facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 13 เพราะอยากมีเธอต่อไป (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 เพราะอยากมีเธอต่อไป (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 56.7k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 19:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 เพราะอยากมีเธอต่อไป (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่ 13 เพราะอยากมีเธอต่อไป 

 

“ผมอยากเจอเขา!! ” 

 

ผมรีบตะเบ๊งเสียงออกไปให้ดังที่สุด เพียงเพื่อหวังให้มันช่วยหยุดขาของคุณเเฟรงค์ที่กำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ไปหลังจากที่เขาเป็นคนเอาข้าวเเละกระดาษข้อความเเผ่นเล็กๆ นั้นมาวางให้ผมเหมือนทุกวัน 

 

"ใครเหรอครับ?" คุณเเฟรงค์หยุดขาที่กำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ไป  เเล้วหันมามองผมที่วิ่งตามออกมาจากบ้าน  

"เจ้านายของคุณไง...เขาเอาเเต่หลบหน้าผม...ทั้งๆที่ควรเป็นผมที่..." 

"ควรเป็นคุณที่ทำไมเหรอครับ?" 

“เปล่าครับ...เเต่ว่า...คุณพาผมไปเจอได้ไหม” 

“...ผมคงตัดสินใจเเทนนายไม่ได้...เเต่จะลองถามดูนะครับ...ตอนนี้คุณหมอเข้าไปทานอาหารเช้าเเล้วเตรียมตัวไปทำงานก่อนเถอะนะครับ” เขาพูดออกมาก่อนจะยิ้มให้ผมนิดๆ เเล้วเดินเข้าลิฟต์ไป 

 

เพราะคุณเเฟรงค์พูดมาเเบบนั้น ผมเลยทำได้เเค่หมุนตัว เเล้วเดินกลับเข้ามาในบ้านเเทน ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาซึ่งใช้นั่งกินข้าวประจำ...บ้างที่ผมก็คิดนะว่าผมจะต้องมีโต๊ะกินข้าวไปทำไมในเมื่อความเป็นจริงผมเเทบไม่ได้เฉียดกายไปใกล้โต๊ะกินข้าวในครัวเลยด้วยซ้ำ 

 

ผมนั่งลงกินข้าวที่เขาเอามาให้เงียบๆ จนหมด ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้....ข้อความ...ข้อความน้อยๆจากเขา ที่มักจะได้ในทุกๆ วัน...เเละผมคิดว่าวันนี้ก็เช่นกัน 

 

ผมกวาดสายตามองหาเศษกระดาษเเผ่นเล็กๆ เเต่ก็ไม่เจอมันอยู่บนโต๊ะอย่างที่ควรจะเป็น....หรือว่าจะร่วงนะ??? 

 

ไม่ว่าเปล่า ผมรีบก้มลงมองไปที่พื้นด้านล่างอย่างกระตือรือร้น ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องไปใส่ใจกับเเค่กระดาษเเผ่นเดียว...เเต่ว่า...ความรู้สึกมันกลับบอกว่าต้องหากระดาษเเผ่นนั้น...จนสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษเเผ่นน้อยๆ ที่หล่นอยู่ข้างๆ โซฟาที่ผมนั่ง....ไม่รอช้า...ผมรีบก้มไปหยิบมันขึ้นมาอ่านในทันที 

 

‘ดีกันนะ’ 

 

ข้อความสั้นๆ เพียงเเค่นั้น....เเต่กลับทำให้ผมรู้สึกดีเเบบนี้นะ... 

 

“ก็มาให้เจอหน่อยสิ” ผมพูดออกมาเบาๆ เหมือนพึมพำกับตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาตอนไหน เเต่ก็เลือกที่จะยิ้มต่อไปเเบบนั้นละ.... 

 

ก็ยังงงๆ กับความคิดในสมองของตัวเองอยู่นะ...จะว่าไงดีละ.....เหมือนว่าความรู้สึกในตอนเเรกที่เคยมี มันหายไปหมดเเล้ว...ในหัวผมเหลือเเค่ว่า....อยากเจอเขา...เเล้วคุยกันให้รู้เรื่อง...ไม่อยากจะเสียเวลาอีกเเล้ว 

. 

. 

. 

ผมไม่รู้ว่าตัวเองนั่งชะเง้อมองไปทางประตูบ้านมานานเเค่ไหนเเล้ว เเต่ที่จำได้คือพอกลับจากโรงพยาบาลก็รีบอาบน้ำ เเต่งตัว เเล้วมานั่งรอคุณเเฟรงค์ที่จะเอาข้าวเย็นมาให้ทันที.... 

 

“...วันนี้ผมมาช้าเหรอครับ คุณหมอคงหิวเเย่เลยใช่ไหม” คุณเเฟรงค์ที่พึ่งจะเดินเข้ามาพูดขึ้นขำๆ วางจานสปาเก็ตตี้ลงบนโต๊ะ 

“เอ่อ...เปล่าครับ ผมเเค่ไม่มีอะไรทำเลยมานั่งเล่นเฉยๆ ” ผมพูดเเก้ตัวออกไป ก็ไม่รู้ทำไมต้องเเก้ตัวด้วย เเค่บอกไปว่ามานั่งรอฟังคำตอบมันจะยากอะไร-*- 

“งั้นเหรอครับ....วันนี้เป็นสปาเก็ตตี้เส้นดำผัดขี้เมานะครับ....เเล้วก็นี้ครับ” เขาพูดออกมายิ้มๆ เหมือนจะรู้ทัน ก่อนจะส่งกระดาษเเผ่นเล็กๆ มาให้เหมือนอย่างเคย 

“....เเล้วเรื่องเมื่อเช้าล่ะครับ” ผมรับกระดาษเเผ่นนั้นมา เเต่ยังไม่ได้อ่านอะไรทันนั้น เพราะเลือกที่จะฟังคำตอบที่ตัวเองอยากรู้ก่อน 

“....นายออกไปคุยงานข้างนอกครับ ท่านให้ผมกลับมาก่อนเพื่อเอาอาหารมาเสิร์ฟคุณหมอ เดี๋ยวผมคงต้องกลับไปหานายเเล้ว ตอน 3 ทุ่มจะให้คนนำนมอุ่นๆ มาให้เหมือนเดิมนะครับ” 

 

เขาคงจะไม่อยากเจอหน้าผมเเล้ว....เเต่มันต้องเป็นผมสิที่ไม่อยากเจอ...โอ๊ย!! คนๆนี้นิ!!! จะปั่นหัวผมไปถึงไหนกัน! 

 

“ส่วนเรื่องจะได้เจอกันนั้น...นายจะเป็นคนมาหาคุณเอง...รอหน่อยนะครับ” 

 

ช่างเเมร่งเเล้ว!!! อุส่าห์อยากคุยด้วยก็มาหลบหน้า....ไอ้คุณท่านบ้า!!! 

 

ซู่ดด!! 

 

ผมซูดเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนเกือบจะสำลัก  สายตาก็มองอ่านข้อความที่อยู่ในกระดาษไปด้วย 

 

‘ลืมเรื่องเก่าๆ ไป เเล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ไหม....’ 

 

ชิ!! 

 

ทำเป็นพูดดี...ก็เเล้วทำไมไม่โผล่หัวมาสักทีเล่า!!! 

 

ไม่สนด้วยแล้ว....ไม่ต้องมาหาเลยก็ดี....คนบ้า...คนโกหก...ผมอยากจะขย้ำกระดาษในมือให้แหลกไปเลย...แต่ก็ทำไม่ได้อยู่ดีเลยจำใจลุกเดินเข้ามาในห้องนอนแทน....ผมเดินไปเปิดกล่องใบเล็กที่ด้านในผมเก็บพวกเอกสารสำคัญๆ เอาไว้ ก่อนจะวางเจ้าเศษกระดาษแผ่นเล็กๆ นั้นลงไปอยู่กับเพื่อนของมันที่ผมได้มาก่อนหน้านั้น 

 

“นี้ถ้าผ่านอาทิตย์นี้ไม่มาคุยกันให้รู้เรื่องนะ....ก็ไม่ต้องมาคุยด้วยแล้ว...หึ!” น้อยไปหรือเปล่านะ?? 

 

ผมนอนเอนกาย ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนที่นอนนุ่มๆ หยิบเอกสารเกี่ยวกับการเเพทย์ที่อยู่ข้างหัวเตียงมาเปิดอ่านรายละเอียดข้างใน....ตอนนี้ถ้ากลับไทยไปผมก็เป็นเเค่เเพทย์รักษาโรคทั่วไป ต้องไปเรียนเฉพาะทางอีก....ก็กำลังเลือกอยู่เหมือนกันว่าจะเรียนเฉพาะทางด้านใน.... 

 

เเต่ที่คิดๆ ไว้ ผมว่าจะเลือกเป็นเเพทย์เฉพาะทางที่คิดว่ายายน่าจะได้ประโยชน์ที่สุด....จะเรียนเป็นอายุรเเพทย์ดีไหมนะ?? 

 

อายุรเเพทย์เเบบพี่วิเวียร์หรือจะเรียนเป็นเเพทย์ผ่าตัดเเบบพี่ซาฟ่าดีนะ??? คงต้องลองปรึกษาพวกพี่ๆดูเเล้วละ... 

 

คิดเรื่องอนาคตของตัวเองอยู่ดีๆ เเต่ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหนมารู้ตัวอีกที่ก็น่าจะ 3 ทุ่มเเล้ว เพราะได้ยินเสียงเคาะประตูห้องนอน...คงจะมีคนเอานมมาให้เหมือนทุกทีละมั้ง... 

 

“อืออ...เอาวางไว้ที่โต๊ะเลยครับ” ผมบิดขี้เกียจเเล้วตะโกนบอกออกไปเป็นภาษาอังกฤษ 

 

เเต่เสียงเคาะนั้นก็ยังดังอยู่...หรือว่าจะเป็นคนอื่นเอามาให้ไม่ใช่คุณเเฟรงค์เหมือนทุกที....จริงสิ! คุณเเฟรงค์บอกจะไปหา...เขานี้น่า.... 

 

พอคิดได้เเบบนั้นก็รีบลุกจากเตียงนอน จัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยเเล้วรีบเดินมาเปิดประตูห้องนอน... 

 

“ไง” ผมมองคนตรงหน้าที่พูดทักทายออกมา 

“....คุณ..” 

 

พวกเรามองสบตากันนิ่งๆ ใบหน้าคมเผยรอยยิ้มออกมานิดๆ ๆ เเล้วส่งเเก้วนมอุ่นๆ มาให้ 

 

“จะได้ฝันดี” 

“มาทำไมครับ” ทั้งๆ ที่ไม่ควรจะถามออกไปเเบบนั้นเเต่ว่า....ขอวางมาดหน่อยเถอะ ปล่อยให้ผมฟุ้งซ่านอยู่นั้งกี่วันกัน 

"กินก่อนสิ" เขาบอกเเล้วส่งเเก้วนมมาให้ผม พอเห็นว่าผมยอมกินจนหมดเเก้วเเล้วก็รับเเก้วกลับไปวางเอาไว้บนหลังตู้ที่อยู่ใกล้ๆ 

“ฉัน...ขอโทษ” เขาพูดออกมาเสียงเบา เเต่มันโคตรทำให้ผมรู้สึกดีเลย...ไม่รู้สิ...อาจเป็นเพราะสัมผัสได้ถึงความจริงจังจากน้ำเสียงนั้นก็ได้ 

“เรื่องอะไรครับ???” 

“ก็เรื่อง...” 

“ผมลืมไปหมดเเล้ว” 

“อะไรนะ??” 

“ก็คุณบอกเองนิว่าให้ลืม....เเล้วมาสร้างความทรงจำกันใหม่” ผมพูดออกไปยิ้มๆ 

 

ตอนเเรกกะจะถามเขาว่าทำไมต้องปิดผม...เเต่พอคิดดูเเล้ว...รู้ไปก็เท่านั้นอะ....ลืมๆ มันไปเเบบที่เขาว่าก็ดีเหมือนกัน 

 

“เธอพูดจริงเหรอ” 

“อือ ผมพูดจริง” 

“เเต่ถึงจะพูดเเบบนั้น ก็อยากจะขอโทษเธออยู่ดี…ที่ฉันทำไปทั้งหมด...มันเพราะว่าฉัน...อยากมีเธอต่อไป...ไม่ใช่จบลงแค่เวลาตามสัญญาจ้างของเธอ...แต่อยากมีเธอต่อๆ ไป....ไม่สิ้นสุด” เขาพูดออกมาเสียงจริงจัง และแน่นอนว่าผมเชื่อว่าที่เขาพูดมาคือความจริง 

“ผมเอง...ก็...ขอโทษครับ พอมาคิดดูเเล้วก็ผมเองเนี่ยเเหละ คิดเองเออเองอยู่คนเดียว...เเถมยังขี้ตู่ว่าคุณเป็นบอดี้การ์ดอีก....บอดี้การ์ดอะไรกันใช้ของเเบนด์เนมขนาดดด...” 

 

คำพูดของผมค่อยๆ จางหายไป พร้อมๆ เเรงกอดของร่างสูงที่ฉุดรั้งผมเข้ามากอดเอาไว้จนหน้าผมจมไปกับอกเเกร่งนั้น.... 

 

“หายโกรธฉันเเล้วสินะเจ้าตัวขาว” เสียงพูดพึมพำเบาๆ คล้ายๆ กับบ่นกับตัวเอง จนผมไม่รู้ว่าเขาพูดกับผมหรือเปล่า...เเต่ว่านะ... 

 

เจ้าตัวขาวเหรอ? ผมเหรอ?? 

 

“....มันก็ต้องเเน่อยู่เเล้วละครับ...” 

 

เรากอดกันอยู่อย่างนั้น...ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน...เสียงของหัวใจทั้งสองดวงที่เต้นไปพร้อมๆ กะนในจังหวะเดียวกันนั้นมันทำให้ผมยิ้มไม่หุบ....ไม่สนใจเเล้วว่าที่ผ่านมาคืออะไร...เเต่ผมมั่นใจว่าไอ้อาการที่เป็นตอนเนี่ย...คล้ายๆ จะเคยเกิดขึ้นกับผมเมื่อ 3 ปีก่อน...ต่างกันเเค่...คนตรงหน้าเป็นคนที่ทำให้ผม.. 

 

...อยากพาไปให้ยายเห็นหน้าที่สุด อยากให้ได้รู้จักกับคนในครอบครัวของผมที่สุด 

. 

. 

. 

“จะนอนนี้เหรอครับ?” ผมถามออกไปเมื่อเห็นอีกคนที่กำลังทำตัวเนียนๆ อยู่บนเตียงนอนของผม 

“ไม่ได้?” 

“ครับไม่ได้” ผมพูดออกไปเสียงนิ่ง เเล้วหมุนตัวไปที่ตู้เสื้อผ้าของตัวเอง ค้นๆ หาเสื้อผ้าของอีกฝ่ายที่เคยทิ้งเอาไว้ เเล้วเอาไปยื่นให้เขา 

“ถ้าจะนอนต้องอาบน้ำครับ...เหม็นเหล้า...กับน้ำหอม” 

 

ผมมองจ้องไปที่ใบหน้าของอีกคน จนได้ยินเสียงหึที่มาพร้อมๆ กับรอยยิ้มชอบใจของอีกฝ่าย...หัวเราะอะไรเล่า!! ก็มันเหม็นจริงๆ นิ!! กลิ่นอย่างกับน้ำหอมผู้หญิง! 

 

“ไปคุยงาน ก็เลยดื่มมานิดหน่อย...ส่วนน้ำหอมคงติดมาตอนช่วยพยุงลูกค้า” 

“ทำไมต้องพยุง??” ผมถามออกไปหน้านิ่ง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเหมือนกัน 

“เขาเมา” 

“ไม่มีคนอื่นเหรอครับ ทำไมเจ้านายอย่างคุณต้องทำด้วย! ” 

“....” เขามองหน้าผมอย่างกับไม่เชื่อหูตัวเอง ก็แล้วที่พูดมันผิดตรงไหน...แต่พอเห็นเขายังมองอยู่แบบนั้นเลยจ้องพูดขอโทษออกไปเพราะไปยุ่งเรื่องของเขา 

“ข...ขอโทษครับ...ผม” 

“ไม่เป็นไร ฉันชอบ” ร่างสูงพูดออกมาอย่างอ่อนโยน ยกมือขึ้นมาขยี้หัวผมอย่างเอ็นดูเเล้วเดินเเยกออกไป 

 

ชอบเหรอ? จะมีใครชอบที่โดนคนอื่นวุ่นวายเรื่องของตัวเองด้วยหรือไง 

 

เราเคลียร์กันเรียบร้อยเเล้ว หลังจากวันนั้นเขาก็เเทบจะย้ายตัวเองมาอยู่กับผมที่บ้านพักนี้เลย ในตู้เสื้อผ้าผมกว่าครึ่งก็เป็นชุดของเขา....อาหารเช้าเเละเย็นยังถูกจัดส่งมาจากบ้านหลังใหญ่นั้นเหมือนเดิม ต่างกันเเค่จากเมนูจานเดียวก็กลายเป็นอาหารชุดใหญ่ที่สามารถกินได้เป็น 10 คน เเล้วยังมีพวกชุดดำที่มายืนคลุมรอบนอกของตัวบ้านด้วย ถึงตอนเเรกจะรู้สึกเเปลกๆ เเต่พวกเขาก็ไม่ได้เข้ามายุ่งมาวุ่นวายภายในบ้านผมเลยปล่อยผ่าน หรือบ้างที่ก็จะเเบ่งอาหารชุดใหญ่พวกนั้นไปให้พวกเขาด้วย เพราะกินเเค่ 2 คน เเต่อาหารเยอะเกินไปจนกินไม่หมด 

 

“ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเเล้วสิ” พี่วิเวียร์ที่พึ่งเดินเข้ามาร้องทักขึ้น ตอนที่เห็นผมนั่งเหม่ออยู่ที่โซฟาในห้องพักหมอ 

“ทำไมคิดเเบบนั้นครับ” 

“ก็ดูสิ หน้าสดใสขนาดนี้....มีอะไรดีๆเหรอ?” พี่วิเวียร์เดินมานั่งลงข้างๆ ผม พร้อมกับพูดออกมาด้วยท่าทีกระตือรือร้นสุดๆ 

“เอ่อ...ก็...” 

“ข้างนอกคนเยอะจัง” 

 

บทสนทนาของเราหยุดลงเมื่อมีผู้มาใหม่ปรากฏตัว นั้นก็คือพี่ซาฟ่าที่เดินถือถึงขนมเเละเเก้วกาเเฟมา 2 เเก้ว คงจะไปซื้อจากร้านในโรงอาหารมานั้นเเหละ...ส่วนที่เขาพูดเเบบนั้นผมเดาว่าคงหมายถึงพี่ 2 คนชุดดำที่ยืนขนาบทั้งสองข้างของประตูอยู่นั้นเเหละ....ตามคำสั่งของนายใหญ่ของทีนี้ไงครับ...วันนั้นพอเคลียร์กันจบก็สั่งว่าผมต้องมีผู้ติดตามเวลาออกมาจากบ้านเเล้วก็ส่งสองคนนี้มา ส่วนเวลาอยู่ในบ้านก็จะมีพวกชุดดำที่เฝ้าบ้านเอาไว้อยู่เเล้ว 

 

บางครั้งผมก็งงนะว่าพี่สองคนนี้รู้ได้ไงว่าผมจะออกไปไหนตอนไหน พอลงมาถึงชั้นล่างทีไรก็จะเจอพวกเขายืนรออยู่ก่อนเเล้ว มันก็อึดอัดนิดหน่อยที่มีคนค่อยตามเเบบนี้ เเต่พวกเขาก็คงรู้ความคิดผม ถึงได้ตามอยู่ห่างๆ เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลก็จะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องเท่านั้นไม่ได้ตามไปวุ่นวายเวลาผมทำงาน... 

 

“2 คนนั้นนะเหรอ...ท่านคงส่งมาเฝ้า” พี่วิเวียร์หันมามองหน้าผมอย่างเเซวๆ 

“ทำให้พวกพี่อึดอัดหรือเปล่า” 

“ตอนมาวันเเรกพี่นี้ตกใจเลย เเต่ตอนนี้ชินเเล้วละ” 

“เเล้วทำไมท่านต้องส่งมาเฝ้า” 

“ยังต้องถามอีกเหรอตาบ้า ก็เพราะพิเศษไง” 

 

เสียงพี่วิเวียร์กับพี่ซาฟ่าดังอยู่ใกล้ๆ ผมได้เเต่ยิ้มขำสองคนนั้น ที่ตอนเเรกเหมือนจะเถียงกันเรื่องของผมเเต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นหยอกล้อกันเสียงมากกว่า 

 

“ผมจะไปราววอร์ดเเล้ว งั้นขอตัวนะครับ” ผมพูดยิ้มๆ เเล้วหยิบเสื้อกาวร์มาสวม 

“จะไปเเล้วเหรอ งั้นพี่เอาขนมวางไว้บนโต๊ะเรานะ” 

“ครับ...เอ่อ ผมขอเอาไปให้พวกข้างนอกได้ไหมครับ” 

“อือ เอาสิ” พี่วิเวียร์พยักหน้ารับ เเล้วหันไปสนใจคุกกี้ในมือต่อ 

“เดี๋ยวผมจะไปเดินราวด์ พวกพี่ไปพักกันก่อนเถอะครับ กว่าจะเสร็จก็คงเกือบเที่ยง...เเล้วก็นี้ขนมครับ” ดีหน่อยที่คุณโทมัสให้คนที่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้มาตามผม เลยสามารถสื่อสารกันได้ 

“งั้นเดี๋ยวตอนเที่ยงพวกผมจะกลับมานะครับ” 

“ครับ” 

 

ผมพยักหน้ารับ เเล้วเดินเเยกออกมาทันที พอคิดๆ ดูเเล้วถึงตอนเเรกจะไม่ค่อยชินกับการมีคนมาคอยตามเเบบนี้เเต่มันก็.... 

 

...ไม่เเย่เท่าไรนะ 

 

............................................................. 

 

 

#โทมัส 

 

"เรียบร้อยเเล้วใช่ไหม" 

"ครับนาย....ผมทำตามที่นายสั่ง..เอาอาหารเช้ากับข้อความของนายไปให้คุณหมอเรียบร้อยเเล้วครับ" 

"ดี....เขาถามถึงฉันไหมครับ" 

"คุณหมออยากเจอนายครับ" 

"งั้นเหรอ" 

 

เเฟรงค์มองใบหน้าของเจ้านายตัวเองที่ถูกตอนนี้ถูกเติมเต็มด้วยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าเเละมีเเววตาที่อ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน....จะว่าเเปลกใจมันก็ใช่....เเต่เพราะเขาทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้านายของเขาเป็นเเบบนี้...เเน่นอนว่าคือ...คุณหมอคนใหม่ที่พึ่งจะมาทำงานที่นี้ยังไม่ทันถึงปี....เเต่กับมีอิทธิ์พลถึงขนาดทำให้เจ้านายของเขาเที่ยวหาได้ตลอด....ไหนจะเรื่องกล้องมากมายที่สั่งให้ติดเอาไว้ในบ้านหลังนั้นอีก.... 

 

เเต่ที่มันทำให้เเฟรงค์มั่นใจมากยิ่งขึ้นคือ....การที่เห็นเจ้านายของตัวเองเอาเเต่นั่งจ้องมองไปที่จอภาพที่ฉายภาพภายในบ้านหลังนั้นอยู่....เเละก็ยังมีรอยยิ้มที่มักปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจ้านายเขาเวลาที่เเอบไปหาคุณหมอฟิวส์ตอนกลางคืนเเบบไม่ให้เขารู้ตัวอีก 

 

"อีกไม่นานหรอก...คืนนี้เเกไม่ต้องเอานมไปให้นะ....ฉันจะไปเอง" 

"ครับนาย" 

 

ผมมองตามเจ้านายของตัวเองไป....พอนึกย้อนไปถึงท่าทางร้อนร้นของคุณหมอเมื่อเช้านี้...ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามที่นายของผมต้องการเเล้วสิ 

 

เขาคิดทุกอย่างเอาไว้เเล้วจริงๆ....เเละเเฟรงค์เองก็คงเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปโดยปริยาย-*- 

เคลียร์กันเเล้วน่าาาา  บอกเเล้วว่าไม่มาม่าเพราะเขามุ้งมิ้ง 55555555 

ส่วนเรื่องเเพทย์เฉพาะทางนั้น ไรท์ก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรอะ....เอาจริงๆก็รู้เเค่ชื่อ  เเต่ไม่ค่อยรู่รายละเอียดเท่าไร ถ้าผิดพลาดตรงไหนขอโทษด้วยเด้ออออออออออออ 

BY: ลั้น ลา 

 

ความคิดเห็น