ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 : ขอเป็นแฟน

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : ขอเป็นแฟน

คำค้น : yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.3k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2558 01:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : ขอเป็นแฟน
แบบอักษร

ตอนที่ 7 : ขอเป็นแฟน

 




 

    ซี Talk

 

   ตอนนี้ผมนั่งฟังอาจารย์แก้วบรรยายการเกิดโลก    คือมันใช่เรื่องที่กูควรเรียนป่ะวะ?  ผมอยู่คณะการตลาดนะจารย์...    

 

 

      หลังจากที่เมื่อวานพ่อทัพถูกไทม์กับวายลากออกไปผมก็เป็นห่วงนะ   เพราะไอ้วายมันเคยเรียนมวยไทย   ถึงจะไม่รู้ว่ามันลากไอ้ทัพไปทำอะไรก็เถอะ...  รุมโทรมป่ะวะ?   ต้องไม่ดิ  ไรต์มันคงไม่ทำร้ายพระเอกผมอย่างนั้นใช่ไหม?   แล้วจู่ๆไอ้คุณชายก็โพล่งมาว่าพ่อทัพทำอะไรผมบ้าง....

 

 

      ภาพความทรงจำแวบเข้ามาในหัว

 

 

      หลังจากนั้นผมก็รู้สึกว่าสมองเกิดอาการช็อตแบบกะทันหันตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้  นอนไม่หลับ  กินอะไรไม่ลง…  ทำอะไรไม่ถูก  ท่องสูตรคูณไม่ได้   ขายหวยไม่ออก…  มีอาการวิงเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลมต้องใช้ยาดมตาโป๊ยเซียน    ซีเขิลนะ  ซีเขิลจริงๆนะอยากจะบอกอ่ะ ฮืออออ    กาลครั้งหนึ่งซีเคยถูกสารภาพรักเว้ยเฮ้ย!   แม่งพูดอะไรก็ไม่รู้…    งื้ออออ  เขิลอะเขิล     รู้สึกภูมิใจที่การบอกรักครั้งแรกของกูมีผู้ชายเป็นคนบอก...

 

 

 

   “สามีเป็นอะไรเหม่อจัง” เสียงใสๆของไอ้ซันปลุกผมให้หลุดออกจากภวังค์...   เมียยย ซีขอโทษ  ซีเขิลเผลอพ่อทัพพอ่ะ  ซีขอโทษอ่ะ  ฮือออ

 

   “เค้าป่าว  เค้าไม่ได้เป็นอะไร” ผมบอกมัน  ถ้าบอกอย่างที่คิดมีหวังหกชาติแปดชาติมันก็ไม่หายงอลผมหรอก

 

 

      “น่าเบื่อเนอะเตงว่ามะ  พูดอะไรก็ไม่รู้  เคยคิดถึงเด็กบางไหมว่าอยากฟังที่ตัวเองพูดหรือป่าว  เค้าอยากให้จารย์มานั่งตรงนี้แล้วให้นักศึกษาไปยืนบ่น  ดูสิว่าจะรู้สึกยังไง  นี้เราก็โตกันแล้วนะไม่ต้องมาเทศให้ฟังหรอก  ไม่ได้อยากฟัง….เนอะ เตงว่ามะ?”  ผมว่าไอ้พ่อทัพมันต้องพูดเล่นๆแน่เลยเอ๊ะ!  แต่มันบอกว่ามันพูดจริงอะ  สรุปยังไงวะ?

 

      “….” แต่ผมว่ามันพูดเล่นนะ  เจอกันไม่ถึงอาทิตย์จะรักกันแล้วเหรอ  มันเร็วไปความรักมันต้องใช่เวลานะ

 

      “เฮ้!” หรือมันพูดจริงวะ?  เห้ยยยย  แล้วทำไมกูต้องคิดถึงมันด้วยย  มันจะพูดยังไงก็เรื่องของมันดิ  อือออ ไอ้ซีหยุดคิดหยุด….หยุด!....หยุดด!!....หยู๊ดดดดดดด!!!!!

 

 

      “อือออ  เค้างอลแล้วนะ!” หะอะไรวะ  เมียผมงอลอะไร?

      “งื้อ...  อย่างอลเค้าน้า  ซีขอโทษอ่ะซันอย่างอลซีน้า ” ผมชูนิ้วก้อยขึ้นมาไว้ตรงหน้ามัน กระดิกนิ้วพอเป็นพิธี  กระพริบตาปริบแบบลูกหมา   ผมง้อมัน…..ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่ามันงอนผมเรื่องอะไร โอ๊ยยยย  รู้สึกใจหาย  เมียงอล

 

 

     มันหันมามองผมด้วยหางตาปากเล็กเบะลง   แล้วก็หันมาทุบอกผม   เงยหน้ามองแบบตัดพ้อ

      “ซีไม่สนใจเค้าอ่ะ   ซีจะทิ้งซันใช่ไหมล่ะ!” มันพูด   เฮ้ย!  อย่าเพิ่งร้อง   ซันมึงอย่าพึ่งร้อง    ผมรีบดึงมันเข้ามากอดแล้วลูกหัวมันเบาๆ   ไอ้ซันก็กำเสื้อผมแน่นแล้วพูดงุ้งงิ้งๆ

   “ไม่งอนแล้ว” มันพูดแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผม

   “คร้าบบ  ซีรักซันนะ”

 

 

   จุ๊บบ!

 

 

    ผมพูดพร้อมหันไปจุ๊บแก้มมันทีนึง  มันหันมาทำตาโต….แบบ ประมาณว่าผมไปขโมยจูบแรกมันไป  และแล้วมันก็ …… จุ๊บผมคืน

   “รักเตงเหมือนกาน!” มันหันมาบอก  บางครั้งผมว่าการพูดของผมกับมันเลี่ยนไปนะ  เลี่ยนจนคนอื่นเขาเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนกัน….มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งทิงเกอเบลมากอ่ะ  แต่ผมก็ชอบพูดกับมันแบบนี้นะ  มันน่ารักดีอ้าว  สรุปกูยังไง ชั่งแม่ง

 

 

 

      “มันรบกวนเพื่อนนะคะคุณเมฆา  คุณลวงฝ้า” เสียงเย็นๆที่ดังมาจากหน้าห้องทำให้ผมกับซันสะดุ้ง  พวกผมยกมือไหว้ขอโทษอาจารย์แก้วปลกๆ 

 

      “ฉันว่าฉันเชิญพวกคุณออกนอกห้องดีกว่าค่ะ  อยู่แบบนี้มันรบกวนเพื่อนคนอื่น” อาจารย์แกจ้องหน้าผมเขม็ง  ไม่ต้องมองขนาดนั้นก็ได้คร้าบบบ  ชีวิตกูจะมีอะไรดีบ้างเนี่ย โวย!!

 

      “ไปเร็วซี  ฝากจดเผื่อด้วยนะซอ” ประโยคแรกไอ้ซันมันหันมาพูดกับผมส่วนประโยคที่สองมันหันไปพูดกับซอที่นั่งหน้ามึนอยู่   ถ้าเรียกผมว่าไม่ถูกกับอาจารย์แก้วแล้วไอ้ซอนี่แหละคู่กัดอาจารย์เขาเลย

 

      “เออๆ  ตามบายเหอะพวกมึงไปเปิดม่านรูดเลยก็ได้กูไม่ห้ามละ” มันหันมามองพวกผมนิดนึ่ง  แล้วกระชากไอ้ซันไปกระซิบอะไรบางอย่าง

 

      ซันมันหันมามองผมนิดนึ่งแล้วรีบก้มหน้า   แปป... เมื่อกี้กูเห็นมึงหน้าแดง?  ผมรีบหันขวับไปมองไอ้ซอทันที  มันแสยะยิ้มให้ผมแล้วหันกลับไปสนใจที่กระดานต่อ  มึงพูดอัลไรกับเมียกู?   ดูดิเขิลหูแดงแล้วนะห่าน

 

      “เมื่อไรพวกคุณจะออกจากห้องคะคุณเมฆา คุณลวงฝ้า” นี่ก็อีกคน  อยากไล่นักกูออกก็ได้แหม!  ผมลากไอ้ซันออกมาจากห้องแล้วเดินไปเรื่อยๆ

 

 

 

 

 

      “ตัวจะพาเค้าไปไหน?” ไอ้ซันเงยหน้าขึ้นมาถามผมแล้วก้มหน้างุดลงไปอีกรอบเมื่อเห็นผมหันไปมองมัน

      “เอ้า...  ก็เมื่อกี้อู้บอกให้เค้าพาซันไปม่านรูดไม่ใช่หรอ” ผมยิ้มขำเมื่อเห็นไอ้ซันอ้าปากเหวอ

      “บ้า!” อื้อหือ...  คำด่ามุ้งมิ้งสลัด

 

 

~ช้าง ช้าง ช้าง~

 

 

     ผมปล่อยมือไอ้ซันแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย  โทรได้จังหวะดีนะมึง  ถ้ากูเรียนอยู่นี้คงโดนจารย์แก้วด่าสติกระเจิดชัวร์

 

      “ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงลงไปตามสาย

      [โหลๆ   ซีวันนี้ว่างไหม?เสียงไอ้ไทม์ดังมาตามสาย  นี้รู้เบอร์กูกันหมดทุกคนเลยป่ะวะ?

      “ไม่ว่างว่ะ  จะพาซันเข้าม่านรูด” ผมตอบกลับไป  ซันมองผมตาเขียวแล้วบิดเอวผมแรงๆ  ดีนะที่หนังกูหนา...

 

      [ซี  กูผัวมึงน้าไอ้ไทม์ทำเสียงไม่พอใจ   แล้วไมวะ?  รู้ป่ะตอนนี้คนอ่านเขาเกลียดมึงจนหันมาเชียร์กูกับซันได้กันแทนแล้วเนี่ย!

 

      “เออๆ  ว่าง...  ทำไมจะชวนกูไปแดกเหล้าไรแล้วหลอกปล้ำกูอ่ะหรอ?” ผมถามออกไป 

      [โอ้โห  ถ้ากูอยากกูไม่มอมมึงหรอก  มึงรู้สึกตัวมันดีกว่าเยอะ]

      “ไอ้หื่น!!” ดูดิแม่งไม่มีความน่ารักเหมือนซันเลยอ่ะ!   คิดเรื่องใต้สะดือตลอด!!(ได้ข่าวแกพูดก่อน? ไรต์)

 

     [คร้าบๆ  เข้าเรื่องนะคือจะชวนไปที่ร้าน UTอ่ะ  ห้ามปฏิเสธกูวางละ  รักนะครับเมียจุ๊บ!]

 

 

      ติ๊ด!

 

 

      ไม่เหลือโอกาสให้กูพูดอะไรเลย  ดีจังนะมึง... 

 

      “ซี!!” เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง  ผมกับไอ้ซันหันไปมองก็เห็นมาเป็นคุณชาย

 

      “แฮ่ก...  มึงว่างป่ะซีกูมีเรื่องจะคุยด้วย” ผมหันไปมองซันหลังจากที่คุณชายถามจบ  ไอ้ซันพยักหน้าเล็กน้อย

      “ว่าง  ทำไมวะ?” ผมถามคุณชายที่ยิ้มออกมาน้อยๆ  มันจับมือผมแล้วลากผมไปเรื่อยๆจนหยุดที่สวนหลังมอ

 

 

     อธิบายนะครับ  สวนหลังมอของผมถือว่าเป็นที่ที่หนึ่งเป็นสถานที่ค่อนข้างดัง เพราะมีหลายคนนัดกันมาเจอที่สวนนี้แล้วสารภาพรัก...  หะ  สารภาพรัก

 

      “เอ่อ...  ซี” คุณชายเดินหันหน้ามาหาผม   อากาศร้อนขนาดต้องหน้าแดงเลยหรอ?  กูพยายามไม่คิดนะ  กูจะไม่คิดวามึงจะสารภาพรักกูนะ  มึงอย่างหักหลังกูนะชาย

 

      “เอ่อ...  จะพูดยังไงดีล่ะ  คือตั้งแต่แรกที่เราเจอกันอ่ะ  คือมัน... โอ้ย!!   กูพูดไม่ถูก...  กู... กู....  กูๆๆๆๆ... “ โอเค  มึงบ้าสินะ  ผมยืนคิดในใจมองคุณชายที่ตอนนี้ยีหัวตัวเองจนฟูฟ่อง  มันมองหน้าผมด้วยความแน่วแน่

 

      “อย่างที่โฆษณากระทิงแดงพูด... เป้าหมายมีไว้พุ่งชน  เพราะงั้น  ยังไงวันนี้กูก็ต้องบอกมึง...  คือกู....” มึงเว้นจังหวะแล้วสูดหายใจเข้า  เข้าใจไหมครับว่าไอ้ชายมันเป็นคนผิวขาว  คือขาวมากๆอ่ะ  เพราะงั้นมันเลยขึ้นสีง่าย  ตอนนี้ทั้งหน้าทั้งหูมันแดงไปหมดแล้ว

 

 

      “คือกูรักมึง!! “ มันตะโกนออกมา  ลูกชายผมโตเป็นหนุ่มแล้ว!  ไม่สิตอนนี้มึงต้องอึ้งซี   ฮือ  ให้กูสตั้นกับพ่อทัพคนเดียวไม่ได้หรอ?  แล้วคุณชายก็พูดอีกประโยคที่ทำผมสตั้นมากกว่าเดิม

 

 

 

 

     “เพราะงั้น....  เป็นแฟนกับกูนะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

      หลังจากที่คุณชายพูดประโยคนั้นจบมันก็วิ่งหนีไปทำประหนึ่งสาวน้อยวัยแรกแย้มปล่อยให้ผมยืนอึ้งอยู่คนเดียว    มันทิ้งผม!  มันทิ้งโผมม!!!

 

      “เหม่ออะไรหรอซี” ไอ้วายถาม   กูไม่ได้เหม่อ  กูแค่สตั้นส่วนต้นเหตุก็เพื่อนมึงนั้นแหละ!!

       “นั้นดิ  กูชวนมากินเลี้ยงเว้ยทำไมทำเงียบเป็นเป่าสากวะ” ไทม์พูด หันมันผมกับไอ้คุณชายแล้วก็พ่อทัพ

      “กูแค่เหนื่อยๆ” ผมพูดออกไปคนแรก  ตามด้วยไอ้พ่อทัพกับคุณชายที่พูดประโยคเดียวกับผมเป๊ะ  สมองมีทำไมไม่คิดวะ  โด่วววว....  ไม่ใช่สิซี!  ตอนนี้มึงต้องสตั้น!

 

 

     โอเค  สตั้นต่อแปป....

 

 

 

 

      ผมนั่งกินอาหารบนโต๊ะไปเรื่อยๆ  เอ่อ... ผมเป็นคนไม่กินเหล้ากับเบียร์ครับ  ไม่ใช่คออ่อนหรอกนะ  แต่พอผมกินทีไรมันจะไม่รู้สึกตัวทุกทีแถมยังมีผื่นแดงขึ้นเล็กๆอีก  วายมันก็เลยไม่เคยให้ผมกินอีกเลย

 

       ไอ้ไทม์ที่จู่ๆก็ขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำหลังจากที่มีแก๊งค์ผู้หญิงหน้าตาสวยๆเดินเข้ามาในร้าน  ไม่อยากจะคิดในทางที่ไม่ดีหรอกนะ  แต่คือมันพึ่งม่อเพื่อผมไปไง...  ถามว่าหวงไหมก็ไม่นะครับ  ผมเป็นพวกไม่จริงจังกับคนที่ไม่คิดจะจริงจังกับผมหรอกนะ... J

 

 

 

      “อะแฮ่มๆ  คือ  ขออภัยแขกทุกท่านในที่นี้ด้วยนะครับ  ผมชื่อไทม์ครับ  วันนี้ผมขออนุญาตแขกทุกท่านอีกครั้งด้วยนะครับ  แต่ผมอยากจะเล่นเพลงเพลงหนึ่งให้คนสำคัญฟังน่ะครับ” เสียงทุ้มแหบๆของไอ้ไทม์ที่ผ่านลำโพงดังขึ้นภายในร้าน  ผมมองไปทางเวทีก็เห็นว่ามันนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับกีต้าร์โปร่งตัวหนึ่ง   มันหันมามองผมเล็กน้อยแล้วเริ่มลงมือดีดกีต้าร์

 

 

 

 

สุดที่รักของฉันไม่เหมือนคนอื่น
ไม่มีการชื่นชมเอาใจอยากให้หวานให้ซึ้ง
คนนี้ไม่ไหวปากอย่างไงหัวใจอย่างนั้น
อย่าไปถามเชียวนะว่ารักหรือเปล่า...
อาจต้องทนนั่งรอเป็นวันบอกว่ารักซักนิด

ยังยากอย่างนั้นไม่มีทางเรียกกันว่าหวานใจ

 

 

 

 

      มันก้มหน้าร้องเพลง  เสียงทุ้มๆแหบๆที่ทำให้คนฟังแทบจะละลายไปกับพื้น  ไทม์เงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วยิ้ม    ผมเป็นคนสายตาสั้นนะ...  แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงเห็นแววตาขอมันได้ชัดเจน   ดวงตาที่แสดงถึงความรักอย่างชัดเจนขนาดนั้น... มองกูอย่างนั้นฆ่ากูให้ตายเลยก็ได้ไทม์    มันมองผมแล้วร้องเนื้อเพลงท่อนต่อไป

 

 

 

 

 

สุดที่รักของฉันน่ารักที่สุด...
เป็นมนุษย์ที่น่าเอ็นดูอาจไม่หวานไม่ขม
ตัวฉันไม่รู้แต่ถ้ามีเธออยู่มันเปรี้ยวใจ
ตั้งแต่วันนี้ขอเรียกเธอ...
เปรี้ยวใจ

 

 (เพลงเปรี้ยวใจ ของ พี่นิโคลเทริโอ้นะคะ)

 


     ตอนนี้ทั้งร้านเงียบ   ผมแน่ใจว่าทุกคนต้องตกอยู่ในมนต์สะกดของมันเหมือนผมแน่    ไทม์คลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม  มันกระโดดลงมาจากเวทีหน้าร้านแล้วเดินมาหาผม 

 

 

      มันค่อยๆย่อตัวลงในระดับสายตาของผม  คว้ามือผมขึ้นไปแนบกับอกมัน  ดวงตาสีดำสนิทมองผมด้วยความรัก...   สายตาที่เหมือนจะแผดเผาผมให้เป็นจุล  สายตาที่มองราวกับจะกลืนกิน..

 

 

      “เป็นแฟนกันนะครับ..”

 

 

 

 

 

      วิ้ว!

      โห่!!!

      แปะๆ!

 

 

       เสียงปรบมือผสมกับเสียงโห่ร้องจากคนในร้านทำให้ผมรีบชักมือกลับ   ผมหันไปจับชายเสื้อไอ้วายแน่น...   ระเบิดไหมละ  น้องซีอ่ะระเบิดแล้ว...  ให้ตายเถอะ   ฆ่าผมเถอะ!  ฆ่าผม!!   งื้อ...  เขิล

 

 

      “วาย... ซีอยากกลับบ้าน” ผมพูดกับไอ้วายเสียงเบา   วายคว้ามือผมแล้วค่อยๆพยุงไปที่รถ  ระหว่างทางจนถึงบ้านผมกับมันนั่งเงียบ  หรือแม้แต่กระทั่งผมอาบน้ำเสร็จผมก็ยังนั่งเงียบอยู่ดี

 

 

       ผมนอนนิ่งๆอยู่บนเตียง   คิดตั้งแต่เรื่องไอ้พ่อทัพจนถึงไอ้ไทม์  รักกูหรอ?  ทำไมล่ะ?  ผมกับพวกมันเพิ่งเจอกันไม่ใช่หรอ?  พวกมึงรักหรือแค่หลงกูกันแน่...  รักกูจริงๆหรอ    กูยังไม่รักพวกมึงเลยนะทำไม...

 

 

      “โอ๊ยเหี้_!!” ผมตะโกนออกมาจนวายที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าสะดุ้ง  มันหันมามองผมแล้วเดินเข้ามานั่งข้างๆ  ผมโผกอดใส่มันทันที  ผมทำอย่างนี้ตั้งแต่เด็กแล้วครับ  ทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจมันเป็นคนเดียวที่ผมจะกอดเสมอ

 

       “เป็นอะไรซี” วายถามผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  มันลูบหัวผมเบาๆ

       “กูสับสนว่ะ...  กูกับพวกมึงเพิ่งเจอกับเองนะ  ทำไม...” ผมพูดออกไปแล้วเงียบ   วายยิ้มให้ผม ยีหัวผมเล็กๆ

 

      “วาย...  มึงรู้ไหม?  มึงเป็นคนเดียวที่กูอยู่ด้วยแล้วกูสบายใจ  ถึงกูจะเรียกพวกมึงว่าผัวแต่กูก็ไม่ได้จริงจังป่ะวะ?   มึงไม่ได้รักกูใช่ไหม  มึงคงไม่บอกรักกูเหมือนพวกนั้นใช่ไหม” ผมค่อยๆหันหลังผิงกับอกมัน

 

 

      “อย่าคาดหวังกับกูสิซี...   กูน่ะคิดไม่ต่างจากพวกนั้นหรอก” ผมรีบเด้งตัวออกมาจากไอ้วาย  แต่ไม่ทัน  เพราะมันคว้าเอวผมไว้แล้วเข้าไปกอดแน่น

 

      “กูไม่ทำอะไรมึงหรอก...  ที่พวกกูบอกรักมึง  ไม่ใช่เพราะอยากให้มึงอึดอัด...  แต่มึงเข้าใจไหมว่าพวกกูทนเห็นมึงอยู่กับคนอื่นไม่ได้  พวกกูรักมึง  พวกกูอยากครอบครองมึง เพราะงั้นอย่ากลัวพวกกู  เปิดใจให้พวกกูเถอะนะ...” วายก้มหน้าซุกคอผมแล้วพูดเสียงอู้อี้

 

 

 

     “นอนเถอะ” มันผลักผมลงเบาๆแล้วก่อนจะล้มตัวนอนตาม  วายกอดเอวผมเบาๆ  ความรู้สึกปลอดภัยกลับมาอีกครั้ง...  ถ้าผมจะปล่อยให้ทุกเรื่องในวันนี้ไปมันจะดูเห็นแก่ตัวไหมนะ?   อ่า...  ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะ..  ผมนอนคิดแล้วค่อยๆจมลงสู่ห้วงนิทราอย่างช้าๆ

 

 

 

 

 

     ฝันดีนะ...










______________________________________________________________________________________


กราบสวัสดีแนบอกผู้อ่านทุกท่านค่าาาาา  มาอัพอีกแล้วววววว
ทำไมช่วงนี้อัพบ่อย?  เนื่องจากกำลังเห่อนิยายค่ะ
ตอนนี้ไม่หวานอ่ะอยากจะบอก  ><
จะพูดอะไรนะลืม...  อ้อ  แถลงการณ์เรื่องของซันนะคะ


ขอโทษนักอ่านทุกท่านที่เชียร์ซันซีนะคะ   แต่น้องซันนางมีคู่ของนางอยู่แล้วจ้าาาาจำได้ว่าคู่นางเคยโผล่มาแล้วครั้งหนึ่งอ่ะ 555

แต่ถึงซันจะมีคู่   ยังไงก็ตามโมเม้นต์ซันซีก็ยังมีอยู่เนื่องๆค่ะ -.,-
ถ้าใครสน 
NC ซันซี ก็บอกนะเดี๋ยวแต่งให้  5555 แต่คงเป็นตอนพิเศษที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลัก
อยากบอกว่านัมชิปซันซีค่ะ 555 (ถึงบีทจะไม่เห็นด้วยเพราะนางวายซี)



พอๆ  แค่นี้นะ  รักมากกกกกกกกกกกกกก จุ๊บ!!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว