facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Sex!! เซ็กส์ระหว่างกูกับมึงมันคืออะไรว่ะ ep9 ภาค2

ชื่อตอน : Sex!! เซ็กส์ระหว่างกูกับมึงมันคืออะไรว่ะ ep9 ภาค2

คำค้น : นาวิน.กองทัพ.เลว.เถื่อน.โหด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2561 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Sex!! เซ็กส์ระหว่างกูกับมึงมันคืออะไรว่ะ ep9 ภาค2
แบบอักษร




"กองทัพตัดสินใจดีแล้วหรอ" น้าจิวถามผมย้ำอีกรอบเพื่อความมั่นใจ

วันนี้ตอนพ่อกับน้าจิวมาเยี่ยม  ผมคุยกับพ่อว่าจะทำเรื่องย้ายไปเรียนที่อเมริกา  ทั้ง2ท่านแค่ฟังผมพูดเงียบๆโดยไม่ขัดอะไร

"ครับ ผมแน่ใจแล้ว" ผมตอบน้าจิวด้วยน้ำเสียงจริงจัง  พ่อแค่ถอนหายเฮือกใหญ่

"ถ้าแกตัดสินใจว่าจะไปจริง ฉันก็ไม่ขัดอะไร แต่ถ้าแกจะไปเพราะอยากหนี ฉันว่าควรคิดดีๆอีกครั้ง" ผมนิ่งฟังที่พ่อพูด  ความจริงพ่อพูดถูก  ผมแค่อยากหนีไอ้นาวิน  หนีไปพักผ่อนให้ผมพร้อมจะเผชิญกับมันอีกครั้ง




เช้าวันนี้ผมรีบเก็บของใส่กระเป๋าเท่าที่จำเป็นต้องใช้  เพราะต้องรีบไปสนามบินก่อนไอ้นาวินจะมา  ส่วนของที่เหลือเดี๋ยวน้าจิวจะตามมาเก็บให้อีกที

แกร็ง...  หัวใจผมกระตุกวูบเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด

"กองทัพจะไปไหน พี่ยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลนะ" เสียงพี่ภีมฟังดูจะโมโหมาก  ผมค่อยๆหันมองพี่ภีมช้าๆ

"ผม... อยากกลับบ้านแล้ว" ผมพูดโกหกพี่ภีม   พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด

"พี่ยังไม่อนุญาต กองทัพจะกลับได้ไง" พี่ภีมเดินมาแย่งกระเป๋าจากมือผม  ผมได้แต่ยืนมองกระเป๋านิ่งๆ

"หรือว่าเราจะไปไหน?" ผมกลั้นหายใจทันทีเมื่อพี่ภีมถาม

"อ้าว...ภีม วันนี้มาตรวจแต่เช้าเลยนะ" น้าจิวรีบเดินเข้ามาในห้อง

"สวัสดีครับน้าจิว" พี่ภีมยกมือไหว้น้าจิวตามปกติ  ส่วนน้าจิวก็รับไหว้เช่นเคย

"น้าเป็นคนให้กองทัพกลับบ้านเองแหละ น้าว่าให้กองทัพกลับไปพักผ่อนที่บ้านน่าจะดีกว่า น้าจะได้ดูแลได้ตลอด" น้าจิวบอก  พี่ภีมเงียบไปพักนิ่งเหมือนคิดอะไร

"ภีมคงไม่ว่าอะไรน้านะ เพราะน้าเห็นกองทัพอาการดีขึ้นมากแล้ว"

"ไม่ครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมเขียนใบสั่งยาให้นะครับ" พี่ภีมบอกพลางยื่นกระเป๋าคืนน้าจิว  ก่อนจะหันมามองผมแล้วเดินออกจากห้องไป

พอดูจนแน่ใจว่าพี่ภีมออกไปไกลแล้ว  น้าจิวถึงหันมาคุยกับผม

"รีบไปเถอะ" น้าจิวส่งกระเป๋าให้

"ผมไปก่อนนะครับ ฝากลาพ่อด้วย" ผมรับกระเป๋ามาแล้วยกมือไหว้ลา  น้าจิวพยักหน้ารับ  ผมเข้าไปกอดน้าจิวแล้วรีบผละออก




ตอนนี้ผมมาถึงสนามบิน  รอแค่เวลาเครื่องออก

Rrrr...  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  ผมไม่รับสายที่โทรเข้ามา  ผมไม่อยากรู้ว่าใครโทรมา  ผมตัดสินใจจะไป  ถ้าผมรับสาย...ผมต้องหันกลับไปแน่

"กองทัพ!" ผมหยุดชะงักนิ่งตัวชาวาบ  เสียงไอ้นาวินดังลั่นสนามบิน  มันกำลังเรียกชื่อผมผ่านประชาสัมพันธ์  ทุกคนที่อยู่ในสนามบินหันมองอย่างสนใจ

"อย่าไปเลยนะ อย่าไป..." เสียงสั่นเครือเหมือนมันกำลังร้องไห้  ผมกำหมัดแน่นหลับตาข่มอารมณ์ทุกอย่างไว้  ก่อนจะตัดสินใจหันหลังเดินเข้าGate

เพียงไม่กี่อึดใจเครื่องที่ผมนั่งก็ออก  ผมมองสนามบินด้านล้างพลางคิดว่าตอนนี้ไอ้นาวินกำลังทำอะไรอยู่


กูขอไปพักใจสักพักนึง ถ้าใจ**กูเข้มแข็งพอกูจะกลับมาเผชิญหน้ากับมึง นาวิน...




นาวิน

ผมได้แต่ยืนมองเครื่องบินที่ไอ้กองทัพนั่งบินห่างออกไปเรื่อยๆ


มันไปแล้ว... มันทิ้งผมไปแล้ว


"ทำใจเถอะมึง มันคงอยากพัก" ไอ้เป้เดินมาตบไหล่ผมเบาๆเพื่อปลอบ

หลังจากผมรู้ว่าไอ้กองทัพมาสนามบิน  ผมก็รีบขับรถตามมันมา  เพื่อหยุดมันให้ทัน  แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายไป  ไอ้กองทัพไม่หันกลับมา  มันไปแล้ว...เหลือผมไว้ข้างหลังคนเดียว

"ต่อจากนี้กูควรทำไงต่อดีว่ะ ไม่มีมันแล้วกูควรทำไง" ผมพูดจาเลื่อนลอย  สายตาก็มองท้องฟ้าสีครามที่ว่างเปล่า

"รอไง ต่อจากนี้มึงต้องรอมันบ้างแล้ว" คำพูดของไอ้ซิวทำให้ผมได้สติบ้าง  ตั้งแต่รู้จักไอ้กองทัพมา  ผมดีแต่ให้มันรอผม  ตอนนี้ผมจะเป็นฝ่ายรอมันบ้าง

หลังจากกลับมาจากสนามบิน  ผมเดินเข้าห้องที่เคยมีผมกับไอ้กองทัพอยู่ด้วยกัน  ตอนนี้มันว่างเปล่า...เหมือนชีวิตผมที่ไม่มีมัน

"พี่นาวิน! กลับมาแล้วหรอครับ ข้าวเจ้ารอพี่นาวินตั้งนาน" ข้าวเจ้ารีบวิ่งออกมาจากห้องครัว  ผมเงยหน้ามองข้าวเจ้านิดๆ

"ข้าวเจ้า... พี่ว่าเรามาคุยกันให้จบดีกว่า" ผมบอกข้าวเจ้าเสียงเย็น  สีหน้าของข้าวเจ้าไม่ค่อยดีหลังจากที่ผมบอก

ตั้งแต่ความจำผมกลับมา  ผมพยายามคุยกับข้าวเจ้า  ให้เลิกหวังกับความรู้สึกของผม  ผมไม่มีทางเปลี่ยนใจไปรักข้าวเจ้าได้

"ถ้าพี่นาวินจะบอกเลิกข้าวเจ้า! ข้าวเจ้าไม่เลิก!" ข้าวเจ้าพูดเสียงดังพลางน้ำตาไหลอาบแก้ม

ผมยืนมองข้าวเจ้าเงียบๆ  ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วดึงข้าวเจ้าเข้ามากอด

"พี่ขอโทษที่ทำให้ข้าวเจ้าเสียใจ แต่ถึงข้าวเจ้าดึงดันที่จะคบกับพี่ต่อ ข้าวเจ้าก็ไม่มีวันได้หัวใจพี่" ผมบอกข้าวเจ้าเสียงนุ่มนวนอ่อนโยน

"แต่ข้าวเจ้ารักพี่นาวิน ฮึก... ข้าวเจ้ายอมทุกอย่าง ฮือ... จะให้ข้าวเจ้าอยู่ในสถานะไหนก็ได้ ขอแค่...ฮึก ข้าวเจ้าได้อยู่กับพี่นาวิน" ข้าวเจ้าร้องไห้ไปพูดไป  ผมทำแค่ลูบหัวข้าวเจ้าปลอบเฉยๆ

"แต่พี่ให้ข้าวเจ้าอยู่แบบนั้นไม่ได้ พี่รักแค่ไอ้กองทัพคนเดียว รักมากจนไปรักใครไม่ได้อีก" คราวนี้ข้าวเจ้านิ่งเงียบ  กอดผมแน่นไม่ยอมปล่อย

"พอเถอะข้าวเจ้า อย่ายื้อเลย" พอผมพูดจบ  ข้าวเจ้าร้องไห้หนักกว่าเดิม

ความผิดผมเองที่ไปบอกว่ารักข้าวเจ้า ให้ความหวังจนเรื่องมันไปกันใหญ่ ถึงจะทำเพราะความจำเสื่อม หึ... ก็สมแล้วที่ไอ้กองทัพจะไม่มั่นใจในความรู้สึกของผม  แต่ว่า...ต่อจากนี้ผมจะทำให้มันเห็นว่าผมมั่นคงกับความรู้สึกที่มีให้มันคนเดียว




2ปีผ่านไป

หลังจากเรียนจบ  ผมขอพ่อมาทำงานอยู่ที่ไร่องุ่นที่เชียงใหม่  ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปทุกวันกับการเข้าไร่  แหละเวลาว่าง  ก็จะไปดูแลสวนดอกกุหลาบสีขาว  ดอกไม้ที่ไอ้กองทัพชอบที่สุด

"คุณนาสินค่ะ! พวกคุณเป้มาหาค่ะ!" เสียงพี่ส้มตะโกนเรียกผมอยู่นอกสวนกุหลาบ  ผมเงยหน้าขึ้นมองด้วยรอยิ้ม

"ครับ!" ผมวางมือจากการตัดแต่งแต่งกิ่ง  เดินมาตามทางหินอ่อนที่ผมให้คนงานมาปูไว้

"พวกคุณเป้รออยู่ที่บ้านใหญ่ค่ะ"

"ขอบคุณครับ พี่ส้มช่วยบอกคนงานให้มาใส่ปุ๋ยที่สวนทีนะ"

"คุณนาวินนี่ รักสวนดอกกุหลาบจังเลยนะคะ" พี่ส้มแซวเล่น  ผมก็ยิ้มขำแล้วหันไปมองที่สวน

"เพราะผมกำลังรอให้ใครบางคนมาดูมัน  ผมเลยอยากให้สวนนี้สวยที่สุด" พี่ส้มมองผมอย่างงงๆ  ผมมองสวนพลางคิดถึงวันที่ไอ้กองทัพจะกลับมา


ถ้าวันนั้นมาถึง ผมอยากพามันมาดูที่นี่เป็นที่แรก


ผมขี่ม้ามาบ้านหลังใหญ่  เห็นรถพวกไอ้เป้จอดอยู่

"ไงมึง จากหนุ่มกรุง กลายพันธ์เป็นหนุ่มไร่องุ่นเต็มตัวเลยดิ" พอผมลงจากหลังม้า  เสียงไอ้ซิวก็ทักกวรตีนผมทันที

"เดี๋ยวนี้มึงเองก็เป็นเมียไอ้เป้เต็มตัวแล้วนิ สาวขึ้นเยาะ" ผมพูดไปก็อดยิ้มขำกับท่าทางโมโหของไอ้ซิวไม่ได้

ไอ้เป้กับไอ้ซิวแต่งงานกันหลังเรียนจบ  ตอนนี้ไอ้ซิวเลยเป็นสาวเต็มตัว  คงเพราะไอ้เป้ดูแลดี  ไอ้ซิวเลยดูสวยขึ้นกว่าเดิม

"สัสนาวิน!" ไอ้ซิวชี้หน้าผมคาดโทษไว้  ผมแค่ส่ายหน้าหน่ายๆเท่านั้น

"แล้วมึงเป็นไงบ้าง" เสียงไอ้นิคเอ่ยทัก

ตั้งแต่ไอ้กองทัพไป  ผมก็ไปปรับความเข้าใจกันไอ้นิค  มันเองก็ไม่คิดมากอะไร  เลยกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

"ก็สบายดี" ผมตอบแค่แล้วเดินมานั่ง

"เออ กูเจออดีตเมียมึงด้วย ตอนนี้กำลังควงกับรุ่นพี่ปี3อยู่ คงตัดใจจากมึงได้แล้วมั้ง" ไอ้ซิวพูดไปพลางจิ้มผลไม้เจ้าปากไปด้วย

"ก็ดีแล้ว" ถ้าข้าวเจ้าเจอคนที่ใช่ก็ดีแล้ว

"ไอ้กองทัพติดต่อมาบ้างมั้ย" พอผมถามถึงไอ้กองทัพ  ทุกคนพากันเงียบไม่มีใครตอบอะไร

"คือ... กูว่ามึงอย่ารอเลย" ไอ้ซิวบอกด้วยสีหน้าไม่ดี  ท่าทางของมันทำผมสงสัย

"ทำไม? มีอะไร" ผมถามไอ้ซิวเสียงเข้มดุดัน  เลือดในกายมันสูบฉีดจนรู้สึกร้อนไปหมด

"เปล่า... กูแค่จะบอกว่า2ปีมานี้มึงน่าจะตัดใจได้แล้ว" ไอ้ซิวหลบตาไม่มองหน้าผมตรงๆ

ผมมองหน้ามันอย่างจับพิรุธ  ซึ่งไอ้ซิวก็หลบตาผมจริงๆ

"มันจะกลับไทยอีก2วัน มึงควรเตรียมใจเพื่อไว้บ้างนะ" ผมมองหน้าไอ้เป้ทันที


ทำไมมันถึงบอกให้ผมเพื่อใจ... ไอ้กองทัพคงไม่... มีคนอื่นไปแล้วหรอกนะ




+++++++++++++++++

พุ่งนี้แมวดำจะเอาบุญมาฝากนะ

ความคิดเห็น