facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ไม่ว่าอำนาจ ครอบครัว หรือความรัก นางต้องการมันทั้งหมด!

บทที่ 3 สภาพแวดล้อมใหม่

ชื่อตอน : บทที่ 3 สภาพแวดล้อมใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2561 11:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 สภาพแวดล้อมใหม่
แบบอักษร

นางกำนัลอาวุโสของหน่วยงานซักล้างไม่ได้เป็นคนจู้จี้จุกจิกอะไรนัก พูดอบรมเพียงไม่กี่ประโยคก็ให้คนจัดการพาพวกที่มาใหม่ทั้งหมดไปยังที่พัก แล้วให้พาเดินชมสถานที่เพื่อทำความคุ้นเคย

หญิงสาวที่ถูกส่งตัวมาหน่วยงานซักล้างนั้นมีทั้งหมดสิบกว่าคน แต่มองดูก็จะรู้ว่าเป็นพวกที่เหลือคัดแล้วทั้งนั้น หน้าตาไม่ต้องพูดถึง ล้วนมีแต่คนรูปร่างบึกบึนกันทั้งนั้น แน่นอนว่า ถาวจวินหลันและน้องสาวนั้นแตกต่างออกไป...

หากย้อนกลับมาดูแล้ว หน่วยงานซักล้างแห่งนี้ ไม่ได้ต้องการคนที่หน้าตางดงามเลยสักนิดเดียว และยิ่งไม่ต้องการคนที่มีรูปร่างบอบบาง กลับกันยิ่งมีรูปร่างบึกบึนแข็งแรงเพียงใด ยิ่งนับว่าดี เพราะงานที่จะต้องทำนั้นมีมากมาย

หน่วยงานซักล้างนั้นใหญ่มาก ภายในยังแบ่งเป็นหน่วยงานย่อยๆ อีกหลายหน่วยงาน รับผิดชอบซักผ้า รับผิดชอบตากผ้า รับผิดชอบรีดผ้า รวมทั้งมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบเก็บผ้าและส่งผ้า วุ่นวายกระจัดกระจายไปหมด รวมๆ กันแล้วมีคนกว่าร้อยคน


เมื่อมองดูภาพในห้องโถงที่ทุกคนต่างซักผ้ากันอย่างขะมักเขม้น ถาวจวินหลันก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง


คนที่พาพวกนางเดินชมสถานที่นั้น เป็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับนาง ดูแล้วอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี ในสถานที่แห่งนี้ที่มีแต่คนรูปร่างหน้าตาไม่งดงามเท่าไรนัก แต่นางผู้นี้กลับแตกต่างออกไป ไม่ต้องพูดถึงหน้าตาที่งดงาม ทั้งทรวดทรงองค์เอวก็บอบบางระหงราวกับต้นหลิว

ถาวจวินหลันแอบมองดูมือของนาง ก็พบว่ามือของนางไม่ด้านและไม่มีตุ่มผื่นแผลเป็นใดๆ เลย จึงรู้ได้ทันทีว่านางนั้นไม่ได้ทำงานหนักอะไร คาดว่า...อยู่ในหน่วยงานซักล้างนี้ น่าจะมีตำแหน่งอยู่เล็กน้อย ไม่เช่นนั้นแล้วก็เกรงว่า จะไม่ได้ถูกสั่งให้มาจัดการที่พักให้กับกลุ่มนางกำนัลที่เข้ามาใหม่ และพาเดินทำความคุ้นเคยกับสถานที่

พวกนางทั้งสิบกว่าคนถูกพามาที่ห้องโล่งๆ แห่งหนึ่ง ทั้งสองฝั่งมีฟูกนอนปูไว้ ข้างๆ ฟูกนอนแต่ละฟูกจะมีตะกร้าใบเล็กวางอยู่ น่าจะเอาไว้ให้คนในวังใช้เก็บสิ่งของ

"ต่อจากนี้ไปพวกเจ้าจะต้องพักอยู่ที่ห้องนี้" หญิงสาวผู้นั้นยิ้มและชี้ไปที่ฟูกนอน "เลือกกันคนละหนึ่งผืน ผ้าปูอะไรต่างๆ เดี๋ยวพวกเจ้าไปเอาที่ห้องดูแล แล้วก็ ข้าชื่อหลี่ว์หลิ่ว หากมีปัญหาอะไรให้มาหาข้าคนเดียว ไม่ต้องไปรบกวนกูกู ท่านมีงานต้องทำมากมาย ไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ เช่นนี้"

ทุกคนต่างน้อมรับแต่โดยดี ไม่มีใครเรียกร้องอะไร ยังคงกอดห่อของของตัวเองยืนฟังอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน

หลี่ว์หลิ่วเห็นอย่างนั้นจึงพยักหน้าเบาๆ แล้วยิ้มออกมา มุมปากทั้งสองข้างมีลักยิ้มยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้นเป็นพิเศษ "ดูเหมือนพวกเจ้าจะเรียนกฎระเบียบมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว ต่อไปพวกเจ้าจะต้องจำกฎระเบียบไว้ให้ดี และตั้งใจทำงาน ถึงแม้ที่นี่จะลำบากอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องกังวลใจ ที่นี่ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวว่าอยู่ดีๆ จะตายโดยไม่รู้ตัว!"

เห็นได้ชัดว่าหลี่ว์หลิ่วนั้นเป็นคนมีความสามารถ ถึงแม้จะยิ้มไปพูดไป ทว่าน้ำเสียงของนางนั้นกลับดูมีอำนาจ โดยเฉพาะการพูดในจังหวะนี้ ถือว่าเป็นการพูดที่ตรงจุดที่สุด

ถาวจวินหลันรับคำ แต่ในใจกลับกำลังครุ่นคิด ไม่รู้ว่าสรุปแล้วหลี่ว์หลิ่วนั้นอยู่หน่วยงานซักล้างในฐานะใดกันแน่?

หลี่ว์หลิ่วไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่สั่งให้ทุกนางเลือกที่นอนของตัวเองแล้วเก็บห่อของ จากนั้นก็พาทุกนางไปทำความคุ้นเคยกับสถานที่ต่อ "ตามกฎแล้ว คนที่มาใหม่จะต้องเริ่มจากการเป็นคนซักผ้า ต่อไปหากมีความสามารถอื่น จึงจะได้ถูกส่งไปทำงานอย่างอื่น เรื่องพวกนี้อีกสักหน่อยพวกเจ้าก็จะเข้าใจเอง"

ด้านหนึ่งพูดไป อีกด้านนางก็กวาดสายตามองไปทีละนาง

ถาวจวินหลันและถาวซินหลันเลือกฟูกนอนติดกัน เนื่องจากไม่อยากไปแย่งชิง ดังนั้นที่นอนของพวกนางจึงอยู่ใกล้ๆ กับประตู เป็นที่ที่ไม่ค่อยดีนัก เมื่อเปิดประตูลมก็จะพัดเข้ามาโดน หรือหากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะต้องโดนรบกวนก่อนเป็นคนแรก

ทว่าถาวจวินหลันไม่ได้ใส่ใจมากนัก นางคาดว่าต่อไปคงมีแต่เวลานอนเท่านั้นที่จะได้อยู่ในห้องนี้ เวลาอื่นคงได้แต่ทำงานอยู่ข้างนอกเท่านั้น

หลี่ว์หลิ่วเห็นถาวจวินหลันไม่แย่งชิงฟูกกับคนอื่น และยังเห็นอีกว่าสองพี่น้องคู่นี้ผิวพรรณผุดผ่องหน้าตางดงาม จึงรู้สึกแปลกใจ "ทำไมพวกเจ้าถึงถูกส่งมาที่นี่?"

โดยปกติแล้ว หากมีหน้าตางดงาม ก็จะถูกส่งไปดูแลอยู่ข้างกายเจ้านาย ไม่อย่างนั้นก็จะได้ไปที่อื่นที่ดีกว่านี้ คนที่ถูกส่งมาหน่วยงานซักล้างนั้น จะเป็นพวกที่บึกบึน นิสัยไม่ค่อยดี หรือไม่ก็หน้าตาไม่งดงาม

ทว่าสองพี่น้องคู่นี้ ดูอย่างไรก็ไม่มีปัญหาอย่างที่ว่าเลยสักนิด

ถาวจวินหลันเองก็รู้สึกไม่เข้าใจ เมื่อได้ฟังที่หลี่ว์หลิ่วพูด นางก็รู้สึกได้ว่าการที่นางถูกส่งมาหน่วยงานซักล้างจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเป็นแน่ นางไม่เข้าใจจริงๆ จึงได้แต่ตอบกลับไปอย่างซื่อๆ ว่า "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเจ้าก็ถูกส่งมาที่นี่แล้ว เจ้าก็อยู่ที่นี่อย่างสบายใจเสีย" หลี่ว์หลิ่วยิ้มออกมา "ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะไปทำให้ใครไม่พอใจโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้"

ถาวจวินหลันพยายามนึกดู ทำให้ใครไม่พอใจ? นางไม่น่าจะทำไปอะไรให้ใครไม่พอใจหรอกมั้ง? นอกจากนางกำนัลอาวุโสที่สอนกฎระเบียบที่ค่อนข้างจะเข้มงวดกับนางแล้ว นอกนั้นก็ไม่มีอะไรอีก หรือว่าจะเป็นนางกำนัลอาวุโส? หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงเพราะเรื่องของนางกับหยวนฉงหวานั่นกระมัง?


หยวนฉงหวานั้นนับว่าเป็นศัตรูตลอดกาลของนาง


แต่ถึงจะเก็บมาคิดตอนนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ดังนั้นถาวจวินหลันจึงสลัดเรื่องนี้ออกจากหัวไป แล้วรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่การเรียนซักผ้า

พูดตามตรง นางและถาวซินหลันซักผ้าไม่เป็นเลย เมื่อครั้งยังอยู่บ้าน ทุกวันอยู่อย่างสุขสบาย แม้แต่ผ้าเช็ดหน้าก็ไม่เคยต้องซักเอง ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้า แน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติที่นางจะซักไม่เป็น หลังจากครอบครัวนางโดนจับ นางและถาวซินหลันก็ใช้เพียงแค่น้ำสะอาดซักเท่านั้น ไม่ได้มีขั้นตอนอะไรมากมาย

ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน เพียงแค่สบู่ที่ใช้ซักผ้าก็แบ่งเป็นหลายชนิดแล้ว แบบที่ดีที่สุดไม่เพียงแค่มีฟองนุ่มละมุนซักได้สะอาด แต่ยังมีกลิ่นหอมชวนดมอีกด้วย

แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนจะใช้สบู่ที่ดีที่สุดได้ เสื้อผ้าของเจ้านายทั้งหลายโดยมากจะใช้ผ้าแบบแพงและงดงาม ไม่ใช่ใครก็สามารถซักได้ จึงจำเป็นต้องมีขั้นตอนในการซักมากพอตัว

คนมาใหม่อย่างถาวจวินหลันนั้น ต้องเริ่มเรียนตั้งแต่ต้น จึงทำได้แค่เอาเสื้อผ้าระดับต่ำที่สุดมาฝึกซักเพียงเท่านั้น

หลี่ว์หลิ่วยิ้มและพูดกับพวกนาง “ซักให้ดีล่ะ หากเรียนได้ดี ต่อไปจะได้ซักเสื้อผ้าของเจ้านายระดับสูง นั่นนับว่าสบายขึ้นมากเลยทีเดียว”

ถาวจวินหลันเองก็คิดเช่นนั้น เสื้อผ้าของพวกเจ้านายชั้นสูงจะไม่สกปรกมากนัก ซักง่าย และไม่เปลืองแรง

ทว่าในตอนนี้...นางทำได้เพียงแค่ค่อยๆ เริ่มจากระดับต่ำที่สุดก่อน

หน่วยงานซักล้างเป็นงานที่เหนื่อยเอาการอยู่ ต้องนั่งหลังงอซักเสื้อผ้าอยู่เช่นนั้นทั้งวัน หนึ่งวันผ่านไป รู้สึกเหมือนหลังพับไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น จะเหยียดให้ตรงก็เหยียดไม่ได้ อีกทั้งมือต้องแช่อยู่ในน้ำทั้งวัน ทั้งซีดทั้งเหี่ยว พอมือแห้งแล้วกลับรู้สึกแห้งจนหนังจะแตกออกมา รู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมาก รวมถึงแขนทั้งสองข้างที่ต้องออกแรงทั้งวัน ทำให้รู้สึกปวดเมื่อยไปหมด

ถาวจวินหลันนั้นยังดีหน่อย กัดฟันทนไปก็ยังพอทนไหว ทว่าถาวซินหลันนั้น...แต่ละวันผ่านไป นางเหนื่อยจนแทบจะเดินไม่ไหว ถึงเวลาข้าวเย็น แค่ถือชามนางยังมือสั่น แขนก็ยกไม่ขึ้น เห็นน้องสาวเป็นถึงเพียงนี้แล้ว นางก็รู้สึกสงสารจับใจ

ทว่าสงสารไปก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ละวันทุกคนจะถูกแบ่งหน้าที่ให้รับผิดชอบ หากซักไม่หมดก็ห้ามนอน ถาวจวินหลันนอกจากจะต้องรีบซักของตัวเองให้เสร็จ และแบ่งของถาวซินหลันมาช่วยซักแล้ว นางก็ไม่มีวิธีอื่นอีก

เรื่องเป็นเช่นนี้จึงทำให้นางโดนหลี่ว์หลิ่วอบรม “เจ้าไม่ผิดที่สงสารน้องสาวเจ้า แต่เจ้าคิดจะทำแทนนางไปชั่วชีวิตเลยอย่างนั้นหรือ? ข้าจะบอกให้เจ้าฟัง ตอนนี้พวกเจ้าเพิ่งมาใหม่ ผ้าที่ให้ซักนั้นนับว่าน้อยแล้ว ต่อไปมีแต่จะเพิ่มขึ้น! เจ้าไม่ให้นางฝึกฝนตั้งแต่ตอนนี้ ต่อไปนางคงต้องโดนไล่ออกจากวังเป็นแน่!”

ถาวจวินหลันกัดฟันคิดอยากจะขอความเห็นใจ ทว่าถาวซินหลันเอ่ยขึ้นก่อนว่า "ท่านพี่ ต่อไปไม่ต้องทำเช่นนี้แล้ว ข้าทำเองได้เจ้าค่ะ" พูดจบนางก็ค่อยๆ หอบผ้ากลับไปนั่งซักต่อ

ถาวจวินหลันรู้สึกเจ็บปวดใจ จนน้ำตาจะไหลออกมา แต่ในใจนางก็รู้ว่า ที่หลี่ว์หลิ่วพูดนั้นไม่ผิดเลย

"พอเถอะ เจ้าอย่าเป็นเช่นนี้เลย" หลี่ว์หลิ่วเห็นถาวจวินหลันเป็นเช่นนี้ นางจึงลากถาวจวินหลันไปอีกฝั่ง แล้วถอนใจเฮือกใหญ่ "ท่านนางกำนัลอาวุโสมิใช่คนใจไม้ไส้ระกำ คนอายุน้อยท่านก็แบ่งงานให้น้อยอยู่แล้ว หากเจ้ายังทำเช่นนี้แล้วท่านนางกำนัลอาวุโสมาเห็นเข้า ท่านคงไม่พอใจเป็นแน่ หากเจ้าอยากจะช่วยจริงๆ เจ้าก็ต้องแอบทำ ไม่ใช่ทำอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้"

ถาวจวินหลันคิดทบทวนคำพูดของนางอย่างละเอียดแล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก "ขอบคุณเจ้ามากที่เตือนข้า"

"เอาเถอะ แค่นี้พวกเจ้าก็น่าสงสารพอแล้ว" หลี่ว์หลิ่วสงสารจากใจจริง "จากหญิงสูงศักดิ์ต้องตกต่ำถึงเพียงนี้"

ถาวจวินหลันยิ้มอย่างเสียไม่ได้ "ล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วทั้งนั้้น"

"หากเจ้าคิดได้เช่นนั้นก็ดี มีหลายคนที่ไม่รู้ฐานะของตัวเอง ต้องเสียหายไปไม่รู้ตั้งเท่าไรแล้ว" หลี่ว์หลิ่วยิ้มอย่างสดชื่น พร้อมยื่นอะไรบางอย่างมาให้ "นี่เป็นน้ำมันทาผิวที่ข้าซื้อมา ถึงแม้จะไม่ใช่ของดีอะไรมากนัก แต่เอามาใช้ทามือก็ถือว่าใช้ได้อยู่ มือแช่อยู่ในน้ำทั้งวัน มือของเจ้าคงจะรู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมาก"

กระปุกมีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณเท่าไข่ไก่ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกตื้นตัน เสมือนของที่ฟ้าประทานให้

ถาวจวินหลันมองหลี่ว์หลิ่วอย่างซาบซึ้ง "ข้าไม่รู้จะขอบคุณเจ้าอย่างไรดี รอข้าได้รับเบี้ยเลี้ยงแล้ว ข้าจะเอาเงินมาคืนเจ้า"

"ของสิ่งนี้ไม่ได้มีค่ามากมายอะไร หากแต่ต่อไปเจ้ายังอยากจะซื้อเพิ่มอีกก็มาหาข้า ข้ารู้จักกับขันทีคนหนึ่ง เขามีวิธีหาของมาได้ ปกติข้าอยากได้อะไรก็จะไปหาเขา" หลี่ว์หลิ่วหัวเราะเสียงสดใส "เพียงแค่ให้ค่าเหนื่อยเขาเล็กน้อยก็พอแล้ว"

ถาวจวินหลันได้แต่เพียงขอบคุณ แต่ในใจนั้นก็รู้สึกแปลกใจ ทำไมหลี่ว์หลิ่วถึงดูแลนางดีเป็นพิเศษ?

ข้อข้องใจนี้ ผ่านมานานนางถึงเข้าใจว่า มันเป็นไปอย่างที่นางคิด แท้จริงแล้วนั้น คนมาใหม่ทุกคนในหน่วยงานซักล้างต่างก็ได้รับ ‘การดูแล’ จากหลี่ว์หลิ่วกันทั้งนั้น ทุกคนได้รับน้ำมันทาผิวกันคนละกระปุก และทุกคนยังรู้ว่า ต่อไปหากต้องการจะซื้อ ให้ไปหานาง นางรู้จักคนที่รู้วิธีหาของจากนอกวังเข้ามาได้

เพราะคำว่า ‘รู้วิธีเอาของเข้ามา’ นี้ ทำให้หลี่ว์หลิ่วได้เงินจากส่วนนี้มากพอสมควร รวมแล้วเกรงว่าเงินนั้นจะมากกว่าเบี้ยเลี้ยงรายเดือนเสียอีก

การที่หลี่ว์หลิ่วกล้าทำเช่นนี้  เป็นเพราะนางเป็นบุตรสาวบุญธรรมของนางกำนัลอาวุโส และเพราะเหตุนี้ หลี่ว์หลิ่วจึงมีอำนาจอย่างมากในที่นี้ และยังถูกส่งให้ทำหน้าที่ที่เบาที่สุด รับหน้าที่เพียงแค่ส่งเสื้อผ้าเท่านั้น ซ้ำยังไปส่งให้เจ้านายเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

จากนั้นมา ถาวจวินหลันก็รู้สึกนับถือหลี่ว์หลิ่วอย่างมาก หลี่ว์หลิ่วนั้นถือว่าเป็นคนมีความสามารถมาก การที่นางกำนัลอาวุโสจะรับใครมาเป็นบุตรสาวบุญธรรมคงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ทั้งยังวิธีการหาเงินและหาของเข้าวังของนางนั้น ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้

หากแต่ย้อนกลับมาดู หลี่ว์หลิ่วนั้นนับว่าเป็นคนที่มีความน่านับถืออย่างแท้จริง อย่างน้อยนางก็ไม่ข่มเหงรังแกผู้อื่น กลับยิ้มให้ทุกคน และช่วยเหลือผู้อื่น ดังเช่นถาวจวินหลันเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากหลี่ว์หลิ่วอยู่หลายครั้ง แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่นางนั้นจำไว้ในใจเสมอและรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

เพราะเช่นนี้ นางจึงแอบซื้อเศษผ้ามาไว้ปักกระเป๋าใบเล็กเพื่อมอบให้หลี่ว์หลิ่ว แม้ว่าผ้านั้นจะไม่ได้ดีเท่าไรนัก แต่ฝีมือการปักของนางนั้นดีอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรก็สามารถมอบเป็นของขวัญได้

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว