facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ไม่ว่าอำนาจ ครอบครัว หรือความรัก นางต้องการมันทั้งหมด!

บทที่ 13 ออกความคิด

ชื่อตอน : บทที่ 13 ออกความคิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2561 11:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 ออกความคิด
แบบอักษร

หลี่ว์หลิ่วดูอมทุกข์ไม่สบายใจขึ้นมาอีก


ถาวจวินหลันถามแล้วถึงได้ความว่า คนที่นางกำนัลอาวุโสซุนได้แนะนำเป็นพิเศษสี่ห้าคนในจำนวนแปดคนนั้น กลับไม่มีหลี่ว์หลิ่วและฉ่ายยวนอยู่

ความหมายของนางกำนัลอาวุโสซุนนั้นดูออกได้อย่างชัดเจน ความคิดจะเลือกนางกำนัลในวังนั้น เดิมทีเป็นความคิดของฮองเฮา แล้วก็เป็นฮองเฮาที่ยื่นมือเข้ามาจัดการกับเรื่องนี้ เมื่อก่อนนางกำนัลอาวุโสซุนเองก็เคยรับใช้อยู่ข้างกายฮองเฮา แน่นอนว่าคนที่นางกำนัลอาวุโสซุนแนะนำไปนั้น ฮองเฮาจะต้องสนใจเป็นพิเศษ อีกทั้งหากนางกำนัลอาวุโสซุนสามารถแนะนำคนได้ ก็สามารถไม่แนะนำคนได้เช่นเดียวกัน

ถาวจวินหลันกลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องดี คิดแล้วจึงปลอบใจไปว่า "อันที่จริงการไปถวายงานฮ่องเต้ดีตรงไหนกัน? พวกเราที่เป็นแบบนี้เทียบกับพวกที่ถูกคัดเลือกมาจากนอกวังไม่ได้หรอก ฐานะก็ไม่ได้สูงส่งอะไร ในทางกลับกันต้องมาแก่งแย่งชิงดีทุกวัน ออกจากวังไปแต่งงานยังดีกว่าอีก"

หลี่ว์หลิ่วนิ่งไป แล้วจึงยิ้มอย่างฝืนๆ "เจ้าเป็นหญิงสูงศักดิ์ เจ้าจะไปรู้ความยากลำบากนอกวังได้อย่างไร? รอจนเจ้าได้ออกจากวังแล้ว ยังจะไปแต่งงานกับคนดีๆ ได้อีกหรือ? แต่งกับพวกที่ทำนาทำไร่ หากมีภัยพิบัติครั้งหนึ่งก็ทำให้เจ้าขายลูกกินได้ กินก็ไม่อิ่มเสื้อก็ไม่อุ่น รสชาติชีวิตเช่นนั้น..."

ถาวจวินหลันรู้สึกว่าคำพูดที่จะอยากพูดมากมายนั้นหดลงไปจนไม่เหลือแล้ว ที่จริงนางกับถาวซินหลันเองก็เคยต้องทนหิว ครั้งยังไม่ได้เข้าวัง นางและถาวซินหลันเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่สุดท้ายแล้วก็รอดชีวิตมาได้มิใช่หรอกหรือ?

แน่นอนว่า นางก็ยอมรับว่าที่หลี่ว์หลิ่วพูดมานั้นนางยังไม่เคยได้สัมผัสเอง ไม่รู้ว่าชาวนาเผชิญภัยพิบัติอย่างไร ทว่าการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ใครจะไม่มีความทุกข์กันบ้างเล่า?

ก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกหนทางไหน มีบางคนที่รู้จักพอและมีความสุข แต่ก็มีคนที่อยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่เลือกเองทั้งนั้น

หลี่ว์หลิ่วนั้น นางเองก็ไม่รู้ว่าจัดให้อยู่ในกลุ่มไหน อาจเป็นเพราะหลี่ว์หลิ่วกลัวว่าออกจากวังไปแล้วจะใช้ชีวิตต่อไปไม่รอด ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคน นางเองก็พอจะเข้าใจ...

"หลี่ว์หลิ่ว แต่ว่าเรื่องนี้ เกรงว่าจะไม่ง่ายน่ะสิ" ถาวจวินหลันถอนใจ นางวิเคราะห์ถึงหลักความจริงแทนหลี่ว์หลิ่ว เพราะไม่อยากเห็นหลี่ว์หลิ่วมีไฟแล้วต้องมาผิดหวังในท้ายที่สุด "หากซุนกูกูคิดจะทำอะไรจริงๆ เจ้าคิดว่าเจ้าจะเปลี่ยนอะไรได้หรือ? พวกเราเป็นเพียงนางกำนัลเล็กๆ เท่านั้น ทั้งยังเป็นนางกำนัลขั้นต่ำที่สุดของหน่วยงานซักล้าง..."

"ข้ารู้" หลี่ว์หลิ่วกัดริมฝีปาก แววตาแสดงออกถึงความไม่ยอมแพ้ "แต่หากข้าไม่พยายาม แล้วข้าจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวเองได้อย่างไรกัน?"


ถาวจวินหลันไม่รู้จะพูดอะไรดี


ทันใดนั้นเองหลี่ว์หลิ่วก็จับแขนเสื้อนางไว้ "จวินหลัน เจ้าช่วยข้าหน่อย"


ถาวจวินหลันตกใจมาก "ข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไร เรื่องนี้ข้าไม่มีวิธีช่วยเจ้าหรอก" ที่จริงนางยังสู้หลี่ว์หลิ่วไม่ได้เลย แล้วจะเอาอะไรมาช่วยกันเล่า!

หลี่ว์หลิ่วตั้งมั่น ไม่ยอมปล่อยมือ "เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธีสิ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนฉลาด เจ้าผ่านอะไรมามาก จะต้องมีวิธีอย่างแน่นอน"

ถาวจวินหลันยิ้มแหยๆ แล้วดึงมือกลับมา "ข้ามีวิธีอะไรที่ไหนกันเล่า"

"เจ้าช่วยข้าหน่อยเถอะ" หลี่ว์หลิ่วไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด และแสดงความอ้อนวอน

สุดท้ายแล้วถาวจวินหลันก็หนีออกมาจากห้อง ไปยังที่ที่ไม่มีคน พิงกำแพงแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ นางไม่เคยคิดว่า หลี่ว์หลิ่วจะมาขอร้องให้นางช่วยคิดหาวิธี

เดิมทีนางเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ควรหรือไม่ควรช่วย ถึงอย่างไรนางก็คิดว่าหากหลี่ว์หลิ่วได้ไปถวายการรับใช้ฮ่องเต้แล้วจริงๆ ไม่แน่ว่าหลี่ว์หลิ่วอาจจะมาคิดเสียใจภายหลังก็เป็นได้ แน่นอนว่า นางเองก็ไม่มีวิธีด้วย ถึงแม้ว่านางจะมีประสบการณ์และเคยพบเห็นมามาก แต่นางก็ไม่ได้เป็นขงเบ้งที่ฉลาดไม่มีใครเทียบ

อีกทั้งยังไม่มีอำนาจเลยเช่นนี้ นางยังจะคิดหาวิธีใดได้อีก?

หรือว่าจะไปประจบนางกำนัลอาวุโสซุน? ทว่าหลี่ว์หลิ่วเองก็เคยลองวิธีนี้ไปตั้งนานแล้ว แต่นางกำนัลอาวุโสซุนกลับไม่ยอมรับสินบน ราวกับว่านางกำนัลอาวุโสซุนไม่ชอบหลี่ว์หลิ่วตั้งแต่แรกพบ


ดังนั้นนางจึงไม่มีวิธีจริงๆ


ทว่าหลี่ว์หลิ่วก็ยังคงมองนางด้วยสายตาอ้อนวอน จนนางนั้นรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ แม้กระทั่งห้องนอนก็ไม่กล้ากลับ ทุกวันก็จะถ่วงเวลากลับห้องจนกว่าจะถึงเวลานอน พยายามจะไม่อยู่กับหลี่ว์หลิ่วสองต่อสอง

ทว่าคนรอบข้างก็ดูออกว่าแปลกไป เหวินซิ่งเป็นคนแรกที่มาถาม "ปกติแล้วพวกเจ้าสองคนไม่ใช่ว่าสนิทสนมกันที่สุดหรอกหรือ? ทำไมอยู่ดีๆ ก็แยกกันแล้วเล่า?" คิดถึงสถานการณ์ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาครู่หนึ่ง แล้วพูดอีกว่า "หรือว่าหลี่ว์หลิ่วทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจ?"

ถาวจวินหลันยิ้มแหยๆ และส่ายหัว หากผิดใจกันจริงๆ ก็คงดี นางเองก็ไม่ใช่คนที่คิดจุกจิกอะไรนัก ผ่านไปแล้วก็ไม่เก็บมาคิดอีก เรื่องนี้ไม่ว่านางจะคิดอย่างไรก็ไม่มีหนทางที่จะตอบรับความคาดหวังของหลี่ว์หลิ่วได้เลย

หลี่ว์หลิ่วที่ในตอนนี้หมดหนทางนั้น เหมือนกับฝากความหวังทั้งหมดเอาไว้ที่นาง ดวงตาที่รอคอยอย่างมีความหวังนั้น กดดันจนนางรับไม่ไหว จึงทำได้แค่หลบหน้าเท่านั้น


ถาวจวินหลันเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เหวินซิ่งฟัง


เหวินซิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกรอกตาไปมา "ถึงแม้นางจะมีใจหวังไว้เช่นนั้น แต่ทำไมเจ้าต้องทำเช่นนี้ด้วย? ถึงแม้ว่าต่อไปจะต้องเสียใจ นั่นก็เป็นเรื่องของนาง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย อีกอย่างจะช่วยก็เพราะเจ้าสมัครใจ ไม่ช่วยก็เรื่องของเจ้า ดูเอาว่าเจ้าจะเอาอย่างไหน เจ้าทำเช่นนี้กลับเหมือนคนทำความผิดอะไรมาอย่างนั้นล่ะ ทำไมจะต้องลำบากตัวเองด้วยเล่า"

ถาวจวินหลันได้แต่ยิ้มแหยๆ ที่เหวินซิ่งพูดนั้นไม่ผิด หากนางสามารถคิดได้และทำได้อย่างนั้น นางก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แล้ว

ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น ทว่าครั้นต้องมาเจอกับตัว ก็ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้

แต่ถึงหลบหน้าอยู่เช่นนี้ สุดท้ายก็คงโดนหลี่ว์หลิ่วจับเอาไว้ได้อยู่ดี

หลี่ว์หลิ่วพูดอย่างมั่นใจโดยไม่ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย “หากเจ้าไม่มีวิธี เจ้าก็คงจะไม่หลบหน้าข้าเช่นนี้”

ถาวจวินหลันนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ในใจในรู้สึกขมขื่น

หลี่ว์หลิ่วเห็นแบบนั้น จึงดึงมือของนางมาจับไว้ แล้วทำเสียงอ่อนอ้อนวอน “จวินหลัน เจ้าช่วยข้าสักครั้งเถอะ หากข้าได้สมความปรารถนาแล้วล่ะก็ ข้าก็จะช่วยเจ้าด้วย! เจ้าดูสิ หน่วยงานซักล้างลำบากถึงเพียงนี้ เจ้ากับน้องสาวคงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ไปตลอดไปหรอกจริงไหม? อยู่แบบนี้ทุกปีคงต้องทรมานไปจนแก่ มือจะพิการเอาได้นะ! เจ้าคิดจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?”

สถานการณ์ที่หลี่ว์หลิ่วจำลองมานั้น ยิ่งทำให้ถาวจวินหลันนิ่งเงียบเข้าไปอีก เรื่องที่หลี่ว์หลิ่วพูดมา ก็เป็นเรื่องจริงในหน่วยงานซักล้าง ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ว่านางกำนัลทุกคนจะถูกปลดออกจากวัง และในหน่วยงานซักล้างแห่งนี้ ก็มีนางกำนัลอายุประมาณสามสิบสี่สิบปีอยู่หลายคนเหมือนกัน มือของนางกำนัลพวกนั้นผิดรูปไปหมด มือคดงอราวกับเท้าไก่อย่างไรอย่างนั้น ตรงข้อก็ใหญ่จนผิดปกติ บางคนเป็นหนักจนกระทั่งยืดมือตรงไม่ได้แล้ว

ไม่ใช่ว่านางไม่กลัว โดยเฉพาะนางกับถาวซินหลันยังอายุน้อยขนาดนี้ นางก็เคยคิดว่าอยากจะออกจากหน่วยงานซักล้างไปอยู่ที่อื่น ทว่าหน่วยงานซักล้างนั้นเข้ามาแล้วไม่ใช่ว่าจะได้ออกไปง่ายๆ เมื่อก่อนตอนที่นางกำนัลอาวุโสหลิวยังอยู่นั้น นางยังพอจะมีความหวังอยู่บ้าง ทว่าในตอนนี้...

“แม้เจ้าจะไม่คิดถึงตัวเอง ก็ต้องคิดถึงน้องสาวเจ้าบ้าง” หลี่ว์หลิ่วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนต่อ ดวงตานั้นค่อยๆ มีน้ำตาคลอออกมาเล็กน้อย “ข้าไม่อยากรอจนแก่ไร้ประโยชน์แล้วถึงจะได้ออกจากวัง แล้วก็ไม่อยากโดนกลั่นแกล้งอย่างนี้ไปทั้งชีวิต ชีวิตมีแค่ครั้งเดียว ทำไมจะไม่ใช้ชีวิตให้มันดีสักหน่อยเล่า?”

ทว่าถึงจะพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว ถาวจวินหลันก็ยังคงไม่รู้สึกว่าหนทางนี้จะดี แต่ในขณะเดียวกัน พูดมาจนถึงขั้นนี้แล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่รู้สึกใจอ่อน


นางยอมรับว่า ที่หลี่ว์หลิ่วพูดมานั้น กระทบจิตใจนางอย่างมาก


“เจ้าให้ข้าคิดดูก่อน” สุดท้ายแล้วถาวจวินหลันก็ตอบไปด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างนั้น แม้จะไม่ได้รับปาก แต่ก็นับว่ามีการตอบรับบ้างแล้ว

หลี่ว์หลิ่วแสดงออกชัดเจนว่าเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด จึงยิ้มอย่างดีใจขึ้นมาในทันที “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าหวังดีและเป็นห่วงข้า”

รอยยิ้มของหลี่ว์หลิ่วนั้น ทำให้ความรู้สึกที่อยากจะคัดค้านของนางกลับเข้าไปในส่วนลึกของใจจนหมด

สุดท้ายแล้วถาวจวินหลันก็ได้ตอบตกลงที่จะช่วยหลี่ว์หลิ่วคิดหาวิธี

หลี่ว์หลิ่วดีใจยิ่งกว่าสิ่งใด ท่าทางมีความสุขเสียยิ่งกว่าวันปีใหม่หลายเท่านัก

ทว่าถาวจวินหลันกลับยังรู้สึกผิดอยู่ในใจ แล้วจึงเริ่มคิดอย่างจริงจังขึ้นมา

หลังจากแอบสืบข่าวมาไม่น้อย ถาวจวินหลันก็มีความคิดผุดขึ้นมา “เป็นวิธีที่ค่อนข้างจะอันตราย หากว่าทำไม่สำเร็จ เกรงว่าต่อไปเจ้าจะต้องอยู่อย่างลำบากขึ้นเป็นแน่”

หลี่ว์หลิ่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจกัดฟันพูดออกมาว่า “ข้าไม่กลัว” ไม่ใช่อย่างที่พูดกันหรอกหรือ? ไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ

ถาวจวินหลันเห็นท่าทางตั้งมั่นของหลี่ว์หลิ่วก็รู้สึกนับถือขึ้นมา ในจุดนี้นางยอมรับว่านางสู้หลี่ว์หลิ่วไม่ได้เลย

“การคัดเลือกนางกำนัลในวังหลวงไปถวายการรับใช้ฮ่องเต้นั้นเป็นความคิดของฮองเฮา ข้าดูท่าแล้ว เกรงว่าฮองเฮาก็น่าจะเลือกแค่คนที่สนิทใกล้ชิดและซื่อสัตย์ ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งคนที่เชื่อใจมาคัดเลือกหรอก” ถาวจวินหลันกระซิบที่ข้างหูของหลี่ว์หลิ่ว กดเสียงต่ำแล้วพูดความคิดของตัวเองออกไป “ทว่าเวลานี้พระโอรสของหวังกุ้ยเฟยกำลังรับตำแหน่งองค์รัชทายาทอยู่ จึงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับฮองเฮาเท่าไรนัก ครั้งนี้หวังกุ้ยเฟยจะต้องไม่ยอมตกเป็นรองอย่างแน่นอน”

หลี่ว์หลิ่วคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจความหมายที่ถาวจวินหลันพูด “เจ้าจะบอกว่า แม้เราจะเข้าทางฮองเฮาไม่ได้ เราก็สามารถเข้าทางหวังกุ้ยเฟยได้ใช่หรือไม่? แต่หวังกุ้ยเฟยจะช่วยข้าหรือ? อีกอย่างข้าเป็นแค่นางกำนัลธรรมดา จะได้เจอกับหวังกุ้ยเฟยได้อย่างไร”

“ข้าได้ยินมาว่า ขันทีอาวุโสของห้องเครื่อง มีความสัมพันธ์อันดีกับนางกำนัลอาวุโสที่รับใช้ข้างกายหวังกุ้ยเฟย หากติดต่อนางกำนัลอาวุโสคนนี้ได้ แล้วนางยอมพูดให้เจ้าหน่อย เรื่องนี้ก็น่าจะสำเร็จอย่างแน่นอน” ถาวจวินหลันพูดแผนที่นางวางไว้ออกมา “พวกเราใช้เงินไปตีสนิทกับขันทีอาวุโสก่อน แล้วค่อยเข้าหาทางนางกำนัลอาวุโสคนนั้น สุดท้ายแล้วจะสำเร็จหรือไม่ ก็เป็นลิขิตฟ้า”

ถึงแม้ว่าหลี่ว์หลิ่วจะไม่ได้โดดเด่นที่สุด แต่หน้าตานั้นก็นับว่าไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ที่สำคัญที่สุดคือ หลี่ว์หลิ่วมีท่าทางที่สดใส ถึงอย่างไรก็สามารถทำให้คนอื่นชอบนางได้

ทว่าหวังกุ้ยเฟยจะชอบนางหรือไม่นั้น นางเองก็ไม่กล้ารับประกันเช่นกัน

หลี่ว์หลิ่วครุ่นคิดอีกครู่หนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจ “ได้ ข้าจะทำตามนี้” พูดไปก็กุมมือถาวจวินหลันไป “หากเรื่องนี้สำเร็จแล้ว ข้าจะไม่ลืมเจ้าอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นข้าจะช่วยเจ้ากับน้องสาวของเจ้าอย่างแน่นอน”

ถาวจวินหลันยิ้ม “อื้อ”

หลี่ว์หลิ่วเองก็ยิ้มออกมา แม้ว่าสีหน้าจะเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย ทว่าก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นจากหลายวันที่ผ่านมามาก ดวงตาสดใสคู่นั้น ยิ่งแวววาวเป็นประกายราวกับเพชรพลอย เหมือนกับเห็นอนาคตที่สดใสของตัวเองแล้ว

รอยยิ้มนี้ทำให้ถาวจวินหลันตกอยู่ในภวังค์ ขณะเดียวกันความรู้สึกสับสนในใจก็ถูกรอยยิ้มนี้ชำระล้างไปจนหมดสิ้น ถึงกระทั่งคิดออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า การที่ช่วยหลี่ว์หลิ่วในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ถูกแล้วหรือ?

ครั้นได้หนทางแล้ว หลี่ว์หลิ่วก็เริ่มลงมือ ทว่าเงินเก็บของนางเองนั้นยังไม่เพียงพอ จึงต้องไปขอยืมคนอื่นอีกจำนวนหนึ่ง เงินของถาวจวินหลันเองนั้นก็ได้ให้หลี่ว์หลิ่วยืมไปทั้งหมดแล้ว

หลี่ว์หลิ่วยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจ กำเงินในมือไว้แน่นแล้วถึงกับร้องไห้ออกมา “จวินหลัน หากข้าได้มีวันลืมตาอ้าปาก ข้าจะต้องทดแทนบุญคุณเจ้าให้ได้เลย”

ถาวจวินหลันหัวเราะเบาๆ “ข้าจะจำคำพูดนี้ไว้” ที่จริงนางก็รู้อยู่แล้วว่า ถึงเรื่องนี้จะไม่สำเร็จ ต่อไปหลี่ว์หลิ่วก็คงจะเอาเงินพวกนี้มาคืนนางแน่นอน แน่นอนว่า ครั้นเวลานั้นมาถึงนางจะไม่รับไว้แน่นอน

ถือเสียว่า เป็นน้ำใจของพวกนางสองพี่น้อง หากไม่มีหลี่ว์หลิ่วก็ไม่รู้ว่าตอนนี้นางกับน้องสาวจะเป็นเช่นไร


ห้องเครื่อง คือห้องครัวในวัง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว