ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 23 ยุ่งเหยิงและปั่นป่วน

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 ยุ่งเหยิงและปั่นป่วน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2561 20:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 ยุ่งเหยิงและปั่นป่วน
แบบอักษร

ข้าติดตามตวนมู่เฉินไปบอกลาฟางฮูหยินและท่านอัครเสนาบดี แล้วจึงขึ้นรถม้าเดินทางกลับจวนราชครู เมื่อรถม้าหยุดที่หน้าจวน ตวนมู่เฉินก็จูงมือข้าพาไปคารวะน้ำชาผู้อาวุโสทั้งสองที่นั่งรออยู่ที่โถงใหญ่ของจวน ตวนมู่ฮูหยินมอบของขวัญให้ข้าแสดงถึงการยินดีต้อนรับข้าในฐานะสะใภ้ ข้าอดยิ้มยินดีออกมามิได้ นางดีต่อข้าตั้งแต่ข้ายังเป็นเด็ก บัดนี้ข้าได้เข้ามาเป็นลูกสะใภ้นาง นางก็ยิ่งปฎิบัติต่อข้าอย่างดียิ่ง

“ชิงชิง บัดนี้เจ้าก็เป็นเหมือนบุตรสาวของข้าคนหนึ่ง หากลูกเฉินทำให้เจ้าเจ็บช้ำน้ำใจ เจ้าไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนขอเพียงเจ้าบอกข้า ข้าจะจัดการเขาให้เจ้าทันที” ตวนมู่ฮูหยินเอ่ยกับข้าด้วยสีหน้าอ่อนโยนข้าจึงคารวะขอบคุณนาง พลางเอ่ยเรียกนางว่าท่านแม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน นางมีสีหน้าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

“ลูกเฉินเจ้าควรไปที่จวนตระกูลตู้ เมื่อคืนเจ้าก่อเรื่องเหลวไหลไว้มาก เรื่องที่เจ้าไม่เข้าห้องหอแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง หากเจ้าไม่ไปรับผิดจะต้องทำให้ทางจวนตระกูลตู้ไม่พอใจเป็นแน่” นายท่านใหญ่ตวนมู่ซึ่งยามนี้คือท่านพ่อสามีของข้าเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

“ข้าจะไปอธิบายให้พวกเขาเข้าใจเองพวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อคืนเป็นเพราะข้ารีบร้อนออกไปทำธุระทำให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องเสียหน้า ทำให้ตระกูลตวนมู่ต้องด่างพร้อยลูกรู้สึกละอายใจยิ่งนัก” เขาเอ่ยพลางก้มหน้าสำนึกผิด ข้าอดย่นจมูกใส่เขายามที่เขาเอ่ยว่าออกไปทำธุระมิได้

“เรื่องนี้ก็ให้แล้วไปเถิด ท่านพี่ยามนี้ให้ลูกเฉินไปคารวะขออภัยที่จวนตระกูลตู้เถิด ลูกผู้ชายกล้าทำต้องกล้ารับเมื่อคืนลูกทำผิดก็ต้องให้ลูกไปรับโทษ ส่วนชิงชิงเมื่อคืนนางคงเสียอกเสียใจมิใช่น้อยให้นางไปพักผ่อนก่อนเถิด อีก3วันนางก็ต้องไปคารวะพวกเขาตามธรรมเนียมอยู่แล้ว วันนี้ให้ลูกเฉินไปขออภัยที่จวนตระกูลตู้เพียงผู้เดียวก็แล้วกัน”

“เช่นนั้นก็ได้ พวกเจ้าพาฮูหยินน้อยไปพักผ่อน ส่วนลูกเฉินไปกับพ่อ พ่อเองในฐานะเป็นผู้ใหญ่ในจวนพ่อควรไปกับเจ้า” อดีตท่านราชครูลุกขึ้นอย่างสง่าผ่าเผยทำให้ข้าอดชื่นชมในใจมิได้ อายุปูนนี้แล้วยังดูหล่อเหลาและสง่างามยิ่งกว่าตวนมู่เฉินที่มีใบหน้าสวยหวานเสียอีก เหมือนเขาจะรู้ว่าข้าแอบนินทาอยู่ในใจ เขาเดินมาหาข้าพลางกุมมือข้าด้วยความอ่อนโยน

“ชิงชิง เจ้าไปพักผ่อนที่เรือนก่อนเถิด เสร็จธุระแล้วข้าจะรีบกลับ” ตวนมู่เฉินเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ข้าจึงพยักหน้ารับแล้วจึงคารวะลาผู้อาวุโสทั้งสองก่อนติดตามสาวใช้กลับไปยังเรือนของตวนมู่เฉิน ซึ่งบัดนี้กลายเป็นเรือนของข้าแล้วเช่นกัน

เมื่อข้าเข้าไปจูเหลียนสาวใช้ของข้าก็รีบเข้ามาพบข้าทันที

“คุณหนูเหตุใดเมื่อคืนจึงทิ้งบ่าวไว้ ท่านคงไม่รู้ว่าเมื่อคืนบ่าวเกือบถูกท่านราชครูปลิดชีวิตเสียแล้ว” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ

“เมื่อคืนข้าไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้ ข้าขอโทษเจ้าก็แล้วกันคราวหน้าข้าจะพาเจ้าไปด้วย” ข้าเอ่ยพลางเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเมื่อยล้า

“ยังจะมีครั้งหน้าอีกหรือเจ้าคะ คุณหนูท่านจำที่ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งไว้มิได้หรือ ท่านต้องละทิ้งการกระทำเฉกเช่นเมื่อก่อน ยามนี้ท่านเป็นถึงฮูหยินจวนราชครูแล้วนะเจ้าคะ” นางเอ่ยบ่นพลางเดินมาถอดรองเท้าให้ข้า และเดินไปเดินมาเพื่อจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าและถอดเครื่องประดับออกให้ข้า ซึ่งข้าก็ขยับตัวช่วยเหลือนางเป็นอย่างดี ยามนี้ข้าจึงอยู่ในชุดพร้อมนอน หากเป็นยามปกติข้ามิชอบนอนกลางวันเท่าใดนัก แต่วันนี้ข้ารู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงและต้องการการพักผ่อน เจ้าคนหน้าเหม็นผู้นั้นเคี่ยวกรำร่างกายข้าหนักหน่วงยิ่งนัก ยามฝึกยุทธยังไม่รู้สึกอ่อนล้าเท่านี้เลย

ข้านอนพักผ่อนยาวนานจนจูเหลียนเข้ามาปลุก นางบอกว่าเย็นมากแล้วให้ข้าขึ้นลุกมาเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หากนอนนานเกินไปจะเจ็บไข้เอาได้ ข้าจึงยินยอมทำตามที่นางบอก เมื่อล้างหน้าเปลี่ยนชุดแล้วข้าจึงเดินออกจากเรือนด้วยสีหน้าและท่าทางอันสดชื่น กำลังจะไปหาท่านแม่สามีที่เรือนของนางก็ได้ยินเสียงเอะอะที่โถงหน้าเรือนเสียก่อน ข้าจึงรีบเดินออกไปพบว่าองครักษ์จวนราชครูกำลังรับมือกับกลุ่มคนที่พยายามฝ่าวงล้อมเข้ามาในจวน โดยมีท่านแม่สามียืนดูด้วยสีหน้าเป็นกังวล เมื่อข้าเห็นหน้าคนที่พยายามฝ่าเข้ามา ข้าจึงได้แต่ส่งเสียงตะโกนออกไป

“หยุดนะ พวกท่านหยุดมือเดี๋ยวนี้!” เมื่อได้ยินเสียงของข้า หัวหน้าของบุรุษที่กำลังจะฝ่าวงล้อมเข้ามาสั่งให้ลูกน้องของเขาหยุดมือทันที พวกเหล่าองครักษ์จึงหยุดมือแต่ทำการล้อมพวกเขาเอาไว้มิให้พวกเขาเข้ามาในจวน

“ชิงชิง ข้าได้ยินมาว่าเมื่อคืนเจ้ามิได้รับความเป็นธรรม วันนี้ข้าจึงขอฝ่าฝืนทุกสิ่งมาขอรับตัวเจ้ากลับไปเป็นฮูหยินของข้า” ท่านพี่อี้เทียนเป็นฝ่ายตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันดังกังวาน ชาวบ้านที่มายืนดูต่างส่งเสียงฮือฮาแตกตื่นกันไปทั่ว ส่วนข้าอดตกใจมิได้ ท่านพี่อี้เทียนในยามปกติมักทำสิ่งใดด้วยเหตุผลเสมอมา วันนี้เหตุใดจึงทำเรื่องเช่นนี้ได้ข้าจึงอดส่งเสียงถามออกไปมิได้

“ท่านคือใคร?” เมื่อข้าเอ่ยเช่นนี้ท่านพี่อี้เทียนทำสีหน้าเจ็บปวดสุดแสนจะประมาณ

“ตู้ชิงชิง ข้าคือหวังอี้เทียนบุตรชายเพียงคนเดียวของประมุขตระกูลหวัง ยามนี้ข้าได้ขึ้นเป็นใหญ่ในตระกูลแล้วข้าจึงขอประกาศฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น” เขาเอ่ยเช่นนี้ทำให้ข้าอดตกใจมิได้ เขาได้ขึ้นเป็นใหญ่ในตระกูลหวังหรือ แล้วท่านพ่อของเขาเล่า เหตุใดยามนี้เขาจึงมาประกาศเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาไม่กลัวถูกลงโทษตามกฏของตระกูลอันเก่าแก่และเข้มงวดของเขาหรือ อีกทั้งข้าในยามนี้ก็เป็นฮูหยินของผู้อื่นแล้วนะ ข้าอดหันไปมองท่านแม่สามีที่ยามนี้กำลังจ้องมองข้าด้วยสีหน้าค้นคว้ามิได้

“ท่านพี่อี้เทียนเรื่องนี้เป็นไปมิได้หรอก ข้าเป็นฮูหยินของจวนราชครูแล้วไม่อาจเป็นฮูหยินของผู้อื่นได้อีก ท่านกลับไปเสียเถิด” ข้าเอ่ยตะโกนออกไปด้วยกลัวเขาและชาวบ้านที่มามุงดูจะมิได้ยิน ถึงอย่างไรยามนี้ชื่อเสียงของข้าก็ไม่มีสิ่งใดจะเสียหายได้อีก อย่างน้อยเรื่องเปลี่ยนตัวสามีภายในชั่วข้ามคืนก็ไม่ควรจะมาเพิ่มอยู่ในรายการชื่อเสียงอันเสื่อมเสียของข้า

“ชิงชิง เขาปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดี เมื่อคืนเขาหลบการเข้าหอกับเจ้าไปหาหญิงอื่นเจ้ายังจะอดทนต่อคนเช่นนี้อีกหรือ เจ้าไปกับข้าเถิดข้าจะพาเจ้าไปอยู่ต่างแคว้น ไม่ให้เจ้าต้องทนรับเรื่องไม่เป็นธรรมเช่นนี้อีกต่อไป” เมื่อเขาเอ่ยเข่นนี้ข้าก็อดเจ็บแปลบในใจมิได้ เมื่อคืนตวนมู่เฉินหลบไปพบกับหญิงอื่นจริงๆเสียด้วย แต่ถึงอย่างไรข้าก็คงไม่สามารถทิ้งเรื่องทุกอย่างแล้วหนีไปกับท่านพี่อี้เทียนได้หรอก ยังไม่นับจวนตระกูลตู้ของข้าหากข้าจากไปด้วยเรื่องเช่นนี้จวนตระกูลตู้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงแน่นอน ข้ากำลังจะเอ่ยปฏิเสธเสียงอันนุ่มนวลอ่อนโยนแต่แฝงด้วยถ้อยคำเสียดสีของตวนมู่เฉินก็ดังขึ้น

“ข้าไปธุระเพียงครู่เดียว ก็คิดมาแย่งชิงภรรยาของข้าเสียแล้ว ประมุขน้อยตระกูลหวังท่านมิกลัวเรื่องยุ่งยากจะเกิดแก่ท่านในภายหน้าหรือ” ตวนมู่เฉินเดินเข้ามายืนเคียงข้างข้าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่รังสีเข่นฆ่าที่แผ่ออกมาทำให้ข้าอดขยับถอยหนีมิได้ เขานิ่วหน้าทันทีที่ข้าขยับตัวพลางเอื้อมมือของเขามากุมมือของข้าไว้แน่น ข้าอยากจะขยับหนีแต่กังวลว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีจึงได้แต่ยืนนิ่งให้เขากุมมือแต่โดยดี

“เพื่อชิงชิงแล้วข้าพร้อมยอมทิ้งซึ่งทุกสิ่ง ชิงชิงเจ้าอย่าทนอยู่กับคนที่ไม่เห็นค่าของเจ้าอีกเลย เจ้าไปกับข้าเถิดสำหรับข้าแล้วเจ้าสูงค่ากว่าสิ่งใด” ท่านพี่อี้เทียนเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจนข้าอดหวั่นไหวมิได้ ข้ากำลังจะเอ่ยปากโต้ตอบตวนมู่เฉินก็เอ่ยกระซิบกับข้าด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

“หากไม่อยากให้เขาตาย เจ้าควรหุบปากของเจ้าไว้ หากเจ้าโต้ตอบสิ่งใดออกไปข้าขอรับรองว่าเขามิได้ตายดี” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าจึงได้แต่หุบปาก ข้าเชื่อว่าเขาฆ่าท่านพี่อี้เทียนได้ ข้าไม่อยากให้ท่านพี่อี้เทียนของข้าต้องตายข้าจึงนิ่งเงียบพลางใช้สองมือเกาะกุมกระตุกมือของเขาแล้วส่งสายตาอ้อนวอน

“ท่านจงกลับไปเสียข้าส่งคนไปตามท่านผู้อาวุโสของตระกูลหวังแล้ว หากท่านไม่รีบจากไปอย่าว่าแต่ตำแหน่งประมุขน้อยของท่าน แม้แต่ชีวิตของท่านและมารดาของท่าน ท่านก็อาจจะไม่สามารถจะรักษาเอาไว้ได้อีก” ตวนมู่เฉินเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มแต่ข้าอดใจหายมิได้ ท่านพี่อี้เทียนต่อสู้เพื่อมารดาของเขามาเนิ่นนาน การเติบโตในตระกูลใหญ่เช่นตระกูลหวังเขาต้องฝ่าฟันมิใช่น้อย ข้าไม่อยากให้ท่านพี่อี้เทียนต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อข้า ข้าอดส่งสายตาขอร้องไปที่ท่านพี่อี้เทียนมิได้ เขาเห็นสายตาของข้าก็ชะงักทันที ข้าเชื่อว่าเขาอ่านสายตาของข้าออก ยามนี้เขามองมือของข้าที่กุมมือของตวนมู่เฉินแนบแน่น ข้าเห็นเขาทำสีหน้าเจ็บปวดใจก็อดปล่อยมือออกมิได้ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ายามนี้ตวนมู่เฉินก็ก้มลงมามองข้าเช่นกัน

“ชิงชิง ยามนี้ข้าคงต้องยอมปล่อยมือจากเจ้าไปก่อน แต่วันหน้าหากข้าได้ยินว่าเจ้าได้รับความเจ็บช้ำข้าจะมารับเจ้าทันที” เขาเอ่ยพลางพาพวกพ้องของเขาจากไปข้าอดถอนหายใจด้วยความโล่งอกมิได้ ตวนมู่เฉินกระชากข้าเข้าจวนทันทีจนข้าเซถลาเกือบล้ม ข้าอดอุทานด้วยความเจ็บปวดมิได้

“ลูกเฉิน ชิงชิงมิได้รับรู้ถึงเรื่องในวันนี้ เจ้าจงไตร่ตรองให้ดีอย่าได้ใช้อารมณ์” เสียงของท่านแม่สามีเอ่ยขึ้น เขาจึงปล่อยข้าและเดินกลับเรือนด้วยสีหน้าบึ้งตึงทันที

“เจ้าเป็นอันใดหรือไม่” ท่านแม่สามีเดินเข้ามาประคองข้าซึ่งยังทรงตัวได้ไม่ดีนัก ข้าส่ายหน้าปฏิเสธพลางกุมมือที่ถูกกระชากเมื่อครู่ เขาคงโกรธเคืองข้าที่ทำให้เกิดเรื่องหน้าอายที่หน้าประตูจวน ข้ารีบคุกเข่าต่อหน้าท่านพ่อและท่านแม่ของตวนมู่เฉินทันที

“พึ่งแต่งเข้าจวนก็เกิดเรื่องงามหน้าให้ผู้คนโจษจันไปทั่ว ข้าในฐานะลูกสะใภ้รู้สึกผิดต่อตระกูลตวนมู่ยิ่งนัก” ข้าเอ่ยพลางก้มหน้าสำนึกผิด

“เจ้าอย่าโทษตนเองเลยเรื่องนี้เจ้าไม่ผิดหรอก ยามนี้ลูกเฉินยังคงอารมณ์ไม่ปกตินัก เจ้าตามพวกข้ากลับเรือนเถิด” ท่านพ่อสามีเอ่ยพลางทอดถอนใจ ส่วนท่านแม่สามีมาประคองข้าลุกขึ้นด้วยตนเองข้าจึงได้แต่ติดตามพวกท่านกลับเรือนด้วยความหนักใจ ตั้งแต่แต่งงานมาเหตุใดชีวิตของข้าจึงยุ่งเหยิงและปั่นป่วนเช่นนี้เล่า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว