facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 3 หวั่น...

ชื่อตอน : บทที่ 3 หวั่น...

คำค้น : กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2561 16:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 หวั่น...
แบบอักษร

​“เหมือนมีเซ้นส์ชอบกล วันนี้เราทำของโปรดของเจฟกับไอริสด้วยใช่ไหมโจ ว่าแต่แวะบ้านแม็คเคนซี่กันหรือยังล่ะนี่”

เบนเอ่ยถามเจฟิโอในตอนท้าย

“ยังเลย ริสหิว เจฟแล้วพาขับมานี่ก่อน” 

ไอริสตอบอย่างใสซื่อ แต่อีกคนยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแล้วยืนเงียบ เบนกับโจซิเฟียสบตากันแล้วอมยิ้ม เพราะเหตุผลที่รู้กันดีที่เจฟิโอเลี่ยงไม่แวะบ้านตัวเองนั้นก็คือ ถ้าหากแวะบ้านพ่อกับแม่ก่อน เขาจะต้องโดนซักพฤติกรรมเมื่อสามวันก่อนที่ไปมีเรื่องในผับแห่งหนึ่ง ตอนนี้สเตฟาน แม็คเคนซี่กำลังรอลูกชายเข้าบ้านอย่างใจเย็น แต่เจฟิโอรู้ดีว่าเวลาไหนควรอยู่ห่างจากบ้านแม็คเคนซี่ให้มากที่สุด

“มาเถอะจ้ะ น้าโจจะตั้งโต๊ะละ ทานกันตอนร้อนๆ เลย” โจซิเฟียเอ่ยชวนพลางดึงมือไอริสเข้าไปในห้องครัว

“เจฟขอกุ้งเยอะๆ นะ” เสียงห้าวตะโกนตามหลังไป เบนเดินนำเจฟิโอไปยังห้องทานข้าวที่อยู่ติดกับห้องครัว

“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น” 

เบนเอ่ยถาม เจฟิโอมองหน้าพี่เลี้ยงที่เขารักและเคารพมาตลอดตั้งแต่จำความได้

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับเบน อย่าใส่ใจเลยน่า” 

ชายหนุ่มทำเสียงว่ามันไม่สำคัญ ดึงเก้าอี้ตัวที่นั่งประจำออกแล้วหย่อนตัวลงนั่ง เบนนั่งตรงหัวโต๊ะ

“แต่เจฟไม่มีเรื่องกับใครที่ไม่ใช่ศัตรูโดยตรง ผมได้ยินมาว่าเป็นคนขาจรคราวนี้” 

เบนเอ่ยราบเรียบ ด้วยรู้จักนิสัยของชายหนุ่มลูกเจ้านายที่เขารักดั่งลูกดี เจฟิโอยกมือขึ้นเสยผมรู้สึกนับถือคนตรงหน้ามากยิ่งขึ้นไปอีก เบนไม่เคยทิ้งลักษณะของบอดีการ์ดที่รู้รอบและรอบรู้ ส่วนสเตฟาน แม็คเคนซี่นั้น ไม่ต้องสงสัยให้เสียเวลาเลยว่าท่านรู้ความเคลื่อนไหวของเจฟิโอได้อย่างไร บอดีการ์ดของตระกูลแม็คเคนซี่นั้นไม่เคยทำให้ผู้เป็นนายผิดหวังหากต้องการข้อมูล

“เจฟอาจจะเซ็งแล้วอยากเตะปากคนก็ได้นี่” 

เขาเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ 

"แล้วมันเป็นแบบนั้นหรือเปล่า" ผู้มากวัยและมากประสบการณ์กว่าเอ่ยถาม

"ไม่สำคัญจริงๆ เบน ถ้าสำคัญแล้วเจฟต้องบอกอยู่แล้ว" เจฟิโอเอ่ยยืนกรานไม่ยอมเล่า

เบนยอมแพ้ ถ้าเจฟิโอไม่ต้องการเล่า ก็ไม่มีใครบังคับเขาได้ เบนนึกถึงความห่ามและบ้าระห่ำของผู้เป็นนายเมื่อสมัยยังหนุ่ม ลูกชายก็ช่างถอดแบบพ่อมาได้ไม่มีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะในเรื่องของความไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น พร้อมเดินหน้าชนแล้วค่อยถามทีหลังตามสายเลือดแม็คเคนซี่ฝั่งลาสเวกัส

“เจฟไม่ต้องตอบผม แต่หวังว่าเมื่อคุณพ่อถาม เจฟจะมีคำตอบให้นะ” 

เบนเอ่ย เจฟิโอยกมือขึ้นเสยผมอีกครั้ง

“เบนบอกคุณพ่อเลยว่าเจฟยุ่งที่โรงแรม ยังไม่เข้าบ้านหรอก” เจฟิโอบ่ายเบี่ยง

“ไม่เข้าคงไม่ได้ เพราะริสจะไปหาแม่ไวน์กับคุณลุง” 

เสียงใสเอ่ยดังขึ้นพร้อมกับเดินเข็นรถใส่อาหารมา เจฟิโอหันไปมอง

“ขับรถไปเองสิ เจฟให้ยืมเดี๋ยวเจฟจะเอารถที่นี่ขับกลับโรงแรมเอง” เสียงห้าวเอ่ยตอบ 

ไอริสตักข้าวผัดให้ทุกคน โจซิเฟียรินน้ำแร่ใส่แก้ว ทุกคนทราบดีว่าบ้านนี้กับบ้านมาร์กอสชอบดื่มน้ำแร่

“ดีเลย เพราะริสมีเรื่องจะฟ้องคุณลุงกับแม่ไวน์ด้วย ไม่อยากให้ยูอยู่ด้วย” 

ไอริสทำลอยหน้าพูด เจฟิโอเห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้จึงเอื้อมมือไปคีบจมูกโด่งเล็กของหล่อนแล้วดึง ไอริสตีมือของเขา  

เผียะ! 

"เฮ้ย เจ็บนะ ปล่อย...อูย" 

หล่อนร้องเจ็บ แต่เขาไม่ยอมปล่อย หญิงสาวจึงเอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งเป็นสันตรงของเขาบ้างเป็นการเอาคืนให้สมน้ำสมเนื้อกัน เจฟิโอใช้อีกมือบีบแขนเล็กทำหน้ายิ้มเยาะเพราะเป็นต่อด้านกำลัง จนไอริสต้องยอมปล่อยเพราะเขาบีบจริงจนหล่อนเจ็บและแขนเป็นรอยแดงปื้นทันตาเห็น

“ยัยเด็กขี้ฟ้อง ห้ามพูดเรื่องไอแกล้งล่ะ เอ่อ ไม่ได้แกล้ง เจฟหมายถึงที่เจฟฝึกริสให้เข้มแข็งน่ะ” 

เจฟิโอรีบกล่าวแก้เมื่อเห็นโจซิเฟียหยุดมือที่กำลังตักข้าวผัดแล้วเงยหน้าขึ้นมาฟัง เบนจุดยิ้ม ภาพเด็กสองคนนี้แกล้งกันตั้งแต่เดินตั้งไข่ได้นั้นเป็นภาพที่ทุกคนในกลุ่มเห็นจนชาชินแล้วและถือเป็นเรื่องปกติ

ไอริสนั่งลงข้างๆ ร่างสูง เขาจ้วงช้อนไปในจานของหล่อนแล้วตักกุ้งตัวโตไปใส่จานตัวเองทันที

“เฮ้ย...นั่นของไอนะ ของยูก็ล้นจานอยู่แล้ว ยังจะตะกละแย่งของเขาอีก” 

ไอริสต่อว่าแล้วใช้ส้อมจิ้มกุ้งคืน แต่มีหรือเจฟิโอจะยอมเขาจับมือที่ถือส้อมของหล่อนแน่น

“วางลงริส...ตัวโตมีคอเรสเตอรอลเยอะ ไออุตส่าห์จะกินให้ ยูตัวเล็กก็กินตัวเล็กๆ ไปสิ” 

เขาเอ่ยโต้ ไอริสสูดปากเจ็บมือ หล่อนใช้มืออีกข้างหยิกหลังมือของเขา

“แต่นี่มันของริส ริสจองตั้งแต่อยู่ในครัวแล้ว น้าโจบอกตัวนี้ของไอ ปล่อยสิ เจฟอ่ะ ริสไม่ยอมนะ ริสไม่ได้กินตั้งนานแล้ว เจฟอยู่ใกล้แหล่งอาหารมาแย่งของริสทำไม” 

หญิงสาวโวยวาย ใบหน้าเล็กงอง้ำอ้าปากงับแขนล่ำข้างที่กำลังแย่งหล่อนอยู่ เจฟิโอสะดุ้งโหยง

“โอ๊ย...ยัยหมาบ้า กัดเก่งจริง เฮ้ย...โอเคๆ ยอมแล้ว” 

เสียงร้องเจ็บพร้อมกับยอมปล่อยมือที่ถือส้อมจิ้มกุ้งของไอริส ไอริสย้ำฟันลงไปเต็มแรงด้วยความแค้น

“เฮ้ย...เจ็บนะ ปล่อยซะทีสิ ไอไม่ใช่ที่ลับฟันของยูนะริส เอะอะก็กัดเอากัดเอาแบบนี้ หมาบ้าชัดๆ”

เจฟิโอโวยวายแล้วผลักศีรษะเล็กออก ไอริสยอมปล่อย หญิงสาวยิ้มสะใจที่เอาชนะเขาได้ในครั้งนี้

“น้าโจทำตั้งเยอะแยะ แย่งกันเป็นเด็กๆ ไปได้”

โจซิเฟียเอ่ย ทั้งสองไม่ได้ห้ามปรามเพราะชินกับเด็กคู่นี้ รู้ว่าจะต้องแกล้งกันจนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะแล้วก็จะหยุดไปเอง

“พลีสคงไปบ้านทาริตามเคยสินะคะ แล้วไบรอันล่ะคะ” 

ไอริสเอ่ยถามถึงรุ่นน้องซึ่งเป็นลูกๆ ของเบนกับโจซิเฟีย พาลีซ่าอายุสิบแปดปี ไบรอันอายุสิบหกปี เด็กๆ บ้านนี้กับบ้านมาร์กอสนั้นซี้ปึ้กกัน พาลีซ่าแก่กว่าทาริต้าไม่กี่เดือน เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งห้องเดียวกัน ส่วนไบรอันกับเทวินก็อายุเท่ากันและเรียนไฮสกูลห้องเดียวกันด้วย

“ใช่จ้ะเห็นว่ามีงานกลุ่มเลยค้างที่บ้านทาริ ส่วนไบรอันกับเทวินไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียนจ้ะ” โจซิเฟียเอ่ยตอบ

ทั้งสี่คนทานข้าวไปคุยกันไป เจฟิโอตักกุ้งตัวหนึ่งไปจ่อปากให้ไอริส หญิงสาวยิ้มแล้วอ้าปากรับ เขาจำได้ว่าหล่อนชอบกุ้งที่มีไข่ ไอริสเคี้ยวกินตุ้ยๆ อย่างมีความสุข

“เจฟใจดีเห็นหรือเปล่า อย่าลืมบอกแม่ด้วยล่ะ”

ไอ้คนให้แล้วหวังผลรีบเอ่ยออกมาพร้อมกับรวบช้อนอิ่ม ไอริสหุบยิ้มฉับย่นจมูกให้เขา เพราะเขาอิ่มและกินไม่หมดนั่นเองถึงยอมยกเจ้ากุ้งนั่นให้หล่อน

หลังจากทานเสร็จก็พากันขอตัวกลับตามนิสัยแค่ต้องการฝากท้อง เจฟิโอเดินมาเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย ไอริสก้าวขึ้นไปนั่งฝั่งผู้โดยสาร

“ไอจะไปส่งยูที่บ้านนะ” เสียงห้าวเอ่ยบอก

“เฮ้ย ริสจะแวะไปหาแม่ไวน์กับคุณลุงก่อน” ไอริสเอ่ยท้วง เจฟิโอหันมามอง ใบหน้าหล่อร้ายขมวดมุ่นนิดหนึ่ง

“ยูมันตัวยุ่งที่สุดรู้ไหมริส... ก็ได้ แต่ห้ามฟ้องแม่ล่ะ” เขาหันมากำชับ

“ฟ้องอะไร ริสไม่ใช่คนขี้ฟ้อง มีแต่พูดความจริงทุกครั้ง” สาวน้อยเอ่ยเถียง

“ไม่รู้ล่ะ ไหนลองซ้อมกันก่อน ตามสเต็ป ลองพูดมาซิ” 

เจฟิโอคะยั้นคะยอ รู้กันดีทั้งคู่ว่าหากเจอหน้าไอริส มารดาและบิดาของเขาจะต้องถามว่า เขาแกล้งหล่อนหรือเปล่าเป็นคำถามแรก

“เอ่อน่า รู้แล้ว...ไม่พูดอะไรให้ยูต้องโดนด่าหรอก ไปเถอะมันค่ำมากแล้ว ริสจะโทรไปบอกคุณแม่ก่อนนะว่าเจฟจะไปส่ง”

หญิงสาวเอ่ยแล้วล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรหามารดา เจฟิโอสตาร์ทรถแล้วขับพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วตามนิสัยเท้าไว

“ห้ามอยู่คุยนานนะ เพราะไอมีนัดคืนนี้” เสียงห้าวเอ่ยกำชับ

เพียงห้านาที รถสปอร์ตคันโฉบเฉี่ยวก็เคลื่อนเลี้ยวเข้าไปในรั้วคอนกรีตสูงทาสีครีม ประตูรั้วอัลลอยด์ดัดเป็นรูปโค้งสวยมีเครื่องหมายสัญลักษณ์ของตระกูลแม็คเคนซี่ตามที่เห็นในโรงแรมและบริษัทในเครือ 

ถนนคอนกรีตกว้างจากประตูรั้วถึงตัวคฤหาสน์มีเสาโคมไฟเป็นระยะ ขอบถนนปลูกดอกไม้สีเหลืองทั้งสองข้าง หน้าบ้านเป็นสนามหญ้าตัดเรียบเป็นสี่เหลี่ยมกว้างมาก ขนาดตีกอล์ฟออกกำลังแขนเล่นได้สบาย ตัวบ้านเป็นตึกสามชั้นหลังใหญ่ขนาดหลายสิบห้องนอน โทนสีครีมสลับสีกุหลาบ ดูหรูและโรแมนติก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามารดาเป็นผู้เลือกโทนเฉดสี ลานด้านหน้าคฤหาสน์มีน้ำพุขนาดใหญ่ รูปปั้นเทพธิดายืนบีบมวยผมที่มารดาเคยเล่าตำนานเรื่องแม่พระธรณีให้ฟัง

เจฟิโอหยุดรถตรงหน้าโรงจอดรถของแมนชั่น ไอริสรีบเปิดประตูลงไปแล้วควานหาเหรียญ

“เอาอีกละ อยากจะรู้นักว่าแต่ละครั้งนี่ยูอธิษฐานอะไร เห็นมาทีไรเป็นโยนทุกที” 

เสียงห้าวเอ่ยดังด้านหลัง ไอริสกำเหรียญแล้วหลับตาอธิษฐาน หญิงสาวยิ้มแล้วโยนมันลงไปในน้ำพุตามความเชื่อ ร่างบางหันมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนชิดอยู่ เขาจ้องหน้าหล่อนเหมือนรอฟังคำตอบ

“เฮ้ย เรื่องอธิษฐานไม่มีใครเขาบอกกัน เพราะถ้าบอกแล้วมันจะไม่เป็นจริง” 

เสียงใสเอ่ยลอยหน้าลอยตา เจฟิโอดึงหมวกแก๊ปของหล่อนออกเอามาสวมเสียเอง เขาจับหล่อนหันหลังแล้วรวบผมที่ชี้โด่ชี้เด่มัดให้อีกทีเพื่อให้ดูเรียบร้อยขึ้น

“อย่าลืมบอกแม่ล่ะว่าเจฟน่ารักกับริสแค่ไหน เอาเหรียญมาเหรียญสิ เจฟจะโยนมั่ง” 

เขาเอ่ยสั่งกำชับเวลาทำดีกับหล่อน พร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าอย่างนึกสนุก เห็นใครๆ มาที่บ้านนี้ทีไรจะต้องเป็นโยนเหรียญกันประจำ โดยเฉพาะพวกน้องๆ ผู้หญิง

“เขาต้องใช้เหรียญของใครของมัน ถ้างั้นไม่ศักดิ์สิทธิ์” ไอริสเอ่ย เจฟิโอขมวดคิ้ว

“อำหรือเปล่า ใครเขาจะรู้ว่าไอเอาเหรียญยูโยนน่ะ ถ้ายูไม่พูด”

“อ้าว...ก็บนนู้นไงเล่า ท่านรู้ทุกอย่างแหละ” 

หญิงสาวบุ้ยปากขึ้นไปบนฟ้า ทำหน้าจริงจัง เจฟิโอมองใบหน้าเล็กที่ดูเหมือนจะเชื่อเป็นตุเป็นตะแล้วก็ต้องส่ายศีรษะ

“เจฟไม่เชื่อหรอก ไม่เคยเห็น” 

เขาเอ่ยพลางโอบแขนไปบนไหล่บางพาเดินขึ้นบันไดหินอ่อนสีพีชแกมทองสู่ลานระเบียงรูปครึ่งวงกลม ประตูบ้านเป็นไม้โอ๊คบานใหญ่สองบาน เจฟิโอผลักเข้าไป

“หนึ่งทุ่มแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่เพิ่งทานเสร็จ ยูไปหาท่านที่ห้องนั่งเล่นสิ ไอจะไปเอาของที่ห้องหน่อย” 

ชายหนุ่มหันมาบอกหญิงสาว ไอริสมองหน้าเขาอย่างรู้ทันว่าเขากำลังเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับผู้เป็นบิดา

“จะหลบล่ะสิ ไออยากรู้จริงๆ ว่ายูไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้”

ไอริสกอดอกถาม เจฟิโอเอานิ้วจิ้มหน้าผากมนแกล้งผลักให้หน้าหงาย

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของไอ ยูไปเถอะ ห้ามพูดมาก ห้ามขี้ฟ้องนะ ถ้าไอรู้ ยูโดนอีกเป็นหลายเท่าแน่” 

ไม่วายกำชับและข่มขู่ตามนิสัย ไอรินย่นจมูกให้เขาตามเคย

“หนูไอริสหรือนั่น” เสียงเรียกตรงบันไดชั้นบนดังขึ้น ทำให้ไอริสกับเจฟิโอต้องเงยหน้าขึ้น ผู้หญิงร่างบางสวมชุดอยู่กับบ้านแขนกุดสีชมพูอ่อนยาวกรอมเท้า

“แม่ไวน์” ไอริสร้องตะโกนด้วยความดีใจแล้ววิ่งขึ้นบันไดไปกอดและหอมแก้มทั้งสองข้างก่อนจะกราบที่หัวไหล่

“ตายจริง มากับเจฟี่ด้วย พี่เขาแกล้งหนูหรือเปล่าลูก" 

คำถามแรกเอ่ยถามทันที ทำให้เจฟิโอต้องกลอกตามองบน เขาเคยเดาผิดเสียที่ไหนล่ะ ไอริสหันไปเห็นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้กับคนที่เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์แล้วทำตาปะหลับปะเหลือกกับคำพูดของมารดา

"อืม..." หล่อนแกล้งลากเสียง เขาเงยหน้าขวับมามองทันทีด้วยสายตาเขม็ง

"เจฟเขาไปรับริสค่ะ พาไปบ้านเบนโจมาด้วย" หล่อนเลือกพูดความจริงบางส่วน

"หนูมาถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกว่าจะมาแม่จะได้เตรียมของกินเอาไว้ให้” 

วีรตา แม็คเคนซี่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจพร้อมกับดึงร่างสาวน้อยที่หล่อนรักเหมือนลูกคนหนึ่งออกห่างตัวแล้วมองอย่างสำรวจไปทั่วร่าง

“สวยขึ้นมากนะลูก ไม่ได้ผอมเหมือนอย่างที่แม่นึกกลัว ริสไม่ได้มาหลายเดือนเลยนะลูกรอบนี้ แม่ยังคุยกับแม่แอมของหนูเลยว่าไม่รู้จะได้กินอะไรเป็นเรื่องเป็นราวหรือเปล่าไปทัวร์คอนเสิร์ตมาราธอนแบบนั้น”

“ริสคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ไวน์ที่สุดเลยค่ะ มาคราวนี้อยู่หลายวัน ริสจะมาฝากท้องด้วยนะคะ” 

สาวน้อยกล่าวพร้อมยิ้มประจบน่ารัก

“ประจบกินไม่มีใครเกินเขาละ” 

เสียงห้าวเอ่ยดังด้านหลัง ก้าวมาหาแล้วแกล้งรวบร่างสองร่างเข้าไปกอด ยื่นหน้าไปหอมแก้มมารดา

“คิดถึงแม่จัง เจฟว่าจะมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่คิดได้ว่าริสจะมา เลยรอทีเดียว” 

เขาเอ่ยใบหน้านิ่ง ไอริสหันไปมองส่งสายตารู้ทัน ไม่ได้ตระหนักว่าใบหน้าเขาอยู่ห่างจากหน้าหล่อนนิดเดียวเอง ด้วยความเคยชินที่เขากับหล่อนใกล้ชิดกันตลอด เจฟิโอกดจมูกไปกับแก้มแดงปลั่งทั้งที่ยังกอดทั้งมารดาและคนตัวเล็กในอ้อมแขนอยู่

“ใช่มั้ยริส” 

เขาถามแล้วส่งสายตาบังคับ วีรตาหัวเราะกับท่าทางของลูกชาย ไม่เคยเปลี่ยนเลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ยังคงชอบข่มขู่และแกล้งน้องอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา

“พอๆ ปล่อยแม่ก่อนเจฟี่ พ่อเขาถามหาเราตั้งแต่สองสามวันก่อนแน่ะ” 

มารดาเอ่ยทำให้เจฟิโอรีบปล่อยแขนแล้วหันซ้ายหันขวา

“เอ่อ แล้วพ่ออยู่ไหนฮะ”

“ห้องเกมส์...เห็นเจฟว่ามีอะไรจะให้ริสนะลูก บอกน้องหรือยัง” 

มารดาเอ่ยบอกแล้วถามเจฟิโอ ทำให้ชายหนุ่มทำตาโตแล้วยิ้มกว้าง

“จริงด้วย...เจฟเก็บไว้ที่เพนต์เฮาส์โน่นแน่ะ ถ้างั้นเจฟพาริสไปเอาก่อนนะแม่นะ” 

เขารีบเอ่ยแล้วคว้ามือของหญิงสาวทำท่าจะหันหลังลงบันได

“จะไปไหนเจฟิโอ” 

เสียงห้าวดังมาจากห้องด้านใน เจฟิโอสะดุ้งโหยง เผลอกำมือไอริสไว้แน่น

“อย่าเพิ่งไป เข้ามานี่ก่อน” 

น้ำเสียงสั่งราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่เจฟิโอหวั่นเกรงที่สุด ชายหนุ่มดึงมือไอริส

“ไปด้วยกัน” 

เขาเอ่ยชวนเบาๆ ไอริสแอบหัวเราะขำกับท่าทางที่เจฟิโอกลัวพ่อ ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก แต่เวลาได้เห็นแบบนี้แล้วไอริสก็อยากจะถ่ายภาพเก็บไว้ดูยิ่งนัก วีรตาพยายามเก็บรอยยิ้มขบขันลูกชายเอาไว้อย่างเต็มที่

“เข้าไปเถอะลูก อย่าให้คุณพ่อรอ เห็นเล็งไม้คิวตั้งแต่บ่ายเหมือนจะรู้ว่าเจฟจะมาหาวันนี้” 

วีรตาแกล้งกล่าว ไอริสหัวเราะคิก

“หัวเราะอะไร เดี๋ยวโดน” 

เขาก้มมาดุแล้วดึงมือหล่อนให้เดินไปในห้องเกมด้วย ไอริสสัมผัสได้ถึงมือชื้นเหงื่อของเขา 

“นี่แหละกรรมที่ยูชอบแกล้งไอไง” 

หล่อนเอ่ยลอยๆ เจฟิโอหันมามองแล้วแกล้งผลักจนหล่อนเซแต่เขาก็ดึงมือที่ประสานกันอยู่จนหล่อนเซกลับมาปะทะอก ไอริสหน้าง้ำชนไหล่ไปกับแขนของเขา เขาก้มไปงับใบหูเล็กทีหนึ่ง หล่อนทุบอกเขาเป็นการตอบแทน เขายิ้มที่แกล้งหล่อนได้ ทำให้อารมณ์หวั่นที่จะต้องเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อลดลงไปเล็กน้อย

***************************

ใครรออยู่หลังประตูนั่น...เอร๊ยย...

ความคิดเห็น