ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [2]

ชื่อตอน : ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2561 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [2]
แบบอักษร

[2]

ธาราไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำอะไรออยู่ จู่ๆ ก็ดึงมือของเจ้าเด็กตัวกะเปี๊ยกติดมือออกมาด้วย ทั้งที่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เพียงแค่เจ้าเด็กคนนี้เรียกเขาว่า ‘ไอ้หริญ’ นามเดิมที่แสนเฉิ่มเชย (ในความคิดของเขาน่ะนะ) แล้วไอ้ชื่อนี่ก็ไม่มีใครกล้าเรียกด้วยนอกจากพ่อผู้บังเกิดเกล้าของเขา!

ย่านนี้เป็นย่านเที่ยวราตรี คนเมาคนอ้วกนอนแผ่เกะกะเห็นได้ตามข้างทาง พวกคนที่กำลังนัวเนียตามซอกซอยเองก็เยอะ ธาราลากเจ้าเปี๊ยกแปลกหน้าเข้ามาในที่ลับตา ยังไม่ทันได้พูดกลับโดนอีกฝ่ายเท้าเอวตวาดด่าเสียแล้ว

“ไม่คิดเลยว่าจะโตมาเป็นคนแบบนี้!”

“...” ธาราตะลึงอึ้ง ใช้เวลาหลายวินาทีกว่าเสียงแว้ดๆ ของเจ้าหนูจะซึมเข้าสมอง “อะไรนะ เดี๋ยวเถอะ! นี่นายเป็นใครเนี่ย เป็นแฟนคลับฉันรึไง! นี่ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดมาเที่ยวที่อโคจรแบบนี้พ่อแม่ไม่ว่าเรอะ กลับบ้านไปเลยไป”

ไม่คิดว่านอกจากเจ้าเปี๊ยกจะไม่ฟัง ยังชี้หน้าด่าสวนมาอีก “ไม่รู้จักเข็ดหลาบ! สอนอะไรไปก็ทะลุเข้าหูซ้ายไปหูขวา ในสมองมีแต่ขี้เลื่อย!”

ธาราเจ็บจี๊ด สูดลมหายใจเตรียมจะสั่งสอนให้รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ คิดไม่ถึงว่าจะสบตากับดวงตากลมนั่นเข้าอย่างจัง ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นวาบผ่านเข้ามาในหัวอก...ทำให้คำที่เตรียมจะพ่นออกไปหายลับไปกับน้ำลาย

อะ...อะไรกัน ไอ้สายตานี่ รู้สึกคุ้นๆ ชะมัด....

นี่มันก็แค่เด็กเพี้ยน! ธาราตั้งสติใหม่ “เอาล่ะ ในเมื่อฉันเป็นผู้ใหญ่ใจดี บอกที่อยู่บ้านนายมาซะ ฉันจะไปส่ง”

ถึงเขาจะรู้สึกไม่ถูกชะตากับเจ้าหนูนี่ แต่อย่างน้อยก็ยังมีมโนธรรม เกรงว่าถ้าปล่อยเด็กเอาไว้ในที่มั่วสุมแบบนี้อาจจะโดนอุ้มไปได้ “เอ้าเร็ว แล้วฉันจะทำเป็นไม่เห็นเรื่องที่นายใช้เงินโกงอายุเข้าผับ แล้วก็จะไม่เอาเรื่องเรื่องที่นายพุ่งมาหาเรื่องด้วย”

คุณตายศแค่นเสียงหัวเราะหึ

ธาราไหล่สะดุ้ง ความรู้สึกประหวั่นกลัวไหลซึมเข้ามาในส่วนลึกของใจ คล้ายว่าจะเห็นภาพซ้อนของบุคคลที่ไม่น่าคิดถึงที่สุดขึ้นมา...

“ไม่กลับ!” คุณตายศในร่างเด็กน้อยยืนกอดอกจ้องตาไม่ถอย ถึงตัวจะหดเหลือแค่ 160 กว่าๆ ก็ไม่ทำให้เขากลัวเลย “บ้านเอ็งอยู่ไหน พาข้าไปดูหน่อยซิ”

“วะ...ว่าไงนะ” ธาราผงะ เกิดมา 29 ปี นอกจากพ่อผู้ขวางโลกขวางแผ่นดินแล้วก็ไม่เคยเจอใครหน้าหนาเท่านี้มาก่อน “เจ้าหนู นายคิดว่านายใหญ่มาจากไหนกัน ดารากับแฟนคลับก็มีเส้นแบ่งกันอยู่นะ”

คุณตายศเชิดหน้าใส่ ไอ้เราหรืออีกสามวันก็จะตายแล้ว แค่อยากเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของลูกชายคนเดียว ทำไมจะทำไม่ได้! เรียกได้ว่าเป็นคนแก่หัวแข็งตามต้นตำรับ

“เอ็งบอกเอ็งแสดงหนัง ไหนแสดงความสามารถให้ข้าเห็นสิ”

“หา...” ธาราสมองตื้อ “อย่าบอกนะว่าที่ดึงดังอยู่นี่เพราะอยากมีอะไรกันน่ะ”

เหมือนเห็นฟ้าฝ่าเปรี้ยงลงมา คุณตายศหน้าแดงจัด ตะคอกเสียงดังสนั่น “ผิดผี!!”

อ่าว...ไอ้นั่นก็ไม่ใช่ ไอ้นี่ก็ไม่ใช่ ตกลงเจ้าหนูนี่มันจะเอายังไงกันแน่วะ

คุณตายศกระแอมไอปรับระดับเสียง “เอาล่ะ...ข้ามีเวลาไม่มาก เอ็งฟังให้ดี”

ธาราถอนหายใจหน่าย ความจริงแล้วเขาไม่ใช่คนที่มายืนฟังอะไรแบบนี้เลยนะ ตามจริงควรเดินหนีมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม๊ทำไม ขาถึงแข็ง เดินหนีอีกฝ่ายไม่ได้...รู้สึกคุ้นๆ เหมือนตอนโดนพ่อยืนด่าพิลึก

“อ่ะ ไหนลองพูดมา”

“สาม...ไม่สิ สองวันก็ได้ ให้ข้าอยู่กับเอ็งซะ”

“อะไรนะ? อยู่กับฉัน หมายถึงนายจะขอเข้ามาอยู่นบ้านฉัน?”

คุณตายศเพียงอยากใช้เวลาช่วงสุดท้ายกับบุตรชาย แม้นิสัยเดิมจะรักสันโดษสักเพียงไหน หรือเอือมเบื่อเจ้าลูกไม่รักดีคนนี้เพียงไร อย่างไรเสียก็ครอบครัว และครอบครัวที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็มีแค่ลูกชายคนนี้เท่านั้น “แค่สองวัน อย่าถามมาก ข้าแค่อยากอยู่ด้วยเฉยๆ เรื่องเงินไม่มีปัญหา อยากได้กี่ล้านก็เชิญ!”

อย่างไรเสียมรดกทั้งหมดของคุณตายศก็ยกให้ธาราอยู่แล้ว จะเผาให้หมดกุ้นบัญชีก็ไม่มีปัญหา

กลายเป็นธาราที่ยืนเงียบ...กี่ล้าน? เจ้าเด็กนี่เป็นคุณหนูมาจากไหนกัน มีใครบ้าที่ไหนยอมให้คนแปลกหน้าไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่ในบ้านตัวเองบ้าง แต่จากที่ดูพฤติกรรม ‘โปรยเงิน’ แบบหน้าเลือดของเขา ธาราก็คิดว่าอีกฝ่ายไม่พูดเล่นแน่นอน

“บอกเหตุผลที่ฉันต้องยอมมาสิ”

“เพราะมันมีแค่ครั้งเดียว!”

“ครั้งเดียว หมายความว่ายังไง”

“เอ็งจะไม่ได้เห็นข้าอีก”

ธาราขมวดคิ้วเป็นปม จ้องมองตอบสายตาซื่อตรงที่เด็กคนนั้นเงยหน้ามองเขา ในแววตานั้นไม่มีความลังเลอยู่เลย หมายความว่าเวลาสองวันกว่าที่เด็กนั่นพูดคือทั้งหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ? “หลังจากนั้นนายก็จะไม่โผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีก?”

“ใช่”

“ถ้าฉันเรียกสองวันห้าล้านล่ะ นายจะจ่ายไหวเหรอ ค่าตัวฉันแพงนะ” ธาราแสร้งยิ้มหยันหยั่งเชิง

คุณตายศกระตุกมุมปากไม่ตอบ แต่งัดเช็คเงินสดออกมาเขียนต่อหน้าเขาแล้วยื่นให้! “ของจริงหรือเปล่า เอ็งใช้ดวงตาโง่ๆ นั่นพินิจดูเอาเองแล้วกัน!”

ธาราเพียงพูดเล่น ไม่คิดเลยว่าเพียงกะพริบตาเดียว เงินห้าล้านก็มากองอยู่ตรงหน้าราวกับเสกได้...เขาเป็นดาราหนัง g av ย่อมต้องคุ้นเคยกับการรับงานโดยขึ้นเงินเป็นเช็ค ไม่มีทางดูไมออกหรอกว่านี่ของจริงหรือของปลอม

และประเด็นคือมันเป็นของจริง!

ธารามือไม้สั่น สุดท้ายก็รับเช็คเงินห้าล้านมาด้วยอาการงุนงง...เป็นแบบนี้แล้วก็คงถอยไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าจ่ายจริง เขาก็ต้องกล้าทำจริงเช่นกัน

เด็กนี่ตัวแค่นี้ ไม่มีเรี่ยวแรงอะไรมาจัดการเขาหรอก คิดได้ดังนั้นธาราก็กระทำการที่คิดว่าโง่รองลงมาจากหนีพ่อมาเป็นดาราหนังโป๊ นั่นคือการพาเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้ากลับบ้านพัก...

พวกเขาเดินมาโบกแท็กซี่ ตลอดทางเจ้าเปี๊ยกด่าเขาฉอดๆ ไม่เลิก ธาราปกติต้องสวนคืนไปบ้างแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไรอีก เขาถึงไม่ค่อยกล้าตอบโต้อะไรเด็กนี่เลย...รอจนทนไม่ไหวจริงๆ ค่อยระเบิด “เงียบสักทีได้มั้ย! นายบ่นอย่างกับคนแก่”

“ก็ฉันอายุ...”

“อะไร อายุเท่าไหร่”

“...” คุณตายศหุบปากฉับ เก็บเสียงที่เปล่งว่า 72 กลับลงคอ “27”

“27!?” ธาราหัวเราะพรืด “โกหกไม่เนียน ไหนเอาบัตรประชาชนมาดูหน่อย”

“ไม่มี ไม่ได้เอามาด้วย”

“มีอะไรยืนยันตัวตนนายได้บ้างเนี่ย”

“เช็คนั่นไง ไปขึ้นเงิน ยังไงก็มีข้อมูลอยู่แล้ว” คุณตายศพูดเสียงหนักแน่น ก่อนจะฉุกคิดบางอย่างออก ว่าถ้าไปขึ้น มันก็ต้องขึ้นข้อมูลของตัวเองในฐานะเต็มยศ....แต่ใครสนกันล่ะ ลูกชายเขามันโง่เง่า หลอกว่าชื่อเหมือนก็จบ แล้วกว่าเขาจะสืบรู้ว่าเป็นบัญชีของพ่อตัวเอง ในตอนนั้นคุณตาก็เข้าเตาเผาไปแล้ว

ธาราฟังวาจาเด็ดขาดของเจ้าเปี๊ยก คิดว่าจริงตามนั้นก็เปลี่ยนเรื่องคุย “ว่าแต่นายชื่ออะไร”

“ไม่บอก”

“นี่...”

“อยากเรียกอะไรก็เรียก ข้ามาขออาศัยอยู่ด้วยแค่สองวันกว่า จะไปจำชื่อให้รกสมองทำไม”

ช่างเป็นเด็กที่...เป็นเด็กที่ขวางโลกอะไรอย่างนี้ ธาราสะอึกอึ้ง คลับคลาว่ารู้จักคนที่พูดจาแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งมันก็มีแค่คนเดียว

ไม่รู้อะไรที่ทำให้ธาราเหมือนย้อนเวลากลับไปสมัยที่ยังไม่หนีออกจากบ้านมาตามหาความฝัน ในตอนนั้นคนที่คอยถือไม้เรียวเคี่ยวกรำเขา ด่าสาดเสียเทเสีย บ่นเป็นหมีกินผึ้งจนไม่ต้องหลับต้องนอน คนคนนั้นก็คือ...

“งั้นฉันจะเรียกนายว่าพ่อ”

“หา!!”

“ทำไม ก็บอกให้เรียกอะไรก็ได้”

คุณตายศหัวใจเต้นตุบๆๆ ธาราเหล่มองยิ้มๆ สีหน้าแบบนี้สิถึงค่อยสมเป็นเด็กหน่อย

“พ่อ” ธารายิ้มแหย่ หยั่งเชิงเรียกไปอีกที

“...”

ธาราหันไปมองเพราะเห็นว่าเจ้าเปี๊ยกเงียบไป คิดไม่ถึงว่าพอหันไปแล้ว กลับพบว่าเจ้าหนูตัวเล็กนั่งก้มหน้าสองแก้มแดงแจ๋ มุมปากคล้ายจะยกยิ้มขึ้นอย่างหุบไม่อยู่

“...” ธารามองภาพนั้นอึ้งๆ อยู่ดีๆ ก็เหมือนจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังขึ้นมา

คุณตายศไม่อาจเก็บซ่อนสีหน้าดีใจนั้นได้ทันจึงถูกเห็นเต็มๆ ตา แม้ภายนอกจะแข็งกระด้าง แต่ข้างในลึกๆ กลับคิดถึงลูกอยู่เสมอ หลังจากที่ธาราดึงดันออกจากบ้านไป คนที่จะเรียกเขาว่า ‘พ่อ’ ก็ไม่มีอีกเลย

มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ บังเอิญที่เจ้าเปี๊ยกข้างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนพ่อของธารา แล้วก็บังเอิญอีกว่าเจ้าเปี๊ยกคนนั้นไส้ในคือเต็มยศ...

คนขับแท็กซี่แอบปลงลมหายใจเพราะโล่งหูที่ไม่ได้ยินเสียงลูกค้าสองคนเถียงกันแล้วแอบเหลือบตามองผ่านกระจกมองหลัง กลับเห็นว่าต่างฝ่ายที่นั่งไกลกันคนละมุมนั้น กำลังหันหน้ามองวิวข้างทาง แต่ขอบใบหูแดงเรื่อ และมุมปากประดับรอยยิ้ม

อ่าว...ไม่ใช่ว่าทะเลาะกันอยู่หรอกเหรอ คนขับแท็กซี่ได้แต่สงสัย

...


ธาราอยู่ในคอนโดหรูสูงใจกลางกรุง ชั้นทั้งทั้งเป็นของเขา ขนาดกว้างแทบจะเทียบเท่าบ้านหลังหนึ่งได้ คุณตายศได้แต่แหงนหน้ามองจนคอแอ่น ก่อนจะบ่นปอดแปด “นี่ล่ะนะ! ที่ทางหายาก สุดท้ายก็ต้องมาอัดกันอยู่ในตึก”

“พูดมากน่า” ธาราส่ายหน้า เดินนำเข้าไปข้างใน

เจอกันได้ไม่เท่าไหร่กลับรู้สึกคุ้นเคย ไม่ช้าธาราก็ชินกับอาการบ่นนู่นตินี่อย่างกับคนแก่ของเจ้าเปี๊ยก พอเขากดเปิดไฟห้องปุ๊บ ฝีปากเล็กๆ ก็เริ่มลับคมทันที

“รก! นี่เอ็งไม่คิดจะเก็บบ้านเก็บช่องบ้างรึ ข้าวของวางเกลื่อนกลาด ข้าวที่กินไว้ก็วางทิ้งไว้บนโต๊ะไม่ยอมเก็บ ขยะก็ไม่เอาไปทิ้ง เสียทีที่ห้องกว้างแต่ไม่รู้จักดูแล”

ธาราเอามือขึ้นมาปิดหู “โอ๊ย! จะอะไรนักหนา ก็ฉันอยู่คนเดียว นายมาอยู่แค่สองวัน อย่าพูดมาก อยู่ไม่ได้ก็ออกไป!”

เจ้าเปี๊ยกไม่ฟังอีกตามเคย หลังจากธารารับเช็คมาก็เหมือนตกลงแล้ว เจ้าเปี๊ยกเริ่มต้นเอามือไพล่หลังสำรวจดูห้อง…ท่าทางเหมือนตอนพ่อบุกเข้ามาดูห้องเขาไม่มีผิด...

ช่าย...แล้วพ่อก็จะเจอหนังโป๊เกย์ที่เขาซ่อนไว้ใต้โซฟา

เหมือนตอนนี้ไง เดี๋ยว “เฮ้ย! ทำอะไรของนาย!!”

คุณตายศก้มๆ เงยๆ ใช้มือกวาดไปใต้โซฟาธารา หนังโป๊กว่าสิบแผ่นก็โผล่ตามออกมา เพียงแต่ว่าหนังพวกนั้นคือหนังที่ธารา ‘นำแสดง’ แล้วประทับใจคู่ที่แสดงด้วยจนเก็บเอาไว้นั่นเอง

คุณตายศมองหน้าปกแผ่นที่มีหน้าลูกชายตัวเองแหกแข้งแหกขาแล้วก็รู้สึกอุบาทว์นัก “นี่เอ็งหนีการหนีงานมาทำอะไรแบบนี้รึ...”

“หะ...หา?”

คุณตายศส่ายหน้า รู้แก่ใจว่าลูกเขามันไร้สมอง เขาปลงตกไปได้นานแล้ว กับคนแก่อย่างเขา อะไรๆ ก็พลันปล่อยวางไปได้หมด เลยหันไปพูดกับธาราด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เหมือนสั่งสอนในที “ช่างเถอะ เอ็งจะทำอะไรก็ทำ แค่มันเป็นอาชีพที่ไม่ได้ผิดกฎหมายหรือฆ่าใครตายก็พอ”

ธารางุนงงกับคำพูดนั้นไม่น้อย ไม่ใช่ว่าเด็กนี่ดูหนังผู้ใหญ่พวกนี้แล้วเป็นแฟนคลับเขาจนพานวิ่งแจ้นมาหาถึงผับหรอกเหรอ แต่ในความมึนงงพวกนั้น ธาราดันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเสียได้ รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าเปี๊ยกนี่ไม่ใช่พ่อ...แต่ความรู้สึกข้างในมันเหมือนกันมากเกินไปราวกับว่าเห็นพ่อมายืนอยู่ตรงนั้นแล้วพูดประโยคนี้ที่เขาอยากฟังมานานหลายปี เพียงแต่เขาก็รู้ดีว่าพ่อหัวแข็งคนนั้นไม่มีทางหลับหูหลับตาเปิดใจเรื่องพรรค์นี้หรอก

ซาบซึ้งใจไม่ทันไร คุณตายศก็หมดความสนใจกับหนังโป๊พวกนั้น เดินดุ่มๆ ไปหาตู้เก็บไม้กวาดหน้าประตู ธารามองตาม “ทำอะไรของนายน่ะ”

คุณตายศเหล่ตามองขยะและข้าวของไร้ระเบียบอย่างเหยียดหยาม “จะอะไร ก็เก็บกวาดน่ะสิ! เอ็งเล่นไร้ระเบียบขนาดนี้ ข้าจะไปทนอยู่ในบ้านรกราวกับรังหนูได้เรอะ จะทำความสะอาด! ไปๆ ไปนั่งเล่นคอมในห้องซะ”

ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกว่าคุ้น...แล้วรู้ได้ยังไงว่าธาราจะไปเล่นแมคบุ๊ค เจ้าเปี๊ยกลั่นวาจาเหมือนตาเห็นอีกแล้ว ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงครึ่งคืนดี คิดไม่ถึงเลยว่าทั้งคู่จะปรับตัวกันได้เร็วราวกับอยู่ด้วยกันมาร่วมปีและไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจสักเล็กน้อย ทุกอย่างไหลไปตามธรรมชาติอย่างน่ากลัว ธาราใจสะดุด เขายกแมคบุ๊คมาเปิดเล่นอยู่ตรงโซฟา แล้วปล่อยให้เจ้าเปี๊ยกกวาดบ้านเก็บของไป เป็นภาพที่ชวนให้หวนคืนไปในวันเก่าๆ อีกแล้ว...

เจ้าเปี๊ยกเป็นเด็กแปลก ทั้งคำพูดทั้งภาษาข้าเอ็งเหมือนคนโบราณ ทั้งที่เป็นอย่างนั้นธาราไม่ได้รู้สึกขัดเลย

รอจนคุณตายศที่มีเรี่ยวแรงกำลังวังชาดังเช่นเด็กหนุ่มวัย 15 เก็บกวาดบ้านเสร็จสมใจอยาก ธาราก็เล่นแมคบุ๊คเสร็จพอดี ทั้งสองมองตากัน คุณตายศก็เท้าเอวออกคำสั่งแว้ด “ห้องน้ำอยู่ไหน ข้าต้องอาบน้ำ สกปรกแบบนี้ไม่ชอบ”

ธารากลอกตาเบื่อ “ตามมานี่”

ห้องน้ำมีสองห้อง หนึ่งห้องส้วม อีกหนึ่งคือส้วมที่มีตู้อาบน้ำ “นายอาบก่อนเลย ไม่มีเสื้อสินะ เดี๋ยวฉันไปหาเสื้อตัวเล็กๆ มาให้ก็แล้วกัน”

คุณตายศผงกศีรษะรับ แล้วก็สะบัดผ้าเช็ดตัวขึ้นพาดบ่าเหมือนผ้าขาวม้า เดินอาดๆ เข้าห้องอาบน้ำไป

คนแก่อาบน้ำเร็ว ใช้เวลาแค่ 5 นาทีคุณตายศก็เดินออกมาแล้ว

“ห้องน้ำสกปรก! ขัดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ส้วมก็ไม่ล้าง ไม่กลัวติดเชื้อโรคหรือไง ใช้ชีวิตไม่เป็นระเบียบ”

ธาราอ้าปากจะเถียง ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงได้ทนฟังถ้อยคำพวกนี้จากปากคนไม่รู้จักได้ ไม่เกี่ยวกับเช็คเงิน แต่น่าจะเกี่ยวกับเจ้าตัวเองมากกว่า เขาจิ๊ปากฉุน เดินสะบัดหน้าออกจากห้องไปอาบน้ำบ้าง “นายนอนอยู่ตรงโซฟานี่ ห้ามเข้าห้องฉัน ไม่ได้จะขู่แต่ห้องฉันติดกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ ถ้าไม่อยากโดนลากคอไปสถานีตำรวจก็อย่าหาเรื่องใส่ตัวล่ะ แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

คุณตายศเบ้ปากส่งเสียงหึ ธารามองเขม็ง ยกมือขึ้นชี้สองตาแล้วชี้ไปทางเจ้าเปี๊ยก ‘ฉันจับตามองดูนายอยู่!’

น้ำอุ่นสาดลงมาใส่กระหม่อม ซัดพาความเหนื่อยล้าให้ไหลลงน้ำไป ธารานวดขมับ เขาเหมือนโดนเจ้าเปี๊ยกเล่นของใส่ อยู่ดีไม่ว่าดีก็พาเด็กแปลกๆ ที่พูดจาเหมือนรู้จักเขาดีนักหนากลับบ้าน ชื่อก็ไม่รู้ เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ คงไม่ใช่ว่าเป็นแฟนคลับหัวรุนแรงโรคจิตหรอกนะ

ธาราใช้เวลาอาบน้ำนานมาก เพราะกลัดกลุ้มกับอะไรหลายๆ อย่าง คิดไม่ถึงว่าพอออกมา เจ้าเปี๊ยกยังนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหนอย่างที่สั่ง ธาราค่อยวางใจ แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่วางใจคือบนหน้าจอโทรทัศน์ led ขนาด 50 นิ้วของเขามีฉากร่วมรักเร่าร้อนในหนังที่เขาแสดงฉายหราอยู่อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน!

โป๊หน้ากล้องมาก็เยอะ เปลือยให้คนเห็นมาก็มาก ไม่น่าจะมาอายแค่ถูกเจ้าเปี๊ยกเห็น แต่ก่อนสมองสั่งขาก็พาเขาก้าวมายืนบังหน้าจอแล้ว “เปิดอะไรของนาย!”

คุณตายศผู้บรรลุขั้นสุดไร้สีหน้าสะทกสะท้าน ในฐานะคนผ่านโลกมากว่า 70 ปี เขาก็แค่อยากเห็นว่าเจ้าลูกชายไปเล่นหนังยังไงก็เท่านั้น ถึงจะรู้ว่ามันเป็นหนังโป๊ก็ตาม “ก็ข้าอยากดู ใครใช้ให้เอ็งซ่อนอยู่ใต้โซฟากันล่ะ”

ธาราหัวเสีย หมุนตัวจะหันไปปิดจอ

“จะดูด้วยกันไหมล่ะ” คุณตายศเอ่ย เขากำลังนั่งพิเคราะห์ถึงโปรดักชั่น สถานที่ แสง สี เสียง ที่ลูกชายเล่นอยู่ในหนัง นับว่าไม่เลวเลย แต่การแสดงของลูกยังนับว่าห่วย แต่คู่ที่แสดงนั้นห่วยกว่า มีดีแค่หน้า แต่เล่นร้องแหกปากเสียงดัง ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าวัยรุ่นสมัยนี้ชอบแบบนี้งั้นเหรอ

ธาราเห็นเจ้าเปี๊ยกนั่งหน้าตึงไม่สะทกสะท้านราวคนผ่านโลกมามาก พลันรู้สึกอับอายปนไม่สบอารมณ์ พอกดปิดจอเสร็จก็ยืนเท้าเอวจ้องหน้าเจ้าเปี๊ยก

คุณตายศเป็นฝ่ายถอยทัพ ไม่ใช่อะไร นี่มันก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว เขาเข้านอนปกติดึกสุกคือสี่ทุ่มครึ่ง “อยากจะยืนจ้องก็ยืนไป ข้าจะนอน ฮ้าว”

พูดจบก็ล้มตัวลงนอนแหมะทั้งๆ ที่กอดอกอยู่ แล้วเจ้าเปี๊ยกก็นิ่งไปเลย ลมหายใจสม่ำเสมอทันทีที่ศีรษะถึงเบาะนุ่มของโซฟา ธาราหางตากระตุก โดนปล่อยให้อารมณ์เสียอยู่คนเดียวแล้วสิ

แต่...เหมือนมาก ขนาดท่านอนก็ยังเหมือน พ่อเขาเองก็นอนกอดอกแบบนี้เหมือนกัน....

ธาราเดินไปปิดไฟ ก่อนจะกลับห้องยังมิวายหันมามองเจ้าเปี๊ยกบนโซฟาอีกเป็นครั้งสุดท้าย

...


             ทั้งที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในบ้าน ธารากลับนอนหลังสนิททั้งคืน เพียงแต่ตื่นเช้าเร็วกว่าปกติเท่านั้น

                เขาตื่นขึ้นมาในตอน 6.15 นาที คิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่ตื่นเร็วกว่าเขา นั่นคือเจ้าเปี๊ยกนั่นเอง

                คุณตายศตื่นตั้งแต่ตี 5 มาค้นของในตู้เย็นหาอะไรกิน ฉีกกาแฟซองในชั้นวางมาชง พลางอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้าที่พนักงานเอาขึ้นมาส่งให้ เขานั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างที่หันหน้าเข้าหาทิศตะวันออก อาศัยแสงจากอาทิตย์ยามเช้าแทนหลอดไฟนีออน ค่อยๆ กวาดดวงตากลมโตอ่านไล่ไปทีละตัวหนังสืออย่างละเอียดลออ

                ธาราเส้นผมยุ่งเหยิงเดินออกมาจากห้อง เจ้าเปี๊ยกกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ตรงริมหน้าต่างเงียบเชียบ แสงนวลตาของยามเช้าตกกระทบลงบนร่างของเขา ผิวกายนวลละไม พวงแก้มระเรื่อสีแดงมีเงาของขนตาทอดยาว ธาราเห็นภาพนั้นแล้วก็ใจสะดุด ยืนนิ่งมองอยู่หลายนาที เจ้าเปี๊ยกถึงค่อยรู้สึกตัว

                “คอนโดนี้มีรูมเซอร์วิส นายจะกินอะไรมั้ย” ธารารีบละล่ำละลักพูด เก็บเสียงตึกๆ ตักๆ เอาไว้ให้มิด

                “เอามาเถอะ กินได้หมด”

                ธาราพยักหน้า เขาแอบมองเจ้าเปี๊ยกต่ออีกหลายครั้ง ก่อนจะยกหูโทรไปที่รูมเซอร์วิส คาดเดาอาหารเช้าที่เจ้าเปี๊ยกน่าจะชอบจากการ ‘อ้างอิง’ จากคนใกล้ตัวบางคน

                แล้วก็เป็นอย่างที่คาด เจ้าเปี๊ยกชอบอย่างที่คิด แม้ไม่พูด แต่ก็กวาดเรียบจนหมดจาน แถมยังเอ่ยปากชมสั้นๆ ว่า “อร่อยดี” ทุกการกระทำของเจ้าเปี๊ยกคนนี้ทำให้ธาราใจสั่นหลายครั้ง แต่สุดท้ายแล้วมันจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญหรือเปล่า ก็สุดที่เขาจะคาดเดาออก

                จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของธาราก็ดังสวนความเงียบขึ้น ธาราพลิกมองหน้าจอ ก่อนจะหน้าเซียวกดรับสาย

                ธาราลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นดังอย่างตื่นเต้น พูดแต่คำว่า “ครับๆ” คุณตายศมองตามก่อนจะตัดสินใจเดินตามลกชายที่ตื่นเต้นจนอยู่ไม่สุขไปด้วย พอเดินไปถึงก็เห็นว่าลูกชายยืนนิ่ง กดวางสาย สีหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว “มีอะไรเอ็งเป็นหนี้นอกระบบรึ”

                “จะบ้าเหรอ!...ไม่ คือ...ฉันผ่านการทดสอบ”

                “ทดสอบ?”

                สีหน้าธาราเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม หันมาจ้องมองเจ้าเปี๊ยก ก่อนจะพูดเสียงเครือ “ฉันผ่านการแคสนักแสดง...มีสิทธิ์ได้เล่นบทในหนัง”

                “...” คุณตายศตาโต “หนังโป๊?”

                “ไม่ใช่!” ธารารีบตะคอกใส่ แววตาเป็นประกายตื่นเต้น

                เขาอยากเป็นดารานักแสดง แต่ดันหลวมตัวโดนหลอกไปเล่นหนังโป๊ แล้วดันฟลุคดังเปรี้ยงจนถอนตัวไม่ขึ้น ถึงอาชีพดารา g av จะทำเงินให้เขาจนร่ำรวย แต่ความฝันจริงๆ ของเขาก็คือการเป็นดาราที่โลดแล่นอู่บนหน้าจอโทรทัศน์...เพื่อประสบความสำเร็จ แล้วกลับไปยืดอกเย้ยให้เจ้าพ่อหัวแข็งคนนั้นเห็น

“มีอะไรหรือไง”คุณตายศกลายเป็นคนที่เข้าใจความคิดเขาดีมากกว่าใคร ยกมือไปแตะศอกธาราเบาๆ ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง

                ธาราทำหน้าไม่ถูก “...เขาเรียกด่วนน่ะ ให้ไปแคสวันนี้เลย มีคนสละสิทธิ์ไปคนหนึ่งเขาเลยเรียกฉันไปแทน...ทำไงดีล่ะ ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีนะเนี่ย”

                “ใจฝ่อแล้วเรอะ!” คุณตายศโวยวาย จำไม่ได้ว่าเคยเลี้ยงให้ขี้ขลาดแบบนี้ “มีความฝันก็ไปทำมันให้สำเร็จซะ เรื่องข้างทางเอ็งจะสนใจทำไม โอกาสมันมีลอยมาตลอดหรือไง มีก็คว้า ไม่มีก็ต้องขวนขวาย! ให้มันสมกับที่...”

                “?...”

                ให้มันสมกับที่หนีออกจากบ้านมา! ข้าไม่ได้ถ่อมาที่นี่เพื่อเห็นเอ็งสิ้นหวัง! คุณตายศกลั้นคำพูดนั้นไว้ แล้วเปลี่ยนใหม่ “ไปซะ ข้าก็จะไปด้วย ออกไปมันเดี๋ยวนี้เลย”

                “เขานัดบ่ายโมง นี่เพิ่งเจ็ดโมงเช้า...”

                “ออกไปก่อนเวลานับว่าเป็นมารยาท กันพลาดกันสาย เตรียมตัวก่อนได้เปรียบ ให้เขาเห็นว่าเราตั้งใจเราอยากได้ เอ็งไม่เข้าใจหรือไง! ไปๆ ไปแต่งตัวซะ”

                ดูเจ้าเปี๊ยกจะตื่นเต้นมากกว่าธาราเสียอีก ชายหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งงัน สุดท้ายความตื่นเต้นมากมายก็ถูกเจ้าเปี๊ยกข้างๆ แย่งไป เขาหัวเราะขำใส่คนตัวเล็ก แซวอีกฝ่ายเสียงใส “ครับพ่อ!”

                คุณตายศอ้าปากพะงาบๆ โวยวายไม่ทัน เจ้าลูกปากดีก็วิ่งฉิวเข้าห้องอาบน้ำไปแล้ว

                คุณตายศหน้าร้อนนิดหน่อย แสร้งบ่นปอดแปดว่า “ไม่ได้ความๆ” ซ้ำ ก่อนจะเดินวนเวียนไปมา ตื่นเต้นแทนธาราเหลือเกิน

                 พวกเขาเดินทางมาถึงตึกนัดแคสนักแสดงก่อนเป็นชั่วโมงๆ คนที่มีสิทธิ์ได้รับบทคนอื่นยังมาไม่ถึงด้วยซ้ำ คนดูแลถึงกับยกยิ้มเอ็นดู ให้พวกเขาเอาของไปวางไว้ในตู้เก็บของ เซ็นชื่อยืนยันมามาแล้ว ก่อนจะให้พวกเขาไปเที่ยวรอบๆ ฆ่าเวลา

                เจ้าเปี๊ยกยืนกอดอกสั่งสอนธาราทุกฝีก้าว ใบหน้าเขาน่ารัก ถึงจะพูดจาวางท่าแค่ไหนก็ยังน่าเอ็นดู “อ่านทบทวนบทให้ดีแล้วใช่ไหม พวกเอกสารล่ะเอามาครบใช่มั้ย คิดให้ดีนะ ถ้าลืมอะไรจะได้กลับไปเอาทัน”

                ธารายกมืออุดหู “จู้จี้จุกจิก!”

                คุณตายศหาสนไม่ พูดจาแว้ดๆ ต่อตามประสาคนแก่ขี้บ่น

                สองคนนี้หน้าตาไม่เหมือนกันเลย ธาราหน้าหล่อคม ส่วนคนตัวเล็กข้างๆ ตาโตสีน้ำตาลหน้าออกแขกขาวหน่อยๆ ดูอย่างไรก็ไม่ใช่พี่น้อง แถมยังตามจี้ตามจิกทุกฝีก้าว พนักงานสาวแถวนั้นหันมองอมยิ้มจนคอเอี้ยว ซุบซิบกับเพื่อนสาวข้างๆ “น่ารักเนอะ มีแฟนเด็กขี้บ่นแบบนี้รักตายเลย”

                “ชู่ว เสียงดังไปแล้วย่ะ”

                คุณตายศหูดี นิ้วที่กำลังชี้ๆ ใส่ธาราพลัยหยุดกึก ธาราเองก็ได้ยินเช่นกัน แต่ไม่คิดจะปฏิเสธ กลับกัน เขาหัวเราะร่า หันไปฉุดดึงร่างเล็กของเจ้าเปี๊ยกข้างหลังมาโอบเอวพาเดินออกไป

                คุณตายศอยากโวยวายแก้ความเข้าใจผิด แต่ก็พูดไม่ทันเพราะธาราพาเดินออกมาแล้ว “ผิดผี ฟ้าผ่า!”

                “เฮ้อ นายนี่ขี้โวยวายชะมัดเลย เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง มา ฉันจะพาไปเที่ยว”

                คุณตายศขมวดคิ้ว ธาราเห็นอีกฝ่ายไม่เออออตามก็ทำหน้างุ่มง่ามกล่าว “สมนาคุณไงเล่า ไม่ใช่ใครก็ได้นะที่จะมาเดทกับฉันได้น่ะ”

                เดท? เดทคืออะไร คุณตายศพานขมวดปมคิ้วแน่นเข้าไปอีก ยังไม่ทันถาม ร่างก็ถูกธาราฉุดดึงไปแล้ว

                ช่างเถอะ ถือเสียว่ามาเที่ยวกับลูกชายก็ไม่เลว เพราะหากเป็นคุณตายศปกติ คงไม่มีทางมาเกี่ยวแขนเดินเที่ยวกับธาราเป็นแน่ โอกาสนี้ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ

                ธาราแอบมองเจ้าเปี๊ยกเป็นระยะ ฉวยโอกาสคนตัวเล็กขมวดคิ้วงงดึงมือบางมากุมจับแล้วพาเดินเที่ยว มือของเขาเย็นเล็กน้อย ธารากุมไว้แน่นแล้วออกเท้าเดินไปข้างหน้า พาอีกฝ่ายเดินชมเมืองไปเรื่อย

                คุณตายศเป็นคนแก่ ไม่ค่อยชอบสถานที่คนเยอะหรือพลุ่งพล่านเท่าไหร่ หลังจากมายืนมองแม่น้ำตรงสะพานปูน ธาราก็หายไปพร้อมกลับมากับไอติมกะทิขนมปังสองอัน

                คุณตายศเบิกตาโต จำได้ว่าสมัยก่อนตัวเองชอบกินเอามากๆ แต่อายุมากขึ้น ฟันก็ไม่ดี กินของเย็นมากก็เสียวฟัน พอเสียวฟันไปแล้วก็เลิกกินไป มาตอนนี้ได้เห็นของชอบอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มพลันคลี่ระบายออกมาจนธารามองไม่กะพริบตา กลัวว่าถ้าเผลอกะพริบตาไปแม้แต่ครั้งเดียว แล้วภาพน่ารักตรงหน้าจะหายไป...

                “อร่อย!” คุณตายศพูดเสียงดังตื่นเต้น หุบยิ้มไม่ได้ ก้มหน้ากินอย่างรวดเร็ว คิดถึงรสชาติแบบนี้ที่สุด

                ธาราโดนคนข้างๆ ดึงความสนใจไปหมดแล้ว เจ้าไอติมกะทิขนมปังนี่อร่อยหรือไม่อร่อยล้วนไม่รู้รส คลองน้ำลำธารข้างล่างสะพานจะใสน่ามองขนาดไหนก็ไม่น่าดูเท่ารอยยิ้มสดใสของคนด้านข้าง รอจนเจ้าเปี๊ยกกินจนหมด ธาราก็เริ่มแผนต่อไปทันที “ชอบไอติมขนาดนี้ อยากกินถ้วยใหญ่กว่านี้ไหม”

                ดวงตากลมโตเป็นประกายวับ ธารายกยิ้ม เกือบอดใจไม่ไหวยกมือขึ้นขยี้หัวอีกฝ่ายเข้าแล้ว

                “นำทางไป” คุณตายศกล่าวเสียงตื่นเต้น

                ธารากลั้นยิ้มไม่ไหว คว้ามือเล็กมาจับ แล้วขานรับเสียงหวาน “ครับพ่อ”

                ความผูกพันระหว่างพวกเขามองไม่เห็นแต่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนธาราไม่ทันรู้ตัว เขาก็ละสายตาไปจากเจ้าเด็กแปลกหน้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ธาราพาเจ้าเปี๊ยกมาที่ห้างสรรสินค้าใกล้ๆ วันนี้วันหยุดคนจึงค่อนข้างเยอะ เจ้าเปี๊ยกดูไม่ค่อยชอบที่คนเยอะเท่าไหร่ แต่เพราะคำล่อลวงว่าจะพาไปกินไอติมถ้วยใหญ่ๆ ทำให้อีกฝ่ายแม้หน้าง้ำแต่ก็ยอมโดนจูงตามมา

                คุณตายศปล่อยให้ลูกจับมือพาเที่ยว ธาราบอกว่าจะพาเขาไปกินบิงซู อาหารชื่อแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่าอร่อยหรือเปล่า ตอนที่จะขึ้นลิฟท์นั้นคนเยอะแทบจะอัดเป็นปลากระป๋อง คุณตายศถูกดันไปดันมาจนหน้าบูด พลันข้างหน้าก็มีคนมายืนบังเอาไว้ สองมือยันอยู่ข้างลำตัวเขา นั่นคือธารานั่นเอง

                “อดทนหน่อยนะ” ธาราก้มตัวลงกระซิบเบาๆ จนได้กลิ่นลมหายใจอุ่น คุณตายศมองเงียบไม่ตอบ แต่ยื่นมือจับชายเสื้อธาราไว้แทน

เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วธาราก็อมยิ้ม ฉวยโอกาสตอนคนเยอะๆ เบียดเข้ามาข้างในมากๆ ปัดริมฝีปากผ่านกลุ่มเส้นผมของเจ้าเปี๊ยกอย่างรวดเร็ว

คุณตายศติดใจบิงซูอย่างหนัก ซัดไปสองถ้วยก็ดูยังไม่สะใจ ธาราปรามขำๆ ไม่คิดเลยว่าตัวเล็กแค่นี้ความจริงเป็นเครื่องสูบอาหาร ต้องล่อให้ไปเล่นที่อื่น หักเหความสนใจไปนั่นแหละ คุณตายศถึงยอมรามือจากบิงซู

ธาราพาเขาไปดูเสื้อผ้า ถือโอกาสอวดหุ่นดีๆ ของตัวเองไปด้วย เจ้าเปี๊ยกกลับไม่สนใจเลยสักนิด แถมยังดูมีความสนใจกับเสื้อผ้าของผู้สูงอายุซะมากกว่า ธาราแอบเหลือบมองเสื้อผ้าชุดหนึ่ง เสื้อเชิ้ตติดกระดุมสีครามอ่อนเรียบร้อย เนื้อผ้าฝ้ายแท้นุ่มใส่สบาย เขาจับๆ คลำๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหอบเอาไปจ่ายเงิน...จู่ๆ ก็คิดถึงพ่อขึ้นมา

การกระทำทุกอย่างของธาราอยู่ในสายตาคุณตายศ หลังจากดูเสื้อผ้ากันเสร็จ ธาราก็พาเขาเดินเล่นไปรอบๆ ย่อยอาหาร ระหว่างนั้นมือที่จับกันไว้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะผละออก ธารากุมมือเขาไม่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน

จนกระทั่งถึงเวลาธาราต้องเข้าห้องแคสนักแสดง ทั้งสองก็ยังจับมือกันไว้ไม่ปล่อยจนเดินมาถึงหน้าประตู สายตาหลายคู่จับจ้องมองพวกเขา ไม่ใช่ว่าเพราะพวกเขาหน้าตาดี แต่อีกนัยหนึ่งเป็นเพราะธาราคือนักแสดงหนังอย่างว่าด้วย สายตาดูถูกดูแคลนจึงมีไม่น้อย ดูแคลนธาราไม่พอ ยังลามมาถึงเด็กหนุ่มตัวเล็กที่จับมืออยู่ข้างๆ ด้วย

“ใช่ป่ะ...”

“ใช่แน่ๆ”

เสียงนินทาลอยมาตามลม ธาราทำเป็นไม่สนใจ เขาบีบมือเจ้าเปี๊ยกน้อยๆ แล้วส่งยิ้มบาง

คุณตายศตบไหล่ลูกชายเป็นเชิงให้กำลังใจ ก่อนจะกล่าวเสียงเข้ม “ทำให้เต็มที่ก็พอ ดีไม่ดีความสามารถจะตัดสินเอง ไม่ต้องสนใจปากหอบปากปู!”

เสียงนั้นไม่เบาและไม่ดัง ทว่าได้ยินกันทั่ว คนที่ชำเลืองมองพวกเขาต่างรู้สึกหน้าชาไปตามๆ กัน คุณตายศหาได้สนไม่ เขาตบๆ แก้มธาราแล้วชูมือขึ้นเหมือนจะออกไปรบ “กวาดมาให้ได้!!”

ธาราหลุดขำพรืด ความตื่นเต้นตื่นกลัวทั้งหมดของเขา บัดนี้มีคนที่รับมันเอาไว้ไปหมดแล้ว เหมือนมีพ่อมาให้กำลังใจจริงๆ ยังไงยังงั้น ธาราโบกมือยิ้ม ไม่เครียดอะไรอีกต่อไปแล้ว อย่างที่เจ้าเปี๊ยกว่า หน้าที่องเขามีแค่ทำตามความฝันให้ดีที่สุดก็พอ

คุณตายศนั่งไม่ติดเก้าอี้รออยู่ตรงที่นั่งรอ เขาไม่ขยับไปไหนเลย แล้วก็ไม่สนใจด้วยว่าคนรอบๆ จะเข้ามาคุยหรือพูดว่าอะไรบ้าง

ผ่านไปหลายชั่วโมงธารากับคนอื่นๆ ก็ก้าวออกมาจากห้อง คุณตายศผุดลุกทันที เขาเป็นห่วงธาราจนไม่เป็นอันไปไหน ห้องน้ำปวดก็ไม่ไปเข้า รีบวิ่งไปหาชายหนุ่ม

ธาราตีหน้านิ่งมองเขา เห็นสีหน้าลูกชายเครียดขรึมไม่เปลี่ยน คุณตายศก็เริ่มเดาได้เลาๆ “โอกาสหน้า...”

“โอกาสหน้าอะไร” ธาราเสียงแหบต่ำ มุมปากกระดกขึ้น “โอกาสนี้นั่นแหละ”

คุณตายศกำลังเศร้าหน้าเปลี่ยนสี “หา?”

ธาราหัวเราะเสียงดัง รวบร่างเล็กมากอดหมับทั้งที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องแคส ไม่สนใจสายตาใครทั้งนั้น ก้มหน้าลงหอมแก้มเจ้าเปี๊ยกฟอดใหญ่ “ฮ่าๆๆ!”

คุณตายศอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนที่สมองจะประมวลผลตาม รอยยิ้มก็ระบายกว้างเต็มหน้า ใช้สองแขนกอดคอธาราแน่นแล้วหัวเราะยินดีตาม ธาราจับเขาหมุนไปหมุนมาก่อนจะล้มคะมำลงบนพื้นพลางหัวเราะต่อ

บทที่ธาราได้เล่นไม่ใช่บทพระเอกแต่บทเป็นพระรอง แต่ก็เด่นไม่แพ้กัน นับเป็นก้าวแรกที่ไม่เลวเลย ธาราดีใจจนดีด เขารวบตัวเจ้าเปี๊ยกขึ้นอุ้ม เดินหัวเราะอารมณ์ดีออกไป

คุณตายศเองก็ปีติยินดีเกินกว่าจะคิดถึงอะไร เลยกอดคอหัวเราะให้เขาอุ้มไปตลอดทาง แม้ขึ้นไปนั่งอยู่บนแท็กซี่แล้วทั้งสองก็ยังไม่หยุดหัวเราะ ซ้ำธาราเองก็ไม่ปล่อยร่างเล็กไป คุณตายศในร่างหนุ่มน้อยถึงยังนั่งเกยตัวอยู่บนตักธารา เป็นตุ๊กตาให้อีกฝ่ายเดี๋ยวกอดเดี๋ยวหอมหัว สลับไปไม่รู้จักเบื่อ

...คนขับแท็กซี่ ไม่รู้คำสาปหรืออะไร แต่เป็นคนเดิมคนเดียวกับที่ทั้งสองเคยโบก เขาแอบเหลือบมองผ่านกระจกหลังอีกครั้ง ก่อนจะแอบส่ายหัวแล้วฉีกยิ้ม

โอ้ล่ะหนอ ความรัก



ถึงคอนโดที่พักของธารา ธาราก็ยังอุ้มเจ้าเปี๊ยกไว้ไม่ปล่อยให้ลง พนักงานทุกคนต่างมองตามธาราที่อุ้มเด็กหนุ่มแปลกหน้าในท่าอุ้มเจ้าสาวแล้วก็ได้แต่คาดเดากันไปต่างๆ นาๆ

ธาราใช้เท้าเตะประตูเปิด-ปิด โยนเจ้าเปี๊ยกลงโซฟาแล้วโดนตามลงไปกอดรัด

“ทำไงดีล่ะ ฉันยังดีใจไม่หายเลย!”

“ข้าด้วย!”

ทั้งสองคนกอดกันก่อนล้มกลิ้ง หัวเราะจนปวดท้องน้อยไปคนละที ธารานอนแผ่โดยมีเจ้าเปี๊ยกทับอยู่ด้านบน ธาราหัวเราะหอบ มือเกยอยู่บนเอวบางของอีกคน

“...วันนี้...โคตรมีความสุขเลย” ธาราว่า จากนั้นผงกหัวมองคนที่ทับอยู่ด้านบน “อยู่กับนายแล้ว...รู้สึกเหมือนไม่ใช่คนอื่น”

คุณตายศที่กำลังปรับลมหายใจถึงกับกลั้นไป เขาสบตาลูกชาย ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปาก

ธาราพูดต่อ “นายทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน...”

“มัน...ดีหรือไม่ดี”

“ดีสิ” ธาราลูบแก้มอีกฝ่าย “ดีมากเลย”

สองสายตาประสานใกล้ หัวใจของธาราเต้นดังตุบๆ ยิงเพ่งมองเข้าไปในดวงตากลมโตมากเท่าไหร่ ความรู้สึกว่า ‘คิดถึง’ ก็สาดซัดเข้ามาเท่านั้น เขาค่อยๆ ยันตัวลุกยึ้นนั่งโดยยังมีเจ้าเปี๊ยกเกาะอยู่บนตัว ใช้สองแขนโอบกอดไว้แน่น “ฉันคิดถึงพ่อ...”

คุณตายศไหล่เกร็ง ทำตัวไม่ถูกอยู่นานสองนาน ก่อนจะค่อยๆ ยกสองมือขึ้นกอดธาราเอาไว้

ธาราพูดขึ้นต่อเหมือนอยากระบาย “ฉันออกจากบ้านมาตอนเรียน ม.6 กับแฟน มีความฝันว่าอยากเป็นดาราอยู่กรุงเทพ แต่พ่อไม่ยอม ก็เลยแตกหักกัน...พ่อฉันเขานิสัยเหมือนนายเด๊ะเลย ทั้งหัวแข็ง ขี้บ่น เอาแต่ใจไม่ฟังคนอื่น...ฉันเคยรำคาญเขา คิดว่าเขาเอาแต่เข้มงวดบงการชีวิตฉัน ฉันเลยหนีออกมา แล้วก็กลัว...ไม่กล้าติดต่อเขากลับไปเลยสักครั้ง จนถึงตอนนี้ พ่อคง...อายุ 72 แล้ว”

“...”

“พ่อต้องเกลียดฉันมากแน่ๆ คงได้ด่าว่าฉันเป็นลูกอกตัญญู ไม่รักเรียนไม่รักดี เห็นแสงสีสำคัญกว่าอนาคต...”

“ไม่!”

“เอ๊ะ”

“ไม่...ไม่ใช่เลย” คุณตายศเสียงสั่น

ธารายกยิ้มขื่นขม “ฉันคิดว่าถ้าไม่ได้ดีจะไม่กลับไปหาพ่อเด็ดขาด ไม่คิดเลยว่าผ่านมาจนขนาดนี้แล้วฉันก็ยังไม่มีความกล้าพอจะติดต่อเขา ถ้าเขารู้ว่าฉันประสบความสำเร็จเพราะถ่าย g av เขาคงอับอายมากกว่าชื่นชม แต่ตอนนี้ฉันเพิ่งแคสบทนักแสดงได้มา...ฉัน...ฉันอยากติดต่อบอกเรื่องนี้กับเขา”

ข้ารู้แล้ว... คุณตายศได้แต่ใช้สายตามองตอบอยู่ในใจ แขนที่โอบรัดเอวอยู่กระชับแน่นขึ้น ธาราซุกหน้าลงกับไหล่เขา

“ฉันจะโทรบอกเรื่องนี้กับพ่อ นายช่วยอยู่ตรงนี้กับฉันก่อนนะ”

ธาราตัดสินใจเด็ดขาด ยกมือถือขึ้นมากดเบอร์บ้าน แต่ไม่ว่าจะรอแล้วรออีกก็ไม่มีใครรับ คุณตายศได้แต่อดกลั้นอยู่ในใจ โทรไปตอนนี้จะมีใครรับกันล่ะ ก็ในเมื่อร่างของเขา....ร่างของเขาน่ะ...

“สายซ้อน...” ธาราพึมพำ ก่อนกดรับ “ครับ”

                “.......”

                “...ครับ”

                “.......”

                “...พ่อ?”

                คุณตายศผละหน้าออกมาเพราะนึกว่าถูกเรียก ที่ไหนได้เป็นธาราที่คุยโทรศัพท์อยู่กับคนปลายสาย น้ำตาเขาไหลเอ่อออกมาทั้งที่สีหน้าไม่เปลี่ยน “ครับ...ได้ครับ ขอบคุณ...”

                “เกิดอะไรขึ้น” คุณตายศเอ่ยถาม

                ธาราเลื่อนสายตามาสบมอง กะพริบตาทีหนึ่งหยดน้ำตาก็ร่วงผล็อยลงมาครั้งหนึ่ง “สายซ้อนจากโรงพยาบาล พ่อฉัน...เขา...”

                คุณตายศกล้ำกลืนอย่างหนัก ทันใดนั้นหางตาก็เหลือบไปเห็นร่างในชุดสูทสีดำที่ยืนนิ่งงันอยู่ข้างหลัง

                ...ยมทูต

                “ทำยังไงดี พ่อฉัน...ถ้าเขาไม่...ฉันยังไม่ได้ ฮึก...บอกเขาเรื่องนั้น ยังไม่ได้ขอโทษ...ยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย...”

                คุณตายศกำมือแน่น “ไปหาพ่อเอ็งเถอะ”

                “ฉัน...แต่...”

                “เขาจะฟื้นขึ้นมา!” คุณตายศเอ่ยเสียงเกรี้ยวกราดเหมือนดุด่า แต่ทว่านิ้วมือกลับสาละวนอยู่ข้างแก้มคอยปาดน้ำตาร้อยๆ ที่ไหลร่วงลงมาจากตาธารา “เขาจะฟื้นขึ้นมาฟังเรื่องน่ายินดีของเอ็งแน่นอน! เมื่อถึงตอนนั้นมีอะไรอยากพูดก็พูดไปเถอะ จะไม่มีการด่าหรือตัดสัมพันธ์อะไรอีกแล้ว...เชื่อข้าสิ เขา...รักลูกชายของเขามากจริงๆ นะ ถึงจะไม่เคยพูดมันเลยก็ตาม...แต่เอ็งเชื่อข้าเถอะ เอ็ง...เป็นยิ่งกว่าหัวใจของเขา ยิ่งกว่าลมหายใจ ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

                ธาราสะอื้นทันทีที่จบประโยคนั้น เขาพยักหน้ารับหลายๆ ที “ได้! ฉันจะไป...ฉันจะไปหาพ่อ ฉันจะไปแน่นอน”

                “ดีมาก” คุณตายศยิ้มกว้าง จับมือธาราไว้ไม่ปล่อย

                ทั้งสองคนนั่งกุมมือกัน คุณตายศคอยจับมือลูกชายไว้ตลอดเวลา ธาราตัดสินใจจะไปหาพ่อพรุ่งนี้เลยนั่งจองตั๋วเครื่องบินด่วนผ่านแมคบุ๊ค “นายไปด้วยกันกับฉันเถอะนะ”

                คุณตายศส่ายหน้า “...ก็อยากไป แต่...ข้ามีธุระน่ะ”

                “จริงด้วย สองวันที่นายบอก...” เสียงธาราเศร้าลงไปทันตา แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนมาสดชื่น “ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันมีอะไรอยากขอร้อง”

                “...”

                คุณตายศไม่ตอบอะไร มองตามแผ่นหลังของธาราหายลับเข้าไปในห้องนอน แล้วกลับออกมาพร้อมเช็คเงินห้าล้านนั่น

                “ฉันคืนให้...แต่แรกก็แค่อำเล่น ไม่คิดเลยว่านายจะให้มาจริงๆ” ธารายิ้ม ยัดเช็คคืนใส่มือเจ้าเปี๊ยก “ไม่รับคืนก็ช่าง ถือว่าฉันใช้ห้าล้านนี่จ้างนาย...พอฉันกลับมาเมื่อไหร่ นาย...ช่วยมาอยู่ด้วยกันกับฉัน มากกว่าสองวันด้วยนะ”

                คืนนั้นธาราบังคับขู่เข็ญให้เจ้าเปี๊ยกนอนห้องเขา นอนเตียงเขา แล้วกอดเอาไว้แน่นหลับไป เพียงแต่ธาราหลับไปคนเดียว คุณตายศไม่ได้หลับ

                ยมทูตยืนสงบเงียบรอเวลาอยู่นาน และแล้วคุณตายศก็ค่อยๆ ลืมตา ผลักแขนที่กอดตัวเองอยู่ออกเดินไปหายมทูต

                “ไปเถอะ ข้าพร้อมแล้ว”

                ยมทูตผงกศีรษะ เตรียมจะพาดวงวิญญาณของคุณตายศกลับเข้าร่าง

                คุณตายศไขประตูแอบย่องออกจากคอนโด ก่อนปิดประตูยังกวาดตามองรอบห้องธาราอีกครั้งส่งท้าย ปิดประตูเงียบๆ

                แล้วเจ้าเปี๊ยกของธาราก็หายตัวไปในคืนนั้น

----------------------------------

ตอนแรกว่าจะ 2 ตอนจบ ไปๆมาๆ 3 ตอนจบเฉยเลย555555555+

ตอนต่อไปจบละนะ เกียมตัวเกียมใจเอาไว้


เชื่อมั่นในไรท์นะ อิ___อิ



ความคิดเห็น