facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 2 พี่ชายสุดแสบ...

ชื่อตอน : บทที่ 2 พี่ชายสุดแสบ...

คำค้น : กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 59

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2561 16:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 พี่ชายสุดแสบ...
แบบอักษร

ท่ามกลางอากาศร้อนของช่วงซัมเมอร์ในมหานครลาสเวกัส รถเก๋งสปอร์ตสีดำคันหรูวิ่งเข้าไปจอดยังหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก ชายหนุ่มคนหนึ่งเปิดประตูก้าวลงมาด้วยท่าทางเชื่อมั่น รูปร่างสูงนั้นสวมเสื้อยืดสีดำซึ่งตรงแผ่นหลังกว้างสกรีนคำว่า Follow Me, babe!

ขายาวเติมเต็มกางเกงยีนส์ลีวายให้อยากถามเหลือเกินว่ารุ่นไหน เพราะมันดูเร้าใจได้อารมณ์มากกับท่วงท่าสมาร์ตเชื่อมั่นของเขา ไหล่กว้างผึ่งผายหลังตรงสง่าดูเป็นธรรมชาติ

นั่นยังไม่รวมถึงใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มชนิดหาตัวจับยาก เรียกสายตาใครต่อใครให้หันไปมองกันเป็นแถวโดยเฉพาะสาวๆ ผมสั้นหยักศกสีทรายของเขาใส่เจลด้านหน้าให้ตั้งขึ้นเล็กน้อย แว่นกันแดดถูกดึงขึ้นไปสวมบนศีรษะอย่างลวกๆ เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มคมกริบที่กวาดมองไปโดยรอบ เขายกนิ้วขึ้นถูจมูกที่โด่งเป็นสันตรงสวย ปากหยักได้รูปจุดยิ้มเมื่อเห็นเป้าหมาย

“พระเจ้า...ยูจะบอกไอหน่อยก็ไม่ได้ว่าจะแต่งเป็นขอทานแบบนั้น” 

เสียงห้าวร้องทักคนที่โทรให้เขามาหาโดยด่วน ไม่คำนึงว่าเวลานั้นเขากำลังทำอะไรอยู่

เจฟิโอ แม็คเคนซี่ก้าวข้ามถนนไปยังที่จอดรถเข็นของซูเปอร์มาร์เก็ต ร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่ หล่อนสวมหมวกแก๊ปดึงมาปิดครึ่งหน้า สวมแว่นกันแดดอันใหญ่ ใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีดำดึงฮู้ดขึ้นสวมคลุมทับไปบนหมวกอีกที ท่าทางยืนแอบเหมือนหลบใครอยู่ ไอริส คอสต้ายิ้มกว้างดีใจเมื่อเห็นร่างสูงเดินตรงเข้ามาหา

“ทำไมช้าจังเจฟ ริสเกือบโดนตามแล้วนะ ปาปารัสซี่รู้ได้ไงว่าเราจะมาเวกัส อุตส่าห์ปล่อยข่าวว่าตอนนี้ไปฮอลิเดย์ที่เมืองไทย”

หล่อนเอ่ยบ่นออกมา เจฟิโอก้าวไปหยุดยืนตรงหน้า ชายหนุ่มเท้าสะเอวมองสำรวจนักร้องสาวคนดังตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ลุ๊กซ์นี้ผ่าน ไม่เห็นต้องโทรเรียกไอเลย เดินไปไหนไม่มีใครทักแน่” 

เขาเอ่ยทักด้วยภาษาปกติที่ใช้สื่อสารกันพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าเป้สีแดงของหล่อนมาสะพาย อีกข้างโอบไปรอบไหล่บาง ไอริส คอสต้า ที่ทุกคนรู้จักนั้น มักจะแต่งตัวมีสีสันเป็นผู้นำแฟชั่นเวลาออกงาน แต่คนที่เขากำลังโอบไหล่อยู่นี้ ใบหน้าใสไร้เครื่องสำอาง มัดผมหางม้าและแว่นตาที่แทบจะปกคลุมไปทั้งหน้า

“ริสหิว” 

หล่อนเงยหน้าขึ้นมาบอก ดึงแว่นลงแล้วส่งสายตาอ้อน เจฟิโอจ้องมองคนที่ส่งตาปริบๆ ยิ้มหวานให้ ชายหนุ่มส่ายหน้ารู้ทันท่าประจบกินของหล่อนดี เขาเปิดประตูรถให้หล่อนก้าวขึ้นไปนั่ง โยนเป้ไปบนตักเล็กอย่างไม่แยแสแล้วก้าวเดินอ้อมไปยังด้านคนขับปิดประตูสตาร์ทรถ ไอริสแลบลิ้นให้คนไม่แคร์หล่อนก่อนจะรีบเมินไปมองนอกรถเมื่อเขาหันมามอง

“ทำไมเอาคันนี้มารับริสทุกที” 

หล่อนตั้งคำถามทำเสียงบ่น เขามีรถหลายคัน ถ้าหากจะขับเจ็ดวันไม่ซ้ำคันก็ยังได้ รถสปอร์ตสีแดงคือคันที่เขาขับบ่อยที่สุด สำหรับรับสาวๆ ไปเดตและไปท่องราตรี สีดำนี้ไม่ค่อยเห็นใช้ นอกจากจะเอาไว้รับหล่อน เจฟิโอหันไปมอง

“คันนี้มันไม่ดีตรงไหน ยูมาทีไรไอก็เห็นคันนี้พร้อมกว่าคันอื่น พวกคนดูแลเขาล้างคันอื่นอยู่ คืนนี้ไอจะใช้สีแดง” 

เสียงห้าวเอ่ยตอบ หักพวงมาลัยเลี้ยวออกไปนอกเมือง ถนนเส้นคุ้นเคย

“เดตกะคนไหนล่ะคืนนี้ ยูมันเหลวแหลกสิ้นดีเจฟ ริสเห็นแล้วเซ็ง!” หล่อนเอ่ยพร้อมเป้ปากใส่

“อ้าว ปากเหรอนั่น พูดงี้เดี๋ยวสวย ใครเป็นขี้ข้ายูอยู่ทุกวันนี้ฮึริสกี้ ไอต้องแบกภาระตั้งแต่จำความได้ เรื่องคอยดูแลยูน่ะ ตั้งแต่อนุบาลยันมหา’ลัย ยังไม่สำนึกบุญคุณอีก” เสียงเข้มเอ่ยอ้าง

“เอาอีกละ อ้างอยู่นั่นแหละเรื่องบุญคุณเนี่ย เปลี่ยนมุกมั่งได้ไหม ริสฟังจนเบื่อแล้ว ไอบอกหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องดูแล ยูอยากมายุ่งเองทำไมล่ะ”

“อ้าว แล้วโทรเรียกไอทำไมเวลาเกิดเรื่องทุกทีน่ะ” 

เขาหันมาย้อนถามเสียงเข้ม เลี้ยวรถไปตามเส้นทางสู่บ้านแม็คเคนซี่ซึ่งอยู่ออกมาจากใจกลางเมืองหน่อย

เวลานี้เจฟิโอยึดเพนต์เฮาส์บนชั้นสูงสุดของโรงแรมแกรนด์เอ็มซีเป็นที่พักส่วนตัวของเขา บิดามารดาย้ายมาอยู่แมนชั่นของครอบครัวอย่างถาวร ดิเอโก้ น้องชายคนรองวัยยี่สิบสองปี เพื่อนรักเพื่อนสนิทในกลุ่มของไอริสนั้นเวลานี้อยู่ที่อังกฤษกับโรมและราฟาเอล

ส่วนดิรัสยาน้องสาวคนสุดท้องวัยสิบเก้าปีของเขานั้นยังคงเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองบอสตันกับจัสมินเพื่อนรักเพื่อนซี้ ทั้งสองพักอยู่ที่คฤหาสน์แม็คเคนซี่กับคุณปู่คุณย่าและครอบครัวของคุณอาแซมและคุณอาโซเฟีย

รถแล่นไปถึงถนนส่วนบุคคล พื้นที่หลายเอเคอร์มีป้อมยามอยู่ด้านหน้าคล้ายหมู่บ้านจัดสรร เพียงแต่ภายในนี้มีบ้านอยู่เพียงสามหลังเท่านั้น เจฟิโอจอดรถอยู่หน้าแนวรั้วหลังแรกซึ่งเป็นบ้านของเจมส์กับอีฟเวอรีน ไอริสรู้ดีว่าเขาจะทำอะไร มันเป็นการปรึกษาหารือกันเรื่องหาที่กินนั่นเอง ซึ่งเขากับหล่อนจะสามัคคีกันดีในเรื่องนี้

“ห้าโมงเย็นแบบนี้...ยูว่าบ้านใครดี” 

เสียงห้าวหันมาถามพลางยักคิ้วแผลบให้ ดวงตาพราวเต็มไปด้วยความสนุก ไอริสยิ้มตอบ

“แม่ไวน์” ไอริสเอ่ยตอบทันที

“ไอว่า...เบนโจดีกว่า วันนี้วันศุกร์ เบนทำข้าวผัดทะเลให้น้าโจ...หึๆ คุณแม่จะต้องทำ อืม...ไม่แน่ใจ พ่อไอเอาใจยาก ส่วนน้าอี๊ฟกับเจมส์ วันนี้เขาทานนอกบ้านกัน”

คนรู้ตารางรายการอาหารของแต่ละบ้านเอ่ยบอกตัวเลือกให้

“งั้นไปบ้านเบนโจสิ”

ไอริสตัดสินใจพร้อมกับแลบลิ้นเลียปากแผลบด้วยความหิว เจฟิโอยิ้มขำกับท่าทางของน้องสาว เขายกมือขึ้นเขกศีรษะเล็กทีหนึ่งเพื่อแสดงความเอ็นดู

โป๊ก!

“โอ๊ย...เจ็บนะไอ้คนโรคจิต” 

ไอริสด่าพร้อมกับเอื้อมมือไปดีดหูของเขาหลายทีเป็นการเอาคืน นั่นคือเรื่องปกติระหว่างเขากับหล่อน หากเขาไม่ได้แกล้งหล่อนแรงๆ ดูเหมือนมันจะไม่ใช่เจฟิโอ แม็คเคนซี่

“เฮ้ย...หยุด พอได้แล้ว โคตรเจ็บ ไอเขกยูทีเดียวนะ นี่ดีดหูไอห้าทีเข้าไปแล้ว”

เขาหันมาโวยวายใส่ ไอริสจึงแกล้งดึงผมของเขาด้วย เขาหยุดรถทันที แล้วหันมาหา ไอริสรีบยกมือขึ้นกุมศีรษะเพราะรู้ว่าเขาจะต้องแจกมะเหงกหล่อนแรงๆ อีก แต่ผิดคาด มือใหญ่เอื้อมมาจี้เอว ไอริสสะดุ้งโหยง

“เฮ้ย...ไม่เอา เจฟ...ไอ้...ไอ้พี่เกเร ห้ามผิดสัญญา ฮ่าๆ...โอย โน่ๆๆ...ฮ่า เจฟ อย่าทำริส...”

หล่อนร้องลั่นรถและหัวเราะเพราะเขาตั้งหน้าตั้งตาใช้สองมือจี้เอวและรักแร้จนหล่อนตัวงอเป็นกุ้งด้วยความจั๊กจี้ มันเป็นความลับที่เขาสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำกับหล่อน

“ไอ้คนไม่รักษาสัญญา...เจฟ หยุดนะ...”

“ขอโทษไอก่อน...ดึงผมเมื่อกี้เจ็บนะ ดีดหูไอตั้งหลายที กะอีแค่เขกหัวทีเดียวน่ะ ไม่อย่างนั้นยูหัวเราะกรามค้างตายคามือไอแน่”

เขาขู่พร้อมกับปลดเข็มขัดนิรภัยยกร่างหล่อนไปนั่งบนตักแล้วตั้งหน้าตั้งตาจี้เอวและจั๊กแร้ ไอริสดิ้นพล่านหุบแขนแนบลำตัวแล้วหันไปซุกร่างตัวงอกับอกของเขาเพื่อไม่ให้คนช่างแกล้งจิ้มเอวได้ถนัด

“ฮือๆ ริสยอมแล้ว เจฟ...พอๆ ริสขอโทษ...อ๊าย...เจฟ ฮือๆ” 

หล่อนร้องไห้และหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหล โอบแขนไปรัดรอบตัวเขารัดแขนล่ำเอาไว้ไม่ให้แกล้งหล่อนได้อีก เจฟิโอหัวเราะหึ พอใจที่เอาชนะหล่อนได้เช่นทุกครั้ง ร่างเล็กนั่งซุกอกของเขาอยู่ หล่อนตัวสั่น

“เฮ้ย...พอเลยหยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้...ไอไม่ได้ทำอะไรสักนิด”

เขารู้ว่าจากที่หัวเราะอยู่ตอนนี้หล่อนกำลังร้องไห้ เขาแกล้งหล่อนจนต้องเสียน้ำตาถึงจะรู้สึกพอใจ เจฟิโอจับไหล่บางดึงออก เห็นใบหน้าเล็กมีน้ำตาไหลพรากๆ

“เฮ้ย เป็นบ้าอะไรริส เจฟแค่จิ้มเอวนิดเดียวเอง นี่ยังเจ็บกะโหลกไม่หายที่ริสดึงผมเจฟน่ะ”

เขาทำเสียงโวยวายต่อ ดึงเสื้อแจ็คเก็ตของหล่อนมาถูแก้มเช็ดน้ำตาให้อย่างไม่เบามือนัก

“ไอ้คนโรคจิต” 

ไอริสด่าพร้อมกับก้มไปกัดตรงไหล่ของเขาทีหนึ่งแล้วรีบกระโจนไปนั่งที่เบาะเดิม เจฟิโอร้องฮึ่มในลำคอ เอื้อมมือไปหมายจะแจกมะเหงกอีกที แต่ก็เห็นดวงตาวาวดุเอาเรื่องที่มีน้ำตาคลอของหล่อนมองเขม็งอยู่ ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนใจแค่ผลักศีรษะเล็กทีหนึ่งแล้วขยับตัวไปดึงเข็มขัดนิรภัยมารัดให้ จากนั้นก็เคลื่อนรถออกไป

“นี่น่ะเหรอโตแล้ว? ดูแลตัวเองได้แล้วน่ะ? หึ! โดนแค่นี้ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนตอนอายุสามขวบเปี๊ยบเลย” 

เขาหันมาพูดพร้อมกับยิ้มเยาะตรงมุมปาก ไอริสสะบัดหน้าใส่

“ไม่มีใครนิสัยเลว แกล้งริสเหมือนยูหรอกเจฟ มีแต่คนที่เป็นสุภาพบุรุษเอาใจริส ต่อไปไม่ต้องมายุ่งกัน ริสสมองบวมเพราะยูมานานแล้ว พอกันที!”

หล่อนเอ่ยด่าด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น ยกหลังมือขึ้นป้ายน้ำตา เจ็บใจที่ไม่เคยเอาชนะแรงเขาได้เลยสักครั้ง เจฟิโอหันมามอง

“ใครที่เป็นสุภาพบุรุษน่ะ?” เขาถามเสียงเข้ม

“มีเยอะแยะ” 

ไอริสหันไปตอบทำเชิดหน้าใส่เขา เขาเหยียบเบรกทันทีจนไอริสหัวคะมำเกือบจนกระจกหน้าถ้าหากไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

“ไอถามว่าใคร” เขาถามเสียงดุและจ้องมองเขม็ง ทำให้ไอริสยิ้มเยาะออกมาบ้างคราวนี้ นี่คือหัวข้อที่หล่อนสามารถทำให้เจฟิโอ แม็คเคนซี่ โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้...

“ก็บอกว่าเยอะไงเล่า ปาร์ตี้เดือนก่อนเมอร์รีก็มารับริส นี่เห็นเราหน้าตาธรรมดาแบบนี้เราก็มีหนุ่มมาขายขนมจีบเหมือนกันนะจะบอกให้ ไม่เห็นต้องสวยเหมือนผู้หญิงของเจฟเลย หึๆ... จำอลันได้เปล่า นี่เขามาเวกัสก่อนริส คืนพรุ่งนี้ริสจะนัดเขาไปดูหนังด้วยแหละ” 

หล่อนลอยหน้าลอยตาพูดอวด มองเห็นประกายไฟในดวงตาสีน้ำเงินเข้มอย่างชัดเจน

“หุบปากไอริส ไอบอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามออกไปไหนกับใครจนกว่าไอจะให้ผ่าน นี่แอบนัดใครลับหลังแบบนี้จะต้องโดนลงโทษ คุณลุงกับคุณพ่อสั่งให้ไอดูแลยูตั้งแต่จำความได้ ถ้ายูเป็นอะไรไปมันจะเป็นความผิดของไอ ผู้ใหญ่ทุกคนจะต้องโทษไอ เข้าใจไหม นั่นคือเหตุผลที่ไอจะต้องดูแลยู เข้าใจหรือยัง”

เสียงเข้มเอ่ย ไอริสไม่ตอบเพียงแค่แกล้งเชิดคางขึ้นแล้วจุดยิ้มมุมปากเลียนท่าทางของเขาเป๊ะ เจฟิโอครางฮึ่มในลำคอที่ถูกหล่อนยั่วโมโห

“พี่ถามว่าเข้าใจไหมไอริส” 

เสียงห้าวดุเอ่ยถามอีกครั้ง ไอริสสะบัดหน้าให้เขานิดหนึ่ง เมื่อไหร่ที่เจฟิโอใช้คำแทนตัวว่า พี่ นั่นหมายถึงเขากำลังใช้อำนาจสูงสุดที่ได้รับจากผู้ใหญ่

“ไม่รู้... ริสหิวไส้จะขาดแล้วนะ ไปกันเถอะ” 

หล่อนรีบเปลี่ยนเรื่องทำท่ากุมท้อง เถียงกับเจฟิโอหล่อนมีแต่เสียพลังงานและเสียเปรียบอยู่ร่ำไปเพราะเขาใช้อำนาจเก่ง เก่งกว่าใครทั้งหมดในแก๊งค์ โดยเฉพาะการใช้อำนาจกับไอริสนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เขาโปรดปรานอย่างที่สุด

“รับปากเจฟมาก่อนว่า จะต้องขออนุญาตทุกครั้งถ้าหากต้องไปกับผู้ชาย” 

เขายังไม่ยอมหลงกล สายตาเข้มดุจ้องมองรอคำตอบ

“โอเคๆ ริสขอทุกครั้งอยู่แล้ว แต่เวลาขอเคยให้ไปหรือเปล่าล่ะ จะต้องให้ดิวหรือให้มีเพื่อนไปด้วยตลอดน่ะ”

“ก็ต้องดูด้วยว่าไปกับใคร ไว้ใจได้แค่ไหน” เขาเอ่ยบอกเหตุผล น้ำเสียงยังคงเข้มเคร่ง

“งั้นคืนพรุ่งนี้ ริสไปกับอลันนะ”

“ไม่ได้!” 

เขาตอบแล้วกระชากรถออกขับตรงไปยังบ้านของเบนและโจซิเฟีย ไอริสแอบย่นจมูกให้ไอ้คนดุและชอบกีดกันหาเรื่อง

ความจริงไม่ได้มีนัดอะไรกับใครหรอก กลับมาบ้านก็ตั้งใจจะอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ให้หายคิดถึง รวมทั้งไปเยี่ยมเหล่าคุณลุงคุณป้าคุณน้าคุณอาทั้งหลายด้วย คิดถึงโรมมากเหมือนกัน พี่ชายฝาแฝดของหล่อน ส่วนจัสมินนั้นยังไม่ปิดเทอม จัสมินกับดิรัสยาตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ สาวน้อยได้รับการดูแลอย่างดีที่อาณาจักรแม็คเคนซี่ในบอสตัน โดยมี ลีย์ แม็คเคนซี่ ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ให้ดูแลน้องๆ

นึกย้อนไปถึงตั้งแต่เรียนอนุบาลยันมหาวิทยาลัย ไอริสถูกกำหนดให้เรียนที่เดียวกับเจฟิโอมาโดยตลอด ทำให้หล่อนชินกับการมีเขาเป็นพี่ใหญ่คอยดูแล จะเรียกให้ถูกนั้นไอริสว่า คอยแกล้งเสียมากกว่า

โรมนั้นพอเข้าไฮสกูลก็เลือกที่จะไปเรียนที่อังกฤษกับดิเอโก้และราฟาเอลเพื่อนรักของเขา ไอริสได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องเมื่ออายุสิบแปดปี หล่อนถูกส่งให้ไปเรียนที่บอสตันเพราะเจฟิโออยู่ที่นั่น

เจฟิโอเลือกเรียนที่บอสตันเพราะต้องการอยู่กับคุณปู่กับคุณย่าให้มากที่สุด เขาติดท่านทั้งสองตั้งแต่เล็กๆ แล้ว เจฟิโอแก่กว่าไอริสอยู่สามปี เขาจึงเรียนปริญญาโทต่อไปเพื่อรอให้หล่อนจบซึ่งไอริสไม่ต้องการเรียนต่อปริญญาโทให้เสียเวลาเพราะหล่อนชอบทำงานมากกว่าเรียน

เมื่อไอริสเรียนจบ เจฟิโอก็จบปริญญาโท เขาเพิ่งกลับมาอยู่ที่ลาสเวกัสไม่นานนี้เอง ผู้เป็นบิดาให้เขาบริหารโรงแรมแกรนด์เอ็มซี ซึ่งก็ดูเหมือนจะเหมาะกับผู้ชายที่ชอบเข้าโรงแรมอย่างเจฟิโอมาก ไอริสคิดพร้อมกับเบ้ปาก

“อ้าว มัวแต่นั่งใจลอยอยู่นั่น จะลงหรือเปล่า” 

เสียงห้าวเอ่ยดังขึ้นทำให้ไอริสตื่นจากภวังค์ความคิด หญิงสาวมองไปรอบตัว เขาจอดรถที่หน้าโรงจอดรถบ้านสกินเบิร์ต ร่างสูงเปิดประตูลงไป ไอริสจึงเปิดตามลงไปด้วย

เขาเดินขึ้นบันไดหินอ่อนโดยไม่หันมามอง ไอริสจึงวิ่งตาม หญิงสาวมัวแต่ดูบันไดจึงวิ่งขึ้นไปแล้วชนเข้ากับอกกว้างของเขาอย่างจัง แขนแข็งแรงรีบรัดไปรอบเอวเล็กเพื่อไม่ให้ล้ม

“อุ้ย...” หล่อนร้องอุทานด้วยความตกใจเงยหน้าขึ้นทำตาโตมองคนหน้าดุ ดวงตาคมกริบสีน้ำเงินเข้มก้มมามอง ถ้าหากถามไอริสว่าหล่อนชอบส่วนใดบนใบหน้าหล่อร้ายกาจของเขามากที่สุด คำตอบก็เห็นจะเป็นดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น แต่ต้องเป็นตอนที่เขาใช้มันมองหล่อนอย่างเอ็นดูและอารมณ์ดีเท่านั้นนะ

“วิ่งให้ดูมั่ง เนี่ยน่ะเหรอดูแลตัวเองได้? ต่อไปอย่ามาพูดคำนี้ให้ไอได้ยินอีกนะริส... แล้วทำไมเปลี่ยนน้ำหอมกลิ่นใหม่ ที่ไอซื้อให้ทำไมไม่ใช้”

เสียงห้าวเอ่ยถามพร้อมก้มมาดมที่ซอกคอทำจมูกฟุดฟิด ไอริสผละตัวออกแต่เขายังไม่ยอมปล่อยจนกว่าจะได้คำตอบ

“หมดแล้ว” หล่อนตอบเสียงอุบอิบหน้าง้ำที่เขาตั้งท่าจับผิด

“หมดแล้ว? บ้าเหรอ เจฟเพิ่งซื้อให้เดือนที่แล้วเองนะ ยูใช้น้ำหอมปีละสองขวด บอกมาเดี๋ยวนี้ทำไมเปลี่ยน” 

เขาคาดคั้นทำท่าเหมือนเป็นเรื่องใหญ่

“โธ่ เจฟอ่ะ ก็ริสอยากจะเปลี่ยนมั่งไรมั่งจะเป็นไรไปฮะ ไอใช้กลิ่นนั้นมาตั้งแต่สิบแปดแล้วนะ ยูจะผูกขาดให้ใช้แต่กลิ่นนั้นที่ยูซื้อให้เหรอ มันจะเผด็จการเกินไปแล้วนะ”

ไอริสขึ้นเสียง ความจริงหล่อนชอบกลิ่นประจำตัวที่เขาซื้อให้นั่นแหละ แต่ตอนบินมานี่ไม่ได้ใส่ ที่เขาได้กลิ่นมันเป็นกลิ่นโลชั่นเท่านั้นเอง ไอริสไม่ต้องการยอมเขาไปเสียทุกอย่าง แต่หญิงสาวไม่แน่ใจว่ามันจะสายเกินไปหรือยัง

เจฟิโอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาโตสีน้ำตาลแกมทองของหล่อน

“อย่าให้รู้นะว่ามีใครซื้อให้ใหม่น่ะ ไอบอกแล้วว่าทุกอย่างต้องผ่านไอก่อน” 

เขาทำเสียงขู่ตามเคย ไอริสหน้างอง้ำ เจฟิโอส่ายหน้าก่อนจะก้มไปจูบหน้าผากแล้วแกล้งงับจมูกโด่งเล็กเบาๆ ทีหนึ่ง

“เลิกทำหน้างอได้แล้ว สวยก็ไม่สวยยิ่งทำหน้าบึ้งเป็นตูดลิงแบบนั้นยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่”

เขาเอ่ยทำเสียงประชดก่อนจะก้มมาหอมแก้มแรงๆ

“หอมเขาทำไมล่ะ” 

หล่อนทำเสียงตะบึงตะบอนใส่ เจฟิโอกอดล็อกคอคนตัวเล็กแล้วพาเดินเข้าไปในบ้าน

“หอมเพราะเจฟหมั่นไส้ไง...เบน โจ...เจฟพาคนตายอดตายยากมาฝากแน่ะ”

เขาเอ่ยตอบก่อนจะตะโกนเสียงดังโหวกเหวกอย่างคุ้นเคย โจซิเฟียกับเบนเดินออกมาจากห้องครัว

“โอ มายก๊อด ไอริสของน้าโจ...”

โจซิเฟียอุทานพร้อมกับก้าวเท้ามากอดไอริส หญิงสาวหอมแก้มผู้ที่หล่อนรักและนับถือดุจญาติสนิท

“หอมจังเลยค่ะน้าโจ ทำอะไรคะ ริสหิวสุดๆ เลย เจฟใจร้ายไม่ยอมพาแวะกินอะไร” หล่อนทำเสียงฟ้อง

“อ้าว เนรคุณจริงๆ ไอไปรับแล้วโดนดึง ผมโดนดีดหู โดนกัด แล้วนี่ยังจะหาความอีก อุตส่าห์ขับรถพามาถึงแหล่งอาหารแบบนี้” เจฟิโอส่งเสียงต่อว่า เบนยิ้มให้ไอริส

“เหมือนมีเซ้นส์ชอบกล วันนี้เราทำของโปรดของเจฟกับไอริสด้วยใช่ไหมโจ ว่าแต่แวะบ้านแม็คเคนซี่กันหรือยังล่ะนี่”

เบนเอ่ยถามเจฟิโอในตอนท้าย

“ยังเลย ริสหิว เจฟแล้วพาขับมานี่ก่อน” 

ไอริสตอบอย่างใสซื่อ แต่อีกคนยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแล้วยืนเงียบ เบนกับโจซิเฟียสบตากันแล้วอมยิ้ม

เพราะเหตุผลที่รู้กันดีที่เจฟิโอเลี่ยงไม่แวะบ้านตัวเองนั้นก็คือ ถ้าหากแวะบ้านพ่อกับแม่ก่อน เขาจะต้องโดนซักพฤติกรรมเมื่อสามวันก่อนที่ไปมีเรื่องในผับแห่งหนึ่ง ตอนนี้สเตฟาน แม็คเคนซี่กำลังรอลูกชายเข้าบ้านอย่างใจเย็น แต่เจฟิโอรู้ดีว่าเวลาไหนควรอยู่ห่างจากบ้านแม็คเคนซี่ให้มากที่สุด

***************************

และแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดตัวและเปิดตอนอย่างเป็นทางการค่ะ พี่เจฟของเรามือหนักจริงๆ ค่ะ... น้องไอริสคงจะทรหดมากๆ ที่ทนอีพี่แกล้งได้มานานขนาดนี้...

​ป.ล. คืนนี้ไรท์มีปัญหาในการเปิดเว็บธัญค่ะ มันโดนบล็อค ซึ่งไรท์เซอร์ไพรส์มาก เพราะก็ใช้ปกติมาทั้งวัน แต่พอตอนจะอัปมันกับโหลดไม่ได้ขึ้น error ว่าใช้เวลานาน ไรท์เลยต้องใช้ซอฟต์แวร์ในเครื่องเปลี่ยนโลเกชั่นว่าไรท์เป็นประเทศอังกฤษ ไรท์ถึงเปิดเว็บได้ ใครเป็นบ้างคะ... 

ความคิดเห็น