facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 42 : Flashback2 – ดีเฟนด์

ชื่อตอน : ตอนที่ 42 : Flashback2 – ดีเฟนด์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 50.1k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2561 17:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42 : Flashback2 – ดีเฟนด์
แบบอักษร

ตอนที่ 42 : Flashback2 – ดีเฟนด์


“10 คะแนน!”

เสียงอาจารย์พละและโค้ชฝึกสอนกีฬาพิเศษของโรงเรียนตะโกนร้องเสียงดัง เมื่อเขาโยนลูกบาสลูกสุดท้ายเข้าแป้นอย่างสวยงาม อิฐหันไปยิ้มกับกลุ่มคนที่เป็นต้นเสียงขานคะแนนเหล่านั้น เขาเก็บแต้ม 10 คะแนนเต็มในการทดสอบกีฬาอย่างสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อย นั่นหมายถึง เขาเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่ทดสอบความสามารถด้านกีฬาและสมรรถนะร่างกายได้คะแนนเต็มทุกช่อง

ตำแหน่งประธานชมรมกีฬาหรือ Knight Club ต้องเป็นของเขาแน่นอน


อิฐกำลังอยู่ในงาน Big Day หรือชื่อเต็มที่เรียกว่างานประชุมใหญ่ชมรมประจำปี

งานนี้นักเรียนทุกคนในโรงเรียนต้องเข้าชมรมที่ตัวเองสังกัดเพื่อวางแผนการทำกิจกรรมตลอดทั้งปีการศึกษา ความสำคัญของงานนี้คือการคัดเลือกประธานชมรม โดยแต่ละชมรมจะเปิดรับสมัครประธานชมรม และผู้สมัครจะถูกคัดเลือกด้วยเกณฑ์การแข่งขันจนได้ชื่อผู้ชนะในวันนี้

ทุกชมรมต่างก็เลือกประธานกันภายในวันนี้หมด คนที่สมัครได้จะต้องเรียนอยู่ชั้นมัธยม 6 และเมื่อได้ตำแหน่งก็ต้องทำงานไปจนกระทั่งเรียนจบจากโรงเรียน ชมรมกีฬาคัดเลือกโดยให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกกีฬาที่ตนเองถนัดมา 3 อย่าง และอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมจะทำการทดสอบความสามารถกีฬานั้น เขาเลือกยิงธนู ฟุตบอล และบาสเก็ตบอล อิฐเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่เก็บคะแนนเต็มได้ทั้ง 3 กีฬา ตำแหน่งประธานชมรมจึงเป็นของเขาแบบไม่เหลือข้อกังขาใดใด


“เชี่ย โหดจังวะ ชู๊ต 3 แต้มลงเหนาะๆ เลยเมื่อกี้”

เสียงทักดังขึ้นพร้อมแรงตบที่ทักลงมาที่บ่าเขา ไอ้เพียวเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง มันก็เป็นตัวเก็งในการลงชิงชัยอีกคนหนึ่ง แต่มันทำคะแนนในกีฬาสุดท้ายได้ไม่ดีนัก

“เออ ฟลุ๊คหวะ ได้เต็มเฉยเลย ได้เป็นลูกรักโค้ชแน่งานนี้”

เขาพูดอย่างอารมณ์ดี เขาก้มลงเก็บของใส่กระเป๋าอย่างสบายๆ ไอ้เพียวแวะมาหาเขาตอนอาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว

“แล้วนี่มึงจะไปไหนต่อวะ” ไอ้เพียวเอ่ยถาม

“ว่าจะไปหาแป้งหน่อยหวะ” เขาตอบพร้อมสะพายกระเป๋าขึ้นไปไว้ที่ไหล่

“เชี่ย หวานจังวะ เพิ่งคบกันไม่ใช่เหรอ ไวไฟนะมึงเนี่ย”

“ไวไฟพ่อมึงสิ กูแค่ไปกินข้าวกับน้องเขา กูไม่ใช่มึงนะไอ้เพียว ไข่ทิ้งเรี่ยราดไปทั่ว” เขาเอ่ยปากเถียงพลางส่ายหัวไปมา

“นัดน้องไว้ที่ไหนวะ”

“ร้านไอติมหน้าโรงเรียนน้องเขาหวะ พ่อเขาดุ ไปไหนไกลไม่ค่อยได้”

แป้ง เด็กม. 5 โรงเรียนหญิงล้วนเจ้าของตำแหน่งแฟนหมาดๆ ของเขาน่าจะกำลังรอเขาอยู่ที่ร้าน เขานัดเธอไว้หกโมงเย็น แต่เธอชอบมาก่อนเวลาเสมอ

“เออๆ โชคดีมึง มีเมียเด็กอย่าลืมตรวจเช็คร่างกายนะเว้ย”

“สัด”


“ผมขอดีเฟนด์!”

เสียงนุ่มแต่กร้าวดังขึ้นผ่านลำโพงหอประชุมจากชั้นสามของโรงเรียนเขา อิฐที่กำลังจะก้าวเท้ามุ่งหน้าออกจากโรงเรียนได้แต่หันหน้าไปมองหอประชุมนั่น แน่นอนว่าเขาก็ไม่เห็นอะไรนอกจากผนังที่ปิดทึบ เสียงนั้นดังออกมาจากลำโพงพร้อมเสียงโห่ร้องในห้องประชุม เขาไม่มีทางรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นได้นอกจากเดินกลับเข้าไป

เสียงจากลำโพงนั่นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการคัดเลือกประธานชมรมวิชาการหรือ Bishop Castle ชมรมคู่แข่งที่ดูจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับชมรมกีฬาของเขาที่สุด เสียงนุ่มนั้นก็น่าจะเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ร่วมคัดเลือกอยู่ในเวลานี้

อะไรสักอย่างที่เขาก็ตอบไม่ได้ว่ามันเป็นอะไรเหมือนกัน ดลใจให้เขากลับหลังหันแล้วเดินกลับไปที่หอประชุมแห่งนั้นเพื่อดูการแข่งขันของชมรมวิชาการที่เปรียบเสมือนยาขมของเขา เขาโคตรไม่ชอบเรียนหนังสือเลย


“ผมขอตอบว่าโรคกระเพาะอาหารอักเสบไม่ได้เกิดจากเชื้อจุลชีพครับ โรคเกิดจากความเครียดและยาต้านอักเสบครับ”

เสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อเขาก้าวขาเดินเข้าไปในหอประชุมที่กำลังเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ตอนนี้การแข่งขันเลือกประธานชมรมอื่นก็คงเสร็จหมดแล้ว คนในโรงเรียนเลยมาออกันที่หอประชุมเพื่อดูการแข่งของชมรมวิชาการที่เหลืออยู่เป็นชมรมสุดท้ายกันหมด อิฐจำคนตอบคำถามเมื่อครู่ได้ ไอ้ว่าน เขารู้จักมันดี มันเรียนได้ที่หนึ่งของห้องคิง ว่าที่ประธานชมรมวิชาการในปีนี้

อิฐแหงนหน้าไปมองหาเจ้าของเสียงที่เขาได้ยินเมื่อครู่นั่นอย่างสงสัย เขามั่นใจว่าเสียงกร้าวเมื่อกี้ไม่ใช่ของว่านแน่ เขาจำเสียงมันได้ เจ้าของเสียงนั่นคือใครทำไมเขาถึงไม่คุ้น กวาดตามาอีกฝั่งขอเวทีเขาก็ได้คำตอบ ผู้เข้าแข่งขันอีกคนไม่ใช่ใครที่เขาคุ้นเคยเลย น่าจะเป็นนักเรียนใหม่ของห้องคิง เขาอยู่ห้องบ๊วยของสายวิทย์ก็จำหน้าเด็กเรียนเก่งไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าไอ้เจ้าของเสียงที่พาเขามานี่สีหน้ามันโคตรหยิ่ง ไอ้ลิงแว่นหน้าวอกนั่นทำสีหน้าเมินเฉยและตายด้านอยู่อีกฝั่งของเวที ราวกับว่าไม่มีใครในที่นี้จะเรียกร้องความสนใจจากมันได้อีกแล้ว


“ผมขอดีเฟนด์”

เสียงเรียบดังมาจากไอ้คนที่เขากำลังนินทาอยู่ พอจบคำ เสียงซุบซิบก็ดังฮือขึ้นมาจากเด็กทั้งหอประชุม เขาเองก็ได้แต่มองหน้าไอ้หน้าจืดนั่นอย่างสงสัย มันจะมาแย้งคำตอบอะไรไอ้ว่านได้ ไอ้ว่านนี่เด็กเรียนอันดับหนึ่งของโรงเรียนแล้วนะ

“ผมขอแย้งว่าโรคกระเพาะอาหารอักเสบสามารถเกิดจากเชื้อจุลชีพได้ ดร.แบร์ลี่ มาแชลล์ทำการศึกษาแล้วว่ากลุ่มของโรคแผลในทางเดินอาหารสามารถเกิดมาจากเชื้อโรคแบคทีเรียที่ชื่อว่า Helicobacter pylori จนได้รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาในปี 2005 ดังนั้น ผมจึงขอดีเฟนด์ว่าคำตอบของผู้ตอบก่อนหน้าไม่ใช่ความจริง”

ไอ้หน้าขาวนั่นตอบด้วยสีหน้าเรียบสนิทราวกับมันกำลังนั่งเหลือบตาลงมามองจากยอดหอคอยงาช้าง คำตอบของมันเรียกเสียงฮือฮาให้กับหอประชุมนี่อีกครั้ง เขาตัดสินใจกลับหลังหันเดินออกจากหอประชุมอย่างหมดความสนใจ ชมรมวิชาการก็เหมือนเดิม มีแต่พวกบ้าความรู้ แถมไอ้เด็กใหม่นั่นก็ยังทำหน้าหยิ่งฉิบหาย เห็นแล้วโคตรหมั่นไส้


********************************


“พี่อิฐ!”

เสียงหวานเจี๊ยบแต่แฝงความหงุดหงิดปลุกเขาขึ้นจากภวังค์ เขาหันหน้าไปมองแฟนสาวของเขาอย่างตกใจเล็กน้อย นี่เขาปล่อยเธอพูดคนเดียวไปนานเท่าไหร่แล้วนี่

“ว่าไงครับแป้ง”

เขาพูดเสียงนุ่มพร้อมฉีกยิ้มกว้าง โปรยยิ้มไปก่อนที่แฟนเขาจะหงุดหงิด แป้งนี่พองอนแล้วถือว่าก็ไร้เหตุผลแบบขึ้นหิ้งได้เลย พวกเขากำลังนั่งกินไอติมสีหวานอยู่ที่ร้านหน้าโรงเรียนของแป้ง เขารีบตักไอติมขึ้นป้อนอย่างเอาใจก่อนที่สาวเจ้าจะงอน โต๊ะด้านข้างซุบซิบกันนิดหน่อยพร้อมกับมองมาทางเขา แต่ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ พวกเขาเป็นแฟนกันแล้ว


“เหม่อมองสาวที่ไหน แป้งเห็นนะ” อีกฝ่ายพูดมาด้วยสำเนียงจับผิด

“ไม่มีสักหน่อยครับแป้ง ตั้งแต่คบกับแป้ง พี่ก็ไม่เหลือสายตาไว้มองสาวที่ไหนแล้ว”

อิฐพูดอย่างเอาใจ ความจริงเขาก็ไม่ได้โกหก เพราะคนที่ดึงความสนใจของเขาไปจนหมดเมื่อกี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นไอ้หน้าจืดที่น่าจะได้เป็นประธานชมรมวิชาการคนนั้น และมันก็ไม่ใช่ผู้หญิง

“ถ้าแป้งจับได้หละน่าดู”


ภาพเด็กหนุ่มแว่นหนานั่งในรถตู้คันหรูกำลังดึงความสนใจของเขา

เด็กใหม่คนนั้นที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าชื่ออะไรนั่งอยู่ในรถตู้ราคาแพง เขาดูแค่ระยะนี้ก็รู้รุ่นรู้ยี่ห้อโดยไม่ต้องเห็นโลโก้ด้วยซ้ำ รถตู้ไฮเอนด์สัญชาติญี่ปุ่นราคาหลายล้าน ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไอ้หน้าจืดนี่เป็นลูกคุณหนูแบบไม่ต้องสืบเลย

ดูเหมือนมันกำลังสั่งให้คนขับรถมันวิ่งไปเอาอะไรสักอย่างที่ร้านค้า

คนขับรถเปิดประตูลงไปเดินหายไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาขึ้นรถ แต่ไม่ทันได้ออกรถไปไหน คนขับรถเจ้ากรรมก็วิ่งกลับลงไปอีกรอบ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับถุงของอะไรสักอย่างเหมือนกับที่ถือมารอบแรก แต่คราวนี้ไม่ได้วนกลับขึ้นตรงคนขับรถ แต่มาฝั่งผู้โดยสารที่ไอ้หน้าจืดนั่นนั่งอยู่

มันเปิดกระจกลงมาเอื้อมหยิบถุงของนั่นไปดู ไม่ถึงครึ่งนาทีมันก็ส่งคืนพร้อมกับเลื่อนกระจกปิดขึ้น คนขับรถคนเดิมก็วิ่งกลับไปที่ร้านอีกครั้งและเอาของกลับมาให้ดูใหม่ อิฐนั่งมองคนขับรถวิ่งไปมาสามสี่รอบก็ยิ่งหงุดหงิด ความประทับใจแรกที่ว่าต่ำแล้วก็ยิ่งต่ำลงไปใหญ่

‘แค่มึงลงจากรถไปเองตั้งแต่แรกก็จบแล้ว มัวแต่ใช้คนอื่นอยู่นั่นแหละ ไอ้พวกลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเอ๊ย เห็นแล้วรำคาญลูกกะตาฉิบหาย’


“พี่อิฐจะเอากลับบ้านด้วยไหมคะ”

แฟนสาวป้ายแดงของเขาหันมาถามพร้อมกับไอติมถ้วยในมือ เขาส่ายหัวเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่ต้องการ เธอจึงเดินนำออกจากร้านไป พร้อมกับมีเขาที่เดินถือกระเป๋านักเรียนของเธอตามไปเงียบๆ


“เดี๋ยวแป้งไปยืนรอพ่อตรงร้านเค้กนะคะ”

แฟนสาวของเขาเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน เขาส่งกระเป๋าคืนให้เธออย่างเข้าใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแฟนกับแป้งก็จริง แต่เธอก็ไม่ได้บอกให้พ่อแม่รับรู้ เขาเลยทำได้แค่แชตกับคุยโทรศัพท์ ถ้าวันไหนอยากเจอก็ต้องนัดใกล้ๆ โรงเรียนของแป้งเอา ใช้โอกาสระหว่างรอพ่อมารับเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน


อิฐเดินไปนั่งที่ป้ายรถเมล์เมื่อแอบเห็นว่าพ่อของแป้งมารับเธอกลับไปแล้ว

เขานั่งรอรถอยู่นาน วันนี้เหมือนรถประจำทางที่ผ่านบ้านเขาจะมาช้าเป็นพิเศษ แต่เขาเองก็ไม่ได้เร่งร้อนอะไร อิฐหยิบมือถือเครื่องเก่าออกมานั่งเล่นรอเวลากลับบ้าน จอโทรศัพท์ของเขาแตกจนแทบมองมุมจอฝั่งซ้ายไม่เห็น แต่เขาก็ไม่อยากเปลี่ยน บ้านของเขาไม่ได้รวยนัก ปรกติเวลาอยู่นอกบ้านเขาก็ไม่ได้เปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพราะมันเปลือง แป้งก็รู้ดีว่าถ้ามีอะไรเร่งด่วนให้โทรมา เพราะเขาไม่ใช่คนออนไลน์ตลอดเวลา


อิฐลุกขึ้นเมื่อเห็นว่ารถเมล์ที่รอมานานกำลังจะจอดเทียบตรงป้าย

ฟ้ามืดแล้ว ถ้าจับเวลาดูคงจะเห็นว่าเขานั่งรอรถอยู่เป็นชั่วโมงได้ กว่ารถจะไปถึงบ้านเขาก็คงดึกพอสมควร แต่ก็ช่างเถอะ ความจริงบ้านก็ไม่ใช่สถานที่ที่น่าอภิรมณ์จะกลับไปหาเท่าไหร่นัก




นายพินต้า

ฝากเฟสบุ๊คกับทวิตเตอร์ นายพินต้า ninepinta ด้วยนะ อ้อ #อิฐไป๋ ด้วย >///<

สำหรับใครที่ยังงงอยู่ เราเข้าจักรวาลของภาค 2 แล้วนะครับ แต่ภาค 2 ก่อนจะเข้าเรื่องหลังจากที่อิฐสารภาพรักกับไป๋แล้ว ผมจะพาทุกท่านไปเยี่ยมอดีตทั้งคู่กันสักหน่อยว่าพวกเขามีอะไรเป็นความหลังซึ่งกันและกันบ้าง ใครที่อยากอ่านเรื่่องตอนปัจจุบันแล้ว อดใจหน่อยนะครับ ช่วงนี้ผมอาจจะลงถี่หน่อย รับประกันว่ากลับมาภาคปัจจุบันแล้วกำอินซูลินกันไว้ให้แน่นๆ ได้เลย หวานแน่ 555555

ปล. แอบมาลงก่อน เพราะไม่รู้ว่าช่วงปลายสัปดาห์จะยุ่งๆ จนไม่ค่อยได้ลงหรือเปล่า แปะไว้ก่อนเลย อิอิ

ปล.อีก คอมเม้นให้ผมหน่อยนะ มันเป็นกำลังใจที่ดีมากเลย พิมพ์ให้อ่านหน่อย ผมจะได้มีแรงแต่งต่อน้า

ความคิดเห็น