ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

บทที่ 20 ค่ำคืนอันปั่นป่วน

ชื่อตอน : บทที่ 20 ค่ำคืนอันปั่นป่วน

คำค้น : แต่งงาน

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2561 20:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 ค่ำคืนอันปั่นป่วน
แบบอักษร

 ข้าเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ยกน้ำชาตามพิธีการแต่งงานของแคว้นเหลียนอย่างเต็มพิธีการ ตกเย็นภายในจวนมีการเลี้ยงหลังฉลอง หลังจากตวนมู่เฉินถือคันชั่งมาเปิดผ้าคลุมหน้าให้ข้าเขาก็ตกรางวัลให้แก่เหล่าแม่สื่อที่มาช่วยงานแล้วก็ออกไปรับรองแขกเหรื่อ ทิ้งให้ข้านั่งมองอาหารมงคลบนโต๊ะด้วยความโหยหิว สุดท้ายข้าทนรอไม่ไหวจึงแอบกินอาหารบนโต๊ะเสียจนเกือบหมด ดื่มเหล้ามงคลแก้กระหายเสียจนเกือบหมดกา อิ่มเรียบร้อยแล้วข้าจึงเปลี่ยนชุดเจ้าสาวอันรุงรังออกใส่ชุดประโปรงสีอ่อนแล้วไปนั่งผึ่งพุงริมหน้าต่างเพื่อรอตวนมู่เฉิน

ขณะกำลังสะลึมสะลือและง่วงงุนอยู่นั้นข้าเห็นตวนมู่เฉินเดินตัดสวนมาทางเรือนหอ แต่แล้วก็เห็นคนของท่านอัครเสนาบดีเข้ามาคุยบางอย่างกับเขาครู่หนึ่ง แล้วเขาก็เดินจากไปพร้อมกับคนของท่านอัครเสนาบดี ข้าเห็นความเร่งรีบของเขาข้าจึงรีบพุ่งตัวออกไปยังทิศทางที่ตวนมู่เฉินเดินออกไป ข้าแอบติดตามเขาจนเห็นเขาออกนอกจวนแล้วก็ไม่สามารถติดตามเขาทัน ข้าอดทอดถอนใจมิได้หากรู้เช่นนี้ข้าตั้งใจเรียนวิชาตัวเบาจากท่านพี่ชิงเหยียนให้มากสักหน่อยน่าจะดี ยามนี้ไม่รู้ว่าเขาออกไปไหนเหตุใดจึงทิ้งให้ข้านั่งรอเขาอยู่ในห้องหอผู้เดียว หากไม่ไปนั่งรอที่ริมหน้าต่างเมื่อครู่ข้าก็คงไม่รู้ว่าเขาแอบทิ้งข้าให้รอส่วนตนเองแอบหลบหนีออกนอกจวนไปแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ คืนแต่งงานแท้ๆเขาไปที่ใดกัน

ขณะที่ข้ายืนครุ่นคิดอยู่นั้นจู่ๆก็มีคนเดินมาสะกิดแผ่นหลังข้า เมื่อข้าหันไปก็พบว่าเป็นองค์ชายเก้าหลิวซานเย่วที่ยืนขมวดคิ้วทำสีหน้าเข้มงวดใส่ข้า

“ท่านพี่ชิงชิงเหตุใดจึงออกมายืนที่นี่ วันนี้คือวันแต่งงานของท่านเหตุใดท่านจึงไม่รอเจ้าบ่าวของท่านอยู่ในห้องหอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ ชิ เจ้าเด็กน้อยเจ้าเป็นน้องข้าหลายปีเหตุใดจึงมาทำน้ำเสียงสั่งสอนข้าเช่นนี้

“เจ้าบ่าวของข้าหายออกมากับคนของท่านอัครเสนาบดี ข้าแอบตามเขามาเสียดายว่าตามไม่ทัน ไม่รู้ว่ายามนี้พวกเขาหายไปที่ใดแล้ว” พอข้าเอ่ยเช่นนี้องชายเก้าก็ขมวดคิ้วทันที เพียงครู่เขาก็ส่งยิ้มแปลกๆให้ข้า

“เฮ้อ ท่านพี่เมื่อก่อนข้าก็คิดว่าเป็นเพียงข่าวลือ ไม่คิดจริงๆว่าแท้จริงแล้วข่าวลือจะมีมูล วันนี้เป็นวันมงคลแท้ๆพวกเขายังแอบลักลอบไปหากันอีก นี่คงตั้งใจไปร่ำลากันกระมัง ท่านพี่ท่านก็กลับไปรอที่ห้องหอเถิด อีกไม่นานเจ้าบ่าวของท่านก็คงจะกลับ” เข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขัน ตบบ่าข้าแล้วทำทีท่าจะจากไป ข้าจึงรีบดึงชายแขนเสื้อของเขาไว้

“ท่านหมายความว่าอย่างไร ข่าวลืออันใดองค์ชายท่านบอกแก่ข้าให้ชัดเจนอย่าทำให้ข้าอยากรู้แล้วจากไปเช่นนี้” ข้าเอ่ยข่มขู่เขาทันที

“ท่านพี่ไม่เคยได้ยินข่าวว่าพวกเขาเป็นต้วนซิ่วหรอกหรือ ข้าก็คิดว่าเป็นเพียงข่าวลือ ไม่คิดว่าคืนงานมงคลเช่นนี้พวกเขาจะทนคิดถึงกันไม่ไหวแอบลักลอบออกมาหากันเช่นนี้  น่าสงสารพี่หญิงสี่นางคงไม่รู้เช่นกันว่าสามีนางแอบทำเรื่องเช่นนี้” เขาเอ่ยพลางส่ายหน้า

“ไม่จริงกระมัง องค์ชายเรื่องอื่นท่านหยอกเย้าข้าได้ แต่เรื่องเช่นนี้นำมาหยอกเย้ากันมันรุนแรงมากเกินไปแล้ว” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พอเขาเห็นข้าจะร้องไห้เช่นนี้เขาก็ชะงักและรีบเอ่ยปลอบข้าทันที

“ท่านพี่ข้าหยอกล้อท่านเล่น ไม่เอานะอย่าร้องไห้ มาข้าพาท่านไปส่งที่เรือนหอดีกว่า เดี๋ยวท่านราชครูกลับมาแล้วหาท่านไม่พบจะเป็นเรื่องราวใหญ่โต” เขาเอ่ยปลอบพลางดึงข้ากลับไปทางจวนราชครู เมื่อข้าได้ยินคำว่าหาข้าไม่พบ ข้าก็คิดได้ว่าดียิ่งอยากทิ้งข้าไว้เช่นนี้ ข้าก็ไม่โง่เง่ารอเขาอยู่ในห้องหอให้ผู้คนหัวเราะเยาะภายหลังหรอก ชีวิตของข้าถูกผู้คนวิพากย์วิจารณ์เสียจนไม่มีดีแล้ว เพิ่มเรื่องข้าหายไปในคืนแต่งงานด้วยไปเลยแล้วกัน ฮึ ตวนมู่เฉิน เจ้าอย่าคิดว่าข้าจะรอเจ้ากลับอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตนเลย

“องค์ชายข้าไม่กลับ ยามนี้ดึกดื่นแล้วท่านไปเป็นเพื่อข้าก็แล้วกัน” ข้าเอ่ยพลางดึงเขาไปยังทิศทางที่ตรงกันข้ามกับจวนราชครู

“ท่านพี่ท่านจะไปที่ใด ให้ข้าส่งขาวไปบอกผู้อื่นก่อนได้หรือไม่” พอเขาเอ่ยเช่นนี้ข้าก็กระชากคอเสื้อเขาลงมาทันที เจ้าเด็กน้อยผู้นี้สูงกว่าข้าตั้งแต่เมื่อใดกัน ช่างเติบโตไวเสียจริง

“หากยังท่านคิดจะส่งข่าวให้ผู้คืน คอสวยๆของท่านจะได้ลิ้มรสกระบี่ในมือของข้าแน่นอน ท่านเชื่อหรือไม่ว่าข้าทำได้” ข้าเอ่ยใส่หน้าเขาด้วยน้ำเสียงดุร้าย

“อี๋ ท่านพี่ท่านดื่มสุรามาหรือ นี่ท่านเมาแล้วใช่หรือไม่” เขาเอ่ยพลางยกมือขึ้นปิดจมูก ข้าจึงคิดได้ว่าดื่มสุรามงคลยังไม่หนำใจเลยหาที่ดื่มสุราที่กว่า อื่มหอสุราชิ่งโหลวข้ามิได้ไปเยือนนานแล้ว คิดถึงสุราหอมหวานและกับแกล้มเลิศรสแล้ข้าจึงตัดสินใจทันที

“พวกเจ้าติดตามข้ากับองค์ชายเก้ามา อย่าได้คิดส่งข่าวไปบอกผู้ใดเด็จขาดมิเช่นนั้น ข้าปาดคอขององค์ชายของพวกเจ้าแน่นอน” ข้าหันไปสั่งองครักษ์ขององค์ชายเก้าทันที ถึงอย่างไรมีองครักษ์ไปด้วยก็อุ่นใจด้วยฐานะของญาติผู้น้องของข้าผู้นี้ข้ามิกล้านำความเสี่ยงในชีวิตของเขามาล้อเล่น อีกทั้งป้องกันเหล่าองครักษ์พวกนี้ไปส่งข่าวแก่ตวนมู่เฉินข้าจึงต้องข่มขู่พวกเขาเสียหน่อยป้องกันการผิดพลาด เห็นองค์ชายเก้าส่งสัญญาณให้พวกเขาตามมาข้าก็แอบอมยิ้ม เขาไม่เคยกล้าขัดใจข้าได้สักที

หอสุราชิ่งโหลวขึ้นชื่อเรื่องสุราเลิศรส ข้าเคยแอบหนีออกจากจวนมาที่นี่บ่อยครั้ง แต่เมื่อท่านปู่เริ่มเข้มงวดมากขึ้นข้าก็มิได้ก้าวเข้ามาอีกเลย องค์ชายเก้าเลือกห้องรับรองที่เป็นส่วนตัวยิ่งมารับรองข้า ข้านั่งยกจอกสุราจอกแล้วจอกเล่า จนเขาต้องออกปากห้าหลายครั้ง

“ท่านพี่ข้าเพียงหยอกเย้าท่านเล่นเท่านั้น เหตุใดจึงคิดจริงจังเลยเถิดเช่นนี้เล่า” เขาเอ่ยพลางมองข้าด้วยสีหน้ากังวล

“อันที่จริงข่าวลือพวกนั้นข้าก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ ด้วยเห็นเขาชอบโปรยเสน่ห์ใส่หญิงสาวมากมาย จึงไม่คิดว่าชายเจ้าชู้เช่นนั้นจะเป็นพวกชอบตัดชายแขนเสื้อไปได้” ข้าเอ่ยพลางยกจอกสุราเหมยแดงขึ้นจิบ สุราชนิดนี้รสชาติหอมหวานยิ่งรู้สึกติดใจ คล้ายดั่งกับความรัก รู้ว่าลุ่มหลงมัวเมาแล้วไม่ใช่เรื่องดีแต่ก็อดลุ่มหลงและติดใจไม่ได้

“เหตุใดท่านไม่คิดบ้างว่าพี่หญิงสี่เป็นภรรยาท่านอัครเสนาบดีหากเกิดเรื่องต้วนซิ่วดั่งผู้คนเล่าลือจริง นางก็ต้องรู้และบอกท่านพี่ไปแล้วไม่ปล่อยให้ท่านพี่แต่งงานกับท่านราชครูหรอก” พอข้าได้ยินเช่นนี้ข้าก็พยักหน้า จริงด้วยอย่างน้อยท่านอัครเสนาบดีก็เป็นสามีญาติผู้น้องข้า หากมีเรื่องเช่นนั้นจริงนางต้องบอกเล่าให้ข้าฟังแล้ว

"อืม ท่านเคยอยู่กับพวกเขาที่จวนนอกเมืองท่านอัครเสนาบดีมีเรื่องให้น่าสงสัยหรือไม่” ข้าอดซักถามเขาต่อมิได้

“ไม่มีนะท่านพี่ หากไม่นับเรื่องก่อกวนโทสะข้าเขาก็เอาแต่หมดตัวอยู่กับตำรา วันทั้งวันก็ทำสีหน้าเคร่งขรึมอึมครึมไม่มีวี่แววเป็นพวกต้วนซิ่วให้ข้าเห็นเลย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมข้าจึงค่อยสบายใจขึ้น

“ตวนมู่เฉินเองนอกจากเรื่องโปรยเสน่ห์ใส่สาวๆแล้วข้าก็ไม่เห็นว่าเขาจะทำสิ่งอื่นนอกจากชอบเขียนตำรา ข้าคงคิดมากดั่งไป แต่ว่าองค์ชายท่านหยอกล้อข้าให้น้อยลงได้หรือไม่ยามนี้ท่านก็เริ่มเป็นหนุ่มแล้ว ในภายหน้าต้องได้รับตำแหน่งสำคัญ เลิกหยอกเย้าข้าเสียทีจะเป็นเรื่องที่ดีมาก” ข้าชี้หน้าอบรมเขาด้วยความไม่พอใจ

“ได้ๆ ท่านพี่ท่านวางใจข้าจะไม่หยอกล้อท่านอีกแล้ว ยามนี้ดึกแล้วพวกเรากลับกันดีหรือไม่” เขาเอ่ยชวนเช่นนี้ข้าจึงรู้สึกตัวว่าข้าดื่มสุรามากเกินไปแล้ว ยามนี้ศีรษะของข้ารู้สึกหมุนวน ข้าคงเมาแล้วจริงๆ

“ได้แต่ข้าไม่อยากกลับจวนราชครู แกลับจวนท่านปูไม่ได้แล้วด้วย ท่านไปส่งข้าที่จวนอัครเสนาบดีได้หรือไม่อย่างน้อยไปอาศัยฟางฮูหยินสักคืน พรุ่งนี้ข้าค่อยคิดว่าข้าจะดำเนินไปทางใดดี

“ได้ท่านพี่ ท่านยืนไหวหรือไม่” เขาเอ่ยถามเช่นนี้ข้าจึงลองลุกขึ้นยืน อืมแม้พื้นจะเอียงไปเอียงมาแต่ข้าก็ยังเดินไหวข้าจึงหันไปบอกเขา

“ได้สบายท่านช่วยประคองข้าให้เดินตรงทางก็พอ” ข้าเอ่ยเช่นนี้เขาก็พยักหน้า ชำระค่าสุราและอาหารแล้วเขาก็ประคองข้าขึ้นรถม้ามุ่งสู่จวนของท่านอัครเสนาบดีฟางหยวนอี้

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว