หมัด! แลกรัก [Yaoi]
หมัด!แลกรัก ตอนที่ 1 [100%]
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

หมัด!แลกรัก ตอนที่ 1 [100%]

หมัดแลกรัก  ตอนที่ 1



ควันสีขาวถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป ชายผู้ที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำและยืนอยู่ตรงระเบียงคอนโดหรูใจกลางกรุง เขามองวิวยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ พร้อมกับบุหรี่ในมือ ดวงตาคมปลาบมองออกไปยังแสงสีเบื้องล่าง

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น


“เข้ามา” เสียงนิ่งของเจ้าของห้องดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับชายร่างใหญ่ในชุดสูทเทา


“นายครับ บัญชีที่นายสั่ง ผมไว้ในห้องทำงานเรียบร้อยแล้วครับ” เสียงทุ้มจากทางด้านหลังดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงระเบียงหันไปมองด้วยหางตาเล็กน้อย


“ขอบใจ อีกครึ่งชั่วโมงให้คนเตรียมรถไว้ด้วย” เสียงเข้มทรงอำนาจตอบกลับ ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหัวให้เล็กน้อย แล้วเดินออกไปจากห้องส่วนตัวของเจ้านายตนเอง ชายหนุ่มสูบบุหรี่เข้าปอดอีกครั้งพร้อมกับขยี้ก้นบุหรี่ลงไปดับกับที่เขี่ยบุหรี่ราคาแพง  ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้ามาในห้อง แล้วเดินไปแต่งตัวด้วยท่าทีเบื่อหน่ายเล็กน้อย

เขาคนนี้คือ วาทิน จักรบดินทร์  ทายาทคนโตของตระกูลจักรบดินทร์ที่มีอิทธิพลอันดับต้นๆของประเทศ เป็นตระกูลที่ทำธุรกิจทั้งขาวและดำ เขาเข้ามาดูแลทุกอย่างที่ปู่ของเขาสร้าง ส่งต่อมาที่พ่อของเขาและส่งมาถึงเขาในปัจจุบัน เขาเข้ามารับช่วงต่อตั้งแต่อายุ 25 และตอนนี้ผ่านมา 5 ปีแล้ว ไม่นับรวมตอนที่เขาคอยเรียนรู้งานและฝึกทำงานกับพ่อและปู่มาตั้งแต่เด็ก การทำงานเป็นไปด้วยความเบื่อหน่าย เพราะมันเจอแต่เรื่องเดิมๆ ใช้ชีวิตเดิมๆ

เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ววาทินก็ออกจากประตูห้องนอนของตนเอง ลูกน้อง 4 คน ยืนรออยู่ และพาเขาลงไปยังลานจอดรถวีไอพี ที่มีลิฟท์ขึ้นลงส่วนตัวแยกจากคนอื่นๆ ลูกน้องของวาทินเปิดประตูรถรอ พอเห็นว่าเจ้านายตนเองเข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้วก็ปิดประตู พร้อมให้ทุกคนประจำตำแหน่ง แล้วขับพาวาทินไปยังผับหรูของเขาที่เปิดเพื่อไว้ต้อนรับนักท่องราตรีกระเป๋าหนัก เมื่อไปถึงผับ วาทินกับลูกน้องก็เดินเข้าไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นทางเฉพาะของเขาเท่านั้น เสียงเพลงจากด้านในดังแว่วให้ได้ยินตลอดทางเดิน แต่วาทินไม่ได้สนใจเรื่องของผับเท่าไรนัก เพราะธุรกิจหลักของที่นี่จริงๆก็คือ สถานที่ที่อยู่ใต้ผับนี้ต่างหาก


“สวัสดีครับนาย” เสียงลูกน้องคนเฝ้าประตูทักทายดังขึ้น วาทินพยักหน้าให้ก่อนที่ลูกน้องจะเปิดประตูให้วาทินกับคนอื่นๆเข้าไปข้างใน วาทินเดินลงบันไดหินอ่อนราคาแพงไปยังห้องใต้ดิน ที่บรรยากาศผิดกับด้านบนลิบลับ ห้องใต้ดินที่ว่า คือบ่อนการพนันสำหรับพวกไฮโซ ดารานักร้องชื่อดัง รวมไปถึงพวกข้าราชการระดับสูงที่ชื่นชอบงานอดิเรกโดยการเล่นพนัน บ่อนของวาทินถึงไม่เคยถูกหน่วยงานไหนเข้ามาปราบปรามเลยสักครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขามีคนหนุนหลังเยอะด้วย


“สวัสดีครับคุณวาทิน ไม่คิดว่าวันนี้จะเข้ามาที่ห้องสำราญได้” เสียงของข้าราชการคนหนึ่งเดินเข้ามาทักพร้อมกับแก้วเหล้าในมือ ห้องสำราญที่อีกฝ่ายพูดถึงก็คือบ่อนใต้ดินนี้เอง ทุกคนจะรู้จักกันดีในชื่อว่าห้องสำราญ นอกจากห้องใต้ดินนี้จะเป็นบ่อนแล้ว ยังมีบาร์บริการเครื่องดื่มให้กับทุกๆคนด้วย


“สวัสดีครับ ผอ.อยุธ” วาทินส่งยิ้มการค้าไปให้กับอีกฝ่ายผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยการช่างแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

“พอดีวันนี้ผมว่างน่ะครับ เลยเข้ามาดูกิจการสักหน่อย เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้มีงานอื่นต้องทำอีกเยอะ” วาทินตอบกลับไป ผู้อำนวยการอยุธส่งยิ้มกลับมาเล็กน้อย ก่อนจะแยกตัวไปหาโต๊ะเล่นต่อ วาทินเดินตรงไปยังห้องส่วนตัวที่ทำแยกไว้ เป็นทั้งห้องทำงานและห้องสอดส่องคนอื่นๆ วาทินตรงไปนั่งที่โต๊ะทำงาน ไม่นานเครื่องดื่มก็ถูกนำเข้ามาเสริฟให้อย่างรู้หน้าที่ วาทินดูรายการลูกหนี้ที่ขอกู้ยืมเงินของเขา พร้อมกับคอยมองออกไปตรงกำแพงกระจก ที่มองเห็นภายในห้องพนันได้อย่างชัดเจน แต่คนด้านนอกจะมองไม่เห็นด้านใน

“เฮ้อ” วาทินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างเบื่อๆ ลูกน้องที่ยืนอยู่ก็ไม่กล้าถามอะไร จนผ่านไปสักพักประตูห้องก็ถูกเคาะ


ก๊อกๆ

ก่อนที่ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มหน้าตาคล้ายกับวาทินเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

“ไงครับพี่ชาย ผมนึกว่าพี่ลืมที่นี่ไปแล้วนะเนี่ย” ไม่แปลกใจว่าทำไมชายคนนี้ถึงเดินเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างง่ายดาย เพราะเป็นน้องชายแท้ๆของเขา ที่ชื่อว่า วายุ นั่นเอง


“ชั้นเพิ่งกลับจากฮ่องกง แกก็น่าจะรู้” วาทินตอบน้องชายกลับไป

“แล้วนี่มาตั้งแต่เมื่อไร” วาทินถามต่อไปอีก


“ผมมาตั้งนานแล้ว แต่อยู่ข้างบน พี่ขึ้นไปดื่มกับเพื่อนๆผมข้างบนหน่อยดีมั้ย อยู่ที่นี่น่าเบื่อจะตาย” วายุเอ่ยชวนพี่ชายตนเอง วาทินนั่งคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับเพราะเขากำลังเบื่อๆอยู่พอดี


“ศิลา  นายขึ้นไปกับชั้น ส่วนที่เหลือดูแลข้างล่างนี่ มีอะไรด่วนโทรตามชั้นได้เลย” วาทินหันไปสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ ก่อนจะลุกเดินออกไปจากห้องทำงานพร้อมกับน้องชายตนเอง ตามด้วยศิลา ลูกน้องคนสนิท  

..

..

“พี่ดอย พวกเราจะเข้าไปข้างในได้เหรอวะ อายุพวกผมไม่ถึงนะเว้ยพี่” เด็กหนุ่มคนหนึ่งทักท้วงขึ้น เมื่อรุ่นพี่ของเขาชวนมาเที่ยวที่ผับดัง แต่พวกเขาอายุไม่ถึง 20 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด


“เออน่า เข้าได้ กูรู้จักกับการ์ดที่นี่ ไม่ต้องกลัวน่าไอ้กลอง ตามกูมาเหอะ” ดอย รุ่นพี่ ปวส. ในวิทยาลัยช่างแห่งหนึ่ง พูดกับรุ่นน้อง ปวช.ปี 3 ที่ชื่อว่ากลอง ซึ่งทั้งสองเรียนอยู่แผนกช่างไฟฟ้าเหมือนกัน


“พวกมึงว่าไงวะ” กลองหันไปถามเพื่อนอีก 2 คน ที่ถูกขวนมาเหมือนกัน


“ถ้าพี่ดอยแกพาเข้าได้ ก็น่าเข้าไปลองดูหน่อย พวกเราเข้าแต่ร้านเหล้า ไม่ค่อยได้มาผับแบบนี้สักเท่าไร มันก็น่าสนุกดีว่ะ” สองเพื่อนสนิทของกลองตอบกลับมาอย่างตื่นเต้น กลองหันไปมองหน้ารุ่นพี่อีก 2 คน ที่ยืนมองพวกเขาตัดสินใจอยู่


“เออ ก็ได้ เข้าก็เข้า แต่อย่าทำให้พวกผมถูกจับได้เชียวนะพี่ดอย” กลองพูดย้ำกับรุ่นพี่ตนเองไว้ก่อน


“เชื่อมือกูเหอะ มาๆ ตามมา” ดอยตอบรับเสียงจริงจัง ก่อนจะเดินนำเด็กหนุ่มทั้งสามคนไปยังด้านหน้าทางเข้าผับ WT ดอยเดินไปหาการ์ดเฝ้าประตูคนหนึ่ง พูดคุยกันอยู่สักพักก่อนจะเดินยิ้มร่ามาหาลูกน้อง

“เรียบร้อย แต่มีเรื่องต้องให้พวกมึงเตรียมรับมือไว้ก่อน” ดอยพูดเสียงจริงจัง


“อะไรวะพี่” สองถามกลับไปอย่างสงสัย


“จริงๆ ถ้าตำรวจจะเข้าตรวจ เค้าจะมีการประกาศแจ้งข้างในก่อน พี่กูที่เป็นการ์ด เค้าบอกว่าให้พวกมึงเดินเข้าไปหลบในห้องน้ำจนกว่าเขาจะทำการตรวจตามหน้าที่ให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยออกมา” ดอยพูดขึ้น รุ่นน้องทั้งสามก็พยักหน้ารับ เมื่อพูดคุยกันเสร็จแล้ว ก็พากันเดินเข้าไปด้านใน แสงสีเสียงในผับทำให้กลองกับเพื่อนๆ อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยเข้ามาในที่แบบนี้มาก่อน ส่วนมากก็ร้านเหล้าธรรมดาทั่วไป ดอยพาไปนั่งโต๊ะติดกับทางเดินไปห้องน้ำ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้ให้รุ่นน้องเดินเข้าห้องน้ำได้อย่างสะดวก ดอยสั่งเครื่องดื่มมาให้รุ่นน้องและตัวเขากับเพื่อนอีกคนทันที กลองมองรอบๆอย่างสนใจ ก่อนจะถูกรุ่นพี่เอาไหล่มากระแทกเบาๆ


“อะไรพี่ดอย” กลองหันไปถาม


“เพิ่งเข้ามาครั้งแรก ก็มีสาวอ่อยให้เลยนะมึง” ดอยพูดแซวยิ้มๆ ก่อนจะพยักหน้าไปทางโต๊ะข้างๆ กลองหันไปมองก็เห็นหญิงสาวในชุดรัดรูปเซ็กซี่ ส่งสายตาหวานมาให้ กลองยกยิ้มนิดๆ เพราะเขาเองก็มั่นใจในเรื่องหน้าตาตัวเองไม่น้อย

กลอง ถือว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง ดวงตาคม ตัดผมไถข้าง และทำรอยขีดไว้สามขีด บวกกับเจาะหูถึง 4 รู ทำให้ลุคของกลองดูเท่ห์แบบแบดบอย จึงเป็นที่หมายตาของสาวๆพอสมควร กลองยกแก้วเหล้าทำท่าชนกับหญิงสาว หญิงสาวก็ทำท่าชนแก้วกลับมา


“สัด หาเหยื่อได้เร็วฉิบหาย” สองพูดแขวะไม่จริงจังนัก กลองก็ยักคิ้วให้เพื่อนตนเองอย่างกวนๆ กลองกับเพื่อนๆและรุ่นพี่ต่างสนุกสนานกับการเต้นและสร้างความสัมพันธ์กับสาวๆที่แวะเวียนมาทักทาย โดยไม่รู้ว่าเขาเองก็เป็นที่หมายปองของบรรดาผู้ชายด้วยเช่นเดียวกัน จนกลองเริ่มจะมึนแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเมามากแต่อย่างไร จนเขานึกอยากจะเข้าห้องน้ำ


“พี่ดอย ห้องน้ำอยู่ตรงไหน” กลองถามรุ่นพี่ ดอยก็ชี้ไปยังทางเดินไปห้องน้ำ


“ให้กูพาไปมั้ย มึงไหวรึเปล่าวะ” ดอยถามขึ้น กลองโบกมือไปมา


“ไม่เป็นไรพี่ ผมยังไหว แค่มึนนิดหน่อย เดี๋ยวผมมา” กลองตอบกลับไป ก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล กลองเดินหลบคนเพื่อเข้าไปในห้องน้ำ กลองเลือกที่จะเข้าห้องน้ำด้านใน ไม่เลือกใช้โถปัสสาวะ เพราะเขาอยากจะแอบนั่งพักสักหน่อย กลองปิดประตูล็อคเรียบร้อย เขาก็ปิดฝาชักโครกนั่งลงด้านบนพร้อมกับนวดขมับตัวเองเบาๆ

//สงสัยจะมึนแสงไฟ// กลองพูดกับตัวเอง เขาหมุนคออีกเล็กน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงคนเข้าห้องน้ำห้องข้างๆ แต่กลองก็ไม่ได้สนใจอะไร พอเห็นว่าเริ่มจะหายมึน กลองก็ลุกเพื่อจะทำธุระของตัวเองบ้าง ระหว่างที่ยืนปลดปล่อยอยู่นั้น กลองก็รู้สึกเหมือนถูกมอง เขาจึงเงยขึ้นไปด้านบน

“เฮ้ย! ใครวะ” กลองตะโกนเสียงลั่น เพราะมีคนปีนห้องน้ำด้านข้าง เพื่อแอบดูเขา ตอนที่กลองเงยขึ้นไป อีกฝ่ายเอาหัวหลบลงไปก่อนแล้วอย่างรวดเร็ว แต่มือยังคงจับขอบด้านบนอยู่ ทำให้กลองเห็นว่าอีกฝ่ายใส่นาฬิกาแบรนด์ดัง เพราะเขาเป็นคนชื่นชอบนาฬิกาอยู่แล้ว จึงจำได้ว่าเป็นยี่ห้อไหน ถึงแม้ว่าจะไม่มีปัญญาซื้อใส่ก็ตาม เสียงกุกกักและเสียงเปิดประตูจากห้องน้ำข้างๆดังขึ้น ทำให้กลองรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะหนี เขาเองก็รีบทำธุระให้เสร็จแล้วเปิดประตูออกมา แต่ไม่ทัน


“โทษนะครับ เห็นคนที่เพิ่งออกจากห้องน้ำห้องนี้มั้ย” กลองหันไปถามคนที่กำลังล้างมืออยู่


“วิ่งออกไปแล้ว แต่ไม่เห็นหน้า มีอะไรเหรอครับ” อีกฝ่ายถามกลับมา กลองมองคนที่อยู่ในห้องน้ำตอนนี้ ไม่มีใครใส่นาฬิกาเรือนที่เห็น จึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายออกไปแล้ว  


“ไม่มีอะไรครับ” กลองตอบกลับ ตอนนี้เขาหัวเสียเป็นอย่างมาก เขาเดินกลับไปหาเพื่อนๆที่โต๊ะด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่สายตาก็พยายามมองหาใครสักคนที่ใส่นาฬิกาแบบนั้น


“เป็นอะไรวะ” สองถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเพื่อนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าหงุดหงิด กลองเลยเล่าให้เพื่อนและรุ่นพี่ฟัง

...

...

“ถามจริง พี่ทิน พี่เป็นอะไรของพี่วะ พักหลังๆผมเห็นพี่ดูเหนื่อยๆชอบกล” วายุถามขึ้น ขณะนั่งดื่มอยู่กับพี่ชายตนเองและเพื่อนๆอีก 3 คน ซึ่งวาทินก็รู้จักคุ้นเคยกันดี


“เบื่อนิดหน่อย” วาทินตอบกลับสั้นๆ ตอนนี้พวกเขานั่งดื่มกันอยู่ตรงโซนวีไอพีด้านบน ซึ่งมองลงไปจะเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวยามราตรีได้ทั่วทั้งผับ ด้านบนจะไม่แออัดเหมือนกับด้านล่าง


“เบื่ออะไรพี่ทิน คนที่มีสาวๆหนุ่มๆมาคอยสร้างความสำราญให้ทุกวันอย่างพี่ ยังจะมีมุมเบื่ออีกเหรอ” วายุถามกลับอย่างขำๆ เพราะพี่ชายของเขามีทั้งผู้หญิงผู้ชายต่างมาเสนอตัวให้เกือบทุกวัน ซึ่งวาทินหลับนอนได้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย


“ก็เพราะมีมาให้เลือกอย่างสบายๆทุกวันนี่แหละที่ชั้นเบื่อ” วาทินตอบด้วยน้ำเสียงปกติ แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม วายุหัวเราะขำเบาๆ ก่อนที่วาทินจะเปลี่ยนเรื่องเพื่อคุยเรื่องงาน เขากับน้องชายช่วยกันบริหารงานของทางครอบครัว โดยมีวาทินเป็นหลัก แต่วายุก็ช่วยเขาได้มากเหมือนกัน สักพัก ศิลาลูกน้องคนสนิทก็ขยับเข้ามาหาวาทิน


“นายครับ คนของเราบอกว่า จับคนเล่นโกงในห้องสำราญได้สองคนครับ” ศิลาพูดขึ้น ทำให้วาทินขมวดคิ้วเข้าหากันทันที


“อืม” วาทินตอบกลับแค่นั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวชั้นไปจัดการเรื่องงานสักหน่อย อาจจะไม่กลับขึ้นมา แกนั่งกินกับเพื่อนๆไปก่อนละกัน อย่าลืมเรื่องงานที่สั่งด้วย” วาทินพูดกับน้องชายตนเอง วายุรับคำ ก่อนที่ศิลาจะเดินนำวาทินลงไปก่อน จริงๆแล้วจะต้องมีอีกคนคอยติดตามเดินด้านหลัง แต่วาทินไม่อยากให้มันดูเด่นไปนัก อีกอย่างเขาเองก็ดูแลตัวเองได้ เพราะเขาเรียนรู้งานด้านสีเทาของครอบครัวมานาน เขาจึงมีทั้งคนรักและคนเกลียด หลายครั้งที่อยู่ในสถานการณ์คับขันอันตราย แต่เขาก็เอาตัวรอดได้เสมอ เขาไม่ได้เก่งแค่เรื่องบริหาร แต่เก่งเรื่องศิลปะการต่อสู้ด้วยเหมือนกัน


หมั่บ..

ระหว่างที่จะเดินผ่านกลุ่มคนไปยังทางเดินไปยังห้องใต้ดิน ก็มีมือของใครบางคนมาจับที่ข้อมือของวาทิน เขาหันไปมองอย่างรวดเร็ว และไม่ทันที่วาทินจะตั้งตัว ก็มีหมัดๆหนึ่งลอยมากระทบใบหน้าเขาอย่างจัง


ผั่วะ!

“ไอ้โรคจิต!” เสียงด่าดังลั่น ใบหน้าของวาทินสะบัดไปเล็กน้อย ศิลารีบตรงเข้ามากระชากอีกฝ่ายออก แล้วจ่อปืนไปที่อีกคนทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องฮือฮาของนักท่องราตรี


“ศิลา เก็บปืน” วาทินบอกอีกฝ่าย เมื่อเห็นใบหน้าคนที่ต่อยเขาในแสงไฟวับๆแวมๆ แล้วประเมินได้ว่า อีกฝ่ายไม่ได้ดูน่าอันตรายขนาดนั้น


“การ์ดอยู่ไหน มาโยนไอ้เด็กนี่ออกไปเดี๋ยวนี้” ศิลาหันไปเรียกการ์ดทันที การ์ดที่เห็นต่างรีบวิ่งเข้ามา แล้วลากคนที่ต่อยวาทินออกจากผับอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงโวยวายของเด็กหนุ่มคนนั้น

“ขอโทษครับนาย ให้ผมจัดการเด็กนั่นมั้ยครับ” ศิลาหันมาก้มหัวขอโทษวาทิน ที่เขาดูแลเจ้านายไม่ดี ทำให้วาทินถูกต่อยอย่างจัง ถึงแม้ว่าจะเพียงแค่หมัดเดียวก็ตาม  วาทินเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อย ก็พอจะรับรสคาวเลือดในปากตัวเองได้


“หึ ไม่ต้อง เด็กนั่นอาจจะเข้าใจอะไรผิด นายให้คนไปหาประวัติเด็กนั่นมาให้ชั้นก็พอ” วาทินตอบกลับ ไม่รู้ทำไม เขาถึงได้ติดใจกับหมัดเล็กๆที่ต่อยเข้าใบหน้าของเขาได้ แถมดวงตาที่ส่องประกายดื้อรั้นและไม่ยอมคนนั่นอีก


“นายจะเอาไปทำอะไรครับ” ศิลาถามกลับ


“ชั้นก็แค่อยากรู้ ว่าเด็กนั่นเป็นใคร ถึงได้ต่อยชั้นได้ไวขนาดนั้น” วาทินพูดพร้อมกับยกยิ้มมุมปากเหมือนกำลังถูกใจอะไรบางอย่าง ทำให้ศิลามองเจ้านายตนเองอย่างงงๆ เพราะตลอดเวลาหลายปีมานี่ เจ้านายของเขาแทบจะไม่ค่อยยิ้มถูกใจอะไรแบบนี้มานานแล้ว ทุกครั้งก็เป็นแค่รอยยิ้มการค้าเท่านั้น


“ครับ” ศิลารับคำ ก่อนจะพาวาทินลงไปที่ชั้นใต้ดินทันที



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



“ปล่อยโว้ย แม่ง กูจะเอาเลือดหัวมันออก” กลองโวยวายลั่น เมื่อถูกลากตัวออกมาจากผับ โดยมีเพื่อนกับรุ่นพี่วิ่งตามออกมาด้วย


“พี่จักรๆ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมคุยกับน้องผมให้” ดอยรีบบอกกับจักร การ์ดหน้าประตูที่สนิทกันดี เพราะจักรเป็นคนไปลากกลองออกมา กลองถูกลากออกมานอกผับทันที


“ไอ้ห่าดอย มึงดูรุ่นน้องมึงดีๆ มึงกำลังจะทำให้กูเดือดร้อนนะเว้ย” จักรหันไปด่าดอยอย่างหัวเสีย


“ขอโทษครับพี่” ดอยรีบยกมือไหว้จักรที่ยืนเท้าเอวมองกลองด้วยสายตาขุ่นๆ สองก็รีบเข้าไปจับแขนเพื่อนตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้กลองวู่วามไปมากกว่านี้ พวกเขาเองก็ยังมึนว่าทำไมอยู่ๆกลองไปต่อยหน้าคนอื่นแบบนั้น


“ผมไม่ผิดนะเว้ยพี่ดอย ไอ้คนที่ผมต่อยเมื่อกี้ มันเป็นไอ้โรคจิตที่แอบดูผมในห้องน้ำ ที่ผมเล่าให้ฟังน่ะ” กลองบอกดอยให้รับรู้ทันที เพราะตอนที่ยังอยู่ด้านใน กลองพยายามมองหน้าคนใส่นาฬิกาข้อมือที่เขาเห็นอยู่เรื่อยๆ แล้วก็มีคนหนึ่งเดินผ่านมา และใส่นาฬิกายี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน สีเดียวกันกับที่เขาเห็นพอดี ทำให้กลองมั่นใจว่าต้องเป็นคนเดียวกัน เขาจึงไม่รอให้เสียเวลา จึงตรงไปดึงแขนอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วต่อยทันที ตอนแรกตั้งใจจะซ้ำ แต่ดันโดนกระชากออกพร้อมกับมีปืนมาจ่อที่หัวเสียก่อน และโดนลากออกมาจากผับมายืนอารมณ์ค้างตรงนี้


“มึงจะบ้าเหรอวะ มึงรู้มั้ยที่มึงต่อยน่ะใคร” จักรถามเสียงเข้ม


“ใครเหรอพี่จักร” ดอยถามขึ้นทันที


“นั่นน่ะเจ้าของผับโว้ย แล้วเค้าก็ไม่มีทางเป็นโรคจิตอย่างที่น้องมึงพูดแน่ๆ เค้ามีห้องน้ำส่วนตัว ไม่ไปเข้าห้องน้ำของลูกค้า มึงจำคนผิดแล้ว” จักรบอกออกมา ทำให้กลองชะงักไปนิด


“แต่ผมจำนาฬิกาที่มันใส่ได้ ใครจะไปรู้ เจ้าของผับของพี่อาจจะแอบเข้าห้องน้ำลูกค้าก็ได้” กลองพูดขึ้น เพราะเขามั่นใจว่าเป็นนาฬิกาเรือนเดียวกัน


“ไอ้ดอย มึงเอารุ่นน้องมึงไปไกลๆเลย นี่ยังดีที่เป็นกูลากออกมานะ ถ้าเป็นคนอื่น พวกมึงโดนยิงทิ้งไปแล้ว” จักรพูดอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินแยกไปทำงานต่อ


“ผมพูดจริงนะเว้ยพี่ดอย” กลองยืนยันคำพูดตัวเอง ดอยขยี้หัวไปมา


“เออๆ กูว่าตอนนี้เรากลับกันเหอะว่ะ เผื่อคนที่มึงต่อยเค้าให้ลูกน้องเค้ามาเก็บพวกเราล่ะยุ่งเลย มีเรื่องกับใครไม่มี เสือกมีกับเจ้าของผับ กลับๆ” ดอยลากกลองกับคนอื่นๆกลับทันที โดยที่กลองก็ได้แต่ฮึดฮัดไปตลอดทาง ดอยขับรถมาส่งกลองที่บ้านก่อนเป็นคนแรก

“เจอกันที่วิทยาลัยวันจันทร์นะมึง เรื่องโรคจิตอะไรนั่น ไม่ต้องไปสนใจ ปล่อยไปเหอะ คิดเสียว่ามึงก็ได้ต่อยไปแล้ว” ดอยพยายามพูดกล่อมกลอง ที่ลงไปยืนข้างรถ


“ได้ต่อยแค่หมัดเดียว ยังไม่หายหงุดหงิดเลยพี่” กลองบ่นออกมาอีก


“มึงนี่นะ ห้าวจริงๆ ไปๆเข้าบ้านได้แล้ว” สองยื่นหน้ามาไล่เพื่อนยิ้มๆ กลองพยักหน้ารับ ก่อนจะเปิดประตูรั้วบ้านเข้าไปด้านใน บ้านของกลองเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ กลองไขประตูบ้านเข้าไป ก่อนจะชะงักไปนิดเมื่อเห็นน้องสาวตัวเองนั่งคุยมือถืออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก กลองหันไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าตี 1 กว่าแล้ว


“ทำไมยังไปนอนวะต้าร์” กลองถามน้องสาวที่ชื่อว่ากีตาร์แต่เขาเรียกว่าต้าร์สั้นเท่านั้น


“ยุ่ง พรุ่งนี้วันเสาร์ หนูนอนตื่นสายได้” กีต้าร์เด็กสาววัย 15 ปีตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ ทำให้กลองมองหน้าน้องสาวอย่างไม่พอใจนัก จริงๆแล้วเมื่อก่อน กลองสนิทกับน้องสาวมาก แต่พอแม่ของเขาเสียไป แล้วพ่อของเขาพาเมียใหม่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังจากแม่ของเขาเสียไปได้ปีเดียว ทำให้กลองแอนตี้พ่อกับแม่เลี้ยงตัวเองเป็นอย่างมาก พอยิ่งเห็นน้องสาวไปทำตัวสนิทสนมกับแม่เลี้ยง ทำให้กลองถอยห่างจากน้องสาวออกมา และกลายเป็นไม่ถูกกันไปในที่สุด เจอหน้ากันก็ทะเลาะกันเสียส่วนใหญ่  กลองจึงย้ายไปอยู่หอพักกับเพื่อนๆ วันเสาร์อาทิตย์ก็จะกลับมาบ้านบ้าง แต่วันนี้ที่เขากลับมานอนบ้าน เพราะพ่อของเขาโทรไปบอกว่าให้กลับ เพราะมีเรื่องจะคุยด้วย ไม่งั้นเขาคงไม่กลับ กลองมองน้องสาวด้วยหางตา ก่อนจะเดินขึ้นห้องตัวเองไปอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเข้าห้องได้กลองก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเข้านอน โดยไม่รู้เลยว่าหลังจากวันนี้ไปชีวิตเด็กช่างปกติของเขามันจะไม่ปกติอีกต่อไป



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



หลังจากที่โดนต่อยในผับผ่านมา 1 อาทิตย์ วาทินเพิ่งจะได้กลับเข้ามาในกรุงเทพฯ วันรุ่งขึ้นหลังคืนที่โดนต่อย เขาเดินทางไปดูที่ดินในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมทำรีสอร์ทควบคู่ไปกับบ่อนการพนันสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย วาทินไม่ได้กลับไปที่บ้านใหญ่ แต่เขาเลือกที่จะอยู่คอนโดหรูของตัวเองเสียมากกว่า คอนโดของวาทินมีสองชั้น เป็นเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรู ที่เขาเป็นเจ้าของ สองชั้นบนสุดเป็นของวาทิน ชั้นด้านล่างต่อมาเป็นห้องของลูกน้องคนสนิท แล้วหลังจากนั้นก็เป็นห้องของคนทั่วไป แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนมีเงินทั้งนั้น

“ข้อมูลของเด็กที่ต่อยนายคืนนั้น ผมเอาไว้บนโต๊ะในห้องนอนแล้วนะครับ” ไซ ลูกน้องคนสนิทอีกคนพูดขึ้น


“ขอบใจ พวกนายไปพักเถอะ” วาทินตอบกลับ เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออก ตามด้วยเสื้อเชิ้ต จนท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยได้รูป ไม่ได้เยอะหรือน้อยจนเกินไป รอยช้ำที่มุมปากจากการโดนต่อยจางลงไปแล้ว วาทินนั่งลงที่โซฟา หยิบซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะมาเปิดดู วาทินยกยิ้มมุมปากน้อยๆ ข้อมูลที่เขาต้องการมีครบทุกอย่าง พร้อมทั้งรูปภาพของเด็กหนุ่มในชุดช็อปเด็กช่างสีน้ำเงินเข้มด้วย

“เพิ่งจะ 18 งั้นเหรอ หึหึ” วาทินพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นอายุของอีกฝ่าย วาทินอ่านข้อมูลจนรู้ว่าเด็กหนุ่มที่ต่อยเขาชื่อเล่นว่ากลอง พ่อทำงานการไฟฟ้า มีน้องสาว 1 คน ชื่อกีต้าร์ พ่อมีภรรยาใหม่ กลองอยู่หอพักกับเพื่อนๆ ใกล้ๆกับวิทยาลัยที่เรียน พอเห็นชื่อวิทยาลัย วาทินก็เลิกคิ้วขึ้นทันที เพราะเป็นวิทยาลัยที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี วาทินอ่านข้อมูลของกลองอย่างละเอียดอีกครั้ง ก็วางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับเอาแขนทั้งสองข้างมารองหัวแล้วเอนพิงพนักโซฟา เพื่อครุ่นคิดบางอย่าง

“หาอะไรเล่นสนุกๆดีกว่า” วาทินพูดพร้อมกับยกยิ้มนิดๆ เขารู้ว่ามันเป็นความคิดที่ค่อนข้างบ้าไปหน่อย แต่เขาอยากหาอะไรมาทำแก้เบื่อเรื่องเดิมๆในชีวิตบ้าง เมื่อตกลงใจได้แบบนั้นแล้ว วาทินจึงลุกไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวไปยังห้องสำราญของตนเองที่ผับ WT

..

..

“พี่ทินว่าอะไรนะ พี่ทำงานมากจนเพี้ยนรึเปล่า” วายุโวยขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเรื่องที่พี่ชายกำลังคิดทำจากปากของพี่ชายตนเอง


“ชั้นไม่ได้เพี้ยน ชั้นแค่อยากหาอะไรทำแก้เบื่อแก้เซ็ง” วาทินตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ ถึงแม้ว่าวายุจะรู้สึกถึงความผ่อนคลายของพี่ชายที่มีมากกว่าแต่ก่อน แต่เขาก็ไม่คิดว่าพี่ชายตนเองจะคิดทำแบบนี้จริงๆ


“ไอ้เรื่องช่วยดูแลงานในช่วงที่พี่ไม่อยู่น่ะ ผมไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่พี่จะบอกป๋ายังไง อีกอย่าง พี่เองก็มีชื่อเสียง พี่คิดว่าคนอื่นจะจำพี่ไม่ได้รึไง” วายุถามเสียงเครียด


“ในที่แบบนั้น ไม่มีใครรู้จักชั้นหรอกน่า ส่วนเรื่องป๋า ชั้นคุยเอง แกไม่ต้องห่วง” วาทินตอบกลับไปอีก วายุมองหน้าพี่ชายตนเองด้วยความไม่เข้าใจ


“ถามจริง พี่โดนต่อยแค่หมัดเดียว ทำให้พี่เพี้ยนไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ หมัดเด็กนั่นคงหนักมากสินะ” วายุพูดแขวะพี่ชายตนเองออกมา วาทินหัวเราะในลำคอเบาๆ ทำให้วายุหันไปทำตาโตใส่ศิลาและลูกน้องของวาทินคนอื่นๆ เพราะไม่เคยเห็นวาทินหัวเราะแบบนี้มาหลายปีแล้ว


“คงงั้นมั้ง แกไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นไม่ได้เป็นอะไร แค่ติดใจเด็กนั่นเท่านั้นเอง น้อยคนนะ ที่จะต่อยชั้นได้ง่ายๆ แกก็รู้” วาทินบอกกับน้องชายกลับไป ซึ่งวายุเองก็คิดเหมือนกับวาทิน วาทินถือว่ามีฝีมือคนหนึ่ง และมีปฏิกิริยาในการป้องกันตัวไวเสมอ วายุเองก็ถึงกับตกใจ ตอนที่รู้ว่าวาทินโดนต่อย


“แล้วตกลงพี่รู้ยัง ว่าเด็กนั่นต่อยพี่เพราะอะไร” วายุถามต่อเมื่อนึกได้ วาทินยกยิ้มออกมาอีกเมื่อรู้เหตุผลมาแล้วจากปากของการ์ดประจำผับของเขา


“เด็กนั่นคิดว่าชั้นแอบดูมันในห้องน้ำของผับน่ะ” วาทินตอบกลับไป ทำให้วายุถึงกับหัวเราะลั่น


“ฮ่าๆๆ หน้าของพี่โรคจิตขนาดนั้นเลยเหรอพี่ทิน เด็กมันถึงคิดว่าเป็นพี่น่ะ” วายุถามอย่างขำๆ


“ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงคิดว่าเป็นชั้น เอาไว้จะลองถามละกัน” วาทินตอบกลับพร้อมกับดวงตาที่หมายมั่นจะได้เจอกับเด็กหนุ่มอีกครั้ง


“ตกลงว่าพี่จะทำตามที่บอกจริงๆใช่มั้ย” วายุถามพี่ชายตัวเองเพื่อความแน่ใจ


“ใช่ แกเองก็เคยบ่นว่าอยากให้ชั้นพักผ่อนบ้างไม่ใช่รึไง นี่ไง ชั้นก็พักผ่อนในแบบของชั้นอยู่เหมือนกัน” วาทินพูดด้วยท่าทีสบายๆ


“โอเค แล้วแต่พี่ชายจะบัญชาเลยครับ มีอะไรให้ช่วยก็บอกละกัน แล้วระวังจะโดนเด็กมันเอาคืนละกัน” วายุพูดขึ้นอย่างจำยอม


ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนที่ลูกน้องของวาทินจะเปิดประตูเข้ามา

“นายครับ ผอ.อยุธมาแล้วครับ” ลูกน้องของวาทินพูดขึ้น


“ให้เข้ามาได้” วาทินตอบกลับ ตอนนี้เขาอยู่ที่ห้องสำราญ เพื่อมารอเจอกับ ผอ.อยุธ เมื่อวาทินอนุญาต ผอ.อยุธก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของวาทินทันที


“สวัสดีครับคุณวาทิน มีอะไรเหรอครับ ถึงอยากพบผม” ผอ.ถามขึ้นทันที เมื่อเดินเข้ามาในห้อง


“เชิญนั่งก่อนครับ ผอ.” วาทินพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ผอ.อยุธนั่งลงที่โซฟาตรงกันข้ามกับวาทิน

“ขอโทษทีนะครับ ที่ให้คนไปขัดการเล่นของ ผอ.” วาทินยิ้มการค้าส่งไปให้


“ไม่เป็นไรครับ” ผอ.อยุธตอบกลับ มีใครบ้างจะกล้าปฏิเสธการเรียกเจอของวาทิน


“ได้ข่าวว่า ผอ.ขอกู้เงินเพิ่ม” วาทินถามเรื่องเงินขึ้นมาก่อน เพราะ ผอ.ยังมีหนี้สินติดค้างเขาอยู่ พอจะกู้ซ้ำอีกรอบ คนของวาทินได้ทำการปฏิเสธกลับไป และให้ ผอ.อยุธนำเงินที่ค้างไว้มาคืนเสียก่อน


“ครับ แต่ทางคุณวาทินปฏิเสธผม” ผอ.อยุธตอบกลับ วาทินยกยิ้มมุมปากนิดๆ


“มันเป็นเรื่องปกติครับ ของเก่ายังไม่คืน ของใหม่ก็เลยไม่ได้” วาทินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แต่ถ้าผมเปลี่ยนใจ ยอมให้ทาง ผอ.กู้เพิ่มได้ล่ะครับ ผอ.จะสนใจรึเปล่า” วาทินบอกออกมาต่อ ทำให้ ผอ.อยุธทำหน้าเหรอหราด้วยความคาดไม่ถึง


“จริงเหรอครับคุณวาทิน ผมสนใจนะครับ ผมจะได้เอาไปลงทุนต่อ รับรองผมจะมีคืนทั้งของเก่าและของใหม่ที่กู้มานี่แน่ๆ”  ผอ.อยุธพูดออกมาด้วยท่าทีดีใจ


“ครับ ผมจะอนุมัติการกู้เงินเพิ่มให้ แต่ผมมีเรื่องอยากจะขอให้ ผอ.ช่วย ไม่ทราบว่า ผอ.จะติดขัดตรงไหนบ้างรึเปล่าครับ” วาทินพูดถึงในสิ่งที่ตนเองต้องการทันที ผอ.อยุธชะงักไปนิด พร้อมกับทำหน้าสงสัย


“ให้ผมช่วยอะไรเหรอครับ” ผอ.อยุธถามกลับทันที


“ผมอยากเข้าไปทำงานในวิทยาลัยของ ผอ. ในฐานะอาจารย์ประจำวิชาสุขศึกษาและอาจารย์ประจำห้องพยาบาลครับ” วาทินบอกจุดประสงค์ของตัวเองไป ทำให้ผอ.อยุธ ถึงกับนิ่งอึ้ง มองหน้าวาทินด้วยความงงสุดขีด 



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 100%++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



2  Be  Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ขออนุญาตลงให้ทีละครึ่งนะคะ 

เรื่องนี้มาลงให้อ่านเล่นๆไปก่อน เพราะมีเนื้อเรื่องอยู่แล้ว

ช่วงนี้ยอนิมเร่งปั่นเล่มเดย์อิฐอยู่ และเตรียมปั่นแพทบอสด้วย


แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น