ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 12 : กลับวังหลวง

ชื่อตอน : บทที่ 12 : กลับวังหลวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2561 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 : กลับวังหลวง
แบบอักษร

ขบวนรถม้าคันเดิมเคลื่อนจนมาได้เกินครึ่งทางแล้ว.. อีกไม่กี่วันก็จะถึงเมืองหลวงและยิ่งใกล้เข้าเมืองหลวงก็จะหนาวเหน็บ


เมืองหลวงของแคว้นต้าหลงนั้นอยู่แถบภาคเหนือซึ่งจัดว่าเป็นเหนือตอนปลาย แต่ดินแดนทางเหนือตอนบนสุดที่เหลียงอ๋องถูกส่งตัวไปนั้นไกลกว่านัก เป็นมหานครที่เย็นยะเยือกเกือบตลอดทั้งปีซึ่งยังไม่มีมีชื่อเรียกอย่างเปนทางการแต่มักมีคำเรียกติดปากว่า ดินแดนน้ำแข็งพันปี ผู้คนที่เมืองจึงมีแต่คนผิวขาวราวหิมะและชื่นชอบการดื่มเหล้าหมักที่ทำให้อุ่นร่างกาย ทำให้เหล้าหมักจากดินแดนเหนือจึงล้วนมีแต่ของดีหายาก


“เหวินซานว่าเราควรแช่น้ำอุ่นพร้อมกันแล้วเข้านอนดีหรือไม่”

ใบหน้าใสสะอ้านแย้มยิ้มอย่างรู้ทัน เหวินซานน่ะหรือหวังดีถึงเพียงนี้ หากไม่หาเศษหาเลยกับร่างกายของตน


“หากเหวินซานหวังดีถึงเพียงนี้เหตุใดจึงมิให้ข้าแช่ถังน้ำอุ่นเพียงผู้เดียว”


เสวี่ยม่านเอ่ยขึ้นเพื่อรอดูคำตอบเหวินซาน เหตุใดเล่าจึงจะยอมเสียเปรียบถึงเพียงนี้ แม้อาการหวาดกลัวผู้คนจะดีขึ้นแล้ว หากยังมิชอบให้ผู้ใดแตะต้อง แต่ร่างกายไม่รักดีนี้กลับคุ้นชินกับเหวินซานนัก ทั้งยามโอบกอด ยามนอน และเสียงดนตรีที่คุ้นเคย


“เห็นทีเหวินซานคงแข็งทื่อดุจน้ำแข็งพันปีหากเจ้าทรมานให้เหวินซานแช่น้ำเย็น”


คนพูดไม่ว่าเปล่า.. ซ้ำยังช่วยเสวี่ยม่านปลดเปลื้องอาภรณ์ ทั้งที่มิได้ร้องขอ ผิวกายขาวนวลเผยส่วนหัวไหล่บอบบางแต่ตรงอื่นนั้นถูกเสวี่ยม่านดึงรั้งผ้าไว้ก่อนจะเปลือยทั้งตัว


“อืม.. วะ เหวินซาน หยุด..”


เสียงครางในลำคอดังกระเส่า บัดนี้สาบภูษาทั้งหลายถูกเปลื้องออกจนหมดสิ้น


ซ่า!


เสียงน้ำดังล้นออกจากถังเพราะสองร่างที่ค่อนข้างแตกต่างลงแช่มาพร้อมกัน.. ใบหน้าใสสะอ้านเอนเอียงหนีแต่ก็รู้สึกสบายตัวนักที่แช่อยู่ในถังน้ำอุ่นๆ


“อ๊ะ..อื้ออ”


ดวงหน้าหวานถูกแหงนให้รับจูบ.. ยามนี้ทุกส่วนของร่างกายแทบจะสัมผัสกันหมดในถังไม้ที่ไม่ได้ใหญ่มากนักและดูเล็กไปสำหรับแช่พร้อมกัน


ริมฝีปากช่ำน้ำถูกดูดเม้ม ความหวานจากอีกคนนั้นทำให้ยากจะละออกมา.. อยากทำมากกว่านี้ ให้กลีบสีสวยนี่แดงช้ำเพราะฝีมือตน ลิ้นอุ่นร้อนสอดเข้าโพรงปากอย่างช่ำชอง เสียงดังจ๊วบจากปากที่ประกบดูดดื่มฟังที่น่าอาย


“อื้อ..”


แฮ่ก..แฮ่กกก


เมื่อละริมฝีปากออกมาแล้วเสวี่ยม่านรีบโกยอากาศเข้าปอดทันที แต่ไม่ทันไรต้องสะดุ้งตัวโยนเมื่อมือหนานั่นเลื่อนมาบีบเค้นหน้าอกตน เหวินซานคลึงเล่นไปมาอย่างจาบจ้วงจนต้องบิดเร้า ฟันคมขบไปตามหัวไหล่นวลจนขึ้นรอยฟันเล็กๆ


“อือ.. อ๊าา”


สองขาเรียวเสียดสีกันระบายความเสียว เสวี่ยม่านกัดปากเพื่อบรรเทาสิ่งที่เหวินซานกำลังทำ.. เมื่อเห็นดังนั้นเหวินซานจึงหยุดแล้วเลื่อนมือต่ำลงไปยังจีบชมพูสวย


ครั้งนั้นมันเคยชอกช้ำจนแทบทนมองไม่ได้แต่ตอนนี้ช่องทางรักนั้นหายสนิทและกลับมาคับแคบเพราะไม่ได้มีสิ่งใดลอดผ่านเข้าไปมาสักพักใหญ่


“ช้าก่อน..”


คนตัวเล็กจับอุ้งมือหนาที่กำลังสาละวนรอบๆปากทางอยากจะสำรวจเต็มที หากแต่เสวี่ยม่านยังนึกหวาดหวั่น


“ไม่เป็นไรนะเสวี่ยม่าน.. เหวินซานจะมอบเพียงความสุขสมให้เจ้า”


พระสุรเสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นแล้วดันนิ้วผลุบเข้าไปในช่องทางอุ่นร้อนนั่นทันที


“อ๊า! เหวินซาน.. น้ำเข้าไปในกายข้า”


“อุ่นดีหรือไม่”


คนกล่าวเย้าแหย่แล้วเพิ่มจำนวนนิ้วจนเป็นสามดันเข้าออกเนิบนาบ.. เสวี่ยม่านแยกขาออกกว้างอย่างไม่รู้ตัวเพราะนิ้วที่สอดเข้าออกอย่างรู้งาน หลังบางเอนพิงอกแกร่ง ดวงตางามหลับพริ้มแล้วร้องครวญอย่างกระสัน


“อ่ะ อืมมม เหวินซาน..ข้าไม่ไหว อ๊าาา”


จู่ๆนิ้วเรียวยาวก็ถูกถอนออกแทนที่ด้วยความใหญ่โตราวกับอาชาแทรกเข้าไปในกายอย่างกระทันหันจนร่างบางสะดุ้งจับขอบถังไม้สองข้าง


เรียวขาสองข้างถูกแยกออกจนชิดถังไม้ข้างละฝั่ง แก่นกายสอดเข้าออกเนิบนาบแล้วเร่งจังหวะเร็วขึ้นจนน้ำในถังกระเด็นล้นออกบางส่วน

ช่องทางรักอุ่นร้อนตอดรัดท่อนเนื้อร้อนที่ผลุบเข้าออกแน่น มือเล็กถูกกุมสอดประสานไว้โดยนิ้วเรียวยาวของเหวินซาน


“อ๊ะๆ... อ๊าาา อื้อ”


ร่างบางมีกลิ่นหอมรัญจวนราวมวลบุปผกา เสวี่ยม่านถูกจับพลิกตัวหันกลับมาให้พินิจใบหน้างดงามประจักษ์แก่สายตา


เม็ดเหงื่อเล็กๆผุดออกมาตามไรผม สองแขนเอื้อมคว้าบ่าแกร่งเป็นที่ยึดเพราะไร้เรี่ยวแรงนัก.. เหวินซานสวนท่อนเนื้ออุ่นร้อนเข้าไปพร้อมน้ำอุ่นในถังทำให้แก่นกายอันใหญ่นี้ขยับสอดเข้าออกลื่นขึ้น


“อืม..อุ่น สะ เสียว ข้าทนไม่ไหว อ๊ะ..อ๊าาา”


ใบหน้าใสสะอ้านส่ายไปมาเพราะอยากจะปลดปล่อยเต็มทีทั้งที่สะโพกมนแอ่นรับอยู่นั้น.. ร่างบางออดอ้อนพัวพันแล้วนั่งคร่อมบนตักเหวินซาน


ก้นนิ่มถูกขยำบีบคลึงเบา ริมฝีปากที่เริ่มบวมเพราะถูกจูบอย่างหนักหน่วงโดนประกบจูบอีกครั้ง


ส่วนล่างที่เชื่อมต่อกันอยู่อุ่นร้อนราวกับจะละลาย ช่องทางคับแคบกลืนกินสิ่งใหญ่โตที่กำลังสวนกระแทกถี่รัว เสวี่ยม่านหลับตาพริ้มครวญครางออกมาอย่างน่าเอ็นดู จนเหวินซานจ้องมองอย่างละไม่ได้.. ช่างไม่ประสาจนน่ากลั่นแกล้ง ร่างบางซบบ่าแกร่งอย่างอ่อนแรงแล้วขบลงไปเบาๆหวังระบายความเสียวกระสันที่แทบทนไม่ไหว


ราตรีนี้อีกยาวไกลนัก.... ร่างหอมรัญจวนที่เหวินซานถวิลหาบัดนี้กำลังนอนหอบหายใจเหนื่อยล้าภายในกระโจม


แผ่นอกขาวผุดผาดที่เชิญชวนให้ก้มลงไปดูดเม้ม..  ยอดอกสีชมพูเริ่มแดงขึ้นเพราะเหวินซานลงมือแรงไปนัก


“อ๊า..อืออ”


สองแขนไร้เรี่ยวแรงแนบอยู่ข้างลำตัว ยามนี้เสวี่ยม่านถูกจับแยกขาออกกว้างเพื่อเชยชมผลงานตน


จีบชมพูสวยที่เริ่มแดงมีน้ำสีขาวขุ่นเปรอะไหลย้อนออกมาอาจจะเป็นภาพที่ไม่น่ามองดูสำหรับบางคน หากแต่ผู้กระทำกับมีความรู้สึกพอพระทัยนักและต้องการให้ช่องทางนี้เต็มไปด้วยน้ำของตน.. ฮ่องเต้ทอดพระเนตรจนพอพระทัยก็แย้มพระสลวลแล้วจับเรียวขางามพาดบ่าแกร่ง.. คนทำยังคงสุขสมบนเรือนร่างยั่วยวนนี้ไม่ลดละ เมื่อลิ้มลองความหอมหวานราวบุปผกานี้แล้วยากจะถอนกายออกมา


.


รุ่งอรุณมาเยือนพบว่าเสวี่ยม่านหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วยาม ร่างบางที่บัดนี้ผิวขาวนวลกลับมาเต็มไปด้วยรอยรักนอนหลับสนิทภายในอ้อมแขน ใบหน้าหวานงดงามจนยากจะเปรียบเปรย


มองหน้าเพียงครึ่งซีกยังทำให้หวั่นพระทัย.. เห็นดังนั้นจึงจุมพิตไปเสียอย่างอดมิได้ พลันนึกถึงท่อนกายที่ได้เข้าไปภายในอย่างลึกล้ำอีกครั้ง ความร้อนชื้นภายในบีบรัดอยู่เกือบทั้งคืน


คิดดั้งนั้นก็ล้วงนิ้วเข้าไปคว้านเอาน้ำรักที่คั่งค้างมากมายของตนออกมาเพราะจะทำให้เสวี่ยม่านสบายตัวและไม่ปวดท้อง


“อือ..”


เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรรุกรานเสวี่ยม่านก็งัวเงียตื่นขึ้นมา.. หากเพียงยังไม่ทันจะกล่าวสิ่งใดก็โดนรวบกอดเสียแน่นแล้วบีบเนื้อสะโพกขาวนิ่มอย่างหมั่นเขี้ยว


“เมื่อคืนเจ้าออดอ้อนจนเหวินซานทนไม่ไหว อยากจะทำโทษเจ้าจนเช้าแต่เจ้าสลบไปก่อน”


เสวี่ยม่านไม่ได้ตอบอะไรเพราะรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินจากกิจกรรมรักอันยาวนานเมื่อคืน เห็นดังนั้นจึงให้เสวี่ยม่านนอนหลับพักผ่อนอีกสักพักค่อยเดินทางเข้าเมืองต่อ..


... 

............


เดินทางกันอยู่หลายวันหลายคืนก็ถึงเมืองหลวงและหมอจางถูกฮ่องเต้ตามตัวเข้าเฝ้าทันทีเพื่อจัดการดูแลเรื่องการรักษาดวงตาของเสวี่ยม่าน


การทดลองรักษาวิธีแรกเบื้องต้นคือการเปิดเส้นประสาทหลังคอฝังเข็มคลายจุดที่ทับเส้นให้ตาบอด หากไม่สำเร็จต้องลองผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา แต่เป็นขั้นตอนที่เสี่ยงและทำได้ยาก


เมื่อเข้าเฝ้าเสร็จแล้วก็ส่งหมอจางไปยังตำหนักเหมยกุยส่วนฮ่องเต้นั้นไปยังห้องท้องพระโรงเพื่อว่าราชการและรับสั่งหลี่กงกงนำโสมบำรุงครรภ์ไปมอบแก่เหยียนเสียนเฟย


.


“คุณชายหรง ข้าคือหมอจางที่จะมาคอยดูแลรักษาท่าน”


ใบหน้างามพยักหน้าอย่างเข้าใจหากแต่เสวี่ยม่านจะตัวสั่นเมื่อต้องถูกสัมผัสจากผู้อื่น หมอจางจึงตัดสินใจใช้ขั้นตอนการวางยาสลบ


กายบางถูกจับพลิกให้นอนคว่ำขณะที่หลับสนิทไปแล้ว ใบมีดคมกรีดเป็นทางยาวหนึ่งนิ้วที่หลังคอซึ่งบาดแผลไม่ลึกนัก เข็มเงินจำนวนสามเล่มขนาดเล็กถูกปักลงไปเพื่อคลายเส้นประสาทหลังคอ หมอจางไม่สามารถทราบว่าเส้นประสาทจุดใดทับกันอยู่จึงต้องกรีดหลังเพื่อฝังเข็ม


“หากคุณชายหรงฟื้นแล้วอย่าให้ขยับมากนัก เพราะเข็มจะเคลื่อนและแผลเปิดกว้าง ให้นอนหมอนสูงที่เว้นช่วงคอให้ห่างจากผืนเตียง จำเป็นต้องคอบเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 7-10 วันเพื่อทำให้เส้นที่กดทับส่วนประสาทการมองเห็นคลายออก”


หมอจางหันมาแจ้งแก่เหลียนฮวาและกลับไปรายงานแก่ฮ่องเต้พร้อมไปเตรียมยาบางส่วนยามฉุกเฉินเผื่อว่ามีอาการแทรกซ้อน


คุณชายหรงนั้นเป็นที่โปรดปรานรักใคร่ของฮ่องเต้อย่างมากในยามนี้ ผู้ใดก็ทราบดีหากตนทำอะไรผิดพลาดก็รักตัวกลัวตาย เกรงว่าหัวจะหลุดจากบ่าเสียก่อน


.

“ฝ่าบาทจากวังหลวงไปเกือบเดือน หม่อมฉันและลูกคิดถึงพระองค์มากนักเพคะ”


เหวินซานเข้ามาเยี่ยมพระชายาเหยียน เหม่ยหลิน ที่พึ่งจะสมรสกับตนไปเมื่อเดือนก่อนและยามนี้กำลังทรงครรภ์ลูกของตน


ใบหน้าหวานของอิสตรีผู้นี้เอนซบที่หัวไหล่อย่างออดอ้อน ดังนั้นเหวินซานจึงลูบศีรษะประโลมเสีย ก่อนจะนำของกำนัลมามอบให้เป็นของขวัญที่มีครรภ์


“รักษากายเจ้าให้ดี ยามนี้เจ้าไม่ได้มีตัวเจ้าเพียงผู้เดียวแต่มีลูกของเรา ก่อนจะดื่มกินสิ่งใดให้ตรวจตราเสียก่อน”


เหวินซานกำชับเหยียนเสียนเฟยแล้วเกลี่ยแก้มใส ฮ่องเต้ถือว่าเป็นรับสั่งเด็ดขาดเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายเช่นหวังกุ้ยเฟยอีก


.


อีกด้านหนึ่งเมื่อทราบว่าหลังจากที่ฮ่องเต้กลับมาถึงวังหลวง ตำหนักที่ทรงเสด็จไปเป็นที่แรกคือตำหนักของเหยียนเสียนเฟยก็คับแค้นใจนัก


เพล้ง!!


ข้าวของหล่นกระจายเต็มพื้น แค่มีชายคณิกานั่นข้างกายฮ่องเต้ก็แทบจะไม่เฉียดมาหาตนแล้วช่วงนี้ ยิ่งเหยียนเสียนเฟยทรงครรภ์ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสมาหาตนน้อยขึ้นไปอีก


“พระชายาหวังเพคะ ฝ่าบาทส่งนำของกำนัลมาให้เพคะ”


กำไลที่ทำจากไข่มุกขาวเนื้องามจากไป๋ไห่ทันถูกนำมามอบให้แต่ก็มิได้ทำให้พึงพอใจเท่าฮ่องเต้เสด็จมาหาตน!! จึงอาละวาดอยู่เช่นนี้


“ฝ่าบาทไม่โปรดปรานข้าอีกแล้วหรือ.. ฮึกก ฮือ”


น้อยเนื้อต่ำใจในตนเองก็นั่งพื้นพิงเก้าอี้ร้องไห้อย่างเหนื่อยล้า.. ตั้งแต่วันที่เสวี่ยม่านถูกเทียนหลงพาหนีออกจากวังหลวงวันนั้นฮ่องเต้ก็ยังไม่ได้เรียกตนไปปรนนิบัติอีกเลย ซ้ำยังแต่งตั้งพระชายาเพิ่มอีกคน


“ไม่ต้องร้องไปลูกข้า..  พระชายาจงประพฤติตัวให้สมเกียรติของหวังกุ้ยเฟยเสีย”


ขุนนางหวังเห็นลูกสาวตนคลั่งไคล้ในตัวฮ่องเต้ก็ปวดใจนัก ใบหน้างามเปื้อนคราบน้ำตาจนน่าสงสาร


“อึก..ท่านพ่อ”


ลี่จูเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นบิดา คนหัวอ่อนเช่นลี่จูบอกสอนสิ่งใดก็ฟังแต่ใจก็ดื้อรั้นในความรักมากนัก ..ลี่จูหลงรักฮ่องเต้ตั้งแต่ยังเป็นองค์รัชทายาทบัดนี้มันยากจะถอดถอน


“อีกสามวันพ่อจะพาเจ้าไปแนะนำคนสำคัญให้รู้จัก มาที่จวนนอกวังหลวงล่องเรือในแม่น้ำสายสามมา”

.


.

เหวินซานจัดการทุกอย่างเรียบร้อยและส่งตัวเหลียงอ๋องกลับไปยังดินแดนเหนือตามเดิม และมีหลี่เซวียนคอยเข้ามาช่วยเหลือเรื่องภายในวังหลวงมากขึ้น


ยามนี้ฮ่องเต้เดินไปยังเส้นทางที่คุ้นเคย ตำหนักเหมยกุยนั้นแม้จะตั้งอยู่ห่างไกลแต่ก็เดินไปจนชินเสียแล้ว ตั้งแต่ที่เสวี่ยม่านรักษามาสามวันก็พึ่งจะสะสางทุกอย่างเสร็จสิ้นและมาคอยดูอาการ


“กราบทูลฝ่าบาท ยามนี้คุณชายหรงพึ่งจะหลับไปเพราะยาแก้ปวด เข็มเงินที่ฝังไว้รออีกสามสี่วันจึงจะถอนออกได้และรอเส้นประสาทคลาย”


“งั้นหรือ”


“อีกสองชั่วยามคงน่าจะตื่นขึ้นมารับประทานข้าวและยาตามปกติ แต่ช่วงนี้ยังลุกไปไหนไม่ได้พะยะค่ะฝ่าบาท”


“อืม..งั้นหรือ งั้นวันนี้ท่านกับเหลียนฮวาไปพักผ่อนเถิด เราจะอยู่กับคุณชายหรงเอง”


ได้ยินดังนั้นทั้งสองก็กลับออกไปอย่างว่าง่าย ในตำหนักจึงมีเพียงตนและเสวี่ยม่านที่หลับมิรู้เรื่องราวอันใด


“เราหวังว่าเจ้าจะกลับมามองเห็นและพบหน้าเราเป็นคนแรก”


เหวินซานเกลี่ยไล้ผมเสวี่ยม่านที่หล่นลงมาปรกใบหน้าพลันเดินสำรวจไปทั่วตำหนัก โต๊ะไม้ที่อยู่ใกล้กับหัวเตียงวางกระดาษวิธีทำขนมที่นำมาจากไป๋ไห่ทัน เสวี่ยม่านยังรักษากระดาษใบนี้ไว้อย่างดี


เดินไปอีกก็พบกับกลอนกวีและบทเพลงที่เสวี่ยม่านแต่งเอง วางไว้กับกู่เจิงที่ไม่สามารถเล่นได้อีกแล้ว


เมื่อสำรวจจนพอใจก็กลับมานั่งข้างเตียงหากแต่นำกู่เจิงมาด้วยเพื่อบรรเลงคลอในความเงียบ อย่างไรเสีย เสวี่ยม่านแน่นอนว่าหลับลึกเพราะฤทธิ์ยา กว่าจะตื่นอีกคราคงยามเย็น


TBC.........


มาต่อแล้วนะคะ 💕 ตอนนี้อาจจะไม่ถูกใจหลายคน อย่าพึ่งมาเผาบ้านไรท์จ้า😭😭😭 เรื่องรักษาดวงตาไรท์ไม่ใช่หมอ แต่ใช้จินตนาการและความแฟนซีล้วนๆ ใครรู้สึกขัดใจอะไรไม่สามารถแก้ไขได้ค่ะ

//ฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ ไรท์ขอแค่ตอนละ 10 เม้นคงไม่มากไปเนอะ💕


*****เพิ่มเติมนะคะ*****

หลังจากแต่งเรื่องนี้ไปถึงครึ่งเรื่องจะเปิดเรื่องใหม่มีชื่อว่า ตำนานปีศาจป่าดอกท้อ

​เป็นเรื่องแยกของตัวละครใน ข้าไม่ต้องการเป็นพระสนมของท่าน

ซึ่งจะ​เป็นแนวแฟนตาซีนิดๆค่ะ😂


******************************

แจ้งอัพนิยายไม่บ่อยเท่าเดิมนะคะ

อาจจะสัปดาห์ละ 1-2 ตอนค่ะเพราะติดฝึกงาน

ความคิดเห็น