จบแล้วงับกับนิยายเรื่องแรกในชีวิต แหะๆๆ ติกันได้นะ ขอบคุณทุกกำลังใจด้วยงับ สวัสดีงับ ~/\~

เหตุผลที่ 8 ลอง » ลูกตาล «

ชื่อตอน : เหตุผลที่ 8 ลอง » ลูกตาล «

คำค้น : ดราม่า รัก เสียสละ ขนมเทียน ลูกตาล

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 256

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2561 05:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหตุผลที่ 8 ลอง » ลูกตาล «
แบบอักษร

= 2 สัปดาห์ต่อมา =


เม็ดฝนกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ไม่ต่างจากน้ำตาฉันที่ยังคงไหลเมื่ออยู่เงียบๆ คนเดียว ตั้งแต่วันนั้นที่ตัดสินใจบอกลากับเทียนอีกครั้ง เทียนก็ไม่ได้ถามหาฉันอีกเลย เทียนออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านหลายวันแล้ว ส่วนตัวฉันยังคงต้องอยู่ที่นี่ต่อไปกับร่างกายและหัวใจที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ

ความรู้สึกผิด ความเสียใจ ประดังเข้ามาใส่ใจฉัน การกระทำที่แสนเห็นแก่ตัวของฉันคิดว่ามันคงเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเทียน ถึงแม้มันอาจเป็นทางที่เลวร้ายที่สุดสำหรับฉันก็ตาม เพราะความรักคือความไม่แน่นอน วันนี้เทียนอาจจะยังรักฉัน แต่ในเมื่อเขาได้รับรู้ถึงจากการลาของฉันด้วยตัวเขาเอง เทียนคงตัดใจจากฉันได้ในสักวัน แต่ฉันรักเขาได้เพียงคนเดียว

เม็ดยาหลากสีหลายขนาดถูกวางนิ่งในแก้วใบใส ทั้งข้าวต้มรสชาติจืดชืดตั้งแต่เช้า ฉันกินอะไรไม่ค่อยลงมาหลายวันแล้ว เหมือนอาการจะทรุดลงอีกครั้งจนพี่หมอที่ไม่ได้อยู่ข้างฉันหลายวัน ต้องรีบเข้าโรงพยาบาล

‘แอด~’

“ตัวเล็กทำไมไม่กินยา พยาบาลบอกพี่ว่าตัวเล็กไม่ยอมกินข้าวด้วย” พี่หมอเสียงหงุดหงิดมาแต่ไกล

“เฮือก เฮ้อ เฮือก...” มือขวากำอกซ้ายแน่น เสียงหอบหายใจถี่แรงของฉันทำให้พี่หมอรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ

“ตัวเล็ก!” พี่หมอเรียกฉันด้วยน้ำเสียงตกใจ ไซริงค์บรรจุยา digoxin ถูกกระชากออกจากกระเป๋าพี่หมอ ตัวยาถูกส่งตรงเข้าเส้นเลือดทางเข็มที่เจาะคาไว้ก่อนหน้านี้


-ความฝันลูกตาล-


“ตาล ของขวัญครบรอบ 6 เดือนครับ” เทียนยื่นสร้อยข้อมือเส้นเล็ก ประดับคริสทัลสีชมพูอ่อนเม็ดเล็กรูปหัวใจ ห้อยตัวอักษร T สีเงินสองตัว ให้เป็นของขวัญที่เราคบกัน

“ขอบคุณนะเทียน” สร้อยข้อมือสั่งทำพิเศษโดยเทียนเป็นคนจัดการใส่อย่างเบามือตรงข้อมือข้างซ้ายของฉัน

“รักตาลนะครับ”

“รักเทียนเหมือนกันค่ะ” เรามองตากันอยู่พักใหญ่ ฉันโผเข้ากอดคนตรงหน้า อย่างตั้งใจ

-ภาพตัด-

“ตาลขอโทษ..” ฉันนั่งเขียนจดหมายในห้องของตัวเอง น้ำตาหยดลงโต๊ะเงียบๆ ไร้เสียงสะอื้น ถอดแหวนประจำตัวหย่อนใส่ในซอง ฉันปาดน้ำตาลวกๆ เดินออกไปฝากจนหมายไว้กับแม่

“แม่ ถ้าวันไหนตาลต้องไป ฝากจดหมายนี้ให้เทียนด้วยนะ อีกอย่าง อย่าบอกเรื่องที่ตาลป่วยนะแม่” แม่พยักหน้ารับ กอดปลอบฉันอยู่ไม่นาน ฉันก็ขอตัวกลับห้อง

เทียนรู้แค่ว่าฉันร่างกายอ่อนแอ แต่ไม่เคยรู้สาเหตุ ฉันไม่เคยเล่าอาการใดๆ ให้เทียนรับรู้ ไม่อยากให้เขาเป็นห่วงฉันจนไม่เป็นอันต้องเรียน

“เฮือก เฮ้อ เฮือก…เทียน เฮือก ช่วยตาล เฮ้อ ด้วย” .....


﹀​


“เฮือก!!” ฉันสะดุ้งตัวตื่นแรง จนคนที่อยู่ในห้องตกใจเพราะฉันได้ยินเสียงอุทานแต่ฟังไม่ศัพท์ น้ำตายังคงคาอยู่ข้างขมับ

“ต๋า!” สรรพนามนี้ เสียงนี้ แฝดน้อง เพื่อนสนิทของฉันเอง

“ไปเรียกพี่หมอสิสายใย” แฝดพี่สั่งแฝดน้องด้วยน้ำเสียงเร่งเร้า

“โอเค!” ฉันได้ยินแค่ฝีเท้าของสายใยวิ่งออกไปเพื่อตามพี่หมอ 

‘ปึง!’ ไม่ถึงนาที พี่หมอกับสายใยก็วิ่งกลับมาพร้อมกัน

“ตัวเล็กเป็นไงบ้าง!” พี่หมอถามด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“อือ~” ร่างกายหนักอึ้ง ยังคงมึนอึนอยู่กับฤทธิ์ยา ไม่สามารถตอบรับอะไรได้มากนัก

“งั้นพรุ่งนี้สายใจกับสายใยค่อยมาเยี่ยมใหม่นะคะ ตัวเล็กยังอาการไม่ค่อยดี” พี่หมอหันไปคุยกับสองพี่น้องฝาแฝด ส่วนฉันทำได้แค่นอนฟังนิ่งๆ ไม่นานเกินรอสติฉันก็ดับวูบไปอีกครั้ง



= วันถัดมา =


“สายใจ สายใย เบบี๋ของดาร์ลิ้งกลับมาแล้วหรอคะ” ฉันทักทายเพื่อนสนิทฝาแฝดด้วยความคิดถึง

“กลับมาแล้วสิคะ คิดถึงบี๋จัง~” แฝดพี่

“ต๋า~ เป็นไงบ้าง เมื่อวานดูต๋าไม่โอเคเลยค่ะ บี๊เป็นห่วง” แฝดน้อง

สรรพนามเราสามคนเรียกกันมาตั้งแต่เด็กๆ ฝาแฝดสายใจ สายใย เมื่อก่อนเราเคยอยู่บ้านติดกัน เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมปลาย พอเข้ามหาลัยทั้งสองตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศทำให้เราไม่ค่อยได้ติดต่อกันเหมือนเมื่อก่อน

เรื่องที่ฉันป่วย ฝาแฝดรู้ดี เราสามคนเคยสัญญากันว่าจะไม่มีความลับต่อกัน ช่วงแรกที่ฝาแฝดรู้เรื่องก็แทบจะบินกลับไทยกันเลย ฉันต้องกล่อมอยู่นานกว่าจะยอมตกลงกันได้ ฝาแฝดกลับมาเยี่ยมฉันทุกครั้งที่มีโอกาสกลับไทยแทน แต่สองปีหลังนี้ฝาแฝดไม่มีเวลากลับมาเลย ส่วนฉันตาที่เป็นแบบนี้ก็ไม่สามารถตอบ E-mail เพื่อนได้อีก

ฉันไม่อยากเป็นภาระให้ใครต้องมาเสียการเสียงานเพราะฉัน แค่นี้ฉันก็รู้สึกเป็นตัวถ่วงทุกคนพอแล้ว ฉันยังไม่รู้และไม่เข้าใจถึงการมีชีวิตอยู่ ฉันที่ร่างกายเป็นแบบนี้ น่าจะตายไปตั้งนานแล้ว เรื่องของเทียนคนรักเพียงคนเดียว ที่ฉันไม่สามารถรักษาเขาไว้ได้ มันยิ่งตอกย้ำว่าฉันไร้ค่ามากแค่ไหน ฉันไม่คู่ควรจะเคียงข้างใครเลย

“ต๋าโอเคแล้วค่ะ บี๋กับบี๊หายไปนานเลยรอบนี้ ต๋าคิดว่าจะไม่ได้เจอทั้งสองแล้ว” ฉันเบะปากเหมือนจะร้องไห้

“บี๋กลับมาอยู่ไทยแล้วค่ะ บี๋จะดูแลต๋าเองนะ” ฉันยิ้มกว้างให้กับเพื่อนๆ แต่ไม่สามารถรับรู้สีหน้าของเพื่อนๆ ได้เลย

“ตายังมองเห็นมั้ยต๋า” แฝดน้องถามขึ้น

“...” ฉันส่ายหน้าช้าๆ แทนคำตอบ ฉันคงทำหน้าเศร้ามากจนเพื่อนๆ โผเข้ากอดอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ไม่เป็นไรน่ะต๋า บี๋กับบี๊สองคนจะดูแลต๋าเอง ฮรืออ..” แฝดพี่เอ่ยขึ้น เราทั้งสามพากันร้องไห้ระงม

ถึงชีวิตฉันมันจะดูไร้ค่า ไร้ความจำเป็นในการมีชีวิตอยู่ในสายตาคนมากมาย แต่อย่างน้อยฉันยังมี ครอบครัว เพื่อนสนิทที่ทำให้ฉันอยากจะลองมีชีวิตต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าอีกไม่นานฉันอาจจะหายไปก็ตามที แต่ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะมาเสียใจและย่ำอยู่กับที่ บางทีถ้าฉันเข้มแข็งมากพอ ฉันอาจจะหายจากโรคบ้าๆ พวกนี้ก็ได้ แล้วสักวัน ฉันจะไปทวงเทียนคืน ด้วยตัวฉันเอง

เพื่อนสนิทพี่น้องฝาแฝดอยู่กับฉันตลอดทั้งวันที่โรงพยาบาลเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฉันฟัง รวมถึง 2 ปีที่หายไปว่า ปีแรกแฟนเก่าของสายใจตามรังควานไม่ยอมปล่อยสายใจไปทั้งที่ตัวเองเป็นคนนอกใจก่อน พอสายใจจับได้คาหนังคาเขายังก็โวยวายไม่ยอมเลิกรากัน มีข้อความขู่ไม่ระบุผู้ส่งส่งมาที่บ้านพักหลายครั้งต่อหลายครั้ง สายใจกับสายใยจึงต้องย้ายที่อยู่ และคอยหลบหน้ากันอยู่เป็นปีกว่าที่แฟนเก่าของสายใจจะเลิกตื๊อ อีกปีที่หายไปเพราะต้องสะสางเรื่องเรียนและเรื่องย้ายกลับเมืองไทย

“บี๋ละอยากจะฆ่าไอ้พี่เดย์ จะตามอะไรนักหนา” แฝดพี่

“บี๊กลัวมากเลยต๋า ขู่อยู่นั้น ดีนะจบละย้ายกลับมาไทยได้สักที” แฝดน้อง

“ใจเย็นๆ นะ ยังไงเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว” ฉันพูดด้วยความเป็นห่วงและสงสาร ดีนะที่เทียนไม่ใช่คนแบบนั้น

“ต๋ารู้มั้ยบี๋คิดถึงต๋ามากเลยนะ อยากกลับมาดูแลต๋าแต่ติดไอ้พี่เดย์มันรังควาน บี๋กระดิกตัวมากไม่ได้ แมร่งรู้ไปหมดทุกอย่าง” แฝดพี่

“แบบนั้นก็น่ากลัวไปนะ ใช้พี่หมอเป็นไม้กันบีเกิลได้น่ะ ฮ่าๆ ๆ”

“ฮ่าๆ ๆ บีเกิลน่ารักไปอ่ะ บี๋สงสารบีเกิลเลย ฮ่าๆ ๆ” พวกเราประสานเสียงหัวเราะกันดังลั่นห้อง นานเท่าไหร่แล้ว ที่ฉันไม่ได้หัวเราะ เอาแต่ร้องไห้ จมอยู่กับความเศร้า และความเหงา

“ต๋าไม่ต้องห่วงน่ะบี๋กับบี๊จะมาดูแลต๋าเอง ต๋าร้องไห้มาเยอะพอแล้วนะคะ”

“ขอบใจนะ” ฉันทำได้เพียงส่งยิ้มจางๆ ให้เพื่อนสนิท

ฝาแฝดอยู่ต่ออีกพักใหญ่แล้วค่อยขอตัวกลับเพราะต้องไปเคลียร์ของที่พึ่งส่งมาถึงบ้านเมื่อวันก่อน ห้องตกอยู่ในความเงียบเหมือนเคยๆ ฉันรู้สึกทั้งชินและไม่ชินในเวลาเดียวกัน

ความคิดถึงที่มีต่อเทียนไม่ได้ลดน้อยลงเลย ถึงแม้ฉันจะมีฝาแฝดมาดูแลเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม ใบหน้า รอยยิ้ม สัมผัสมือหนาของเทียนยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำของฉันมันไม่เคยจางหายไปไหนแม้มันจะผ่านมาเนิ่นนาน ความรักที่มีต่อเทียนก็เช่นกัน

ฉันเชื่อว่าในช่วงชีวิตที่เลวร้ายมันต้องมีสักช่วงที่เป็นเรื่องดี แต่เรื่องดีๆ มันอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่จะมาหาฉันก็ได้ เพียงแค่ต้องรอสักวันหนึ่ง ก่อนถึงวันนั้นฉันจะลองพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักนิด เพื่อให้ชีวิตฉันได้พบเรื่องดีๆ อีกสักครั้งเหมือนเมื่อ 2 ปี ก่อนที่ฉันกับเทียนได้รักกัน

“ตาลรักเทียนนะ ถึงแม้เทียนอาจจะไม่รักตาลแล้วก็ตาม”

“เป็นกำลังใจให้ตาลด้วยนะเทียน” ยาออกฤทธิ์เวลาเดิม พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่แล้วกัน

“ฝันดีนะเทียน” ฉันทำได้แค่พูดกับตัวเอง เพราะคนที่อยากให้ได้ยินเขาคงไม่หวนกลับมา...

ฉันแค่อยากให้เทียนรู้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พรุ่งนี้อาจไม่มีฉันอยู่ ยังไงฉันก็ยังรักเทียนตลอดไป...

ความคิดเห็น