ถ้าใจจะหื่น กี่หมื่นคำโปรย ก็...โอ้ย... ไม่จำเป็น!!

#7 : ใช้แล้วทิ้ง (75%)

ชื่อตอน : #7 : ใช้แล้วทิ้ง (75%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 253.1k

ความคิดเห็น : 394

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 11:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#7 : ใช้แล้วทิ้ง (75%)
แบบอักษร

ร่างสูงชะลูดภายใต้ชุดสูทสั่งตัดยืนอยู่เหนือบันไดขั้นที่สาม มือหนาวางทาบบนราวเหล็ก เขาชะงักขาข้างที่กำลังจะก้าวลง เปลี่ยนเป็นยืนนิ่งอย่างมั่นคงขณะเงี่ยหูฟังเสียงรองเท้าส้นสูงของคนที่กำลังเดินสวนทางขึ้นมา

มันเป็นจังหวะที่คุ้นเคย...

ช่างรื่นหู...

แล้วเจ้าของเสียงนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหัวมุม ร่างสะโอดสะองสวมเชิ้ตสีครีมอ่อน ลำแขนบางกอดแฟ้มเอกสารไว้เต็มอก กระโปรงทรงดินสอช่วยขับเน้นสะโพกงามให้เซ็กซี่ในทุกย่างก้าว ต่างจากวงหน้าจิ้มลิ้มที่เคร่งขรึมอย่างคนคิดไม่ตก แวบแรกเจ้าหล่อนคงไม่เห็นเขา จนกระทั่งสบเข้ากับปลายรองเท้าหนังมันปลาบเป็นอย่างแรก

พอแหงนหน้าขึ้น จึงก้มศีรษะให้นิดหนึ่งเป็นการทักทาย

“ท่านประธาน”

คนถูกทักทำท่าเหมือนจะพูดอะไร... แต่ก็เปลี่ยนใจ

“คุณวรรณรสา หลังประชุมฝ่ายตอนบ่ายเสร็จช่วยไปพบผมที่ห้องด้วย”

“ดิฉันมีนัดสัมภาษณ์พนักงานใหม่ต่อ” หัวหน้าฝ่ายบุคคลค้านอย่างนุ่มนวล “เป็นเรื่องเร่งด่วนรึเปล่าคะ ถ้ายังไงให้คุณเจนใจไปแทนก่อ...”

“เปล่า ช่างเถอะ” 

เธอไม่แปลกใจด้วยซ้ำเมื่อได้ยินคำตอบ หญิงสาวก้มศีรษะให้อีกครั้ง ก่อนจะหลบทางเพื่อรอให้เขาเป็นฝ่ายเดินลงไปก่อนตามมารยาท ชายหนุ่มจึงจำใจต้องก้าวลงบันได

แต่พอเหยียบลงไปบนขั้นเดียวกับเธอ เขาก็พึมพำเรียกแผ่วเบา...

“เก้า…”

“ขอโทษนะคะท่านประธาน แต่ดิฉันจะไม่พูดเรื่องส่วนตัวในเวลางาน...” เธอสาวเท้าขึ้นบันได ก่อนจะอุทานออกมานิดนึงเมื่อส้นรองเท้าเกิดหักเป๊าะจนทรงตัวไม่อยู่ 

“เฮ้ยๆๆ” คนที่ยืนข้างกันคว้าเอวบางไว้ทันก่อนจะหงายลงไป หมดมาดประธานในทันใด

“คัทททททท”

คีตศิลป์พ่นลมออกมาหลังพบว่าตนเองดึงนางเอกสาวเข้าสู่อ้อมกอดสำเร็จ เอกสารซึ่งเป็นพร็อพประกอบฉากปลิวกระจายแต่ไม่มีใครคิดจะใส่ใจ เขารัดเอวเธอแน่น อีกมือจับราวบันไดไว้เป็นหลักยึด หลังอึ้งกันไปหลายวินาที ชายหนุ่มก็ก้มลงถาม

“เป็นอะไรรึเปล่าเธอ”

ทีมงานที่อยู่แถวนั้นวิ่งกรูเข้ามารุมทันทีเพื่อดูอาการคนที่เกือบตกบันได มีคนวอ.เรียกเฮดฝ่ายคอสตูมที่อยู่ในห้องแต่งตัวอีกฝั่งของตึก

“ข้อเท้า...” ฟองสมุทรดันอกเขาออกเมื่อตั้งหลักได้ “...เจ็บนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร”

“ใครก็ได้หาน้ำแข็งใส่ถุงมาให้ลูกสาวด้วย” ป้าจุ๊ ผู้กำกับร่างยักษ์ที่นั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์และได้ยินถ้วนทุกคำผ่านไมค์ไวเลสรีบยกวอ.สั่ง “พักกองครึ่งชั่วโมง ตามนังขิงมาเช็คส้นรองเท้า มารึยัง! ถ้าฟองเป็นอะไรไปฉันจะให้มันว่ายข้ามทะเลอันดามันไปอินเดีย...”

ดูเหมือนผู้กำกับมือทองจะมีน้ำโหไม่น้อยกับอุบัติเหตุตั้งแต่วันแรกของการเปิดกล้อง ฟองสมุทรยิ้มเจื่อนให้ทุกคนก่อนจะค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของพระเอกคู่ขวัญแล้วหันไปขอให้อลิยาเป็นคนประคองไปยังห้องแต่งตัวแทน

ผู้จัดการสาวเหลือบมองคีตศิลป์นิดหนึ่ง ซึ่งเขาก็ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมานอกจากการยอมคล้อยตาม

อันที่จริงทุกคนก็สังเกต และลงความเห็นในใจกันไปเรียบร้อยแล้วว่าสองคนนี้ไม่ถูกกันอย่างรุนแรง

หลังจากที่คีตศิลป์เข้าไปคุยกับชาครอย่างตรงไปตรงมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ชายหนุ่มพบว่าฟองสมุทรเริ่มหลบหน้าเขา ทั้งในวันอ่านบทครั้งแรกที่มีนักข่าวมากมาย กระทั่งถึงวันฟิตติ้งก่อนเปิดกล้อง เธอก็แทบไม่สบตาเขา เอาแต่เกาะอลิยาแจประหนึ่งเจ้าหล่อนเป็นเกราะป้องกัน

ช่วงแรกเขาเข้าใจว่าเธอคงเขินกับเรื่องที่ทั้งคู่ทำอย่างเร่าร้อนบนพรมในห้องรับแขก เพราะเผลอมองตากันกี่ครั้งสาวเจ้าก็หน้าแดงก่ำ... เธอยังคงตอบข้อความดีไม่มีสะดุด โทรศัพท์ก็ยอมรับสายทุกครั้งที่เขาโทรหา แม้จะไม่มีเวลาเจอกันอย่างเป็นส่วนตัว แต่ต่างคนต่างรู้เสมอว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน

แต่วันนี้... เขาเริ่มคิดแล้วว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล

“น้องคิงส์เป็นอะไรรึเปล่าคะ กลับไปนั่งพักก่อนไหม ป้าจุ๊องค์ลงแล้วน่าจะยาว” 

“ครับ?”

คนที่ถูกขัดจังหวะความคิดเพิ่งรู้ว่าเขายังยืนกุมคางอยู่ที่เดิม ทีมงานหลายคนที่ยืนเช็คกล้องเก็บพร็อพแถวนั้นกำลังมองมา เขาลดมือลง โค้งศีรษะให้ทุกคนนิดนึง ก่อนจะรีบก้าวไปทางออฟฟิศชั้นสามซึ่งบัดนี้ถูกดัดแปลงและยึดครองโดยฝ่ายคอสตูม

.

.

.

ละครเรื่อง 'Love At First Night' หรือ 'คืนรัก' เป็นเรื่องราวของท่านประธานผู้หลงตัวเองซึ่งเผลอไปมีอะไรกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลแสนเฮี้ยบ จากที่มองกันแบบเจ้านายลูกน้อง ความสัมพันธ์จึงเปลี่ยนไป แถมความล้ำลึกของเรื่องคือพระเอกนางเอกเคยหลงรักกันมาก่อน... แต่นางเอกเป็นฝ่ายแกล้งความจำเสื่อมเพราะความรู้สึกผิดจากอุบัติเหตุในอดีต

นอกจากความดราม่าขั้นสุด บทยังยากเย็นจนใช้เวลานับปีกว่าค่ายฟิฟตี้ไฟว์จะเขียนเสร็จ

“ดีนะที่คิงส์เขาคว้าน้องทัน” อลิยาว่ากับผู้จัดการกองถ่ายซึ่งตอนนี้มายืนดูอาการของนางเอกที่กำลังประคบเย็นตรงข้อเท้า ฟองสมุทรย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่เจ็บมาก แต่ทุกคนคิดว่าป้องกันไว้ก่อนน่าจะดีกว่า “บันไดสี่ขั้นกับส้นสูงสี่นิ้ว กลิ้งลงไปไม่อยากจะคิด...”

“ไอ้ขิงโดนแดกหัวใหญ่เลย...” นางว่า ก่อนจะรับเอกสารของทีมคอนทินิวส์มาดู พลิกพลางสั่งงาน “...เซ็ตเช้าไม่มีซีนไหนใช้รองเท้าคู่นี้ เดี๋ยวให้คนเปลี่ยนคู่ใหม่แล้วมาร์กไว้ในใบ...”

คีตศิลป์เปิดประตูเข้ามาพอดี พอเห็นผู้จัดการกองเข้าจึงเดินมาถาม

“ถ่ายซีนเดิมต่อไหมครับ”

“ก็คงต้องอย่างนั้น ไม่งั้นกว่าจะแทรกคิวถ่ายซ่อมได้อีกทีคงหลังกลับจากญี่ปุ่นโน่น” ที่จริงซีนนี้เป็นซีนสุดท้ายของวัน นักแสดงคนอื่นกลับไปหมดแต่ทีมงานที่ยังไม่ได้เริ่มเก็บของ หล่อนเหลือบไปทางนางเอก “ฟองไหวไหม”

“ไหวค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปเตรียมงานก่อน... ต้องไปกู้ไอ้ขิงคืนมาจากป้าจุ๊ด้วย ไม่งั้นรองเท้าใหม่มีหวังปิ้ว สีเบจสวยๆ ยิ่งหายากอยู่ ออกไปซื้อใหม่ตอนนี้รถติดตายชัก”

“ฟองมีคู่สำรองอยู่ในรถ...” อลิยาหันไปให้คำปรึกษา “...ลองไปดูก่อนไหมคะ น่าจะใช้ได้”

ทีมงานทั้งหลายสุมหัวเข้ามาชั่วครู่จึงแยกย้ายไปทำงาน แล้วฟองสมุทรก็พบว่าเธอถูกทิ้งให้นั่งข้างคีตศิลป์บนเก้าอี้นวมตัวยาว ฝั่งหนึ่งรกด้วยเอกสารที่เรียงเกือบเป็นระเบียบ เขาจึงเบียดใกล้เธอจนชายเสื้อแทบจะสีกัน

ชายหนุ่มหันมา แล้วก็พบว่าคนที่มองเขาอยู่... รีบเบือนหน้าหลบตา

นัยน์ตาคู่คมหรี่ลง

“เป็นอะไร”

“เปล่า” คนหูแดงอ้อมแอ้มตอบ

เขาจึงลดเสียงลงอีกนิด พอให้มั่นใจว่าจะได้ยินกันแค่สองคน

“งั้นหลบตาฉันทำไม... หรือพอเห็นหน้าฉันแล้วเธอกลายเป็นคนลามก คิดเรื่องแบบนั้นทุกห้าวินาที”

คนถูกถามบิดตัวไปมาอย่างเหนียมอาย สองมือซึ่งประสานอยู่บนหน้าตักบีบเข้าหากันแน่น เธอเอียงหน้าหลบเขาจนเกือบจะเก้าสิบองศา ก่อนยอมรับออกมาในที่สุด

“อือ”

--------------------------

พรี่รู้ได้ไง น้องอุตส่าห์ไม่พูดดดดดดดด

​อย่างพี่น่ะ อย่าว่าแต่ทุกห้าวินาทีเลยค่ะ แค่เห็นหน้า น้องก็คิดตลอดเว--- แค่กๆๆๆ

(พับเพียบสงบเสงี่ยมอย่างกุลสตรี)

ปล. ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ไม่มีฉากบนเตียง... แต่จะห้องน้ำ ระเบียง ฟูก โซฟา พรม ฟิตเนส ในรถ ดาดฟ้า ลิฟท์ ริมหาด ในเต้นท์ เรือแจว ห้องแต่งตัว บ่อน้ำร้อน อะไรก็ว่ากันอีกที

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว