facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 12 ความสับสนของเจ้าตัวขาว (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ความสับสนของเจ้าตัวขาว (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 54.4k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 18:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ความสับสนของเจ้าตัวขาว (✔️)
แบบอักษร

 

ตอนที่ 12 ความสับสนของเจ้าตัวขาว 

 

เฮ้ออ.. 

 

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดมากมายที่ตีกันวุ่น....แล้วตัดใจลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน....เมื่อคืนเขาไม่ได้นอนที่นี้หลังจากที่เขาพูดออกมาแบบนั้น เขาก็ลุกเดินออกจากห้องไป กว่าผมจะตั้งสติได้ตามออกไปเขาก็ไม่อยู่แล้ว...แถมเขาออกไปตอนฝนตกด้วยเนี่ยสิ...ถึงพออยู่ในลิฟต์ก็จะไม่โดนฝนแล้ว แต่กว่าจะเดินไปถึงลิฟต์ก็ต้องโดนฝนบ้างนั่นแหละ เพราะค่อนข้างตกหนักอยู่เหมือนกัน 

 

เฮ้ออ.. 

 

คนที่ผมคิดว่าสนิทด้วยที่สุดกับกลายเป็นคนที่ผมคิดว่าสถานะของตัวเองไม่มีสิทธิ์จะไปสนิทชิดเชื้อด้วยได้ ผมควรทำยังไง ทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมหรือว่า....ควรอยู่ให้ห่างท่านกัน... 

 

ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไงกับเรื่องนี้ดี....คิดแล้วคิดอีกแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบเลยอะ 

 

พอเดินออกจากห้องนอนมาหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ สายตาของผมก็ไปสะดุดเข้ากับจานข้าวหนึ่งจานที่ถูกว่าเอาไว้ที่โต๊ะในห้องรับแขก..มีกระดาษแผ่นเล็กๆ วางเอาไว้ข้างๆ พอข้อความข้างในที่เขียนเอาไว้ว่า 

 

'ทานให้อร่อย’ 

 

ผมมองข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ในใจก็จุกๆ แปลกๆ เขายังทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำ...เมื่อก่อนสั่งอาหารเช้ามายังไงตอนนี้ก็ยังทำแบบนั้น...ผมทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาที่ใช้นั่งทานข้าวเป็นประจำในตอนเช้า....หยิบช้อนขึ้นมาตักกินช้าๆ ....อือ...รสชาติเดิมเลย...แต่ไม่มีความอยากจะกินสักนิดเลย...คงเป็นเพราะไอ้คำถามมากมายที่เกิดขึ้นในหัวแน่ๆ 

 

เหมือนเดิมของคุณคืออะไรเหรอครับ??  

 

โคตรอยากจะถามออกไปเเบบนั่นเลย...ถ้าวันนั้นไม่มัวอึ้ง ผมก็คงถามเขาไปเเบบนั้นเเน่ๆ...ว่าเหมือนเดิมของเขา คือการที่ผมปฏิบัติกับเขาที่เป็นคุณบอดี้การ์ด หรือว่าเป็นตอนที่ผมปฏิบัติกับเขาที่เป็นเจ้านาย... 

. 

. 

. 

“เป็นอะไรน่ะ....ถอนหายใจหลายเที่ยวแล้วนะ” พี่วิเวียร์ที่วิเคราะห์อาการของคนไข้ในการดูแลของตัวเองพูดขึ้น... 

“เปล่าครับ” ผมตอบออกไปแบบนั้น...ไม่รู้ว่าจะบอกอีกฝ่ายยังไงกับเรื่องนี้.... 

“เปล่าอะไร...พี่เห็นเราถอนหายใจหลายต่อหลายรอบแล้วเนี่ย...มีเรื่องหนักใจอะไรเหรอ” พี่วิเวียร์หันมาถามผมตรงๆ เข็นเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่เข้ามาหาผมด้วย 

“....คือ...ผม” 

“พอเถอะน่า...ทำน้องลำบากใจไม่เห็นหรือไง” พี่ซาฟ่าที่ดูท่าจะฟังสิ่งที่พวกเราพูดกันมาตั้งแต่แรกพูดขึ้น ก่อนจะลุกจากโซฟาตัวยาวที่ตัวเองนอนอยู่เมื่อกี้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของตัวเอง 

“...ก็มันอยากรู้นิ” 

“ยุ่งไงเราอะ....มานี่มา ออกไปข้างนอกด้วยกันดีกว่า” พี่ซาฟ่าพูดแล้วฉุดรั้งแขนเรียวของหญิงสาวให้ลุกเดินตามตัวเองออกไป... 

 

ผมนั่งนิ่งอยู่แบบนั้น...มองคนสองคนที่เดินตามกันออกไป....ก่อนจะหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถือเอาไว้...ผมเลื่อนมือไปมาระหว่างชื่อสองชื่อในสมุดรายชื่อโทรศัพท์ของตัวเอง....ก่อนจะตัดใจกดโทรออกไป... 

 

( “ว่ายังไงลูก....ไม่ได้ทำงานเหรอเราโทรมาหายายตอนนี่เนี่ย” ) เสียงที่แสนคุ้นหูและเป็นเสียงที่ผมได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ดังขึ้นมา 

“ยาย...ฟิวส์....ฟิวส์...สับสนจังครับ...ฟิวส์...ฮึก...อยากกอดยาย” ความรู้สึกมากมายที่ตีกันยุ่งในตอนแรกเหมือนมันจะระเบิดออกเสียแล้ว... 

( “เป็นอะไรลูก...งานมีปัญหาเหรอฟิวส์!” ) เสียงสะอื้นของผมคงดังพอให้ยายบุญได้ยิน 

“เปล่าครับ...แต่ฟิวส์” 

 

สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเล่าเรื่องที่กวนใจของตัวเองทั้งหมดออกไป....ยายบุญทำเพียงรับฟังเงียบๆ เท่านั้น...จนผมเล่าจบนั่นแหละ... 

 

( “แล้วฟิวส์คิดว่าเขาทำแบบนี้ทำไมลูก” ) 

“ฟิวส์ก็ไม่รู้ยาย....ไม่รู้ว่าเขาโกหกทำไม...ฟิวส์มองไม่เห็นประโยชน์จากเรื่องนี้เลยนะยาย” 

( “ก็แสดงว่าเขาไม่ได้หวังประโยชน์หรือเปล่าลูก….เราบอกว่าเมื่อเช้าเขาก็ยังทำเหมือนเดิมใช่ไหม” ) 

“ครับ เขายังทำเหมือนเดิม” 

( “ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องดีไหม....มาคิดเองเออเองกับความคิดของตัวเองก็จะมีแต่ความคิดอคติเสียเปล่าๆ...ยายว่าฟิวส์ไปพูดไปทำความเข้าใจกับเขาให้รู้เรื่อง...อยากคิดไปเองจะดีกว่านะลูก” ) 

“....ฟิวส์ไม่กล้าหรอกยาย เขาเป็นเจ้านาย...ฟิวส์ก็เหมือนลูกหนี้ของเขาที่มาทำงานใช้หนี้ใช้ทุนให้เขาก็เท่านั้น...อีกไม่กี่เดือนก็...กลับแล้ว” ประโยคหลังเหมือนจะจางหายไป.... 

 

ใช่....อีกไม่นานก็กลับแล้ว 

 

( “แล้วฟิวส์จะปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เหรอ....จะให้มันเป็นแบบนี้จนหนูกลับมาเลยเหรอ” ) 

“....ฟิวส์ควรไปคุยเหรอยาย” 

( “....อีกกี่เดือนละ ถึงจะกลับ” ) 

“ 3 เดือนกว่าๆ ครับ” 

( “ฟิวส์คิดว่าสามารถอยู่กับความอึดอัดจนถึงวันกลับได้ไหม....คิดดีๆ นะลูก...จะปล่อยให้เรื่องมันจบแบบนี้....เวลาพอมันผ่านไปเเล้วมันก็ทำอะไรไม่ได้ มันย้อนไปแก้ไม่ได้นะฟิวส์” ) 

 

ผมทำได้เพียงนิ่งฟังคำพูดจากปากของยาย...เเล้วถ้าผมปล่อยเอาไว้เเบบนี้ละ....ก็จะไม่ได้เจอเขาอีกเหรอ? เขาก็จะหลบหน้าผมอยู่เเบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอ? 

 

( “คิดดูนะลูก...ความสุขที่ผ่านๆ มากับเขา...จะต้องมาจบลงเพียงเพราะเรื่องนี้เรื่องเดียว” ) 

“แต่เขาโกหกฟิวส์นะยาย” 

( “...ยายถึงบอกให้ฟิวส์คิดดีๆ ....ความผิดที่เขาทำมันใหญ่ถึงขนาดที่หนูให้อภัยไม่ได้เลยเหรอ” ) ให้อภัยเหรอ? ผมสามารถทำได้เหรอ? 

“...,มันก็...” 

( “อย่างน้อย เราก็ได้รู้ความจริงจากปากเขาเองนะฟิวส์…ถึงจะบอกช้าไปหน่อย...แต่ยายคิดว่ามันก็ดีกว่าไม่บอก หรือฟิวส์ไปรู้ความจริงจากคนอื่นนะลูก” ) 

“…..” ผมได้แต่คิดตามคำที่ท่านพูด...แน่นอนว่ารู้จากปากเขาเองมันต้องดีกว่าไปรู้เพราะคนอื่นอยู่แล้ว...แต่ว่า...ถ้ารู้ตั้งแต่แรกมันจะไม่ดีกว่าเหรอ 

( “ไปคุยกับเขานะลูก...เชื่อยาย” ) 

“....ทำไมยายถึงอยากให้ฟิวส์ไปคุยกับเขาละครับ...เขาโกหกฟิวส์นะ” ไม่รู้ว่าเพราะได้ระบายออกไปหรือว่าได้ฟังสิ่งที่ท่านพูดกันแน่ ผมถึงได้รู้สึกดีขึ้นแบบนี้ 

( “เพราะเท่าที่ฟิวส์เล่าให้ยายฟัง...เขาก็เป็นคนดีนะลูก...ดูแลหลานของยายเป็นอย่างดี...ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไป...เขาก็เป็นคนที่ค่อยดูแลฟิวส์อย่างดีใช่ไหมลูก....เวลาฟิวส์เล่าถึงเรื่องที่เขาทำให้ฟิวส์ก็ดูหลานยายจะมีความสุขดี...แล้วทำไมยายจะไม่หวังให้หลานรักของยายมีความสุขตลอดๆ ไปละลูก” ) 

“....ฟิวส์รักยายนะครับ...อีกไม่นานฟิวส์ก็กลับแล้ว...ตอนนี้ฟิวส์มีเงินเก็บจากการทำงานนี้นิดหน่อยแล้วนะยาย...พอกลับไปยายก็ไม่ต้องเหนื่อยแล้วเนอะ” ผมเลือกที่จะพูดเปลี่ยนเรื่องไป.....พอได้ฟังที่ยายพูดความรู้สึกหนักอึ้งพวกนั้นก็จางหายไปแทบจะทันที...จนเผลอคิดว่าถ้ายังพูดเรื่องนี้อยู่ละก็คงได้รีบวิ่งไปหาเขาคนนั้นแล้วคุยกันให้รู้เรื่องแน่เลย 

( “ยายไม่เหนื่อยอะไรหรอกน่า...เมื่อก่อนยังทำได้สบายๆ เลย” ) 

“แต่ตอนนี้ยายจะ 80 แล้วนะครับ พักบ้างเถอะนะ” 

( “เอาน่าๆ ถ้ายายไม่ไหวยายจะหยุดก็แล้วกัน” ) 

“...ยาย...ฟิวส์ต้องวางแล้ว...เดี๋ยวมืดๆ ฟิวส์โทรไปใหม่นะครับ”หางตาของผมเหลือบไปเห็นพี่วิเวียร์ที่เปิดประตูเขามาเเล้วส่งยิ้มเเห้งๆ ทำท่าทางเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างเเต่เพราะเห็ฯว่าผมคุยโทรศัพท์อยู่ ก็เลยยืนรออยู่เงียบๆเท่านั้น 

( “โทรเข้าเครื่องเจ้าหลงมันนะลูก...ยายอยากจะเห็นหน้า” ) 

“ครับ ฟิวส์ก็อยากจะเห็นหน้ายายเหมือนกัน....งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ” 

 

พอวางสายเสร็จผมก็วางมือถือของตัวเองลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันหน้าไปหาพี่วิเวียร์ที่พึ่งจะเข้ามาในห้อง และดูเหมือนมีเรื่องจะพูดกับผม.... 

 

“พี่วิเวียร์มีอะไรเหรอครับ” 

“คือ...พี่ขอโทษนะฟิวส์...เมื่อกี้เหมือนพี่จะก้าวก่ายเรื่องของฟิวส์มากเกินไป...พี่ขอโทษจริงๆ นะ” พี่วิเวียร์พูดออกมาอย่างรู้สึกผิด เมื่อกี้ก็คงโดนพี่ซาฟ่าลากออกไปเตือนนั่นแหละ... 

“ไม่เป็นอะไรเหรอครับ”ผมตอบกลับไปยิ้มๆ...ไม่ได้รู้สึกโกธรอะไรพี่เเกเลยสักนิด 

“แต่ที่พี่ถามเพราะพี่เป็นห่วงนะ....ฟิวส์ดูเครียดๆ อะ...ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้เลยนะ” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมๆ กับยกมือเล็กๆ แบบผู้หญิงๆ มาจับที่ไหล่ของผมแล้วบีบเบาๆ 

“ฟิวส์ก็เหมือนน้องชายพี่...พี่ไม่อยากให้น้องชายของพี่มีเรื่องกวนใจหรอกนะ” 

“ครับ...ขอบคุณนะครับ แต่เหมือนผมจะเจอทางออกแล้ว” 

“จริงเหรอ...ดีเลยจะได้หายเครียดสักทีเนอะ” 

“....เอ่อ....พี่วิเวียร์ครับ” 

“หืมม ว่าไง?” 

“ผมถามอะไรหน่อยสิ” 

“อะไรเหรอ??” 

“...สมมุติว่าพี่ซาฟ่าดูแลพี่อย่างดีทุกอย่าง....” 

“เดี๋ยวๆ เกี่ยวอะไรกับตานั้นเนี่ย!! ..เอาเถอะๆ ต่อเลย” เธอรีบพูดขัดขึ้นมาทันที แต่คำพูดกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดงนั้นไปคนละทางกันเลยนะครับ-*- 

“ถ้าพี่ซาฟ่าดูแลพี่อย่างดี แต่เขาโกหกพี่ พี่จะทำยังไง” 

“...อืออ...พี่ก็คงถามเหตุผลก่อนละมั้งถ้าให้อภัยได้ก็ให้อภัย...เเต่พี่ว่าเอาจริงๆก็คงจะกระทืบหมอนั้นให้จมดินก่อนเเล้วค่อยคุยเเหละ...ทำไมเหรอ??” อือฮือ...พอได้เห็นเเววตาของพี่วิเวียร์เมื่อกี้นี่ มันทำให้ผมคิดว่าถ้าเกิดพี่ซาฟ่าเผลอทำอะไรให้พี่วิเวียร์ไม่พอใจก็คงจะโดนทำเเบบนั้นจริงๆ 

“ไม่มีอะไรครับ” ผมตอบยิ้มๆ แล้วหันมาทำสรุปอาการคนไข้ทั้งหมดของวันนี้เพื่อส่งให้หมอใหญ่ต่อ 

 

....ก็คงต้องพูดกันก่อนจริงๆ แหละเนอะ...ก็แนะนำมาสองคนแล้วนิ 

. 

. 

. 

ทั้งๆ ที่ตั้งใจเอาไว้แบบนั้นแต่มันกลับไม่เป็นแบบที่ผมคิดเอาไว้สักนิด!!! ทำไมนะเหรอ! ก็เขาหลบหน้าผมนะสิ....ตั้งแต่วันนั้นนี้ก็ผ่านมา 3 วันแล้ว ผมยังไม่ได้เจอเขาเลย...เขาหลบหน้าผม....ไอ้เราก็จะคุยด้วยแท้ๆ ดันมาหลบหน้ากันเสียได้.... 

 

‘นมอุ่นๆ จะได้หลับสบาย’ 

 

ผมหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ขึ้นมาถือเอาไว้...ถึงจะหลบหน้าผมแต่เขาก็ยังทำเหมือนเดิมทุกอย่าง ตอนเช้าก็ให้คนเอาข้าวมาส่งพร้อมๆ กับกระดาษที่มีข้อความน้อยๆ ส่งมาให้ เมื่อวานก็ให้คุณแฟรงค์พาผมไปหาเจ้าตัวเล็กๆ พวกนั้น แต่เขาไม่ได้ไปด้วย....แล้วยังเมื่อกี้อีก...ให้คนเอานมมาให้ผมพร้อมกับกระดาษแผ่นนี้... 

 

...ถ้าจะทำแบบนี้..ทำไมไม่มาหาล่ะ!! 

 

“ทำไมไม่มาเองล่ะ....ผม...อยากคุยด้วยนะ” ทั้งๆ ที่ควรเป็นผมแท้ๆ ที่ต้องทำแบบนี้...แล้วทำไมคุณมาแย่งผมทำเล่า....ไอ้คุณโทมัสท่านบอดี้การ์ดบ้า!! 

 

โอ๊ย!! ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรแล้ว!! 

​ตอนใหม่มาเเล้วจ้าาาา 

ความสับสนของเจ้าตัวขาว  ไม่มีมาม่าหรอกเพราะคู่นี้เขามุ้งมิ้งงงงงง.... 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น