facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 14 เวลาที่ค่อยๆเดินไป (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 เวลาที่ค่อยๆเดินไป (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 55.8k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 19:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 เวลาที่ค่อยๆเดินไป (✔️)
แบบอักษร

ตอนที่ 14 เวลาที่ค่อยๆเดิน​​ไป 

 

วันนี้เป็นวันหยุดของผม....ก็เลยสามารถตื่นสายได้นิดหน่อย เเต่ก็ไม่ได้สายมากหรอกครับ...ผมตื่นนอนตอน 8 โมงเช้า เหลือบมองที่ว่างข้างๆ ก็ไม่พบคนที่เคยนอนตรงนี้เมื่อคืนนี้เเล้ว... 

 

“ไม่อยู่นิ?” พอเดินออกมาที่ห้องรับเเขกก็ไม่เจอ 

 

เขาคงออกไปทำงานนั่นเเหละ...พอคิดได้เเบบนั้นก็เลยเดินกลับเข้าห้องนอนมาอีกครั้ง จัดการเปิดหน้าต่างให้เเสงมันส่องเข้ามาได้มากขึ้น....วันนี้เเดดดีจัง....เอาผ้าออกไปตากข้างนอกดีกว่า...พอคิดได้เเบบนั้นก็เลยจัดการถลอกผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าน่วมต่างๆ นานา ที่อยู่บนเตียงเเล้วหอบหิ้วพวกมันออกมาที่ด้านนอกของตัวบ้าน พวกชุดดำที่ยืนประจำจุดอยู่เเแทบจะวิ่งเข้ามาช่วยเเต่พอผมส่ายหน้าพวกเขาเลยยอมยืนนิ่งๆ อยู่กับที่เเทน 

 

“ไหนๆ ก็หยุดเเล้ว...ทำความสะอาดบ้านดีกว่า” 

 

ปกติผมมักจะทำไปวันละนิดวันละหน่อย เเต่ช่วงหลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้ทำ เพราะคุณโทมัสให้คนขึ้นมาทำตัดหน้าผมไปก่อนทุกครั้ง....เเละดูเหมือนวันนี้ก็เช่นกัน ทุกๆ อย่างในบ้านดูสะอาดสอานไปหมดจนผมไม่ต้องทำอะไร...เลยได้เเต่หิ้วตัวเองมาทิ้งลงตรงมุมหนังสือเเทน เอื้อมหยิบหนังสือที่อยู่ใกล้มือที่สุดออกมานั่งอ่าน 

 

‘หัวใจเเละการใช้งาน’ 

 

ชื่อหนังสือเป็นตัวบอกเนื้อหาด้านในได้เป็นอย่างดี... ผมเปิดอ่านไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนดจบ ก็พอจับใจความได้ว่า 

 

หัวใจเป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ ในทุกๆ วันมันจะทำงานของมันอย่างดีตามช่วงอายุของคนในเเต่ละวัย....เเละที่สำคัญ... 

 

‘หัวใจอยู่เหนือการควบคุมของสมอง’ 

 

สมองสามารถสั่งการทุกอย่างได้เเต่ไม่สามารถสั่งการหัวใจได้ ไม่สามารถบังคับให้มนุษย์ชอบในสิ่งต่างๆ ได้ ไม่สามารถบังคับให้รักอะไรได้....สมองมีหน้าที่เเค่จดจับสิ่งที่หัวใจรู้สึกเท่านั้น....เปรียบเหมือนความรักของคนเรา หัวใจจะเป็นตัวตัดสินเองว่าจะรักหรือไม่ เเละสมองจะเป็นตัวจดจับ ทั้งสองอย่างจะทำงานควบคู่กันไป 

 

....เเละเมื่อวันหนึ่งที่หัวใจหมดรัก หรือที่พวกเราเรียกว่าอกหัก สิ่งที่จะได้รับผลกระทบคือสมองที่มีหน้าที่จดจำ อาจจะเรียกได้ว่า หากมนุษย์อกหักสมองเนี่ยเเหละคือผู้ที่ทำให้เราเข้าใจคำว่าเจ็บปวดเพราะสมองเป็นผู้จดจำเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่หัวใจทำหน้าที่รักของมัน.... 

 

‘จงใช้ใจรักเเละใช่สมองคิดควบคู่กันไปในปริมาณที่พอดีกัน...เพราะเมื่อเสียใจ ถึงใจจะพังเเต่ก็ต้องมีสมองพอที่จะไม่ทำร้ายตัวเองหรือจมปลักอยู่กับความผิดหวัง’ 

 

ผมเปิดอ่านต่อไปเรื่อยๆ ยอมรับว่าเผลอเอามาเทียบเคียงกับเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นกับผมด้วย....ถ้าตอนนั้นไม่ได้คำพูดดีๆ จากยาย ผมคงปล่อยให้หัวใจทำงานอย่างเดียว....เเล้วคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้เเล้ว อาจจะทำตัวงี่เง่าขอยืนเรื่องกลับไทย จนมีปัญหาตามมาไม่หยุดเเน่ๆ 

 

.....คงต้องขอบคุณยายที่ค่อยให้คำปรึกษา...เเละขอบคุณเขา...ที่ถึงเเม้จะผิดใจกันเเต่ก็ไม่ได้ทิ้งผมไปไหน ยังคงดูเเลผมเหมือนเดิม... 

 

“คิดถึงกันอยู่เหรอ” ร่างสูงที่พึ่งเดินเข้ามาในตัวบ้าน พอเห็นว่าผมมานั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงมุมอ่านหนังสือเขาก็เดินเข้ามาหา 

“...เปล่าสักหน่อยครับ” 

“จริง??” พูดจบก็ทิ้งตัวลงข้างๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนตักผมไปแบบเนียนๆ 

“...ง่วงก็เข้าไปนอนในห้องดีๆสิครับ” 

“หลับแล้ว” พอถูกผมพูดแบบนั้นก็แกล้งหลับตาแล้วนอนนิ่งๆ ไป...ผมได้แต่ส่ายหัวให้กับท่าทางของคนตรงหน้า 

 

คิดว่าตัวเองตัวเล็กเป็นเด็กน้อยมากหรือไงกัน--?? 

 

“ว่าฉันอยู่ในใจหรือไง” รู้อีก! 

“..ไหนว่าหลับแล้วไงครับ..ลุกเลยนะ ผมอ่านหนังสืออยู่” 

“ไม่ได้ยิน หลับแล้วๆ ” 

 

ผมปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจของตัวเองไป...ส่วนตัวผมเองก็หันกลับมาสนใจหนังสือที่อ่านทิ้งไว้แทน แต่ใจผมกับไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ทั้งๆ ที่ควรตั้งใจอ่านหนังสือตรงหน้า แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมมักก้มลงไปมองใบหน้าของคนที่ใช้ตักผมแทนหมอน แล้วนอนหลับไป...บอกใครเขาก็คงไม่เชื่อว่านายใหญ่ของที่นี่จะมานอนหนุนตักของผมอยู่แบบนี้.... 

 

“คุณโทมัส...คุณโทมัสครับ...คุณ..” 

“ว่าไง” 

 

เขาลืมตาขึ้นมาสบตาผม ก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ มือหนาที่ตอนแรกวางเอาไว้ข้างๆ ตัว ตอนนี้ยกขึ้นมาเกลี่ยเบาๆ ไปตามลูบหน้าของผมอย่างแผ่วเบา....ดวงตาคมที่ดูเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการมองมาที่ผม... 

 

“ได้หลับจริงๆ หรือเปล่าครับ” 

“....คิดว่าไง” 

“หลอกผมอีกแล้วเหรอ!” 

“เปล่าสักหน่อย...หมอนนุ่มขนาดนี้จะไม่หลับได้ไง” 

 

ว่าจบก็ยกหัวของตัวเองขึ้นมาอย่ารวดเร็ว จนเป็นผมที่ต้องเบี่ยงหน้าหลบ....เขาส่งเสียงหึในลำคออย่างกับถูกใจ แล้วจึงลุกขึ้นไปนั่งดีๆ ...บิดตัวไปมาไล่อาการปวดเมื่อยที่เกิดขึ้นเพราะการนอนในที่แคบๆ ที่ขยับตัวเยอะไม่ได้ ทำให้เขาต้องนอนท่าเดิมนานๆ 

 

“เที่ยงกว่าแล้วเหรอเนี่ย” 

“ครับ...ผมถึงปลุกคุณให้ลุกไปกินข้าวไง” 

“งั้นถ้ากินเสร็จ...ไปนอนต่อในห้องกันไหม” 

 

ผมหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด....นี่จะไม่คิดอะไรเลยจริงๆ ถ้าไม่ทำสายตาเจ้าเล่ห์ขนาดนั้น 

 

“ฮ่าๆ ไม่นอนก็ได้...งั้นไปเล่นน้ำกับพวกเสือไหม” 

“ไปครับ!!” 

“แต่มันร้อนนะ...นอนเล่นกับฉันในห้องแอร์เย็นๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?” เขาเอียงคอถาม ทำท่าเลียนแบบเด็กเล่นๆ เวลาอ้อนพ่อแม่อะไรแบบนั้น...ไม่ได้ดูขนาดตัวเองเลยหรือไง-*- 

“คุณนี่มัน...ไม่คุยด้วยแล้ว!!” ผมลุกหนีเดินมาที่โซนห้องรับแขกที่มีอาหารวางเอาไว้แล้ว...ฮึ้ย! เขามันร้าย...ร้ายจริงๆ ! 

 

พวกเรานั่งกินข้าวไปด้วยพูดคุยกันไปด้วย แต่ส่วนมากจะตั้งใจดูหนังที่เปิดตอนทานอาหารมากกว่า...ก็เรื่องที่คิดจะชวนเขาดูตอนนั่นแหละ กว่าจะได้ดูจริงๆ หนังเรื่องนั้นก็ไม่ฮิตแล้ว...ก็ความผิดเขานั่นแหละตอนนั้นหลบหน้าผมไปเสียนาน 

 

“พูดถึงฉันในใจอยู่?” 

“เปล่า!” 

“ไม่เชื่อ...ก็มันเขียนไว้ที่หน้าผากเนี่ย” เขาพูดแล้วยกมือมาจิ้มเบาๆ ที่หน้าผากของผม... 

“มันจะไปมีเขียนเอาไว้ได้ไงเล่าครับ!” ผมพูดแล้วดันมือของเขาออกไป 

“แล้วเอามือปิดทำไม ถ้าคิดว่ามันไม่มี” 

“..ก...ก็...คุณนั่นแหละ!” 

“หึหึ” 

 

ยังจะมาหัวเราะอีกนะ!! คนๆ นี้นี่มัน...น่าหงุดหงิดจริงๆ -*-! 

 

พวกเรากินข้าวเสร็จก็ออกมาจากบ้านเลย...หนังก็ดูไม่จบเพราะคนตัวโตกว่าบอกว่าไม่สนุก...อีกอย่างผมอยากไปเจอพวกเด็กๆ ด้วย...ที่ไปครั้งล่าสุดก็ไม่ค่อยได้เล่นกับพวกมันเท่าไร เพราะไปกับคุณแฟรงค์ เขาเลยไม่ค่อยปล่อยให้ผมเล่นเท่าไร กลัวว่าพวกเด็กๆ จะเล่นแรงจนเขาคุมไม่ไหว.... 

 

“ไง” คุณโทมัสร้องทักเจ้าแอลม่อนที่นอนมองลูกๆ ของมันทั้งสองตัวที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่ที่ลำธาร พอมันหันมาเห็นก็รีบลุกมาอ้อนเขาทันที....เจ้าแมวยักษ์ขี้อ้อนเอ้ย 

 

ผมปล่อยให้เขาเล่นกับเจ้าแอลม่อนไป ส่วนตัวเองเดินเข้าไปหาเจ้าลูกเสือโคร่งที่ตัวเองเป็นคนทำคลอดพวกมัน....ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันถึงปีด้วยซ้ำ....แต่ตอนนี้พวกมันกับตัวใหญ่กว่าเดิมมาก....ซึ่งผมมั่นใจเลยว่าอีกนานพวกมันต้องตัวเท่าๆ แม่ของพวกมันหรืออาจจใหญ่กว่าด้วยซ้ำ.... 

 

​เจ้าเมล่อน เเละเจ้าเมย์เปิ้ล 

 

“ไง...เจ้าอ้วนทั้งสอง” พอเห็นผมเท่านั้นแหละ เจ้าตัวอ้วนทั้งสองก็รีบวิ่งขึ้นจากน้ำมาหาผมทันที...กระโจนโถมแรงเข้าใส่ผมจนล้มลงไปนอนกับพื้นเลย....แรงเยอะจริงๆ -*- 

“เปียกหมดแล้วเนี่ยยย” พวกมันทั้งอ้อนทั้งแอบขบกัดผมเบาๆ แบบหยอกล้อ แต่แค่พวกมันหยอกล้อผมยังรู้สึกเจ็บนิดๆ เลย....นี่ถ้าวันไหนพวกมันจะกินผมจริงๆ ขึ้นมา...คงไม่รอดแน่ 

 

เพราะใส่ขาสั้นมาอยู่แล้วผมเลยไม่ต้องกังวลอะไร....ลงไปเล่นน้ำกับพวกมันได้สบายๆ อยู่แล้ว....แอบสังเกตพวกมันนิดหน่อย...จากตอนแรกเมย์เปิ้ลจะตัวเล็กกว่าเมล่อน....แต่ตอนนี้พวกมันตัวพอๆ กันเลย...อีกหน่อย...ผมคงรับแรงของพวกมันไม่ไหวแน่ๆ .... 

 

“โอ๊ย! อย่ารุมกันสิ...เมล่อน...ตัวแกหนักนะ...เมย์เปิ้ล!!!” 

 

เสียงโวยวายของผมยังคงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะไอ้เจ้าเสือร้ายทั้งสองตัวมันรุมผม...จากตอนแรกที่ไม่เปียกเท่าไร แต่ตอนนี้ผมเปียกไปทั้งตัวแล้ว....เพราะเจ้าสองตัวมันเล่นโถมแรงเข้าใส่จนผมล้มลงก้นจ่ำบ่ำไป....เปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า....หรือเรียกง่ายๆ ก็เปียกทั้งตัวเลยนั่นแหละ 

 

“ว่าแล้วยังจะมามองหน้าอีก...เปียกหมดแล้วเห็นไหมเนี่ยย…เมล่อนขอฉันยืนสัก 5 นาทีได้ไหมมมม” 

 

เฮ้อออออ!! 

 

ผมถอนหายใจยาวๆ แบบโคตรจะเหนื่อย...หลังจากลงไปเล่นกับเจ้าเสืออ้วนทั้งสองยังไม่ทันถึงชั่วโมง ก็หมดแรงจนต้องมานอนแผ่อยู่กับพื้นหญ้านิ่มๆ นี่แล้ว....แรงเยอะ...แรงเยอะจริงๆ เจ้าแอลม่อนพอเห็นผมมานอนแผ่แบบนี้มันก็เดินเข้ามาใกล้ๆ เลียลิ้นของมันตามใบหน้าของผมนิดหน่อยพอให้จักจี้เล่นๆ แล้วมันก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ 

 

“ไม่ลุกไปเล่นกับลูกแกเหรอ…อือๆ ...ง่วงนอนสินะ” พอเห็นมันหาวหวอดๆ แบบนั้นก็เลยเข้าใจว่ามันคงอยากจะนอนมากกว่า ปล่อยให้เจ้าตัวอ้วนทั้งสองตัวลงไปเล่นกันเอง 

“คุยกับเสือรู้เรื่อง?” 

“ก็ไม่ต่างจากคุยกับคุณเท่าไรหรอก” 

"ว่าฉันเป็นเสืองั้นเหรอ?” 

"ใช่....คุณมันตัวร้ายเลยเเหละ!" 

 

คุณโทมัสมองหน้าผมเขม็งก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง...จนไอ้สองตัวที่เล่นน้ำอยู่รีบวิ่งขึ้นมาสมทบด้วย...และเพราะพวกมันพึ่งขึ้นมาจากน้ำนั่นแหละ...พอขึ้นมาก็มาสะบัดน้ำใส่ทั้งผมทั้งคุณโทมัสจนได้เปียกกันไปอีกรอบ... 

 

“เปียกหมด” 

“ฮ่าๆ ก็คุณชวนมาเล่นน้ำกับพวกมันนิ” 

“อือ...แต่จะดีกว่านี้...ถ้า” 

“ถ้า??” 

“ถ้า....เธอเปียกอีกรอบ” 

 

ผมได้แต่ทำหน้างง….และก็พึ่งมาเข้าใจตอนที่อีกฝ่ายทำหน้าเจ้าเล่ห์แล้วก็ดึงผมไปอุ้มเอาไว้....พยายามดิ้นเท่าไรก็ไม่หลุดจนอีกฝ่ายพาผมวิ่งมาถึงลำธารเลยนั่นแหละ 

 

“อย่านะคุณโทมัส!!!” 

“ไม่ได้ยินเลยยย” 

 

โครม!!! 

 

แล้วทั้งผมทั้งคุณโทมัสก็ได้เปียกกันอีกรอบด้วยฝีมือของเจ้าเมล่อน...มันคงจะคิดว่าคุณโทมัสเล่นด้วยก็เลยวิ่งตามมาแล้วกระโจนใส่หลังเขา จนทั้งผมทั้งเขาต่างก็ล้มลง....ได้เปียกกันอีกรอบ.....ฮ่า...ฮ่า 

 

“สมน้ำหน้า!” 

“เดี๋ยวเถอะ” เขาหันมาชี้หน้าขาดโทษ...ก่อนจะหันไปจัดการเจ้าเมล่อนตัวดี…. 

 

คุณโทมัสเล่นกับเจ้าเมล่อนเป็นเด็กๆ ....ทั้งจับมันมาขย้ำแรงๆ และก็อุ้มมันแหว่งไปมาแรงๆ แต่ดูเหมือนเจ้าเมล่อนจะชอบและดูเหมือนเจ้าเมย์เปิ้ลก็จะอยากให้ทำกับมันแบบนั้นบ้างเหมือนกัน .....แล้วหลังจากนั้นคุณโทมัสก็โดนพวกมันทั้งสองรุมจู่โจมทันที.....ฮ่าๆ ..ฮ่า...ๆ 

 

ผมมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างไม่มีปิด...อยากจะเก็บวันเวลาพวกนี้เอาไว้ในความทรงจำของตัวเองเยอะ....เพราะอีกไม่นานก็คง.... 

 

....ต้องจากไปแล้ว 

 

“ฟิวส์....มานี่สิ” 

 

พอถูกอีกฝ่ายเรียกก็กลายเป็น ว่าความรู้สึกเศร้าๆ เมื่อกี้มันหายไปแทบจะทันที....อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ที่จะต้องจากไปแหละนะ.. 

 

“ครับ...จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” 

 

ผมยิ้มให้เขาแล้วเดินเข้าไปหาอย่างไม่รีรอ....ถ้าจะกลับไปก็อยากกลับ อย่างน้อยก็ไม่เสียใจที่หลังละนะ^^ เวลา 3 เดือนต่อจากนี้ผมจะใช้มันให้คุ้มที่สุดเลย 

อยากจะได้เล่นกับเสือใกล้ชิดเเบบนี้บ้างงงงงง 

มันคือความฝันเลยนะ ได้เข้าไปเล่นกับเสือใกล้ชิดเเบบนั้น... 

ขอบคุณที่ติดตามน่าาาาาาาา  เจอกันตอนหน้าเด้อออออ 

BY: ลั้น ลา​ 

 

ความคิดเห็น