facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ไม่ว่าอำนาจ ครอบครัว หรือความรัก นางต้องการมันทั้งหมด!

ชื่อตอน : บทที่ 15 จากลา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2561 09:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 จากลา
แบบอักษร

ถาวจวินหลันเงยหน้ามอง แล้วก็ไม่กล้าคิดอะไรไร้สาระอีก รีบหลบสายตาแล้วทำงานอย่างตั้งใจ ถ้าหากถูกนางกำนัลอาวุโสซุนจับได้ว่าแอบเหม่อลอยขณะทำงาน ก็จะต้องโดนลงโทษอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่วายที่จะแอบกังวลเล็กน้อย ท่าทางเหม่อลอยเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าถูกเห็นเข้าหรือเปล่า?

สุดท้ายแล้วนางกำนัลอาวุโสซุนก็มาหยุดฝีเท้าอยู่ตรงหน้าถาวจวินหลัน

ถาวจวินหลันหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เงยหน้าขึ้นมามองนางกำนัลอาวุโสซุนแล้วยิ้ม “กูกู”

สีหน้าของนางกำนัลอาวุโสซุนนั้นดูอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย พยักหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า “เจ้าตามข้ามา”

หลังจากได้ยินสี่พยางค์นี้ ในใจของถาวจวินหลันทั้งตกใจและดีใจขึ้นมาในทันที ในเวลานี้ นางกำนัลอาวุโสซุนจะต้องมาพานางไป...

เช่นนี้หมายความว่าอะไร แต่คนที่พอจะมีสมองสักหน่อยก็ควรจะเข้าใจได้อย่างชัดเจน

ถาวจวินหลันรีบเช็ดมือ แล้วจึงลุกขึ้นเดินตามหลังนางกำนัลอาวุโสซุนไป ตลอดทางก็ได้แต่มองตามหลังนางกำนัลอาวุโสซุน รู้สึกเกร็งจนมือนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทว่าถึงอย่างไร นางก็ไม่กล้าแสดงอาการดีใจออกมาแม้แต่น้อย พยายามทำตามกฎระเบียบ และแสดงส่วนที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาอย่างสุดกำลัง

ไม่ว่าอย่างไร หากได้รับเกียรตินี้จริงๆ นั่นคงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก

เมื่อเข้ามาภายในห้องแล้ว จิ้งหลิงที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ตรงนั้น ครั้นเห็นถาวจวินหลันก็เผยอปากออก และใช้หางตามองมาเล็กน้อย จากนั้นก็รีบหันกลับไป

นางกำนัลอาวุโสซุนยังคงพูดอย่างประจบประแจงเช่นเดิม “แม่นางจิ้งหลิง ข้าพาคนมาแล้ว”

ถาวจวินหลันคำนับอย่างตั้งใจ ในใจรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย

“เช่นนั้น ข้าพานางไปเลยนะเจ้าคะ” จิ้งหลิงลุกขึ้น เข้ามายิ้มให้นางกำนัลอาวุโสซุน แต่กลับไม่ชายตามองถาวจวินหลันอีกเลย “รบกวนกูกูแล้วเจ้าค่ะ”

พูดจบแล้ว จิ้งหลิงก็เดินออกไปด้านนอกด้วยท่าทางขึงขัง ทว่าตอนที่คุยกับนางกำนัลอาวุโสซุนนั้นนับว่าพอจะมีความเกรงใจอยู่บ้าง ปากพูดไปก็เผยรอยยิ้มบางๆ ไป น้ำเสียงที่ใช้ก็แสดงความเคารพ “ในวังยังมีเรื่องต้องทำอีก อีกสักพักองค์ชายรองก็จะเลิกเรียนแล้ว ข้ายังจะต้องไปอยู่รับใช้เจ้าค่ะ”

คำพูดนี้...

ถาวจวินหลันหลุบตามองต่ำ ในใจครุ่นคิด ไม่ได้มีเจตนาหรือเพียงแค่พูดเรื่องปกติ หรือว่าเป็นการโอ้อวดกันหรือ? ได้ยินเช่นนี้ กลับทำให้ถาวจวินหลันรู้สึกประหลาดใจ แม้ว่าจะรับใช้ใกล้ชิดองค์ชายรองก็ไม่ควรจะพูดเช่นนี้ใช่หรือไม่? นางคิดว่า คงต้องมีอะไรสักอย่าง จิ้งหลิงคนนี้...ดูท่าแล้วไม่น่าจะใช่คนโง่เขลาอย่างแน่นอน

ทว่าคำพูดพวกนี้นางกำนัลอาวุโสซุนกลับไม่ได้คิดถึงความหมายอื่นเลยแม้แต่น้อย กลับยิ้มให้ “ก็เป็นเพราะองค์ชายรองท่านเห็นความสำคัญของแม่นางจิ้งหลิงอย่างไรเล่า นี่ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็สั่งให้คนมาทำแทนให้ก็ได้ ทำไมจะต้องลำบากแม่นางมาด้วยตัวเองกัน?”

ถาวจวินหลันรู้สึกว่าคำพูดของนางกำนัลอาวุโสซุนนั้นถูกต้อง ‘ในเมื่อยุ่ง แล้วทำไมจะต้องมาด้วยตัวเองกันเล่า? สั่งให้คนมาทำแทนก็ได้นี่’

จิ้งหลิงหัวเราะ “ไม่มาดูด้วยตัวเอง ข้าก็ไม่กล้าวางใจเจ้าค่ะ”

นางกำนัลอาวุโสซุนก็หัวเราะ “เป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง”

ระหว่างที่พูดนั้น จิ้งหลิงได้เดินออกไปนอกประตูแล้ว ถาวจวินหลันลังเลมองไปทางนางกำนัลอาวุโสซุน แล้วนางกำนัลอาวุโสซุนก็มาจูงนางไป จากนั้นก็พูดเสียงเบาว่า “ต่อไปเจ้าไปทำงานอยู่ที่วังขององค์ชายรองเถอะ”

คำพูดของนางกำนัลอาวุโสซุนนั้น ทำให้ถาวจวินหลันดีใจเป็นที่สุด ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนกับยกภูเขาออกจากอก ทว่ามองดูท่าทางของจิ้งหลิงแล้ว...ในใจของนางนั้นก็รู้สึกกระวนกระวายอยู่ไม่น้อย

แต่ไม่ว่าอย่างไร นางก็ยังคงรีบเดินตามหลังจิ้งหลิงไป ครั้นเดินออกจากหน่วยงานซักล้างนั้น ในใจก็ยังคงรู้สึกกระวนกระวายอยู่ไม่น้อย นางไม่ต้องไปเก็บของหรือ? ไม่ต้องกล่าวลาอะไรเลยหรือ? จะไปทั้งๆ แบบนี้เลยหรือ?

เพียงแต่จิ้งหลิงไม่พูดอะไร ถาวจวินหลันก็ทำได้เพียงแค่เก็บความอึดอัดนี้ไว้ในใจไม่กล้าเอ่ยปากออกมา ไม่ว่าจะอย่างไรฐานะของจิ้งหลิงก็สูงกว่านาง นางไม่สามารถล่วงเกินได้ ยิ่งไม่สามารถปล่อยให้จิ้งหลิงต้องรอนาง อีกทั้งไม่แน่ว่าจิ้งหลิงอาจจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้แล้วก็ได้ นางจึงไม่ควรที่จะพูดอะไรออกไป

ทางเดินนั้นเงียบสงบ ระหว่างทางเดินผ่านวังกว่าครึ่งในวังหลวงจึงจะถึงวังขององค์ชาย ในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่อยู่ขององค์ชายทั้งหมด แยกกันกับวังหลวง ถึงอย่างไรองค์ชายที่โตเป็นหนุ่มแล้วก็ต้องอยู่แยกกันกับเหล่านางสนมทั้งหลาย ทว่าที่นี่ก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวังหลวง เพียงแค่อยู่แถบข้างนอกนิดหน่อยเท่านั้น

องค์ชายรองนั้นประทับที่วังเต๋ออัน

เนื่องจากไม่เคยเห็นวังอื่นๆ ว่าเป็นเช่นไร ดังนั้นถาวจวินหลันจึงบอกไม่ได้ว่าวังเต๋ออันนั้นจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ทำได้เพียงแค่มองดูอย่างรีบร้อนแล้วเดินตามจิ้งหลิงเข้าไป อีกทั้งยังมาที่นี่เป็นครั้งแรกจึงรู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูก ทั้งยังต้องปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบอีก ทำให้ไม่กล้ามองซ้ายมองขวาไปเรื่อย เพราะฉะนั้นทั้งๆ ที่เดินมาไกลขนาดนี้ สิ่งที่นางจำได้ชัดเจนที่สุดกลับเป็นประตูของวังเต๋ออันที่มีป้ายแขวนไว้ด้านบนว่า "เต๋ออัน" สองตัวอักษร

แค่ตัวอักษรสองตัวนั้นก็ดูมีอำนาจเป็นอย่างมากแล้ว ขัดกับความหมายของคำว่าเต๋ออันโดยสิ้นเชิง

จิ้งหลิงพาถาวจวินหลันมาที่ห้องห้องหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มให้กับนางกำนัลอีกคนหนึ่งในห้อง แล้วชี้มาที่นาง "นี่ เจ้าคอยสั่งสอนงานให้นางด้วย"

ถาวจวินหลันแอบมองดู เมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นนางกำนัลขั้นสองก็รีบคำนับ

อีกฝ่ายก็พิจารณาดูถาวจวินหลันอยู่เหมือนกัน แล้วก็กวาดสายตาไปทางอื่น จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า "หน่วยงานซักล้างมีคนที่เพียบพร้อมเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ" เป็นการพูดอย่างแปลกใจเล็กน้อย

ถาวจวินหลันรู้สึกลำบากใจ จิตใจไม่สงบยิ่งขึ้น คิดดูแล้วสุดท้ายก็พยายามแสดงสีหน้าที่ปกติที่สุด เผยรอยยิ้มแล้วเอ่ยว่า "ข้าน้อยเป็นคนที่เพียบพร้อมที่ใดกันเจ้าคะ? เพียงแค่พอดูได้ก็เท่านั้นเอง"

จิ้งหลิงเลิกคิ้วขึ้น มองพิจารณาถาวจวินหลันตั้งแต่หัวจรดเท้า สุดท้ายแล้วก็ค่อยๆ ยิ้มออกมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ค่อยชัดเจน "คิดไม่ถึงว่า ฝีปากจะยังไม่เลวอีกด้วย"

ถาวจวินหลันรู้สึกว่าใจเต้นไม่เป็นจังหวะ รู้สึกเพียงแค่ว่าไม่มีทางสบตาจิ้งหลิงได้ จึงทำให้ได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วกำมือไว้แน่น นางรู้สึกว่า...ท่าทางจิ้งหลิงดูจะไม่ค่อยชอบนางเท่าไรนัก

ทว่าในเมื่อจิ้งหลิงไม่ชอบนาง แล้วทำไมจึงจะต้องไปรับนางที่หน่วยงานซักล้างด้วยตัวเองเล่า?

ในใจของถาวจวินหลันนั้นสับสนไปหมด ทว่าในตอนนี้นางกลับทำได้เพียงเก็บความรู้สึกเอาไว้ในใจ ถามใครก็ไม่ได้ พูดออกไปก็ไม่ได้ แม้แต่แสดงอาการออกมาแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้

"อย่างไรเจ้าก็มาแล้ว ต่อไปทุกคนจะต้องอยู่ร่วมกัน เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องระวังอะไรขนาดนั้นหรอก" นางกำนัลอีกคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างเป็นมิตร "เจ้าชื่ออะไรหรือ?"

ถาวจวินหลันเงยหน้ายิ้ม "จวินหลัน ถาวจวินหลัน" นางเองก็ถือโอกาสนี้พิจารณาดูอีกฝ่ายเช่นกัน อีกฝ่ายสวมเครื่องแบบสีเขียวอ่อนทั้งชุด โครงหน้ากลมเล็กน้อย ทว่าไม่ได้อวบอ้วน กลับดูอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งดวงตากลมโต ดูแล้วรู้สึกอ่อนหวานเป็นอย่างมาก จมูกนั้นไม่ได้โด่งอะไรนัก แต่กลับดูเป็นสันงดงาม  สุดท้ายริมฝีปากที่ไม่บางและไม่หนาจนเกินไป เป็นปากที่อวบอิ่ม เมื่อยิ้มแล้วดูโอบอ้อมอารี

หน้าตาเช่นนี้ดูแล้วเป็นคนที่น่าคบหา ทำให้นางรู้สึกสนิทสนมมากขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

อันที่จริงแล้วถาวจวินหลันก็เชื่อมั่นว่า อีกฝ่ายนั้นน่าคบหากว่าจิ้งหลิงอย่างแน่นอน

จิ้งหลิงมอบหมายให้สั่งสอนกฎระเบียบแล้ว ก็กล่าวอะไรอีกเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วรีบร้อนเดินออกไป

หลังจากจิ้งหลิงออกไปแล้ว นางกำนัลคนนั้นก็ยิ้มออกมา แล้วพูดอย่างอ่อนโยน "ข้าชื่อชิวจื่อ ดูแลเรื่องงานเย็บปักขององค์ชายรอง คนเมื่อกี้นี้ชื่อจิ้งหลิง ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ขององค์ชายรอง นอกจากนี้ยังมีอีกสามคน ชื่อซิ่วหลิง สุ่ยปี้และเยว่จู เมื่อก่อนยังมีอีกคน ก่อนหน้านี้เกิดป่วยหนักกะทันหัน จึงถูกส่งออกไป ใครๆ ก็รู้ว่ารักษาไม่หายแล้ว งานของข้านั้นมีท่วมตัวไปหมด เจ้ามาได้จังหวะพอดี"

ถาวจวินหลันสะดุ้งเบาๆ จิ้งหลิงเลือกให้นางมาอยู่ที่นี่ เป็นเพราะเห็นในฝีมือการปักของนางอย่างนั้นหรือ?

แล้วก็ตอบรับคำของชิวจื่ออย่างน้อบน้อม "พี่ชิวจื่อมีเรื่องอะไรก็สั่งข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ"

ชิวจื่อยังมีท่าทีอ่อนโยนเหมือนเดิม เพียงแค่ยิ้มแล้วกล่าวว่า "เจ้าไม่ต้องเกร็งขนาดนี้ก็ได้ เรื่องกฎระเบียบนั้นเดี๋ยวข้าจะค่อยๆ สอนเจ้าเอง งานก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรนัก เจ้าเพิ่งมา เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปดูรอบๆ ไปทำความรู้จักกับคนอื่นสักหน่อย มีอีกเรื่อง เจ้าจำให้ได้ก็พอแล้ว องค์ชายรองของพวกเราไม่ชอบให้มีคนติดตามมากมายนัก เจ้าไม่จำเป็นต้องตามไปคอยรับใช้ มีข้ากับจิ้งหลิงคอยรับใช้ก็พอแล้ว"

ถาวจวินหลันตอบรับ แม้จะยังสับสน แต่ทว่าก็ไม่ได้เกินความคาดหมายไปนัก นางเป็นคนมาใหม่ ไปคอยติดตามก็กลัวว่าจะปรนนิบัติไม่ดี อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

"องค์ชายรองจะต้องไปเรียนทุกวัน มีเวลาอยู่ในวังไม่มากนัก เจ้าเองก็ไม่ต้องเกร็งจนเกินไป แต่ว่าเจ้าจะต้องจำไว้ ห้องหนังสือนั้น ไม่ว่าองค์ชายรองจะอยู่หรือไม่ ก็ห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด" ชิวจื่อพูดอย่างเด็ดขาด เน้นย้ำอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องอื่นมาก

"นั่นแหละ ทีเหลือก็ไม่มีอะไรแล้ว" เห็นถาวจวินหลันยืนนิ่งเชื่อฟัง และไม่ได้มีข้อสงสัยอะไรอีก ชิวจื่อจึงรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก จากนั้นน้ำเสียงก็กลับมาอ่อนโยนดังเดิม "เจ้าอยู่ห้องเดียวกับเยว่จูแล้วกัน เดี๋ยวข้าจะเอาผ้าปูเตียงกับผ้าห่มมาให้"

พูดไปชิวจื่อก็มองดูถาวจวินหลันไป จากนั้นก็แสดงอาการสงสัยออกมา "ทำไมเจ้าไม่มีสิ่งของอะไรติดตัวมาเลยเล่า? แบบนี้ลำบากแล้ว..."

ถาวจวินหลันพูดอธิบาย "ตอนออกมานั้นรีบมาก ข้าไม่ทันได้เก็บของเจ้าค่ะ" นางไม่ได้พูดว่าจิ้งหลิงไม่ให้โอกาสนางได้เก็บของ เพียงแค่พูดว่าตอนที่ออกมานั้นรีบมาก

ทว่าชิวจื่อนั้นรู้นิสัยของจิ้งหลิงดี จึงยิ้มแล้วพูดว่า "จิ้งหลิงก็ร้อนรนจนเกินไป แม้ว่าจะรีบกลับมา แต่ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดนี้ก็ได้" ครู่หนึ่งก็พูดกับถาวจวินหลันว่า "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็กลับไปเก็บของเถอะ ยังจำทางได้หรือไม่? ต้องให้ข้านำทางให้หรือไม่?"

ถาวจวินหลันคิดดูแล้ว รู้สึกว่าตัวเองนั้นจำทางได้อย่างแม่นยำ จึงส่ายหัวปฏิเสธไป "ข้าคิดว่าไม่ต้องนำทางข้าหรอกเจ้าค่ะ"

"เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปเถอะ รีบกลับมาก่อนอาหารเย็นแล้วกัน" ชิวจื่อพูดอย่างคล่องแคล่ว

ถาวจวินหลันรับคำ แล้วรีบกลับไปเก็บของที่หน่วยงานซักล้าง

ออกมาจากวังเต๋ออันแล้ว นางก็อดใจไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง รู้สึกเพียงแค่ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จนทำให้รู้สึกราวกับฝันไป

แต่ต่อมาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ‘เหะๆ’ ออกมา โชคของนางนั้นช่างดีเสียจริง คิดไม่ถึงว่าจะโชคดีได้ออกจากหน่วยงานซักล้างเช่นนี้

เพียงแต่...ต่อไปถาวซินหลันจะทำอย่างไรเล่า?

คิดถึงเรื่องนี้แล้ว ถาวจวินหลันก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งที่แล้วที่นางวางแผนจะไปอยู่หน่วยงานเย็บปัก ในตอนนั้นนางกำนัลอาวุโสหลิวยังอยู่ ถึงแม้นางจะไม่อยู่แล้ว ถาวซินหลันก็ไม่เป็นอะไร แต่ในตอนนี้...นางกำนัลอาวุโสซุนนั้นไม่เหมือนนางกำนัลอาวุโสหลิว นางไม่มีใครคอยคุ้มครอง ต่อไปถาวซินหลันจะเป็นอย่างไรก็มิอาจรู้ได้

ถาวจวินหลันรู้สึกปวดหัว แล้วก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง ถ้าหากไม่ต้องไปอยู่วังเต๋ออันก็คงจะได้อยู่กับถาวซินหลันเหมือนเดิม

ทว่าจะไปอยู่วังเต๋ออันหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องที่นางตัดสินเองได้ คิดได้เช่นนี้แล้วก็รู้สึกว่าไม่มีทางเลือกอะไรอีก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว