จบแล้วงับกับนิยายเรื่องแรกในชีวิต แหะๆๆ ติกันได้นะ ขอบคุณทุกกำลังใจด้วยงับ สวัสดีงับ ~/\~

เหตุผลที่ 10 เปลี่ยนไป

ชื่อตอน : เหตุผลที่ 10 เปลี่ยนไป

คำค้น : ดราม่า รัก เสียสละ ขนมเทียน ลูกตาล

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 263

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2561 07:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหตุผลที่ 10 เปลี่ยนไป
แบบอักษร

ยามสุขเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ เหมือนตอนนั้นที่ผมกับเธอได้รักกัน แต่ยามทุกข์เวลากลับเชื่องช้า มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ยิ่งพยายามลืมมากเท่าไหร่ ยิ่งจดจำมากกว่าเท่าเป็นตัว 6 เดือนเหมือน 6 ปี ความเจ็บยังคงวนเวียนในหัวผมเสมอ หัวใจที่แตกร้าว ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย

แม่เคยบอกผมว่า เวลาจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้นเสมอ แล้วอะไรๆ ก็จะผ่านไป แต่มันไม่ง่ายกับผมเลย ผมยังคงร้องไห้ ยังคงคิดถึง ยังโหยหาเธออยู่เสมอ ทั้งๆ ที่พยายามจะตัดใจ พยายามจะลืม ผมมันอ่อนแอ เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ ผมทำได้แค่ยอมรับกับความห่วยแตกของตัวเอง

“ตาล...ฮึก...ผมผิดอะไร...ฮึก...ทำไมต้องทิ้งผมไป” เหมือนคนโง่ที่รู้ทุกอย่างแต่ไม่ยอมรับมัน

“ฮึก..โถ่เว้ยยย” บรั่นดีในมือถูกกระดกกรอกปากอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความเจ็บปวดที่ได้รับ มันยากเกินกว่าที่ผมจะทำใจได้ในตอนนี้

“กูผิดอะไรนักหนา! ...ฮึก...ทำไมวะ ทำไมต้องเป็นกู!!” เสียงตวาดดังลั่นห้อง โดยไม่สนใจคนในบ้านว่าใครจะได้ยิน

‘เพล้ง!’ ขวดบรั่นดีทรงสวย ถูกปาเข้ากับกำแพงอย่างแรงด้วยความโกรธ

“โว้ยยยย ทำไมต้องเป็นกู!!” ผมโวยวายดังลั่นห้องด้วยความเสียใจที่สะสมมายาวนาน

ไม่มีใครกล้าเข้ามาในห้องผมตอนนี้ คนที่บ้านรู้ดีเวลาผมทั้งโกรธทั้งเมา อารมณ์ผมจะรุนแรงมากว่าปกติเป็นเท่าตัว ความฉุนเฉียวที่มีอาจพลั้งเผลอทำร้ายคนที่เข้ามาโดยไม่ทันได้รู้ตัว ผมไม่ชอบทำร้ายใคร ผมชอบทำร้ายตัวเอง เพราะทุกอย่างที่เป็นไปมันคือผมเองที่ทำให้มันเกิดขึ้น จะให้ผมโยนความเจ็บปวดให้คนอื่นก็ไม่ใช่เรื่อง

กลางวันผมยังคงเป็นขนมเทียนคนเดิมทำงานรับผิดชอบหน้าที่อย่างดี ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ผมไม่อยากมีเวลาว่างเลย ถ้าผมได้อยู่คนเดียว มันยิ่งทำให้ผมฟุ้งซ่าน ผมกลายเป็นคนที่หวาดกลัวการอยู่คนเดียว เกลียดความเหงา ขยาดความเดียวดาย เจ็บแค้นการถูกทอดทิ้ง

เวลาร่วงโรยไปนานแสนนาน ความชินชาเข้าเกาะกุมประกอบหัวใจที่มันแตกร้าวของผม จนมันเปลี่ยนวิถีชีวิตในยามค่ำคืนของผมไปโดยปริยาย



- [Nightmare Pub] -


คืนนี้คืนนั้นคืนไหนๆ ผมก็มาสิงสถิตที่เดิม มันเป็นร้านประจำของผมไปแล้ว

“ไอแมงน้องมีใครเด็ดๆ แนะนำมั้ยวะ คืนนี้อยากลองของใหม่ๆ หึหึ” ผมหันไปคุยกับไอแมงมุมที่วันนี้มาคนเดียว เพราะไอแมงพี่ไม่สบาย

“มึงจะเอาว่างั้น มึงก็มองดูรอบๆ เองดิวะ หญิงชอบมึงมีกระจายอยู่ทั่ว หยิบๆ เอาสักคนจะเป็นไร” ไอแมงน้องพูดอย่างนั้น ทำให้ผมมองไปรอบๆ ก็พบว่าจริงอย่างที่มันพูด หญิงสาวในชุดเซ็กซี่เย้ายวนมองมาทางผมไม่น้อยเลย

“หึ! ว่าแต่กู มึงเองก็ไม่ใช่ย่อยนะเว้ย”

ทันทีที่ผมพูดจบ หญิงสาวร่างบางคนหนึ่งเดินเข้ามาหาไอแมงน้อง ในขณะที่พวกผมกึ่งนั่งกึ่งยืนอยู่กับเก้าอี้บาร์ทรงสูง

“ดีค่ะแมงมุม กีวี่เหงาจังเลยค่ะ แมงมุมสนใจไปสนุกกับกีวี่มั้ยคะ” หญิงสาวนามกีวี่ ใช้แขนเรียวบางโอบรอบคอ เดินวนรอบตัวหยุดยืนตรงหว่างขาใช้นมโตเบียดเสียดหน้าอกไอแมงน้องอย่างจงใจยั่ว

“เอาสิ กำลังเบื่อ” ไอแมงน้องตอบรับคำง่าย

หนึ่งในเพื่อนของกีวี่ เดินเข้ามาหาผมอย่างจงใจ

“ดีค่ะ ชื่ออะไรหรอคะ” หญิงสาวในชุดรัดรูปเกาะอกกระโปรงยาวแค่คืบเดินมาหยุดยืนตรงหว่างขาผม และผมก็ไม่ปฏิเสธที่จะให้เธอยืน

“เทียนครับ คุณละ”

“เชอร์รี่ค่ะ”

ไม่ต้องมากความเราสี่คนสองคู่พากันออกมาที่รถเบนซ์สีดำคันเดียว นั้นคือรถไอแมงน้อง รถผมจอดอยู่คอนโด

พวกเราแวะเข้าพักโรงแรมไม่ใหญ่มากใกล้ผับ แต่ไม่ใช่ม่านรูด แยกกันไปคู่ละห้อง ก่อนแยกตัว ไอแมงน้องยื่นกล่องถุงยางยี่ห้อดังให้ผม ผมรับมาอย่างเข้าใจ สมกับวิถีคนเฟรนลี่อย่างไอแมงมุม อยากจะบอกในรถมันมีอีกเพียบ

“โชคดีมึง เจอกัน”

“เออ เจอกัน” เราต่างยิ้มให้กันก่อนแยกกันเข้าห้องใครห้องมัน

เชอร์รี่ไม่ใช่คนแรกที่เล่นกับผม แต่เป็นคนแรกที่ผมบอกชื่อ แต่ก็ช่างมันเถอะ คืนเดียวแยกเหมือนเดิม ผมไม่สนไม่แคร์อะไรอีกแล้ว


...........................................



ชีวิตประจำวันของผมเปลี่ยนไป จากที่บ้างาน นอนร้องไห้ เหม่อลอย ตอนนี้ผมเลือกที่จะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสมองและสัญชาตญาณสั่งการ ตกดึกมืดค่ำไม่ติดงานก็จะแวะไปหาฝาแฝดแมง แหล่งสังสรรค์เดิมของผม

จะปล่อยให้ชีวิตจมปลักไปทำไมในเมื่อเธอไม่ได้ต้องการผมแล้ว ความเจ็บปวดผมเรียนรู้มากพอให้รักตัวเองดีกว่า ผมบอกตัวเองเสมอ รักแท้มันไม่มีจริง ความรักมันไร้ค่า ไร้สาระ จะรักคนอื่นไปทำไม ในเมื่อไม่มีใครรักผมจริงสักคน นอกจากครอบครัว กับเพื่อนสนิทสองคน ผมก็ไม่คิดจะรักใครจริงจังอีกแล้ว

ผมใช้ชีวิตไปกับงาน เที่ยวกลางคืน ปาร์ตี้ และเซ็กส์ ผมทำทุกอย่างที่ไม่เคยคิดจะทำ ผมปลดปล่อยด้านมืดของผมมานาน ทุกครั้งที่ออกเที่ยวกลางคืน ผมควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า มีอะไรกับทุกคนที่ควงโดยไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ และเธอเหล่านั้นก็เต็มใจที่ไปกับผมเอง ผมไม่เคยบังคับให้ใครมานอนกับผม ไม่ต้องการผูกพัน ไม่ต้องการความรักจากใคร

มีก็แต่หญิงสาวคู่ขาของผมที่ตอนนี้นอนเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มผืนหนาของโรงแรมปกปิดร่างกายบางส่วน ที่เราจะพบกันบ่อยกว่าคนอื่นๆ เพราะผมเองก็ติดใจในการตอบสนองซึ่งกันและกันอย่างถึงใจ ถึงอย่างนั้นเธอก็มักจะเป็นตัวเลือกท้ายๆ ที่ผมจะนอนด้วย

“กลับเองได้ใช่มั้ย”

“ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”

“ไม่จะดีกว่า”

“เทียนก็พูดแบบนี้ทุกที”

“แล้วไง?”

“ก็เชอร์รี่ ชอบคุณนี่คะ”

“แต่ผมไม่ได้ชอบคุณ เราตกลงกันแล้วนิ ค้างคืนไม่เกี่ยวสัมพันธ์ ผมไปละ” ผมเอื้อมไปหยิบกระเป๋าตังกับโทรศัพท์ข้างเตียงก้าวยาวเดินออกมาโดยไม่สนใจหญิงสาวจะพูดอะไรต่อ หรือมีสีหน้ายังไง

นาฬิกาดิจิตอลหน้ารถบ่งบอกเวลาตี 4 ยังเป็นเวลาเช้าอยู่ พอจะมีเวลานอนต่อได้อีกนิดหน่อย ผมออกรถตรงกลับบ้านอย่างเบื่อหน่าย



- [บ้านขนมไทย] -


“พี่หายไปไหนมา ทำไมกลับเช้าเกือบทุกวันเลย” ผมที่ยังไม่ทันจะก้าวออกจากรถที่ตอนนี้จอดสนิทอยู่ที่โรงรถ น้องชายสุดที่รักผมถามขึ้นอย่างสงสัย

“เกี่ยวไรกับแก แล้วมีอะไรตื่นซะเช้า”

“จะไปช่วยแม่ทำขนม พี่จะไปทำด้วยมั้ย”

“ไม่อ่ะ ง่วง” ผมปฏิเสธทันควัน คนเพิ่งกลับมาจากทำเรื่องอย่างว่า ใครมันจะไปมีแรงนักหนาวะ

“โอเค เจอกันที่ร้าน”

“เออ” ผมรับคำสั้นโบกมือไล่น้องชายตัวดีออกไปห่างๆ

ผมโยนสัมภาระทั้งหมดไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวจนสบาย ทิ้งตัวลงนอนปิดตาเตรียมจะหลับ เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นอย่างขัดใจ

‘ติ้ง~’

“ใครวะ เช้าๆ” ผมสถบอย่างหงุดหงิด ผมก็อยากไม่สนใจกะปล่อยให้มันดังต่อไป แต่เหมือนคนที่ติดต่อมาจะไม่ละความพยายามที่จะส่งข้อความ

‘ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง! ~’

“โว้ยยย อะไรนักวะคนจะหลับจะนอน” ลุกจากที่นอนแสนอุ่นอย่างหัวเสีย หยิบโทรศัพท์ที่หน้าจอแสงจ้า ข้อความจากน้องชายเด่นหราอยู่ตามหน้าต่างแจ้งเตือนเกือบสิบข้อความ

[พี่ / พี่ / พี่ว้อยย / ไอพี่ / ตาลมา / ที่ร้านขนม / ตาลมาว้อยย / เขาถามหาพี่มึงอะ / ไอพี่ ตื่นว้อย]

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเรื่องของเธอคนนั้นคงทำให้ผมดีใจไม่น้อย และคงรีบออกจากบ้านไปที่ร้านขนมทันที่

“ [แล้ว? / บอกกูเพื่อ? / กูจะนอน อย่ากวน / เขามามึงก็ไปบอกคนดูแลเขา ไม่ต้องมาบอกกู / อ่อแล้วฝากบอก กูสบายดีไม่ต้องมาทำเป็นห่วงกูหรอก ขอบใจ] ” ผมตอบกลับอย่างเซ็งๆ เธอมาแล้วยังไง เกี่ยวอะไรกับผมอีกละ ในเมื่อคนที่ต้องการให้ผมไปคือเธอเอง

ผมไม่ได้รอการตอบกลับของน้องชายที่แสนดีอุตส่าห์ส่งข่าวให้แต่เช้า ผมปิดเครื่องแล้วโยนมันกลับไปไว้บนโต๊ะตามเดิมทันที ผมทิ้งตัวนอนอีกครั้ง คราวนี้ความเพลียที่สะสมมามันเติบโตเต็มที่ ทำให้ผมหลับสนิทอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

ความคิดเห็น