จบแล้วงับกับนิยายเรื่องแรกในชีวิต แหะๆๆ ติกันได้นะ ขอบคุณทุกกำลังใจด้วยงับ สวัสดีงับ ~/\~

เหตุผลที่ 6 หวังว่า

ชื่อตอน : เหตุผลที่ 6 หวังว่า

คำค้น : ดราม่า รัก เสียสละ ขนมเทียน ลูกตาล

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 302

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2561 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหตุผลที่ 6 หวังว่า
แบบอักษร

» ขนมเทียน «


- ความฝันขนมเทียน –


“เทียนเหนื่อยมั้ย ทำงานหนักไม่ดีนะ ดูแลตัวเองบ้างสิ” หญิงสาวร่างบางถามผมด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

ผมลืมตามองหญิงสาวที่นั่งพิงต้นไม้ปล่อยให้ผมนอนหนุนตักแสนนุ่มนี้ ‘ลูกตาล’ ผมรีบพลิกตัวลุกขึ้นนั่งหันหน้าเข้าหาเธอด้วยความดีใจ หัวใจเต้นระรัวอีกครั้งจากที่ห่อเหี่ยวมาเนิ่นนาน

ผมกับตาลนั่งเล่นกันใต้ต้นไม้ใหญ่ รอบด้านเป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้ใบหญ้าหลากสีสัน ผีเสื้อตัวน้อยปีกสีสดบินมาเกาะไหล่ตาล

“เทียนไม่เหนื่อยหรอก แค่เห็นหน้าตาล เทียนก็หายเหนื่อยแล้ว” ผมตอบไปยิ้มไป ความรู้สึกตอนนี้ผมมีความสุขมากๆ

“ตาลคิดถึงเทียนนะ เทียนคิดถึงตาลมั้ย”

“คิดถึงสิ ตาลกลับมาอยู่กับเทียนแล้วใช่มั้ย”

“ขอโทษนะเทียน” ตาลก้มหน้าลงมองใบหญ้าไปรอบๆ แต่ไม่ยอมเงยหน้าสบตากับผม ผมสังเกตเห็นดวงตาของตาลเต็มไปด้วยความเศร้าผิดกับก่อนหน้านี้

“....” ผมไม่ตอบอะไรกลับไป แต่เปลี่ยนจากท่านั่งเป็นนอนหนุนตักตาลตามเดิม ผมอยากซึมซับเวลาแห่งความสุขนี้ไว้นานๆ มือบางลูบสางเส้นผมอย่างเบามือ จนผมเผลอหลับไป



“...ฮึก...เทียนตื่นเถอะ ได้โปรด...ฮึก..ฮึก” เสียงสะอื้นของตาลกังก้องไปทั่วบริเวณ ผมลืมตาตื่นจากการหลับใหล แต่ผมกลับมองไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงความมืดมิดรอบตัว

“ตาล! ตาลอยู่ไหน เทียนอยู่นี้! ตาล!” ผมตะโกนตอบตาลสุดเสียงอยู่ในความมืดมิด แต่ตาลไม่ได้ยินเสียงผม นี่มันอะไรกัน ผมไม่เข้าใจ

“...ฮรืออ..ตาลรักเทียนนะ...ฮรืออ…เมื่อไหร่เทียนจะตื่นมาคุยกับตาล..ฮึก..ฮึก ตาลคิดถึงเทียน ตาลขอโทษ..ฮรืออ” เสียงของตาลยังคงดังก้องอยู่แบบนั้น

“ผมก็รักตาลครับ คนดีของเทียน” ผมพูดเสียงแผ่วเบาเพราะรู้ว่ายังไงตาลก็ไม่ได้ยิน ผมที่จมอยู่ในความมืด ตัดสินใจเดินตามหาเสียงที่ดังอยู่ต่อเนื่องไม่ขาดสาย

“เทียน..ฮรืออ..ตาลยังใส่..ฮึก..สร้อยที่เทียนให้อยู่เลยนะ..ฮรืออ..เทียนอยากเห็นมั้ย..เทียนตื่นมาคุยกับ..ฮึก..ตาลหน่อยสิ”

“ตาลอยากเห็นเทียนยิ้ม ตื่นมายิ้มให้ตาลหน่อย..ฮึก..ฮึก..” ผมคิดถึงตาล ผมโหยหาเพียงตาล ตาลอยากเห็นผมยิ้ม ผมก็จะยิ้มให้ตาลดู

ผมพยายามวิ่งต่อไป ในความมืดผมเห็นแสงจุดสีขาวค่อยๆ ขยายเป็นวงกว้างขึ้นผมรีบวิ่งเข้าไปใกล้แสงนั่น มันสว่างจนผมไม่สามารถลืมตาได้เลย ทำได้เพียงวิ่งต่อไปตามเสียงที่เรียกหาผม



“ตาล...” เสียงแหบพร่าเรียกหาคนที่ผมรัก

ผมลืมตาขึ้นหวังจะเจอตาล แต่กลับเจอเพียงหมอ และพยาบาลเข้ามาทำอะไรสักอย่างกับร่างกายผม ที่นี่โรงพยาบาล ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ผมจำได้แค่ กำลังขับรถกลับจากผับ นอกนั้นผมจำอะไรไม่ได้เลย

ความเจ็บปวดตามเนื้อตามตัวประดังเข้ามา ในขณะที่ผมพยาบาลลุกจากเตียง แต่ไม่เป็นผล ผมไม่มีเรี่ยวแรงแม้จะลุกขึ้นนั่งในตอนนี้ยังทำไม่ได้ มือขวาที่ยังรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆ หลงเหลืออยู่ ผมเหลือบไปเห็นรอยกดทับที่แขนขวา มันเป็นรอยสร้อยข้อมือเส้นนั้น ทำให้ผมคิดถึงตาล ผมได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ เพราะตอนนี้ผมเจ็บระบบไปทั้งตัว

“อย่าเพิ่งลุกเลยครับ แผลผ่าตัดยังไม่สมานดี” คุณหมอร่างสูงเอ่ยเตือน เสียงนี้คุ้นหูผมจังเลย

“เกิดอะไรขึ้นกับผมครับ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง” เสียงแหบๆ พยายามสื่อสารกับหมอด้วยความสงสัยทั้งที่ผมยังปิดตา

“คุณหลับใน ขับรถชนต้นไม้ ระหว่างขากลับบ้าน”

“อ่า..ครับ ผมหลับไปกี่ชั่วโมงหรอครับ”

“10 วันครับ” คุณหมอร่างสูงตอบเสียงเรียบ ทั้งยังตรวจเช็กอุปกรณ์ทางการแพทย์รอบๆ ตัวผม

แม่ตรงเข้ามาจับมือผม ปล่อยโฮเป็นเด็กเลยแม่ผม วันนี้ครอบครัวผมอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา คุณยาย แม่ พ่อ ขนมชั้น ทุกคนมีสีหน้าโล่งอกและเป็นกังวลผสมกันอยู่ในแววตาที่ส่งมาให้ผม ผมทำได้แค่ยิ้มตอบรับทุกคน

“แม่ครับขอน้ำ” คอแห้งเป็นผงขนาดนี้ เสียงผมยังคงไม่กลับมาเร็วๆ นี้แน่นอน

“นี่เทียน พ่อปรับเตียงหน่อยสิ” แม่รินน้ำใส่แก้วใบใส เสียบหลอดยาวสีขาวขุ่น พ่อปรับเตียงให้ผมกึ่งนั่งกึ่งนอน ยังไงตอนนี้ผมก็ลุกไม่ขึ้นอยู่ดี ผมรับน้ำมาดื่มด้วยความกระหาย แต่ทำได้เพียงค่อยๆ จิบอย่างเชื่องช้า

“เดี๋ยวพ่อมานะ” พ่อหันมาบอกแม่ และออกไปกับคุณหมอร่างสูงเจ้าของไข้

“เทียนหลานยายเป็นไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนมั้ย ขวัญเอ๋ย ขวัญมา นะลูก” คุณยายหัวผมอย่างเอ็นดู ผมรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก

“ผมไม่เป็นไรแล้วครับคุณยาย เจ็บแผลนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย” ผมยิ้มกว้างตอบรับคุณยายเท่าที่ปากผมจะยิ้มได้

ผมถามหาตาลกับทุกคน แต่ไม่มีใครเห็นตาลมาเยี่ยมผมสักครั้ง ที่บ้านตาลก็ไม่ได้ไปหาผมอีกเลย แต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนตาลอยู่ข้างๆ ผมตลอดเวลา หรือผมคิดไปเอง ผมนอนมองเพดานสีขาวขุ่น ภาพความทรงจำเกี่ยวกับตาลตีกลับขึ้นมา มันทำให้ผมน้ำตาไหลอยู่เงียบๆ ไร้เสียงสะอื้นบนเตียงผู้ป่วยของโรงพยาบาล


………………………..



» ลูกตาล «


ตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงมาหลายวันติดกัน ตอนนี้ฉันแทบจะเปิดตาไม่ขึ้น ขนตายังคงชุ่มไปด้วยน้ำตา ความรู้สึกเย็นวาบไปทั้งเปลือกตา เมื่อเจลลดไข้ถุงใหญ่ แปะลงทาบเปลือกตาทั้งสองข้าง

“นอนนิ่งๆ เดี๋ยวพี่ประคบเย็นให้ ตามบวมไปหมดแล้วตัวเล็ก” พี่หมอหยิบถุงเจลลดไข้ออกเปลี่ยนเป็นแปะแผ่นลดไข้ขนาดพอดีหน้าผากให้แทน

“พี่หมอ เทียนเป็นไงบ้าง” ฉันอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเทียนเสมอ แค่ให้ได้รู้ก็พอ

“ไม่เป็นไรแล้ว ที่เหลือก็รักษาตามอาการ ไม่นานก็ออกไปพักต่อที่บ้านได้แล้ว”

“งั้นหรอ...ดีจังเลย ตาลอยากกลับไปพักบ้านบ้าง” ฉันทั้งดีใจ โล่งใจ แต่ก็แอบเศร้า มือหนาของพี่หมอถือผ้าห่อน้ำแข็งก้อนเล็กพอดีๆ ประคบเย็นให้กับดวงตาที่บวมช้ำนี้อย่างเบามือ

“ถ้าหายเดี๋ยวก็ได้กลับ สู้อีกหน่อยนะตัวเล็ก มันกำลังเป็นไปในทางที่ดี” ทุกครั้งที่ฉันอยากกลับบ้าน พี่มักจะปลอบฉันแบบนี้เสมอ ฉันจะหายจากโรคนี้จริงๆ มั้ยนะ ฉันกลัว..

“ตาลจะพยายาม โรคทั้งหมดต้องหาย ตาลอยากกลับบ้าน” ฉันฮึดเสียงตอบพี่หมอ สร้างความมั่นใจเล็กๆ ให้กับตัวเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าบางโรคที่ฉันเป็นมันไม่สามารถหายได้…


……………………….



= 1 สัปดาห์ต่อมา =


» ขนมเทียน «


วันนี้ก็น่าเบื่อเหมือนหลายวันที่ผ่าน ผมสามารถขยับตัวได้เล็กน้อยบ้างแล้ว ส่วนมากผมมักจะนอนเหม่อมองไปที่หน้าต่างอย่างลื่นลอย ในหัวผมมีแต่ตาล แอบหวังเล็กๆ ว่าตาลจะรู้เรื่องของผม ผมอยากเจอตาล ถึงแม้ตลอด 1 อาทิตย์ ที่ผมลืมตามาจะไม่เห็นแม้แต่เงาเลยก็ตาม แต่ใจผมก็ยังแอบหวังอยู่ทุกวัน

ทุกครั้งที่ไม่มีคนมาเฝ้าผม ผมมักจะตื่นมาเจอรอยกดทับจากสร้อยข้อมือเส้นเดิมเสมอ ตัวอักษร T สองตัวเด่นชัดอยู่บนแขนขวาผม สัมผัสอุ่นๆ บนฝ่ามือ ผมกอบโกยมันขึ้นมาเกาะกุมบนอกข้างซ้ายให้ความอุ่นที่หลงเหลือมันซึมซับเข้าไปในหัวใจที่ห่อเหี่ยวให้มันได้มีชีวิตอีกครั้ง

ถึงจะไม่เคยเจอเจ้าของสัมผัสอุ่นนี้ก็เถอะ แต่ผมก็หวังว่า สักวัน.. ผมต้องหาตาลให้เจอ คว้าเธอกลับมาเป็นของผมให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม รอยกดทับนั้นเป็นตัวแทนแสดงตัวตนของเจ้าของมันได้ดี ตาลยังคงรักผม ตาลยังคงคิดถึงผม ตาลยังคงอยู่ใกล้ๆ ผม ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนก็ตาม

“ที่นี่มีสวนหย่อมมั้ยครับ ผมเบื่อห้องพักจังเลยครับ” ผมหันไปคุยกับพี่พยาบาลพิเศษที่แม่จ้างไว้ให้ดูแลในวันที่ไม่มีใครสามารถมาดูแลผมได้

“มีค่ะ คุณเทียนจะไปมั้ยค่ะ เดี๋ยวพี่พาไป”

“ครับ” ผมรีบตอบรับอย่างเบื่อหน่าย ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวขุ่นกับเตียงผู้ป่วย มันน่าเบื่อมากจริงๆ ครับ


- [สวนหย่อมโรงพยาบาล] -


สมกับเป็นสวนหย่อมของโรงพยาบาลเอกชน L ทั้งใหญ่ทั้งกว้าง อย่างกับยกทุ่งหญ้าร่มเย็นมาอยู่ใจกลางเมืองใหญ่ ผมให้พี่พยาบาลพิเศษหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง มองจากมุมนี้จะเห็น ทั้งผู้ป่วย ทั้งญาติพี่น้องผู้ป่วยต่างมานั่งพักผ่อนหย่อนใจกันหลายครอบครัว

“อีก 1 ชั่วโมงค่อยมารับผมก็ได้ครับ”

“ได้ค่ะ คุณเทียนอย่าไปไหนไกลนะ เดี๋ยวพี่หาไม่เจอ พี่จะโดนดุนะคะ” พี่พยาบาลพิเศษหันมากำชับ ยิ้มบางให้ผมก่อนขอตัวไปทำงานต่อ

บางทีสวนหย่อมนี้ก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่เลย หันไปทางไหนก็มีแต่ครอบครัว มีคนรักดูแลกัน บอกตรงๆ ผมรู้สึกอิจฉา ผมก็อยากมีคนรักมาดูแลเหมือนกัน ถึงตอนนี้ผมจะอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวอยู่บนวีลแชร์คนนี้ก็เถอะ แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะรักใครได้อีกเลยนอกจากตาล

ตาลอาจไม่ใช่รักแรกของผม แต่เธอเป็นรักสุดท้ายของผม เราอาจจะคบกันในระยะเวลาสั้นๆ แต่ในทุกวัน ทุกเวลาที่เราใช้ร่วมกัน ผมมีความสุขมากที่สุดเท่าที่ผมเคยสัมผัสกับคำว่าความสุขมา ถึงมันจะเหนื่อยในบางเวลา แต่ตาลคือกำลังใจสำคัญที่ทำให้ผมยังมีวันนี้ ผมรักเธอ ไม่รู้ทำไม เหตุผลอะไร ผมรู้แค่ว่าตาล คือคนที่ผมตามหามานานแสนนาน

ผมมองไปยังสวนหย่อมกว้างขวาง ผู้คนมากมายรายล้อม ผมสะดุดตาเข้ากับชายร่างสูงที่เหมือนจะเป็นคุณหมอเจ้าของไข้ของผม กับหญิงสาวผมยาวสีดำ ร่างบางผิวขาวซีดสวมใส่ชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาล กอดตุ๊กตาสีชมพู ที่ผมมองไกลๆ ไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร แต่พอเธอหันหน้ามาทางผมเท่านั้นละ..

“ตาล!!” ผมตาเบิกกว้าง ทั้งตกใจ ทั้งดีใจ ทั้งสงสัย ความรู้สึกหน่วงมากมายตีผสมกันอยู่ในอกผม หมอคนนั้นเป็นอะไรกับตาล

“ทำไม...” ด้วยความสงสัยไวกว่าแสง ผมที่ยังไม่สามารถเดินได้เต็มที่รีบขยับรถวีลแชร์ตัวเองเข้าไปใกล้ หมายจะถึงตัวตาลให้ไวที่สุด

ก่อนที่ทั้งตาลทั้งคุณหมอจะหันมาผมก็เข้ามาถึงข้างๆ ตาลแล้ว คำถามร้อยพันแปดผุดขึ้นมาอีกครั้ง อาจจะต้องเจ็บปวดกับคำตอบที่ผมหวาดกลัวมานาน แต่วันนี้ยังไงผมจะต้องคุยกับตาลให้ได้ ผมไม่อยากเสียตาลไปอีกแล้ว

“ตาล..” ผมเรียกตาลด้วยความรู้สึกหน่วงในอก

“เทียน!!” ตาลสะดุ้งตัวแรง เมื่อได้ยินเสียงของผม ตาลไม่ได้หันมาหาผมตรงๆ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด ผมทำอะไรผิด ทำไมต้องทิ้งผมไป ผมไม่เข้าใจว่าตาลกำลังคิดอะไรอยู่

“พะ..พี่หมอ..พะ..พาตาลกลับๆ” ตาลคว้าแขนคุณหมอที่ยืนดูสถานการณ์เงียบๆ เขย่าแขนแรงๆ แต่ก่อนที่คุณหมอจะพาตาลจากผมไปอีกครั้ง ผมรีบลุกขึ้นจากวีลแชร์ คว้าแขนตาลไว้เกือบออกแรงกระชากด้วยความเจ็บปวดที่ตาลจะทิ้งผมไปอีกครั้ง

“ตาล..เทียนขอร้อง คุยกับเทียนก่อน บอกเทียนก่อนทำไมตาลถึงทิ้งเทียนไป” น้ำตาลหยดใสไหลรินอาบแก้มผมอีกครั้ง

“…..” ตาลหยุดชะงักไม่พูดอะไรตอบกลับผมมา มันยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดให้หัวใจผมร้าวไปกว่าเดิม

“ตาล..ฮึก..เทียนขอโทษถ้าเทียนทำอะไรผิด..ให้โอกาสเทียนสักครั้ง..ฮึก..เทียนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีตาล” ผมเริ่มร้องไห้หนักขึ้นทิ้งตัวลงคุกเข่า ก้มหน้าสะอื้นหน้าตักตาล มือยังคงกอบกุมมือข้างซ้ายเอาไว้

“เทียน...ตาลขอโทษ...” ตาลเอาแต่ขอโทษซ้ำไปซ้ำมา เราสองคนร้องไห้กันอย่างหนัก ไม่สนใจคนรอบข้าง ไม่สนแม้แต่คุณหมอที่ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกับตาล

ความคิดเห็น