facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 5 ของขวัญ...

ชื่อตอน : บทที่ 5 ของขวัญ...

คำค้น : กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2561 16:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ของขวัญ...
แบบอักษร

​เจฟิโอเลี้ยวรถเข้าไปจอดในที่จอดรถประจำตำแหน่ง คว้ากระเป๋าเป้ของหล่อนมาสะพายแล้วพาไอริสขึ้นลิฟต์ส่วนตัวไปยังเพนต์เฮาส์ ไอริสคุ้นเคยกับสถานที่นี้ตั้งแต่เล็กจนโต มาบ่อยจนนับครั้งไม่ถ้วน ทุกคนที่ทำงานที่นี่ย่อมรู้จักประวัติของตระกูลแม็คเคนซี่กับตระกูลคอสต้าดีว่าผูกพันแน่นแฟ้นต่อกันมานานอย่างที่ยากจะแยกได้

“โทรไปบอกคุณพ่อคุณแม่ให้หน่อยสิว่าริสจะเที่ยวกะเจฟ ริสจะไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวสุดๆ”

หล่อนเอ่ยบอกเขา ดึงเป้มาถือแล้วเดินเข้าห้องรับรองแขกที่ยึดเป็นห้องส่วนตัวเวลามาที่นี่ เสื้อผ้าก็มีอยู่ในตู้พร้อมใช้

บิดานั้นขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวอย่างที่สุด ทุกคนในกลุ่มในแก๊งค์ต่างพากันแปลกใจยิ่งนักครั้งที่เบอร์นาโด คอสต้า ยอมให้ไอริสเซ็นสัญญาเป็นนักร้องกับค่ายเพลง แต่ท่านก็ชี้แจงเหตุผลว่าถ้าเป็นเรื่องทำงานหาประสบการณ์ชีวิตนั้นไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นเรื่องเที่ยวหรือไปไหนกับเพื่อนผู้ชายต้องขออนุญาตพวกท่านหรือเจฟิโอก่อน เจฟิโอเดินตามเข้าไป ไอริสวางกระเป๋าไปบนโซฟาแล้วเดินไปล้มหงายหลังผึ่งลงตรงปลายเตียง

“งั้นเที่ยวเสร็จก็ค้างที่นี่เลยละกัน...ว่าไง เพราะมันจะดึกมากนะ” 

เจฟิโอเอ่ยชวนซึ่งเป็นเรื่องปกติหากไอริสจะค้างที่นี่ เจฟิโอสืบทอดเจตนารมณ์ของบิดาเรื่องที่ว่า ไม่พาผู้หญิงขึ้นมาบนนี้หากไม่ใช่คนสำคัญ ซึ่งก็ยังไม่มีใครหน้าไหนที่เขาเดตได้มีโอกาสขึ้นมาที่นี่แม้แต่คนเดียว

“อืม...ดึกเหรอ...งั้นริสว่าริสขอบายดีกว่า เปลี่ยนใจละ ริสคิดถึงคุณพ่อคุณแม่น่ะ เอาไว้วันหลังละกัน ริสจะขับรถกลับบ้านเอง ยูไปเที่ยวเถอะไม่ต้องห่วงหรอก ริสขับได้ นัดผู้หญิงไว้ เดี๋ยวผู้หญิงของยูเขาจะรอ”  

จู่ๆ ไอริสก็เปลี่ยนใจเสียอย่างนั้น ทำให้คนตัวสูงถึงกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวดและส่ายหน้าระอา เขาเท้าสะเอวมองดูคนที่นอนขี้เกียจอยู่ปลายเตียง

“เป็นแบบนี้อีกละ ไอเอาใจไม่เคยถูกเลยสักครั้ง ปุบปับก็เปลี่ยนใจ ไอไม่เคยตามยูทัน โคตรเซ็งนะริสแบบนี้”

เขาเอ่ยบ่นพร้อมกับถอดเสื้อออกโยนไปบนโซฟาอย่างไม่แยแส ถอดกางเกงยีนส์ออกเหลือเพียงกางเกงใน ไอริสย่นจมูกใส่แล้วขยับลุกขึ้นเดินไปยังหยิบเป้มาสะพาย เดินออกประตูห้องนอนผ่านห้องรับแขกไปยังประตู เอื้อมมือไปหยิบกุญแจรถคันมินิคูเป้ที่หล่อนยืมขับประจำ

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป ไม่เอารึไงของขวัญน่ะ”

เสียงห้าวดังขึ้น ไอริสหันไปมองร่างสูงที่บัดนี้มีผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างอยู่ ไอริสเห็นเขาแบบนี้ค่อนข้างบ่อย แต่ก็ไม่เคยกล้ามองตรงๆ 

ตอนยังเล็กไปทะเลเล่นน้ำด้วยกันประจำ หรือว่ายน้ำด้วยกันที่บ้านเขาและบ้านหล่อน เห็นเขาตัวผอมสูงตามลักษณะของเด็กชาย แต่ตอนโตมานี้ เมื่อรูปร่างของเขาเป็นอย่างที่เห็น หล่อนรู้สึกว่ามันแปลกประหลาดในใจเวลามอง ไอริสเลิกคิ้วก่อนจะยิ้มกับคำว่าของขวัญ ทำไมหล่อนลืมไปได้นะ

“เอามาสิ” 

หล่อนเดินยิ้มกลับไปหา เขาดึงเป้จากไหล่หล่อนวางไปบนโซฟาห้องรับแขก โอบแขนไปรอบไหล่แล้วพาเดินไปยังห้องที่ติดกับห้องทำงาน 

ห้องนี้เคยเป็นที่อยู่ของซัมเมอร์ สุนัขพันธุ์ยอร์กเชอร์ที่เกิดก่อนเจฟิโออีก ถ้าหากมันยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะอายุย่างยี่สิบเจ็ดปีแล้ว แต่เจ้าซัมเมอร์อยู่ได้จนเจฟิโออายุยี่สิบปีก็จากไปด้วยโรคชรา ถือว่ามันอยู่ได้นานเกินอายุเฉลี่ยของสุนัขโดยทั่วไปหลายปีเลยทีเดียว เมื่อตอนที่ซัมเมอร์ไปสวรรค์อย่างสงบนั้นทุกคนเศร้าสลดกันถ้วนหน้า และหลายคนก็ร้องไห้ให้กับการจากไปของมันรวมถึงเจฟิโอและไอริส เจฟิโอไม่ยอมเลี้ยงสัตว์อีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาซึ่งก็เป็นเวลาห้าปีแล้ว

ชายหนุ่มดึงประตูห้องที่มีรูปของซัมเมอร์กับทุกคนในครอบครัวและในกลุ่มเพื่อนฝูงติดเต็มผนัง และตรงโต๊ะมีรูปของมันพร้อมกับโถแจกันใส่เถ้ากระดูก

“หงิงๆ” เสียงเล็กดังตรงมุมห้องที่มีเปลผ้าวางอยู่ ไอริสทำตาโตทันที หันไปมองตามเสียง

“เจฟ...นั่นมัน...นั่นมัน...ลูกหมานี่ อั๊ย...น่ารักจังเลย” 

ไอริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ เดินตรงรี่ไปยังเจ้าลูกหมาน้อยตัวสีน้ำตาลปนดำ หญิงสาวอุ้มมันขึ้นมาแนบอก ตัวมันเท่าฝ่ามือของเจฟิโอเท่านั้นเอง

“อุย น่ารักสุดๆ เลย เจฟให้ริสเหรอ มันเหมือนซัมเมอร์มากๆ เลยนะเจฟ ให้ริสใช่มั้ย” 

หล่อนเงยหน้าขึ้นพูดกับคนที่ยืนมองอยู่

“เห็นริสอยากได้ไม่ใช่เหรอ เจฟเห็นแล้วนึกถึงซัมเมอร์”

เขาเอ่ยเสียงขรึมใบหน้าคมเข้มเศร้าลงไป เจฟิโอไม่เคยลืมซัมเมอร์และรู้สึกเหมือนเขาเป็นพี่ชาย เพราะบิดามักพูดเช่นนั้นเสมอตั้งแต่เขายังเล็กว่าซัมเมอร์เป็นพี่ชายของเจฟิโอ ไอริสรีบพยักหน้า ลุกขึ้นแล้วอุ้มมันเดินไปมาเหมือนกล่อมเด็ก สลับกับยกมันขึ้นหอม เห็นคนเกเรจ้องมองเจ้าหมาน้อยแล้วเคร่งขรึมไป ไอริสเข้าใจดีว่าเขาคิดถึงซัมเมอร์ หล่อนเองก็เช่นกัน หญิงสาวเดินเข้าไปยืนชิดแล้วซบหน้ากับอกของเขา เจฟิโอกอดร่างเล็กที่อุ้มหมาน้อยอยู่แล้วกดคางไปบนศีรษะของหล่อน ต่างคนต่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน

“ริสอยากได้มากๆ มานานแล้ว ขอบคุณนะ นี่เจฟเอามาจากไหน”

หญิงสาวถามเบาๆ เจ้าหมาน้อยตัวนิดเดียวเหมือนตุ๊กตา มันจ้องมองไอริสตาโต แลบลิ้นสีชมพูมาเลียหน้าหล่อนแผลบๆ

“ไม่สำคัญหรอก ชอบหรือเปล่าล่ะ” 

เขาผละออกแล้วยกมือขึ้นลูบหัวของมัน มันดูดนิ้วเขาใหญ่

“สงสัยหิวแน่เลย เจฟมีนมในตู้เย็น” 

เขาเอ่ยพร้อมกับเดินไปยังครัวแล้วถือขวดนมมาให้มันดูด

“หือ...น่ารักอ่ะ เจฟได้มากี่วันแล้ว มันอายุเท่าไหร่ แล้วชื่ออะไร” 

ไอริสเอ่ยถามรัว เดินไปนั่งที่โซฟามุมห้อง เจฟิโอเดินไปนั่งลงใกล้ๆ ไอริสเอนตัวไปพิงไหล่ของเขามีเจ้าหมาน้อยอยู่บนตัก เขาเป็นคนถือขวดนมใส่ปากให้มันดูด

“เพิ่งได้มาเมื่อวาน มันอายุได้ยี่สิบวันเอง ยังไม่มีชื่อ รอให้ริสเป็นคนตั้งให้มัน มันเป็นของยูนี่” 

เขาเอ่ยพร้อมกับจุดยิ้ม ไอริสเงยหน้าขึ้นยิ้มดีใจ ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาเป็นการขอบคุณ

“ขอบคุณนะ อืม...ริสจะเรียกมันว่า...วินเทอร์ดีไหม” 

หล่อนเงยหน้ามาปรึกษา เจฟิโอมองใบหน้าเรียวเล็กที่มีดวงตาวาววับเต็มไปด้วยความสุข เขายิ้มออกมา

“เหมือนวินเทอร์ตรงไหน มันไม่ใช่สีขาวสักหน่อย”

“แต่ริสอยากตั้งให้มันคล้องกับซัมเมอร์นี่นา” 

หล่อนเอ่ยทำหน้าเหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจ

“ก็แล้วแต่...ว่าไงวินเทอร์ แกชอบชื่อนี้หรือเปล่า แม่แกตั้งให้แบบนี้ พ่อว่าแกน่าจะเป็นออทัมน์มากกว่านะสีน้ำตาลเหมือนใบไม้แห้งแบบนี้” 

เขาเอ่ยกับเจ้าหมาน้อยอย่างอารมณ์ดี มันหยุดดูดนมแล้วทำตาปริบๆ มองคนโน้นทีคนนี้ที

“ริสจะเอามันไปบ้านนะ เดี๋ยวจะถามแม่ไวน์ว่าต้องเลี้ยงมันยังไง”

“ทำไมต้องถามแม่ เจฟรู้ดีว่าเลี้ยงหมายังไง” เสียงห้าวเอ่ยท้วง

“แต่ยูไม่มีเวลาหรอกริสรู้ดี แค่หามาให้ริสก็ขอบคุณแล้ว ไม่รบกวนยูมากหรอก เกรงใจ” ไอริสเอ่ย

“เหอะ...เกรงใจเหรอ...มาเกรงใจอะไรตอนนี้ กวนมาตลอดจนไอชินแล้วล่ะ ยูไม่ต้องพูดให้มันสวยหรูหรอกริส ไอบอกแล้วว่าชินกับการเป็นขี้ข้ายู เอาไว้นี่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปช้อป ไปซื้อของให้มันกัน”

เขาเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้น เอาเจ้าหมาน้อยไปวางในเปลนอนที่มุมห้อง หาถ้วยเล็กใส่นมและน้ำให้มัน ภาชนะที่ใช้เป็นห้องน้ำของซัมเมอร์นั้นยังถูกเก็บไว้ที่ห้องเก็บของตรงสวนลอย เจฟิโอไปเดินเอาแบบที่เป็นกระบะทรายมาวางในห้องอันหนึ่ง

“สี่ทุ่มแล้วริส ยูนอนที่นี่เถอะ เจฟจะโทรไปบอกคุณลุงกับน้าแอมให้เอง” 

เจฟิโอเอ่ย ไอริสลังเล ระหว่างกลับบ้านไปหาบิดามารดากับอยู่กับเจ้าหมาน้อย

“อืม...ก็ได้ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับก็แล้วกัน” หญิงสาวตัดสินใจ

“ไปอาบน้ำสิ ไอจะโทรบอกพ่อแม่ยู แล้วออกไปข้างนอกหน่อย ยูก็อยู่กับเจ้าวินเทอร์ไปก็แล้วกัน”

เขาเอ่ยพร้อมกับเดินออกไปยังห้องรับแขก ค้นโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงกดโทรไปยังบ้านคอสต้า

ไอริสเล่นกับหมาน้อย มองดูมันหลับ จากนั้นก็เดินกลับไปห้องนอนแล้วอาบน้ำ ใส่ชุดนอนกางเกงเป็นลายการ์ตูนซันตาคลอสสีแดง หญิงสาวออกมาข้างนอก ร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์เดินออกมาจากห้อง ผมสีทรายใส่เจลตั้ง ใบหน้าคมสันดูอารมณ์ดี

“จะกลับดึกมั้ย”

หล่อนถาม สมัยอยู่ที่คฤหาสน์แม็คเคนซี่ในบอสตันไม่เคยเห็นตอนเขากลับจากเที่ยวเพราะหล่อนนอนหลับก่อนทุกครั้ง

“ยังไม่รู้” 

เขาตอบมองหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเดินมายืนตรงหน้า ไอริสมองสบตาสีน้ำเงินเข้ม เขามองหล่อนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือมาขยี้ผมแล้วผลักเบาๆ

“ไปนอนซะเด็กดื้อ”

เสียงห้าวเอ่ยพร้อมกับก้าวไปยังประตู ไอริสมองตามร่างสูงสมาร์ต รู้สึกแปลกประหลาดในหัวใจอย่างที่ไม่เข้าใจนัก เขาเอื้อมมือไปคว้าเสื้อแจ็คเก็ตที่แขวนตรงผนังข้างประตู พาดมันไปบนไหล่แล้วหันมามองนิ่ง ไอริสก็มองสบตาของเขานิ่งอยู่ตรงนั้น

“อ้าว มายืนมองอีก ไปนอน พรุ่งนี้ไอจะพาไปช้อป จะพาไปกินของอร่อยร้านโปรดของยู” 

เขาเอ่ยพร้อมกับยกมือโบกแล้วเปิดประตู ร่างสูงก้าวออกไปแล้วดึงประตูปิดตามหลัง

ไอริสถอนหายใจ มองดูเวลาสี่ทุ่มกว่า หญิงสาวจึงกลับไปห้องนอน โทรหามารดา

“ลูกริส ไหนว่าจะกลับมาบ้าน แม่เลยรอเก้อเลย คิดว่าจะได้กอดลูกสาวให้หายคิดถึงเสียหน่อย” 

เสียงมารดาเอ่ยตามมาตามสาย ได้ยินเสียงบิดากล่าวแว่วๆ ว่าจะให้ท่านไปรับหรือไม่ ไอริสยิ้มกับโทรศัพท์รู้ดีว่าตัวเองโชคดีอย่างที่สุดที่เกิดมาในครอบครัวที่แสนอบอุ่นและเติบโตมาท่ามกลางผู้คนที่รักหล่อน 

ครอบครัวในความรู้สึกของไอริสนั้น ไม่ได้หมายถึงเฉพาะที่บ้านคอสต้าเท่านั้น แต่หมายรวมถึง ครอบครัวแม็คเคนซี่ ครอบครัวสกินเบิร์ต ครอบครัวฮาร์ตสัน ครอบครัวมาร์กอส ครอบครัวเดลสัน ครอบครัวสตีเวนสัน และทุกครอบครัวที่เป็นคนสนิทรักใคร่ตั้งแต่รุ่นของบิดามารดา

“เจฟว่ามันดึกแล้ว เจฟให้หมาน้อยเป็นของขวัญริสด้วยค่ะแม่ มันน่ารักเหมือนซัมเมอร์ที่สุดเลย ริสเลยอยู่เป็นเพื่อนมันคืนนี้ แม่อย่างอนริสน้า”

“แม่ไม่งอนหรอกจ้ะ แต่อีกคนไม่แน่” 

เสียงมารดาเอ่ยกระเซ้าไปถึงบิดาของไอริส หญิงสาวหัวเราะเสียงใส

“บอกคุณพ่อนะคะว่าริสจะไปช่วยดูกาสิโนให้ในช่วงที่ได้หยุดเป็นการตอบแทนที่คุณพ่อซื้อเปียโนให้ริส” ไอริสเอ่ย

“ฮัลโหลไอริส” เสียงบิดาดังขึ้น

“ฮัลโหลแฮนด์ซั่ม คิดถึงที่สุด” หล่อนทักบิดาไปตามสาย

“ไม่ต้องมาปากหวานกับพ่อ หน็อย บ้านตัวเองมีไม่ยอมกลับ มาถึงเวกัสแล้วไปบ้านแม็คเคนซี่ก่อนบ้านพ่อแม่  มีอย่างที่ไหน แล้วอย่างนี้จะให้พ่อคิดยังไงหือ” เบอร์นาโด คอสต้า กล่าวทำเสียงเหมือนน้อยใจลูกสาว

“โถ พ่อขา ริสให้เจฟไปรับก็เลยเป็นแบบนี้ คุณพ่ออยากตามใจเจฟี่ทำไมละคะ พรุ่งนี้ริสจะรีบไปหาคุณพ่อแต่เช้าเลยค่ะ จะซื้อขนมอร่อยๆ ไปฝากนะคะ จุ๊บๆ” 

หล่อนทำเสียงง้อและเอาใจ ได้ยินเสียงหัวเราะดังเบาๆ มาตามสาย

“ไม่ต้อง เอาแค่ตัวลูกสาวพ่อมาถึงบ้านโดยเร็วและปลอดภัยก็พอแล้ว แต่จะให้พ่อไปรับตอนนี้ก็ได้นะ ยังไม่ดึกเท่าไหร่นี่” เสียงบิดาเอ่ยเสนอ

“อืม...ริสไม่อยากปลุกเจ้าวินเทอร์ค่ะพ่อ”

“เจ้าวินเทอร์?”

“หมาน้อย เจฟเขาหามาให้ริส มันน่ารักมากๆ เลยค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะพ่อ จุ๊บแก้มสองที และฝากจุ๊บคุณแม่ให้ริสด้วยนะคะ กู๊ดไนท์ค่ะพ่อ” 

หญิงสาวคุยเสร็จก็กดวางโทรศัพท์ จากนั้นก็ลุกจากเตียงไปยังห้องครัวเปิดตู้เย็นหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม เดินไปดูเจ้าวินเทอร์ มันนอนหลับลิ้นสีชมพูเล็กห้อยออกมา ไอริสหยิบโทรศัพท์มาถ่ายภาพไว้ หล่อนตั้งใจว่าจะบันทึกภาพเก็บเป็นไดอารี่เกี่ยวกับมันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เดินดูรูปของเจ้าซัมเมอร์ที่ติดอยู่บนผนัง มีรูปหล่อนกับเจฟิโอเมื่อตอนเขาอายุสิบห้า หล่อนอายุสิบสองปี กำลังช่วยกันอาบน้ำให้มัน คุณลุงสเตฟานเป็นคนถ่ายภาพให้ เจฟิโอเอาน้ำสายยางฉีดทั้งหล่อนทั้งเจ้าซัมเมอร์จนเปียกม่อล่อกม่อแล่กทั้งคู่

ไอริสจำได้ว่าวันนั้นสิ้นสุดลงด้วยการที่หล่อนแย่งสายยางแล้วจัดการฉีดน้ำใส่เขาจนเปียกโชกพอกัน เขาโมโหหล่อนมากที่ทำให้เสื้อยืดตัวใหม่ของเขาขาดเพราะหล่อนดึงตอนเขาวิ่งหนี เขาจึงแอบเอาตุ๊กตาหมีตัวโปรดของหล่อนที่พี่อัศณ์ส่งมาให้เป็นของขวัญวันเกิดไปบริจาคให้เด็กอนาถา ไอริสร้องไห้อยู่หลายวัน ไอ้คนชอบแกล้งยังไม่เคยสำนึกและยังคงแกล้งหล่อนทุกครั้งหากมีโอกาส ไอริสคิดว่าเขาเป็นโรคจิตที่ชอบเห็นหล่อนเจ็บตัวเพราะน้ำมือของเขา

แต่ต่อมาไอริสก็ได้หาโอกาสแก้แค้นคืน เมื่อหล่อนเอาตุ๊กตาที่ผู้หญิงให้เขาไปบริจาคบ้าง แต่เขาดูจะไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละ เจฟิโอไม่ใส่ใจตุ๊กตาอยู่แล้วเพราะเขาเป็นผู้ชายชอบเล่นของเล่นแบบผู้ชายมากกว่า เช่น ปืนและรถแข่ง ไอริสได้เรียนรู้ว่าเขาไม่สะดุ้งสะเทือนเรื่องข้าวของหาย หล่อนจึงหมดสนุกที่จะขโมยของเขาไปทิ้งในเวลาต่อมา

ไม่น่าเชื่อว่าวันเวลาจะผ่านไปรวดเร็วเช่นนี้ ไอริสรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้น มันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เอง ไอริสหัวเราะออกมาเมื่อเห็นภาพที่หน้าของเขาเต็มไปด้วยเค้กนอนอยู่บนพื้นโดยมีซัมเมอร์แลบลิ้นเลียหน้าแผลบเพื่อกินเค้กนั้น

เขาเป็นเด็กชายร่างสูงในภาพ ไอริสนึกถึงภาพร่างสูงสง่าที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันตัว ร่างสูงนั้นเต็มไปด้วยความแข็งแรงและกล้ามเนื้อที่หล่อนเห็นผู้หญิงทั้งหลายลงความเห็นว่า...เซ็กซี่

พี่ชายของหล่อนเนื้อหอมท่ามกลางเหล่าผู้หญิงที่มีโอกาสได้สมาคมกับเขา แต่เท่าที่ไอริสได้ยินมา เสียงกระซิบ ก๊อตซิปจากพวกเจ้าหล่อนว่า เจฟิโอ แม็คเคนซี่ นั้นเปรียวเหมือนม้าพยศ พวกหล่อนอยากจะเป็นคนที่ปราบม้าหนุ่มผู้สง่างามนามเจฟิโอให้เชื่องและตกอยู่ในอำนาจสักวันหนึ่ง 

ไอริสยิ้มขำกับเรื่องราวที่ได้ยิน นึกภาพไม่ออกเอาเสียเลยว่าใครกันจะมาปราบพี่ชายคนนี้ของไอริสให้อยู่หมัดได้ เจฟิโอจะยอมก็ต่อเมื่อเขาต้องการจะยอมเองเท่านั้น ไม่มีใครบังคับเขาได้หากเขาไม่ต้องการให้บังคับ

ไอริสมองดูภาพทุกภาพบนผนังแล้วบอกกู๊ดไนท์กับซัมเมอร์และก้มไปหอมเจ้าวินเทอร์น้อย ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง

***

รถสปอร์ตสีแดงคันหรูแล่นผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตก็เบรกเอี๊ยด จนคนนั่งฝั่งผู้โดยสารหัวคะมำและหน้าซีดด้วยความตกใจ

“ว้าย...อะไรกันคะเจฟ” เสียงผู้หญิงร้องวี้ดด้วยความตกใจ เจฟิโอเลี้ยวรถกลับไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต

“ผมจะซื้อของหน่อย” 

เสียงห้าวเอ่ยพร้อมกับขับรถไปจอดตรงที่จอด ทำให้หญิงสาวในชุดแดงเพลิงคล้ายกับสีรถชักสีหน้ามึนตึงทันที

“นี่มันห้าทุ่มแล้ว เรานัดพวกนั้นที่ผับตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วนะคะ คุณไปรับแซร่าสายแล้วนี่ยังจะมาแวะตามข้างทางอีก” เสียงบ่นดังขึ้น หากร่างสูงหาได้ใส่ใจไม่

“คุณรอสิบนาที หรือจะเรียกแท็กซี่ไปก่อนก็ได้ ผมซื้อของไม่นาน” 

เขาเอ่ยแล้วเดินเข้าไปภายใน แซร่าเบ้ปาก ภาพร่างสูงสง่าก้าวเดินด้วยความเชื่อมั่นทว่ารีแล็กซ์เป็นธรรมชาติทำให้ต้องคลายอาการมึนตึงลง เจฟิโอ แม็คเคนซี่ ลูกชายเจ้าพ่อเงินตราแห่งลาสเวกัส ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้หญิงจะได้ควงเขา ได้นั่งรถเขาและได้เดตกับเขานานเกินเดือน แต่นี่หล่อนสามารถชวนเขาไปเที่ยวได้สองครั้งแล้ว แซร่าบอกตัวเองว่าอย่าหาเรื่องโดนทิ้งดีกว่า

เจฟิโอเดินเข้าไปภายในแล้วซื้ออาหารสุนัข ของใช้จำเป็นที่มีขายในนั้น แล้วกลับออกมา โยนมันใส่หลังรถจากนั้นก็ขับรถไปยังผับ

“อ้าว คุณไม่ลงมาเหรอคะ” 

แซร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงผิดหวังอย่างแรงเมื่อเขาบอกให้หล่อนลง แล้วฝากขอโทษกลุ่มคนที่นัดกันเอาไว้

“ขอโทษที พอดีผมนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ” 

เขาตอบด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ เหมือนไม่ใส่ใจว่าหล่อนจะเชื่อหรือไม่ แซร่าพยายามเก็บอาการอยากกรี๊ดเอาไว้อย่างเต็มที่ มองท้ายรถสปอร์ตเลี้ยวกลับออกไปทางเดิมด้วยความโมโหและฉุนเฉียว คนในกลุ่มต่างก็รู้ว่าหล่อนกำลังเดตเขาอยู่ และหล่อนก็คุยเอาไว้เยอะด้วย แซร่าสะบัดหน้าให้กับกลุ่มฝุ่นที่เห็นจางๆ ตามหลังรถสปอร์ตที่ขับฉิ่วออกไปอย่างไม่แคร์หล่อนด้วยความน้อยใจและหัวเสีย

***

“เฮ้ย...ตื่นๆ...ริส”

เสียงเรียกดังขึ้น ไอริสดึงผ้าห่มมาคลุมร่าง คิดว่าฝัน แต่ก็ต้องงัวเงียตื่นเมื่อมีคนมากระตุกผ้าห่มออกจากร่าง

“ฮื่อ...” หล่อนทำเสียงในลำคอ

“เฮ้ย...ริสกี้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ มาดูว่าไอซื้ออะไรมา...เร็ว ลุก!” 

เสียงห้าวดังในห้องทำให้ไอริสค่อยปรือตาขึ้นด้วยความง่วง

“ไรอะเจฟ ริสจะนอน อืม...กี่ทุ่มกี่ยาม...อืม...”

“เที่ยง”

“หา...เที่ยงวันแล้วเหรอ” 

หล่อนอุทานกระพริบตาถี่ๆ แต่ก็รู้สึกหนังตาหนักอึ้งอย่างที่สุด

“บ้าเหรอ เที่ยงคืน ไอซื้อของมาให้เจ้าวินเทอร์มัน” 

เขาเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือมาดึงแขนให้หล่อนลุกขึ้นนั่ง

“ริสง่วงมาก...เอาไว้พรุ่งนี้น่า...นะ... อืม” 

หล่อนเอ่ยพร้อมขืนตัวไม่ยอมลุกนั่ง นอนหลับตาอยู่ต่อไป

“เฮ้ย ที่ไออุตส่าห์ยกเลิกนัดแล้วแวะซื้อมาให้ยูนะริส ตื่นมาดูเร็ว ไม่ตื่นไอจะเอาน้ำมาสาดนะ” 

เขาขู่พร้อมกับดึงแขนแรงๆ ไอริสถอนหายใจค่อยลืมตาขึ้นแล้วยอมให้เขาดึงแขนลุกขึ้นนั่ง เจฟิโอรู้สึกรำคาญไอ้คนขี้เซายิ่งนัก เขาก้มไปตวัดอุ้มร่างเล็กขึ้นสู่วงแขน ไอริสยิ้มซบหน้าไปกับอกของเขาแล้วหลับต่อ

เจฟิโออุ้มหล่อนมายังห้องของเจ้าหมาน้อยแล้วโยนไปบนโซฟาอย่างแกล้งๆ ไอริสสะดุ้งตกใจ

“...ไอ้...ฮือ...เจฟิโอ...ยูจะทำให้ไอหัวใจวายนะแบบนี้ ไอ้คนนิสัยไม่ดี” 

หล่อนด่าพร้อมกับขยับลุกขึ้นนั่งใช้หลังมือขยี้ตา

ตรงกลางห้องมีของวางสุมอยู่ ร่างสูงยืนเท้าสะเอวมองหล่อน

“แหกตาดูสิริส ไอกวาดซื้อมาทุกอย่างที่มันขายที่นั่นเลย ไอซื้อเสื้อให้มันด้วยนะ นี่ไง เป็นเซต มีเสื้อสำหรับยูกับหมา...สีชมพู สีโปรดของยู...ไหนใส่ให้ดูหน่อยเร็ว”

เขาเอ่ยสั่ง ไอริสเอนตัวไปพิงโซฟา ดีใจที่เขาได้ของมาให้เจ้าวินเทอร์แต่ตอนนี้หล่อนง่วงจริงๆ เพราะเหนื่อยกับการเดินทางและการที่เพิ่งเสร็จจากการทัวร์มาราธอน พอได้ล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มก็รู้สึกอยากจะนอนยาวๆ

“อืม...ไอง่วงจริงๆ นะเจฟ พรุ่งนี้สัญญาว่าจะใส่ให้ดู...นะ”

ไอริสกล่าวก่อนจะฝืนลุกขึ้นเดินไปลูบหัวเจ้าวินเทอร์ที่หลับขี้เซาพอกัน มันไม่ยอมตื่นมาสนใจเสียงดังปานฟ้าผ่าของเจฟิโอเลย ไอริสเดินหันหลังกลับไป

“นี่หรือที่ไออุตส่าห์เลิกนัดแล้วกลับมาบ้าน ยูมันช่างน่าผิดหวังจริงๆ ริส” 

เขาบ่นพร้อมกับเดินมาแล้วย่อตัวลงอุ้มร่างบางพากลับไปยังห้องนอนตามเดิม ไอริสยิ้มที่เขายอมฟังและไม่แกล้งหล่อนอีกในครั้งนี้

เจฟิโอวางร่างเล็กลงบนที่นอนกว้าง เอื้อมมือไปหยิกแก้มทีหนึ่งไม่เบานัก แต่หล่อนไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ แสดงว่าง่วงจริงอะไรจริง เขาปัดผมที่ระใบหน้าให้แล้วดึงผ้าห่มมาห่มให้ถึงคอ

“กู๊ดไนท์ยัยคนขี้เซา” 

เขาเอ่ยเบาๆ พร้อมกับก้มไปจูบลงบนหน้าผาก ยืนมองหล่อนหายใจลึกและแผ่วเบาอยู่ครู่หนึ่ง

“พี่อัศณ์...อืม” 

เสียงเล็กละเมอออกมาพร้อมกับริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มราวกับกำลังฝันดี ทำให้คิ้วเข้มของคนยืนมองอยู่ขมวดมุ่นชนกันทันที

 “หน็อย...ริอ่านฝันถึงผู้ชายนะริสกี้...แม่งเอ๊ย...” 

เขาเอ่ยแล้วสบถกับตัวเอง หันหลังเดินออกจากห้องไปด้วยความหงุดหงิดหัวเสีย

*****************************

เอาไปอีกหนึ่งตอนค่ะ สำหรับใครที่รอลุ้นคู่นี้อยู่

น้องริสเขาฝังใจแบบประทับใจพี่อัศณ์มากจริงๆ ค่ะ...พี่เจฟจะว่าไงนะ...อืม...

ความคิดเห็น