ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [1]

ชื่อตอน : ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2561 16:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [1]
แบบอักษร

ครั้งหนึ่งในวัย 72 ปี [1]

**เรื่องที่เสียใจที่สุดคืออะไรน่ะเหรอ

คงเป็นเรื่องที่ทะเลาะกับลูกชายนั่นแหละ

เจ้าเด็กนั่นเป็นเด็กเหลือขอที่ขุดไม่ขึ้นแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นก็รักมันนะ

**ชนบท บ้านหลังเดี่ยว โดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่ง ไร้เพื่อนบ้าน ไร้สมาชิกในครอบครัว ไร้เสียงอึกทึกคึกโครม มองเผินๆ อย่างกับบ้านร้าง แท้จริงแล้วคือบ้านพักสุดรักของคุณตาขี้รำคาญคนหนึ่ง

คุณตาคนนั้นมีชื่อว่าเต็มยศ...หรือคุณตายศ คุณตาวัย 72 ปีที่ชอบนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกหน้าบ้านแถมยังปั้นหน้าบึ้งอยู่ตลอดเวลาราวกับมีใครไปติดเงินแกไว้สิบล้านแล้วไม่ยอมคืน ตั้งแต่ที่คุณตายศซื้อที่ตั้งบ้านอยู่ที่นี่ ก็เห็นว่าอยู่คนเดียวมาตลอด จนเพื่อนบ้าน (ละแวกไกลๆ) อดสงสัยไม่ได้ว่าคุณตาไม่มีครอบครัวบ้างหรือไง

คำตอบคือ ‘มี’ คุณตามีลูกชายคนหนึ่ง พูดแล้วอย่าให้ขุดคุ้น เจ้าลูกชายคนนี้มันไม่ได้ความ! หลังจากภรรยาเสียไปเพราะโรคหัวใจ เขาก็ต้องทำหน้าที่คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว คุณตายศหรืออุตส่าห์ทุ่มเทเงินทอง อบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวด ด้วยใจว่าอยากจะให้ลูกโตไปทำงานทำการสูงๆ เงินเดือนดีๆ เป็นเจ้าคนนายคน คิดไม่ถึงว่าไอ้ลูกนี่มันเป็นดอกบัวใต้โคลนตมในโคลนตมอีกที นอกจากจะไม่ร่ำเรียนหาความรู้ใส่หัวยังดื้อแพ่ง ติดเพื่อนติดเที่ยว สุดท้ายก็มีความฝันบ้าๆ ว่าจะไปเป็นดาราอยู่กรุงเทพ

พับผ่า! น้ำหน้าอย่างแกจะไปเป็นดารา คุณตายศฟังแล้วก็แทบจะหัวใจวายตายตามภรรยาไปอีกคน ลั่นผรุสวาจาลั่นใส่หน้าทันทีเลยว่า ‘ถ้าแกกล้าออกจากบ้านไปแม้แต่ก้าวเดียว ตัดพ่อตัดลูก!!’

แล้วเป็นอย่างไรลองเดาดูเถิด ไอ้ลูกโง่งมนั่นมันก็ออกจากบ้าน แถมยังมีผู้ชายท่าทางเหมือนแมงดาเกาะตามหลังลูกไปอีกคน หักอกคนเป็นพ่อแทบจะพังแล้วหักอีก นอกจากจะขายหน้าเสียใจ ยังต้องมารู้ความจริงว่าลูกตัวเองเป็นประเภทหญิงก็ได้ชายก็ดี หรือบางทีอาจจะแค่ชายดีอย่างเดียวก็ได้ คุณตายศสะเทือนใจเป็นลมไปสองวัน ตื่นขึ้นมาอีกที จากที่เดิมเป็นคนขวานผ่าซาก ก็เตลิดไปไกลกลายเป็นคนขวางโลกไปด้วย คุณตายศไม่เคยยิ้มหรือมีความสุขอีกเลย

จวบจนกระทั่งซื้อที่ปลูกบ้านในต่างจังหวัด ห่างไกลเมืองหลวง ความเจริญ และมนุษย์แปลกหน้า เวลาก็ล่วงผ่านไปเกือบๆ 50 ปี จนตอนนี้คุณตายศก็อายุ 72 แล้ว อยู่ดีๆ กลับคิดถึงเจ้าลูกชายคนนั้นขึ้นมา...

คุณตามีลูกตอนอายุมากแล้ว ตอนนี้เจ้าเด็กนั่นคงจะอายุประมาณ 29 ก็ได้แต่จินตนาการเอาว่าเจ้าเด็กสมองเท่าเม็ดถั่วจะโตเป็นคนแบบไหน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจ คุณตายศถอนหายใจเชื่องช้า เอนหลังพิงพนักเก้าอี้โยกแล้วออกแรงดันเบาๆ

โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีบุคคลไม่ได้รับเชิญกำลังแอบมองคุณตาอยู่...

คุณตายศนั่งเหม่อจนเริ่มหิว เลยลุกกลับเข้าบ้าน มุ่งตรงไปยังห้องครัว คิดไม่ถึงเลยว่าพอเข้ามาในครัวแล้วกลับพบคนแปลกหน้ากำลังคุ้ยตู้เย็นของตนอยู่!

“เอ็งเป็นใคร!”

“เหวอ!”

เด็กชายอายุประมาณ 15 ปีเห็นคุณตาเข้ามาก็ร้องเสียงหลง หน้าตาเลอะเทอะสกปรกมอมแมม แต่ทว่าดวงตากลับโตกระจ่างใสเป็นสีน้ำตาลสวย เส้นผมพันเป็นก้อนเหนียวยาวรุงรังถึงบ่า เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ก็สกปรกมอมแมมเก่าขาด มองปราดเดียวคุณตายศก็รู้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กจรจัด

ในปากเด็กชายยังมีกล้วยอัดอยู่เต็มสองแก้ม คุณตายศผู้เกลียดขี้หน้ามนุษย์เป็นทุนเดิมรีบเดินอาดๆ เข้าไปหวังใช้ไม้เท้าในมือหวดหัวสักที

“ผม...ผมแค่หิวข้าว ขอข้าวผมหน่อย!”

“กล้าบุกรุกบ้านคนอื่นแล้วยังมีหน้ามาขอข้าว สถานพินิจเด็กมีไว้ทำไม ข้าจะจับเอ็งเข้าคุก!” คุณตายศเป็นอาจารย์เก่าที่ถนัดเรื่องดุด่านักเรียนตวาดแว้ด คิดว่าอยู่คนเดียวเลยจะแอบย่องเข้ามาขโมยเมื่อไหร่ก็ได้ล่ะสิ แบบนี้ต้องสั่งสอน!

เจ้าเด็กจรจัดหน้าถอนสี ก็จริงว่าเขาหิวจนแอบบุกเข้าบ้านคนอื่นจนทำอะไรไม่คิด ตอนนี้เริ่มกลัวความผิดขึ้นมาบ้างแล้วรีบลุกขึ้นเดินถอยหลัง

“...ผมกินกล้วยไปหวีเดียว!”

“ขโมยก็คือขโมย ข้าไม่ปล่อยเอ็งไว้แน่!”

คุณตายศโมโหจนเลือดขึ้นหน้า วันนี้ก็หุดหงิดพอแรงแล้วที่เผลอไปคิดถึงเจ้าลูกไม่ได้ความนั่น ยังต้องมาความดันขึ้นเพราะถูกเจ้าโจรตัวกะเปี๊ยกนี่ย่องเข้าบ้านมาขโมยของกินถึงในครัวอีก หากปล่อยให้หัวขโมยน้อยหลุดมือ มีแววว่าเจ้านี่จะย้อนกลับมาขโมยของใหม่แน่ บางทีครั้งต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่กล้วยแล้ว!

“ตายซะเถอะเอ็ง ข้าจะเอาไม้เท้านี่ฟาดหัวให้หายโง่เลย!”

“อ้าก!”

คุณตายศย่างเท้าเข้าไปใกล้พร้อมง้างไม้เท้าสีดำขัดเงาเลี่ยมสวยสุดแขน เจ้าหัวขโมยน้อยยกมือขึ้นป้องหัวแล้ววิ่งหนี

“หยุดนะโว้ย!” คุณตายศรีบเร่งเท้า เพราะแก่แล้วเลยวิ่งไม่ได้ช่างน่าเจ็บใจนัก

คิดไม่ถึงว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกไป ใต้เท้ากลับลื่นพรืด! เพราะเปลือกกล้วยที่เจ้าหัวขโมยน้อยปอกทิ้งลงพื้น “ว้ากกกก”

“?....อ้าก!”

คุณตายศลื่นเปลือกกล้วย ร่างเซพุ่งพรวดไปหาเจ้าหัวขโมยน้อย ทันใดนั้นศีรษะของทั้งคู่ก็ชนกันดังโป๊ก! ไม่พอ หัวของพวกเขายังชนกับขอบโต๊ะซ้ำไปอีกคนละที ร่างของคนต่างวัยสองคนหมดแรงล้มฮวบลงพื้นในทันที...

...แล้วก็ไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย

...

……….

**“อุก...อึก”

ปวด...ปวดหัวมาก

คุณตายศกุมศีรษะผุดลุกขึ้นมาอย่างบากลำบาก สติเริ่มกลับเข้าที่แต่ทันทีที่ลิมตาขึ้นกลับต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นร่างตัวเองนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น!?

“ฟื้นแล้วเหรอครับ”

“เฮ้ย!” คุณตายศอุทานดังลั่น ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากเมื่อเสียงของตัวเองเปลี่ยนไป!

เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปมองดู แต่สิ่งที่เห็นดันไม่ใช่มือเหี่ยวๆ แต่เป็นมือเปื้อนคราบสกปรกกับใยของเปลือกกล้วย...เขารีบยกมือขึ้นลูกหน้าลูบตา นี่มันเป็นไปไม่ได้ คุณตายศกลายเป็นเจ้าหนูหัวขโมย!

“เป็นความผิดพลาดของผมเอง”

“เอ็งเป็นใคร...” คุณตายศหอบหายใจแรง หันไปมองชายหนุ่มชุดสูทสีดำที่นั่งคุกเข่าอยู่ไม่ไกล แถมเยื้องด้านหลังยังมีเจ้าหัวขโมยน้อยในสภาพร่างโปร่งใสนั่งหัวเราะแหยๆ อยู่ด้วย...

“ผมเป็นยมทูตครับ มารับดวงวิญญาณของพวกคุณ”

“นี่แปลว่าข้าตายแล้วรึ!” คุณตายศตะโกนลั่น อยากจะคว้าไหล่ของยมทูตมาเขย่าแต่กลับจับต้องตัวไม่ได้ “แต่นี่มันอะไร ทำไมข้านอนอยู่นั่น แต่ตอนนี้กลับ...”

“ผมคำนวณผิดพลาด...” ยมทูตหนุ่มทำหน้าเหยเก “วันนี้เด็กคนนี้ต้องตาย คุณตาเองก็ด้วย...แต่ไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นอีกสามวัน”

“หา...”

“คุณตาจะตายอีกสามวันครับ แต่เพราะความผิดพลาดของผมทำให้วิญญาณของคุณตาหลุดออกมา แต่ผมยังพาคุณตาไปไม่ได้เพราะยังไม่ถึงเวลาของคุณ”

“ละ แล้วทำไมข้าถึงได้มาอยู่ในร่างเจ้าเด็กนี่แทนที่จะเป็นร่างตัวเองเล่า!”

ยมทูตสูดลมหายใจฮึบ “คุณตาอายุ 72 แล้ว ตอนนี้หัวโดนโขกอย่างรุนแรง ทำให้ตอนนี้มีเลือดคั่ง ร่างไม่พร้อมจะใช้ชีวิตครับ ผมเลยเอาดวงวิญญาณคุณมาใส่ในร่างของเขาก่อน...ยังไงตอนนี้ก็โทรเรียกรถพยาบาลก่อนเถอะครับ”

คุณตายสนั่งเอ๋อ ฟังนายยมทูตพูดเองฝ่ายเดียวปาวๆ แล้วสมองก็ไม่ทำงาน...เขาต้องตายในวัย 72 อีกสามวัน...แต่เพราะความผิดพลาดของยมทูตทำให้เขาวิญญาณหลุดออกมาวันนี้ นี่มันบ้าอะไร

“แต่อีก 3 วันข้าก็ตายแล้ว ปล่อยไว้แบบนี้แหละ...” คุณตายศอิงศีรษะกับขาโต๊ะ เหลือบตามองร่างแน่นิ่งของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง...ปล่อยไว้แบบนี้เถอะน่า อีก 3 วันก็ตายแล้วนี่ จะเข้าโรงพยาบาลให้เปลืองทำไม ปล่อยไป ปล่อยไปเถอะ...

ปล่อยไม่ได้โว้ย!

“สวัสดีครับ มีคนเจ็บครับ...” คุณตายศในร่างเด็กหนุ่มวัย 15 ยกหูโทรศัพท์บ้านขึ้นโทร เขาล่ะเกลียดเรื่องหน้าบางของตัวเองที่สุดเลย...

ไม่ใช่อะไรหหรอก ก็แค่คิดว่าต้องมาตายเพราะลื่นเปลือกกล้วยหัวฟาดฟื้นอยู่ในบ้านคนเดียวมันฟังดูน่าอนาถชอบกล สู้ไปตายอยู่โรงพยาบาลมีหมอดูแลจัดเก็บศพให้ยังดูเข้าท่ากว่าก็เท่านั้น คิดดูสิ ร่างคุณตา 72 ปีที่นอนแผ่บนพื้นจนขึ้นอืดเขียวอื๋อน่าเกลียดจะตาย นอกจากเรื่องลูกชายไม่เอาอ่าวแล้วชีวิตของเต็มยศไม่เคยเสื่อมเสียเกียรติมาก่อน!

ไม่ช้ารถพยาบาลก็มา คุณตายศในคราบเด็กไร้บ้านตีหน้าซื่อไร้เดียงสาให้การเสียดิบดีว่าเดินมาเก็บขวดขายแถวนี้ ผ่านบ้านคุณตาแล้วได้ยินเสียงเหมือนคนล้มเลยชะโงกส่องดู ไม่คิดว่าคุณตาจะล้มอยู่ในบ้านเลยรีบบุกเข้ามาช่วย

“เป็นเด็กดีจริงๆ เลยนะ” เจ้าหน้าที่กล่าวชม คุณตายศก็ต้องทนฉีกยิ้มแอ๊บเด็กทั้งที่ในใจเริ่มหงุดหงิดงุ่มง่าม อยากจะรีบๆ ไล่ให้เจ้าหน้าที่พวกนี้รีบไปจากบ้านแสนรักตัวเองเสียที

“อย่างเนียนเลยนะครับ” ยมทูตแอบพึมพำลอยๆ

“คิดว่าข้าอยู่มากี่ปีแล้วล่ะ” คุณตายศกัดฟันพูด

“อะไรนะหนู” เจ้าหน้าที่หันมาถาม

“เปล่าครับพี่” คุณตายศตีหน้าซื่อเสียงใส ก่อนจะหันไปถุยน้ำลายตอนไม่มีใครเห็น

รอจนรถพยาบาลขนร่างคุณตายศออกไป คุณตายศตัวจริงก็เริ่มจับเข่าพูดคุย ปวดหัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น พอไม่มีใครแล้วเขาก็กลับเข้าไปในบ้านใหม่อีกครั้ง อาบน้ำชำระร่างกายของเจ้าเด็กจรจัดจนสะอาดหอมฉุย พบว่าเจ้าเด็กคนนี้มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็ดดูมากทีเดียว พอขัดเอาขี้ไคลออกไปจนหมด ผิวก็ไม่ได้มีแผลเป็นอะไรเลยด้วย

ยมทูตกับดวงวิญญาณหัวขโมยน้อยนั่งรอจนกระทั่งคุณตาในร่างใหม่เดินออกมา

“ผมต้องขออภัยในความผิดพลาดจริงๆ ครับ...”

“ช่างเถอะ ยังไงคนเราก็ต้องตาย ไม่ตายวันนี้ก็มีวันหน้า หนีไม่พ้น ข้าเองก็อายุมากแล้ว ไม่ถือสาเอ็งหรอก”

“ยังไงอีก 3 วัน ร่างนี้ก็จะหมดอายุขัย” ยมทูตกล่าวต่อ

คุณตายศย่นคิ้ว “แล้วใน 3 วันนี้ ข้าต้องอยู่ในร่างเจ้าหนูนี่รึ มีสิทธิ์กลับไปอยู่ในร่างตัวเองไหม”

ยมทูตผงกศีรษะ “ครับ คิดว่าร่างคุณตาคงรักษาหายใน 2 วัน ถ้ายังไงเมื่อร่างคุณตาพร้อม ผมจะไปหาเองครับ ระหว่างนั้น 2 วันก็อยู่ในร่างเขาไปก่อนนะครับ”

คุณตายศได้แต่พยักหน้ารับอย่างไร้หนทาง กับคนแก่ที่รู้วันตายอย่างเขาคงไม่มีอะไรจะพูด เขาหันไปมองดวงวิญญาณหัวขโมยน้อยก่อนกล่าว “เอ็งชื่ออะไรรึ”

“ชื่อโต้งครับ”

“โต้ง เอาล่ะ ข้าจะไม่โกรธที่เอ็งแอบย่องมาขโมยกล้วยก็แล้วกัน เพราะอย่างไรก็ตายไปแล้ว และข้ายังอยู่ในร่างเอ็ง ถือว่าชดใข้ให้กันแล้ว”

โต้งยิ้มกว้าง ได้ทีรีบสารภาพผิด “ความจริงแล้วผมแอบย่องเข้ามาหาอะไรกินหลายครั้งแล้วล่ะครับ”

“ว่าไงนะ! งั้นขนมปังกับน้ำผลไม้ในตู้เย็นที่หายไปเป็นลิตรนั่น...อย่าบอกนะว่า”

โต้งหัวเราะแฮะๆ ไหว้ปลกๆ เขาเป็นเด็กจรจัด อาศัยขอทานไปเรื่อยๆ น้อยครั้งจะได้กินอิ่มท้อง มาเจอบ้านคุณตายศที่อยู่ไกลแถมอยู่คนเดียว ไม่แปลกถ้าเด็กน้อยจะแอบปีนย่องเข้ามาหยิบฉวยของกิน

แต่โต้งไม่เคยขโมยเงินหรือของมีค่า สิ่งที่เขาเอาไปมีแต่ของกินเท่านั้น ถึงจะเป็นหัวขโมยแต่ก็เป็นหัวขโมยน้อยที่ซื่อบื้อมักน้อยจนน่าเห็นใจ เจ้าตัวเองก็ชะตาขาดไปแล้ว อารมณ์โกรธที่ถูกแอบขโมยของกินมาตลอดของคุณตายศก็พลันดับมอดลงตาม

“ช่างมัน...ขอให้ชาติหน้า เอ็งเกิดมาพรักพร้อม ไม่ต้องลักลอบแอบเข้าบ้านคนอื่นอีกนะ เจ้าหนุ่ม”

โต้งเหมือนจะน้ำตาคลอทั้งที่เป็นร่างโปร่งใส เขาไหว้ขอบคุณคุณตายศส่งท้าย ก่อนจะค่อยๆ หายไปพร้อมกับยมทูต

และแล้วในบ้านก็เหลือแต่คุณตายศ เขานั่งเงียบอยู่บนโซฟานานสองนาน...ตอนนี้สุขภาพร่างกาย ความกระปรี้กระเปร่าของเขากลับเป็นเด็กอายุ 15 ร่างกายภายนอกก็แปรเปลี่ยนเป็นคนอื่น ภายในเวลาเพียง 3 วันก่อนตาย เมื่อลงเอยแบบนี้แล้ว คุณตายศก็ได้แต่มานั่งทบทวนคนเดียวว่าในชีวิต 72 ปีที่ผ่านมา ตนทำอะไรผิดพลาดไว้บ้าง

คำถามที่ว่า ‘หากรู้วันตาย จะทำอะไร’ กลายเป็นสิ่งที่คุณตานำมาขบคิด เขาใช้ชีวิตอยู่ในกรอบมาตลอดตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เหล้ายาไม่แตะ บุหรี่ไม่ต้อง นารียิ่งไม่มี กว่าจะแต่งงานกับภรรยาคนแรกได้ก็อาบุปาไปเกือบ 40 แล้ว...การงานก็มั่นคง จนเกษียณราชการจากการเป็นครูก็มีชีวิตกินอยู่โดยใช้เงินบำเหน็จ ไม่ต้องแบมือรอเงินจากญาติพี่น้องหรือลูกหลาน เรียกได้ว่าชีวิตของคุณตานั้นเต็มยศสมกับชื่อ แทบไม่มีอะไรติดค้าง

ไม่สิ...มันมี เจ้าหลุมดำขนาดใหญ่นั่น เจ้าลูกชายไม่ได้ความคนนั้น!

คิดได้ดังนั้นคุณตายศก็ผุดลุก หากจะมีบ่วงที่ทำให้เขาตายตาไม่หลับ เห็นทีคงมีแต่ลูกเท่านั้น

หลังจากตัดขาดกันไป คุณตายศไม่คิดจะติดต่อ หรืออยากจะเห็นหน้าเขาอีก แต่ตอนนี้คนเป็นพ่อใกล้หมดลม แม้จะกระดากอยู่บ้างที่ต้องพูดคำนี้ แต่เขาก็อยากจะเห็นหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย

แม้จะเกลียดแสนเกลียด เอียนแสนเอียน กับการกระทำไร้สติปัญญาของลูกมากขนาดไหน จนไม่อยากจะสู้หน้ากัน แต่ในเมื่อตอนนี้คุณตายศอยู่ในร่างโต้ง...ต่อไห้บุกไปหา เจ้าลูกชายไร้หัวก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาเป็นใคร!

คุณตายศตื่นเต้นเนื้อเต้น รีบลุกขึ้นไปคุ้ยหาบัญชีธนาคาร ในนั้นมีเงินเก็บที่เขาเก็บออมไว้ตั้งแต่เป็นหนุ่มไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน เพราะเล่นเอาแต่เก็บไม่เคยเอาออกมาใช้ บัดนี้ยอดมันจึงทะลุเป้าไปแล้ว

ถึงอายุเยอะ ทว่าความจำยังดี คุณตายศเปิดสมุดโทรศัพท์ จำได้ว่าเมื่อสมัยยังหนุ่มเคยจดเบอร์หนึ่งเอาไว้

ถือหูรอไม่นาน ปลายสายก็กดรับ โชคดีที่ยังไม่เปลี่ยนเบอร์

“ฮัลโหล สำนักงานนักสืบใช่ไหม ข้า...เอ๊ย ผมอยากจ้างให้พวกคุณตามหาคนคนหนึ่ง สืบมาให้ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ด่วนที่สุด เงินผมมีจ่ายไม่อั้น มีข้อแม้ว่าต้องได้เรื่องภายในเย็นนี้!”

...........

****ผับ SR.

จังหวะดนตรีอัดบีตดังกระหึ่ม เสียงทุ้มของ EDM อิเล็กทรอนิกส์สะท้านเข้าไปตามจังหวะหัวใจของคนฟัง ผสมกับน้ำเมาพาให้สติกระจัดกระจาย หลงเหลือเพียงความสนุกสนานและจังหวะเร้าอารมณ์

รสเฝื่อนขมของแอลกอฮอล์ที่ยิ่งกระดกยิ่งเมามัน ดีเจหนุ่มหน้าละอ่อนเร่งจังหวะดนตรีในบาร์ให้ดังยิ่งขึ้น ไม่ช้าคนที่สนุกสุดเหวี่ยงจนลุกขึ้นมาเต้นบนโต๊ะก็มีไม่น้อย

ในเขตของโต๊ะวีไอพี นอกจากความสนุกจนแทบจะดึงวิญญาณแล้ว อีกคนที่ดึงสายตาหลายคู่เอาไว้ได้คือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาโดดเด่นคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุม สร้อยกางเขนเงินสะท้อนแสงวาววับอยู่บนแผ่นอกสีขาวได้รูปสวยที่มองเห็นชัดแม้อยู่ในแสงสีของความมืด ล่อตาล่อใจนักล่าราตรีหลายคนนัก

ผมสีแดงไถข้าง ดวงตาเรียวยาวโดดเด่น มุมปากหยักยิ้มสีคล้ายผลเชอรร์รี่ธรรมชาติ พวงแก้มเรื่อสีชพูเพราะแอลกอฮอล์ดูเซ็กซี่เย้ายวน เขายกขาที่สวมกางเกงยีนส์ Giorgio Armani เข้ารูปกับท่อนขาเรียวยาวสมส่วนขึ้นมาพาดบนโต๊ะ พลางจิบเหล้าในแก้ว มองบรรยากาศคึกคักตรงหน้า และเหล่าหนุ่มน้อยที่สอดส่องสายตามาหาเขาตั้งแต่เมื่อครู่

ทำไมมีแต่หนุ่มน้อยน่ะเหรอ...ก็นี่มันผับเกย์!

“นั่นธาราป่ะ...มึง ตัวจริงโคตรยั่วเลย”

“อยากได้เขาเป็นผัวสักคืนว่ะ กูยอมห่มขาวปีหนึ่งเลย...”

“มึงได้ดูเรื่องที่เขาแสดงล่าสุดยัง ไอ้เหี้ย...โคตรชมพู”

ธารากระตุกมุมปากยิ้ม ใช่ เขาเป็นนักแสดง...

นักแสดง g av น่ะนะ...

หลังจากแตกหักกับพ่อเดินทางมากรุงเทพเพื่อเป็นนักแสดง แต่ใครจะไปรู้เล่าว่าเขาจะกลายเป็นนักแสดง g av! ถึงจะไม่เหมือนกับที่คิดไว้ แต่เป้าหมายที่ว่าจะดังนั้นก็สำเร็จไปแล้ว เพราะฉะนั้นใครสนกัน!

ตอนนี้เขาคือนักแสดง g av ที่โด่งดังที่สุดในตอนนี้ มีใครบ้างชาวสีม่วงที่ไม่รู้จักเขา เขาแสดงหนังนี่จนมีเงินเป็นกอบเป็นกำ จะชี้นิ้วเลือกใครมาก็ได้ ใครก็อยากพลีกายนอนกับเขาทั้งนั้น แต่วันนี้เขาแค่อยากจะมานั่งจิบชิวๆ ไม่ได้อยากหิ้วใครกลับไปทั้งนั้นแหละ ตอนนี้เขาประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ต้องสนใจสายตาใครทั้งนั้น...

“...”

จู่ๆ พลันสายตาเขาก็สบเข้ากับร่างเล็กของเด็กชายคนหนึ่งเข้า ดูจากอายุแล้วยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยด้วยซ้ำ...กลับมายืนอยู่ในโซนวีไอพีได้แล้ว กระเป๋าคงหนักไม่ใช่เล่นเลยแน่ๆ ที่นี่น่ะแค่เงินถึงก็เข้าได้ แต่ไม่คิดว่าจะเข้ามาถึงโซนนี้

เด็กหนุ่มน้อยตาโตมองธาราแทบไม่กะพริบตา รูปร่างผอมไปหน่อยแต่ก็ไม่เลว หน้าตาจิ้มลิ้มไม่ใช่เล่นด้วย ถึงจะไม่ค่อยชอบเด็ก แต่อีกฝ่ายตรงสเป๊กไม่น้อย ธาราสบตาตอบ ยกแก้วในมือขึ้นแล้วกระตุกมุมปากยิ้มอย่างเชิญชวน

ไม่ช้าเจ้าหนูน่ารักก็เดินเข้ามาหา

“ไงเรา อายุเท่าไหร่เนี่ย มาที่แบบนี้ซะแล้ว”

“...ขอ”

“หือ?”

“ไอ้เด็กเหลือขอ!!”

พริบตาเดียว เจ้าหนูน่ารักก็กระชากคอเสื้อเชิ้ตธารามาเขย่าจนศีรษะโคลง! ธารามึนจนหัวหมุน ไม่เข้าใจว่าเจ้าหนูนี่ทำไมจ่ๆก็มาหาเรื่องกันซะอย่างนั้น!

“นี่! เจ้าหนู หยุดเดี๋ยวนี้นะ จะหาเรื่องกันหรือไง ผู้ดูแล!!”

“ไม่คิดเลยว่าเอ็งจะเสเพลขนาดนี้ ไอ้ลู....ไอ้คนไม่รักดี สมควรจะเน่าแล้วติดโรคตายไปซะ!”

ตอนนี้เปลี่ยนจากเขย่าคอเสื้อมาบีบคอกันแล้ว! ธาราเบิกตาโตกว้าง คนที่อยู่โดยรอบแตกฮือเป็นวง ขนาดที่ดีเจบนบาร์ยังหยุดเล่นเพลงแล้วยืดคอมอง...

ไม่ช้าคนดูแลก็วิ่งปรี่เข้ามา ธารารีบตะโกน “ลากไอ้เด็กนี่ออกไป!”

คิดไม่ถึงว่าพวกคนดูแบที่กรูกันเข้ามาจะหยุดชะงักแล้วทำท่าเลิ่กลั่ก จะเข้ามาก็ไม่กล้า ธาราเริ่มหัวเสีย แต่เจ้าหนูที่บีบคอเขาอยู่หัวเสียยิ่งกว่า

“อะไร! ข้าจ่ายไปขนาดนั้นยังไม่พอใช่ไหม...ได้ งั้นเอาไปอีก!”

พรึบ!

ปึกเงินอีกฟ่อนปลิวหวือออกมาจากใต้เสื้อ ทุกคนได้แต่มองตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ ชั่ววินาทีนั้นคล้ายโลกโดนดูดเข้าไปในหลุมดำ ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่คนเดียว รวมไปถึงธาราด้วย...

ธารามึนงง เจ้าหนูตัวกะเปี๊ยกกลับตะโกนกราดใส่หน้าเขา “ไอ้หริญ จะกลับบ้านหรือไม่กลับ!!”

ไอ้หริญ...ไอ้หริญ...ไอ้หริญ

เสียงตะโกนเรียกชื่อเล่นก่อนเข้าวงการธาราดังก้องไปทั่วผับ...ถึงเปิดเพลงช่วยกลบก็ไม่ทันแล้ว...

ธาราหัวเสียหนักมาก เขารีบลุกขึ้น คว้ามือของเด็กหนุ่มเจ้าปัญหาไว้แน่น “มานี่!!”

ร่างสองร่างหายไปลับตา เพลงถึงค่อยๆ เพิ่มวอลุ่มกลับมาแบบกล้าๆ กลัวๆ...

แล้วในคืนนั้นก็มีข่าวโจษจันเลืองลั่น เรื่องที่ดารา g av ชื่อดังหายตัวไปกับเด็กปริศนาสายเปย์...

******--------------------------

โว้ว5555555555555555

ตอนนี้แบ่งเป็นช่วงแรก ไม่แน่ใจ แต่คง2ตอนจบ ปวดตับมาสองเรื่องแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมั่งเนอะ****

ขอเชิญปวดหัวป่วง กับ คุณพ่อ(72)วัย15 x ลูกชายไม่ได้ความที่เป็นนักแสดง g av ณ บัดเนร้************

ความคิดเห็น