email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15: Friends

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 101

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2561 20:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15: Friends
แบบอักษร

Blood metal: สงครามสองดินแดน** **

Home and Destiny

Chapter: XV

...**Friends...

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ สมรภูมิรบแห่งรัสเซีย ประเทศรัสเซีย ชายแดนระหว่างสองมหาอำนาจ

“บางที่พวกเราน่าจะหาอะไรคุยกันซักหน่อยนะ…” เสียงของรอชพูดขึ้นขณะที่กำลังนั่งอยู่บนรถเพื่อเดินทางไปยังเมืองครัสโนยาสค์ซึ่งเป็นจุดหมายในการชนะสงครามครั้งนี้ หลังจากที่ทุกคนบนรถนั่งกันเงียบๆก็เริ่มมีคนพูดขึ้นเรื่อยๆ หาเรื่องมาคุยกันเรื่อยๆหลังจากที่รอชได้กล่าวคำนั้นออกไป อเล็กซ์จึงหันไปคุยกับรอชว่า “นายว่าหลังจากที่พวกเรากลับไปแล้วนายจะทำอะไรต่ออย่างนั้นหรอ?” รอชจึงยิ้มและตอบกลับว่า “ฉันว่าฉันจะเปิดร้านขายของน่ะ…” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ก็ไม่เลวนะ...ส่วนฉันว่าฉันจะกลับไปทำไร่กับแม่และยายน่ะ” รอชยิ้มและตอบกลับว่า “ก็ไม่เลวเหมือนกันนะเนี้ย ฉันไปเป็นลูกจ้างนายได้ไหมล่ะเนี้ย?” หลังจากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะกัน หลังจากนั้นอเล็กซ์จึงหันไปถามร้อยโทแฮงค์บ้าง “แล้วคุณล่ะร้อยโท คุณกลับไปได้คุณจะกลับไปทำอะไรต่ออย่างนั้นหรอ?” ร้อยโทยิ้มและหัวเราะพร้อมกับตอบกลับอเล็กซ์ไปว่า “ฉันน่ะนะก็จะยังคงเป็นตำรวจแบบนี้ไปอีกซักพักล่ะ หลังจากนั้นก็ว่าจะไปเป็นครูน่ะ” อเล็กซ์และทุกคนบนรถต่างตกใจและและถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “เป็นครู!?” ร้อยโทแฮงค์จึงตอบกลับว่า “ไม่เชื่อใจฉันอย่างนั้นหรอ? เห็นแบบนี้ฉันก็จบด้านเคมีมานะ…” อเล็กซ์จึงถามร้อยโทแฮงค์ไปว่า “คุณมีความรู้ขนาดนั้นแท้ๆทำไมถึงมาเข้ากรมตำรวจล่ะครับ?” แฮงค์จึงตอบกลับว่า “เมื่อก่อนฉันคิดว่าฉันอยากเห็นโลกที่มันสวยงามมากขึ้นโดยที่ฉันมีส่วนร่วมในการสร้างมันให้ดี แต่ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ…” หลังจากนั้นร้อยโทแฮงค์ก็หยิบบุหรี่ขึ้นมากำลังจะจุดเพื่อสูบแต่เขาก็ชะงักและพูดขึ้นว่า “มันไม่ดีต่อสุขภาพของทุกคนนิเนอะ…” ร้อยโทแฮงค์จึงโยนซองบุหรี่และทิ้งลงข้างทางไป อเล็กซ์เห็นดังนั้นจึงถามกลับไปว่า “นี้ร้อยโทสูบบุหรี่กับเขาด้วยหรอ?” แฮงค์จึงตอบกลับว่า “ก็นานๆทีน่ะนะ ฉันสูบครั้งล่าสุดเมื่อประมาณสี่เดือนก่อนเห็นจะได้” อเล็กซ์ตกใจและพูดว่า “โห...นั้นมันตั้งแต่ผมเข้ามากองตำรวจใหม่ๆเลยนะนั้น” แฮงค์จึงทำหน้าตกใจเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “ฮะ...สี่เดือนแล้วหรอเนี้ย? วันเวลามันช่างผ่านไปไวจริงๆเลยนะ แต่ทำไมก็ไม่รู้เวลาที่อยู่ที่นี้จึงเดินช้าเหลือเกิน” อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “แล้วทุกคนล่ะ! กลับไปแล้วจะไปทำอะไรกันอย่างนั้นหรอ?” ทุกคนจึงตอบกลับอเล็กซ์ไปและทุกคนก็ใช้เวลาพูดคุยกันอย่างสนุกสนานบนรถคันนั้น**

**ครึ่งชั่วโมงผ่านไป…

**ทุกคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่บนรถ แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงปืนดังขึ้นและคนที่นั่งอยู่บนรถก็โดนยิงตาย อเล็กซ์และทุกคนที่ยังรอดก็หมอบลงกับพื้น ร้อยโทแฮงค์จึงพูดขึ้นว่า “ทุกคนเตรียมพร้อม!! อยู่ตรงนี้ก็มีแต่ตายกับตาย!!” ทุกคนที่หมอบอยู่นั้นได้ทำการเช็คกระสุนปืนของตัวเองก่อนที่แฮงค์จะสั่งให้ทุกคนเปิดท้ายรถเพื่อออกจากรถให้เร็วที่สุด ในขณะที่ทุกคนกำลังลงจากรถก็มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก รถคันอื่นๆก็ทำเช่นเดียวกัน ร้อยโทแฮงค์จึงดึงเสื้ออเล็กซ์และลากเข้าไปหลบด้านข้างของรถ ร้อยโทแฮงค์หันมองซ้ายขวาพร้อมกับถามว่า “รอดมาได้เท่าไหร่!?” รอชจึงตอบว่า “ประมาณยี่สิบครับร้อยโท!!” ร้อยโทแฮงค์ได้ยินดังนั้นจึงพูดว่า “บ้าเอ๋ย!! เมื่อกี้ยังมีกันกว่าสี่สิบ ไอ้พวกระยำเอ๋ย!!” อเล็กซ์จึงถามแฮงค์ว่า “เอาไงดีครับร้อยโท!?” แฮงค์จึงตอบกลับว่า “ให้ทุกคนหยิบระเบิดมือขึ้นมาและขว้างไปในทิศที่พวกมันยิงมา เราต้องหวังผลกับระเบิดก่อน ไม่งั้นเราก็ตาย!!” ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงหยิบระเบิดขึ้นมาดึงสลักออกและขว้างไปในทิศที่ศัตรูยิงมา เสียงระเบิดดังกระหน่ำขึ้นไม่ต่ำกว่ายี่สิบลูก เมื่อเสียงระเบิดสงบลงเสียงปืนของฝ่ายศัตรูก็สงบลงเช่นกัน แฮงค์รอซักพักและหยิบมีดของเขาขึ้นมาพร้อมกับหมากฝรั่งและกระจก แฮงค์เคี้ยวหมากฝรั่งและคายออกมาแปะไว้ที่มีดตามด้วยแปะกระจกเข้ากับมีดเพื่อส่องดูข้างนอก แฮงค์ไม่เห็นอะไรนอกจากซากต้นไม้ที่โดนระเบิด เขาจึงให้สัญญาณมือกับทีมอื่นๆว่าให้กระจายกำลังได้ ตำรวจหน่วยอื่นๆได้เห็นสัญญาณมือดังนั้นจึงค่อยกระจายกำลังออกอย่างช้าๆ แฮงค์และทีมของเขาอีกสองคนก็ได้ออกจากที่กำบังเพื่อเตรียมตัวป้องกันให้หน่วยอื่นๆที่กำลังกระจายกำลังอยู่ แฮงค์และทีมเล็งปืนไปทางป่าที่ศัตรูยิงมาและกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ นิ้วของเขาพร้อมที่จะลั่นไกได้ทุกเมื่อเมื่อเห็นอะไรเคลื่อนไหว ทีมของเขาเริ่มเหงือตกเพราะความตรึงเคลียด ในขณะที่หน่วยอื่นกำลังกระจายกำลังกันอยู่นั้นก็มีเสียงปืนลั่นขึ้นหลายนัดและเงียบลง แฮงค์จึงตะโกนถามออกไปว่า “เฮ้!! มีใครเป็นอะไรไหม?” อีกทีมจึงตะโกนตอบกลับมาว่า “ไม่เป็นไรๆ ทางนี้เก็บไอ้พวกหมูอักษะที่รอดตายไปน่ะ” แฮงค์จึงหันหน้ากลับมาเตรียมตัวอีกครั้ง เมื่อทีมอื่นกระจายกำลังเสร็จแฮงค์จึงนำทีมของเขาค่อยๆเข้าไปสำรวจในป่า อเล็กซ์จึงถามแฮงค์ว่า “พวกเราจะเข้าไปทำไมหรอครับ? พวกเราควรไปต่อนะครับ” แฮงค์จึงตอบกลับว่า “นายอยากให้เหตุการแบบเมื่อกี้เกิดขึ้นกับคนอื่นด้วยอย่างนั้นหรอ?” อเล็กซ์เงียบและแฮงค์ก็พูดต่อว่า “ระวังตัวกันด้วยล่ะทุกคน เรากำลังจะเข้าดงศัตรูแล้ว” ทีมของแฮงค์กำปืนแน่น แฮงค์หันหน้าไปมองด้านซ้ายของเขาก็พบว่าทีมอื่นๆก็กำลังเข้าด้วยเหมือนกัน แฮงค์จึงให้สัญญาณมือไปว่าให้ระวังตัวและรอคำสั่ง ทีมอื่นตอบกลับว่ารับทราบ แฮงค์เห็นดังนั้นจึงค่อยๆย่องเข้าไปดูก่อน แฮงค์ส่งเข้าไปในป่าและพบกับซากศพของทหารอักษะและเศษเนื้อที่แหลกจากแรงระเบิดเกลื่อนเต็มไปหมด แฮงค์จึงให้สัญญาณมือว่าให้เข้าได้กับทุกๆคน ทุกทีมจึงเข้าไปตรวจสอบหาผู้รอดชีวิต

**สี่สิบนาทีผ่านไป…

**ทุกหน่วยออกจากป่าและเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังเมืองถัดไป แฮงค์ถึงเดินไปดูที่หน้ารถบริเวณที่นั่งคนขับ เขาจึงพบว่าคนขับกับตำรวจอีกนายที่นั่งมาข้างๆนั้นถูกยิงจนพลุนไปแล้ว แฮงค์เลยพูดขึ้นมาว่า “เห้! ในทีมเรามีใครจะอาสามาขับรถหน่อยไหม? พอดีคนขับหลับอยู่น่ะ” ตำรวจนายนึงก็รีบวิ่งมาหาแฮงค์และพูดว่า “ผมขออาสาครับ” แฮงค์จึงพูดว่า “เยี่ยมมากเราจะได้ไปต่อกัน ฝากเอาคนขับคนเก่ากับเพื่อนตำรวจของเขาไปนอนให้เป็นที่เป็นทางด้วยล่ะ” ตำรวจอาสาคนนั้นจึงหันมองเข้าไปด้านหน้ารถและพบเห็นเข้าจึงทำหน้าแหยงๆ แฮงค์จึงพูดว่า “อ่อ...ข้างหน้ามีที่ว่างอีกทีนะ ไปนั่งเป็นเพื่อนคนขับมันหน่อยสิ…” รอชจึงวิ่งไปข้างหน้ารถทันทีเมื่อแฮงค์พูดจบ แฮงค์จึงพูดต่อว่า “อ่อใช่...อย่าลืมช่วยกันเก็บป้ายชื่อคนที่เสียชีวิตด้วยล่ะ” ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงช่วยกันเก็บป้ายชื่อ อเล็กซ์เดินไปเก็บป้ายชื่อของศพตำรวจคนอื่นๆและหันไปเห็นเข้ากับตำรวจนายนึงที่นั่งร้องไห้อยู่ข้างศพของตำรวจอีกนาย อเล็กซ์ทำหน้าเศร้าๆและเดินเข้าไปแตะที่ไหล่ของตำรวจคนนั้นและพูดว่า “เรากำลังจะไปกันแล้วนะ เสียใจด้วยกับเพื่อนของนายนะ” อเล็กซ์เดินไปเก็บป้ายชื่อต่อ ในขณะที่เขากำลังเก็บป้ายชื่ออยู่นั้นเอง เขาก็เห็นเข้ากับทหารฝ่ายอักษะที่รอดตายกำลังหลบซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ ทหารนายนั้นร้องไห้พร้อมกับส่ายหน้า อเล็กซ์ยืนมองด้วยความสงสารอย่างมาก อเล็กซ์จึงยกมือขึ้นเพื่อบอกให้รู้ว่าไม่ต้องกลัว ทหารรายนั้นจึงร้องไห้หนักขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นเหนือหัวและทันทีที่เขายกมือขึ้น เสียงปืนก็ลั่นกระหน่ำไปที่ทหารรายนั้นทันที อเล็กซ์ตกใจเป็นอย่างมากและหันหลังไปดู เขาเห็นจ่าของหน่วยอื่นเล็งปืนไปทางทหารนายนั้นพร้อมกับเขม่าดินปืนที่ยังลอยอยู่บริเวณปากกระบอก จ่าลดปืนลงและพูดขึ้นว่า “ถ้าเก็บป้ายชื่อเสร็จแล้วก็ขึ้นรถ…” เมื่อจ่าพูดเสร็จก็เดินไปขึ้นรถทันที อเล็กซ์ยืนอึ้งรอชจึงเดินมาแตะไหล่พร้อมกับพูดว่า “ฉันเข้าใจความรู้สึกของนายนะ แต่เราต้องไปต่อ...ฉะนั้นขึ้นรถเถอะ” รอชพูดเสร็จก็เดินไปขึ้นรถทันที อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงเดินตามไปขึ้นรถและทุกหน่วยก็ออกรถเดินทางต่อไปยังเมืองถัดไป…

To be continue…************

ความคิดเห็น