่ะ คนของพวกท่านหาข่าวเพิ่มมาได้หรือไม่" อี้เทาถามเป็นการเป็นงานไม่สนใจเจิ้งจื่อยี่

"คนของข้าไม่สามารถหารายละเอียดมาได้เลย นอกจากทราบว่ามียอดฝีมือซุ่มซ่อนอยู่ในวังท่านปู่ไม่น้อยจนไม่สามารถลอบเข้าไปภายในได้ แบบแปลนภายในวังจึงเพียงอาศัยจากความทรงจำของข้ากับท่านพ่อเท่านั้น" องค์ชายตั๋วลู่​กางกระดาษผืนหนึ่งลงบนโต๊ะพร้อมกับอธิบายไปด้วย

"ถึงอย่างไรก็ยังเป็นวังเจ้า แบบแปลนย่อมไม่ต่างจากวังหลวงมากนักนอกจากเล็กและเรียบง่ายกว่า ส่วนนี้เป็นตึกใหญ่สำหรับรับแขกที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ตึกตะวันออกเป็นที่อยู่ของท่านปู่ ตึกตะวันตกนั้นข้าไม่เคยเข้าไปแล้วก็นึกไม่ออกว่าจะมีผู้ใดอาศัยอยู่บ้าง ส่วนด้านหลังคาดว่าเป็นที่อยู่อาศัยของบ่าวไพร่แต่ข้าไม่เคยเดินไปถึงส่วนนี้ อาคารทั้งหมดถูกสร้างล้อมสระบัวที่อยู่ตรงกลาง" 

"ข้าว่าสระบัวนี่น่าสงสัย" หลิงหลงพูดขึ้นมาหลังจากพิจารณาแผนที่อยู่ครู่หนึ่ง

"ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้น" องค์ชายจงซินถาม

"เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดเราจะเก็บมันอย่างดีที่สุด ข้าคิดว่าตรงสระน้ำอาจจะมีกลไกเข้าถึงห้องสมบัติขององค์ชายซ่งเว่ยก็ได้"



จะพยายามให้ได้วันเว้นวันนะคะ ฮืออออ.....

ความคิดเห็น