ถ้าใจจะหื่น กี่หมื่นคำโปรย ก็...โอ้ย... ไม่จำเป็น!!

#7 : ใช้แล้วทิ้ง (100%) [18+] (รีไรท์)

ชื่อตอน : #7 : ใช้แล้วทิ้ง (100%) [18+] (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 222.7k

ความคิดเห็น : 319

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2564 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#7 : ใช้แล้วทิ้ง (100%) [18+] (รีไรท์)
แบบอักษร

คนถูกถามบิดตัวไปมาอย่างเหนียมอาย สองมือซึ่งประสานอยู่บนหน้าตักบีบเข้าหากันแน่น เธอเอียงหน้าหลบเขาจนเกือบจะเก้าสิบองศา ก่อนยอมรับออกมาในที่สุด

“อือ”

“…”

“พอเห็นหน้าคิงส์ เราหยุดคิดไม่ได้เลย...” ถ้าเอนตัวหนีได้เธอคงทำ แต่ลำพังแค่นั่งก็แทบจะเกยขอบโซฟา “...ทั้งเรื่องที่ทะเล ในห้องน้ำ แล้วก็ในห้องเรา... พอคิงส์มาอยู่ใกล้แล้วเรารู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ ... พอได้ยินคิงส์เรียกชื่อ ก็ชอบนึกถึงตอนที่คิงส์ทำให้เรา... ฮืม ไม่พูดดีกว่า”

สุ้มเสียงกระเส่าทำให้คนฟังเผลอจินตนาการตามอย่างช่วยไม่ได้ คีตศิลป์กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ใจหนุ่มเต้นแรงขึ้นจนเลือดฉีดพล่าน พับผ่า! เขาจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนเด็ดขาดถ้ารู้ว่าเพียงการกล่าวเป็นนัยอันน้อยนิดของเธอจะทำให้อารมณ์เตลิดได้ปานนี้

ถ้าไม่ติดว่ามีคนอยู่ในห้อง...

ใต้กางเกงสแล็กเริ่มคับอึดอัด เขาอยากสัมผัสเธอ จับมือ หรือทำอะไรก็ได้ที่เป็นการบรรเทาความรู้สึกอันร้อนรุ่ม แต่ก่อนจะทันได้เอื้อมมือออกไป ฟองสมุทรก็เหลียวขวับมา นัยน์ตากรุ้มกริ่ม รอยยิ้มกวนประสาทแต้มอยู่บนมุมปาก

“อุ๊ย หลอกง่ายอีกแล้ว”

เขาเกือบผงะ ส่วนนางเอกเจ้าบทบาทเอามือป้องปาก โคลงศีรษะไปมาอย่างเอือมๆ

“หมกมุ่นเกินไปไม่ดีนะพ่อหนุ่ม หาเวลาว่างไปเตะบอลบ้างนะจ๊ะ”

“เตะบอลมันจะช่วยอะไร”

“งั้นก็พอร์นฮับ”

สีหน้าว่างเปล่าของคนที่นั่งข้างกันทำเอาเธอขำพรืด ก้มลงไปหยิบถุงน้ำแข็งห่อผ้าขนหนูตรงข้อเท้ามายื่นให้

“หรืออยากให้เราช่วยดับร้อนไหม...” แกล้งทำเสียงออดอ้อนเย้ายั่ว “...ช่วยได้นะ แค่คิงส์อนุญาต ถุงน้ำแข็งก็จะถูกบรรจงวางลงที่...”

“ยัง! ยังไม่หยุดอีก” ชายหนุ่มแยกเขี้ยวหลังได้สติ อารมณ์หดหายเหลือเพียงความรู้สึกจะโกรธก็ไม่ใช่จะขำก็ไม่เชิง นึกอยากยกมือดึงแก้มเธอจนยืดแต่ห้ามใจไว้ก่อน “เออ ฉันขอโทษก็ได้ที่ชอบพูดเรื่องลามกกับเธอ พอใจรึยัง”

“ถ้าหักลบกับที่ช่วยเราไว้เมื่อกี้ ก็พอใจแล้วมั้ง...” ฟองสมุทรเม้มปากอย่างใคร่ครวญ ก่อนจะยิ้มกว้างให้เขา “...ถ้าไม่ได้คิงส์ ป่านนี้ต้องเรียกรถปี๊ป่อส่งโรงพยาบาลแน่เลย”

เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนละสายตาจากเธอเพื่อกวาดมองไปรอบห้อง

หญิงสาวลอบเป่าลมออกมา

การกลบเกลื่อนอย่างแนบเนียนสุดๆ ทำให้ใจที่หนักอึ้งของเธอคลายลงไปได้บ้าง อันที่จริงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอเอาแต่คิดถึงแต่เรื่องที่มารดาโทรมาเตือน ความสับสนจางๆ แผ่คลุมเหมือนหมอกไปทั่วทั้งใจ ทว่าส่วนของเหตุผลกลับมีน้ำหนักมากกว่า ถ้าคีตศิลป์คิดจะแก้แค้น เธอคงเสร็จเขาตั้งแต่วันนั้น และเธอรู้นิสัยเขาดีเกินกว่าจะมานั่งระแวงว่าเขาจะทำร้ายเธอหรือไม่

ใจจริงก็อยากคุยกับเขาเป็นเรื่องเป็นราวอยู่หรอก

แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เพราะต่างคนต่างยุ่ง ยิ่งช่วงนี้ได้นอนกันวันละแค่ไม่กี่ชั่วโมง ไลน์ทีตอบข้ามวัน ส่วนโทรศัพท์... ดีหน่อยที่เขากำหนดเวลาโทรเอาไว้ชัดเจน เพราะเธอก็อยากฟังเสียงหวานๆ ของเขาทุกวัน จึงยอมสละเวลารับสายหรือเป็นฝ่ายโทรหาก่อนบ้างเพื่อแกล้งเล่น

แล้วก็... เรื่องลามก

พอเห็นหน้าเขา... หยุดคิดไม่ได้จริงๆ นั่นล่ะ แต่เธอไม่บอกหรอก เดี๋ยวเขาจะได้ใจ

“เย็นนี้มีงานต่อใช่ไหม” ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เสร็จกี่โมง ฉันจะได้กะเวลาโทรหาถูก”

“งานเลี้ยงประจำปีของปูนใหญ่...” เธอพูดถึงงานปิดที่ถูกรับเชิญไปเป็นเกสเอนเตอร์เทนแขกในงาน ไม่มีอะไรมากแค่ขึ้นเวทีร้องเพลงและทักทาย “...น่าจะเสร็จราวๆ ห้าทุ่ม”

“ของฉันก็พอกัน...” ชายหนุ่มยกมือถูคาง ตีหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนจะโพล่งขึ้น “...งั้นคืนนี้ฉันไปนอนกับเธอได้ไหม”

“ไม่”

“ก็กะไว้อยู่แล้วว่าต้องตอบแบบนี้”

ฟองสมุทรกลอกตาใส่เขาอย่างโจ่งแจ้ง เรียกรอยยิ้มอารมณ์ดีจากคนมอง แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องอีกครั้งเมื่อเห็นว่าทีมงานที่คุยกันอยู่อย่างเคร่งเครียดชักจะเริ่มพร้อม

“เตรียมตัวเตรียมใจรึยังเธอ”

“เรื่องอะไร" ย้อนอย่างชินกับการเปลี่ยนหัวข้ออย่างกะทันหันของเขา

“ถ่ายละครที่ญี่ปุ่นวีคหน้า"

ฟองสมุทรย่นคิ้วอย่างน่ารัก ขบริมฝีปากเล็กน้อยขณะไล่ตารางภายในสัปดาห์นี้ว่ายังเหลืออะไรให้ทำอีกบ้างนอกจากงานอันยุ่งเหยิง... ส่วนคนมองก็มองตาละห้อย นึกอยากเป็นฝ่ายขบปากเธอแทนขึ้นมาจับใจ

เออแน่ะ ท่าทางเขาจะหมกมุ่นจริงเสียด้วย

"เล็บก็ทำแล้ว พี่โทบอกว่าขอสีผมอ่อนอีกหน่อยเราเลยจะไปแก้พรุ่งนี้ บทท่องเรียบร้อย กระเป๋ากำลังจะจัด"

"..."

"เรียกว่าเตรียมพร้อมแล้วมั้ง มีอะไรต้องเตรียมอีกเหรอ"

"..."

"..."

“เดี๋ยวเธอก็รู้"

รอยยิ้มอันไม่น่าไว้วางใจทำให้นางเอกสาวงุนงง แต่เขาลุกออกไปในทันทีที่ฝ่ายเสื้อผ้าเดินสวนเข้ามาพร้อมรองเท้าคู่ใหม่ในมือ ทิ้งเธอไว้กับปริศนาซึ่งยากจะหาคำตอบ

และหลังจากนั้น... เมื่อตั้งสมาธิเข้าหางาน หญิงสาวก็ลืมเรื่องที่คุยกันเมื่อครู่ไปสนิทใจ

 

สภาพอากาศในโอซาก้าช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเริ่มเย็นจนต้องสวมเสื้อกันหนาว หลังแลนดิ้งลงสนามบินคันไซ นักแสดงและทีมงานกองละครเรื่อง ‘คืนรัก’ ก็ตะลุยถ่ายอย่างดุเดือดทันทีเพราะมีเวลาเพียงหกวันครึ่งในการเก็บซีนอันเป็นจุดขายของเรื่อง

ฟองสมุทรนับถือใจทีมงานค่ายฟิฟตี้ไฟว์สุดๆ เพราะนี่เป็นกองที่โฟลงานเร็วทุบทุกสถิติที่เธอเคยเจอมา แม้รายละเอียดจะถี่ยิบสมเป็นป้าจุ๊ แต่การเลือกโลเกชั่นใดใดล้วนพร้อมถ่ายทันทีที่ตั้งกล้องทั้งสิ้น

ไม่ใช่แค่โอซาก้า แต่มีทั้งเกียวโต นาระ โกเบ ดังนั้นเวลาพักส่วนใหญ่ของทีมละครจึงมอบให้แก่ช่วงที่สิงสถิตอยู่ในรถตู้ งีบเอาแรง ตื่นมาแต่งหน้าทำผม เข้าเซ็ตเข้าบล็อกกิ้งต่อ จะหนักหน่อยก็คีตศิลป์ที่ต้องเข้าเกือบทุกซีนไม่มีพัก แต่เขาอึดถึกทนทานสมเป็นมืออาชีพ

จนกระทั่งคืนสุดท้าย กว่าจะถ่ายเสร็จก็ล่อเข้าไปตีสอง

แม้แต่อลิยาที่เป็นผู้จัดการก็แทบจะหมดแรง หล่อนนอนอืดอยู่ปลายเตียงขณะรอฟองสมุทรใช้ห้องน้ำ สองมือยกโทรศัพท์เลื่อนดูฟีดแบ็กในหน้าไทม์ไลน์อินสตราแกรมไปพลาง บางรูปในกองละครสามารถเปิดเผยได้ และแฟนคลับก็หวีดกันสนั่นหวั่นไหว

‘เขาประคองกันด้วย แอร๊ยยยยยย วันนี้ตายตาหลับแล้ว!’

ทำไมแฟนคลับตาดีจัง นี่ลงรูปตัวเองแต่มีสองคนนั้นติดอยู่ไกลๆ ยังอุตส่าห์ซูมได้...

ง่วงจนไม่อยากจะอาบน้ำ...

เสียงเคาะประตูทำให้ผู้จัดการสาวโยนโทรศัพท์ลงเตียง แทบจะคลานบนพรมไปเปิดประตูถ้าไม่ติดว่าต้องรักษาภาพลักษณ์ที่มีนิดนึง หล่อนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง แล้วจึงดึงประตูให้เปิดออก

คีตศิลป์ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่หน้าห้อง ตัวหอมกรุ่นเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

“มาหาฟองเหรอ” อลิยาถามเนือยๆ “น้องอาบน้ำอยู่...”

“เปล่าครับ ผมมาหาพี่...”

คนอายุมากกว่าชักจะหายสะลึมสะลือขึ้นบ้าง ยิ่งเห็นคีตศิลป์เหลือบไปทางประตูห้องน้ำแล้วลดเสียงลง ความอยากรู้ก็ทำให้ตาใสแป๋ว

“...พอดีผมมีเรื่องที่อยากจะถาม”

 

สถานีชินโอซาก้ายามสายคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ฟองสมุทรยืนสะพายกระเป๋าใบเล็กอยู่ข้างคีตศิลป์ สวมสเวตเตอร์ตัวหนากับกางเกงบานพลิ้วเข้ากับแฟชั่นสไตล์นิปปอน หญิงสาวเหลือบขึ้นมองแผงบอกเวลาดิจิตอล อีกสิบนาทีรถไฟเจอาร์จะออกจากชานชาลา

“ไหนว่าจะไปเที่ยวกันไง...” เธอบ่นปอดแปดถึงผู้จัดการทั้งสองที่เป็นคนเอ่ยปากชวนตะลุยคันไซในวันนี้ ซ้ำอลิยายังบอกอีกว่ามีทีมงานหลายคนเห็นดีเห็นงามเพราะเลื่อนไฟลท์บินจากบ่ายเป็นดึกได้ฟรี ทริปไปเช้าเย็นกลับจึงแพลนกันกะทันหัน “...จะสายอยู่แล้ว คอลหาได้ไหมคิงส์”

“ไลน์ถามเมื่อกี้บอกว่ากำลังมา” คนที่อาสาขึ้นรถตู้มาเที่ยวสถานีกับเธอก่อนเพราะสองผู้จัดการตื่นสายว่าสบายๆ “ไปนั่งรอในรถไฟไหมล่ะ ขึ้นขบวนเดียวกัน เดี๋ยวก็เดินหากันเจอ”

ที่ถามเพราะยืนรอตรงนี้กันมาเกือบยี่สิบนาที คนที่ตอนแรกระริกระรี้วิ่งเลือกซื้อข้าวกล่องสถานีจึงเห็นด้วยอย่างอ่อนเพลีย

“ก็ได้”

“นั่งตรงไหนดี” เขาว่าเสียงรื่นขณะนำเข้าไปในขบวนซุปเปอร์ฮาคุโตะ “ฝั่งซ้ายหรือขวา ฉันให้เธอนั่งติดหน้าต่าง”

“พูดอย่างกะจะนั่งด้วยกัน เราจะนั่งกับพี่ลูกปัด...”

“รอพี่เขามาค่อยเปลี่ยนที่” คีตศิลป์รุนเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้นุ่มตัวนึงซึ่งอยู่หัวโบกี้ “นั่งกับฉันไปก่อน เธอยิ่งสวยๆ อยู่ เกิดมีคนมาเต๊าะจะทำไง”

“ก็ไม่ทำไง ฟังไม่ออก” คนว่ากระสับกระส่ายเล็กน้อย ไม่นำพากับคำชม ซ้ำยังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นดูเวลาอีกครั้ง “อีกสองนาทีเองนะ...”

ชายหนุ่มขยับสะโพกขึ้นเพื่อดึงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงยีน เขามองหน้าจอ ยิ้มยิงฟัน แล้วก็ชูให้เธอดูข้อความจากเจสสิก้า

“มากันแล้ว อยู่โบกี้หลัง... เดี๋ยวจะเดินมาหา”

ฟองสมุทรถอนหายใจยาว

หารู้ไม่ว่าเจ้าของข้อความนั้น... และทุกคนที่มีรายชื่อในทริป กำลังพักผ่อนนอนเพลินอยู่ในโรงแรม ฝันหวานถึงมื้อเที่ยงสุดพิเศษก่อนกลับไทย

หนุ่มเจ้าแผนการเก็บโทรศัพท์เข้าที่อีกครั้ง นั่งกลั้นยิ้มขณะมองประตูรถไฟค่อยๆ ปิดลง

มิชชั่นแรก... พาน้องขึ้นรถไฟ... คอมพลีท!

 

----------------------------------

เรือไม่จำเป็นแล้วค่ะ ระดับนี้ต้องรถไฟด่วนพิเศษ!

(หักไม้พายกับเข่า)

เกาะโบกี้ให้แน่น หลังจากนี้พี่จะพา บูม บะ ละ ก้าาาาาาา

 

เรื่องนี้ตั้งใจจะเขียนฉากที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว ถึงได้ไม่เขียนต่อพี่แสนทันทีเพราะขอไปเก็บข้อมูลก่อน (จริงจังแค่ไหนเรียกจริงจัง แล้วปีนี้ 2021 ไปมาสามรอบแล้วจ้า ยังเขียนไม่จบอี๊กกกกกกกกกกกก) แต่คงมาไม่หมด ไม่งั้นจากนิยายจะกลายเป็นบล็อกท่องเที่ยว เอาไปเท่าที่เลิฟซีนจะอำนวยพอ 55555555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว