email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14: An Officer or a Murderer

ชื่อตอน : ตอนที่ 14: An Officer or a Murderer

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 105

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 10:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14: An Officer or a Murderer
แบบอักษร

Blood Metal: สงครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: XIV

...An Officer or a Murderer...

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ น่าฟ้าของประเทศรัสเซีย รัสเซีย มหาอำนาจสหพันธรัฐ

“อีกเจ็ดนาทีจะถึงที่หมาย! ขอให้พระเจ้าคุ้มครองพวกคุณทุกคน…” เสียงของนักบินกล่าวกับตำรวจทุกนาย อเล็กซ์ยืนเกร็งอย่างมากพร้อมกับเหงื่อที่ไหลออกมา รอชจึงเดินเข้ามาแตะบ่าของอเล็กซ์และกล่าวว่า “นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม อเล็กซ์?” อเล็กซ์เงยหน้าขึ้นและตอบกลับรอชด้วยเสียงสั่นๆว่า “อ่า...ฉันไม่เป็นอะไร” รอชจึงตอบกลับว่า “ทำใจนิ่งๆเข้าไว้นะ พอถึงพื้นแล้วเราค่อยว่ากันอีกที” หลังจากที่รอชพูดจบเสียงของนักบินก็ดังขึ้นว่า “พวกเราไม่สามารถไปส่งพวกคุณลงที่ ครัสโนยาสค์(Красноярск) ได้...เพราะฉะนั้นพวกคุณต้องเดินทางไปกันเอง และอีกครั้งขอพระเจ้าคุ้มครองพวกคุณทุกคน อีกสามนาทีเราจะถึงจุดโดดแล้ว…” รอชจึงบอกกลับอเล็กซ์อีกครั้ง “เอาน่า...ทำใจร่มๆไว้นะ ฮ่าๆ” อเล็กซ์ก็ได้แต่ยืนเหงื่อตกและร้อยโทแฮงค์ก็เดินมาข้างๆอเล็กซ์พร้อมกับบอกอเล็กซ์ว่า “ตอนพลเอกอัลฟอนส์ลงสนามรบครั้งแรกเขาไม่กลัวเลยนะ...นายทำให้เขาภูมิใจในตัวนายซักหน่อยสิ” อเล็กซ์จึงใจชื้นขึ้นมาหน่อย หลังจากนั้นร้อยโทแฮงค์จึงตะโกนไปให้ทุกคนในลำได้ยิน “เมื่อพวกเราถึงพื้นแล้วให้รีบเข้าที่กำบังโดยด่วนเพราะเราไม่รู้ว่าข้างล่างนั้นจะเปิดฉากกันอยู่หรือไม่ แต่ถ้าลงไปถึงพื้นแล้วไม่มีแม้แต่เสียงอะไรเลยก็ให้รีบเข้าที่กำบังก่อนเพราะศัตรูอาจจะซ่อนอยู่ตรงไหนก็ได้ เข้าใจใช่ไหม!!” เสียงตำรวจตอบกลับพร้อมกันทั้งลำ และเสียงของนักบินก็ดังขึ้นว่า “ถึงแล้วโดดเลย!!” ร้อยโทแฮงค์จึงลำเลียงคนให้กระโดดก่อนและตนจึงกระโดดตาม สิ่งที่อเล็กซ์เห็นนั้นคือภาพของพื้นดินที่ดูเหมือนภาพของแผนที่ที่มีบ้านหลังเล็กๆพื้นสีเขียวและควันไฟลอยขึ้นมาเป็นจุดๆ กระแสลมที่ตีเข้าหน้าบวกกับการที่ลอยตัวอยู่ในอากาศจึงทำให้อเล็กซ์เกิดความไม่มั่นใจจึงหันไปมองรอบข้างของตน สิ่งที่อเล็กซ์เห็นคือเครื่องบินบางลำก็โดนสอยตกทั้งๆที่ตำรวจยังลงไม่ครบนั่นจึงทำให้อเล็กซ์เกิดความกลัวขึ้นมาทันใดนั้นเองร้อยโทแฮงค์ก็ลอยเข้ามาแตะบ่าและให้สัญญาณมือว่า “เตรียมตัวกางร่มชูชีพได้” อเล็กซ์เห็นดังนั้นจึงตอบกลับด้วยสัญญาณมือไป ทุกคนที่โดดร่มลงมาต่างพากันดึงร่มชูชีพเพื่อที่จะลงถึงพื้น เมื่อทุกคนดึงร่มชูชีพแล้วกระสุนจากพื้นก็สาดขึ้นมาหาพวกเขาทันที บางคนก็โดนยิงตายคาร่ม บางคนก็โดนยิงจนร่มขาดและตกลงไป อเล็กซ์กลัวอย่างมากและพูดออกมาว่า “พระเจ้าไม่เคยช่วยพวกเรา!! ไม่มีใครช่วยพวกเราได้ทั้งนั้น!!” ทันใดนั้นเองลมจากข้างบนก็แรงขึ้นทำให้พัดตัวอเล็กซ์ลอยไปตกที่อื่น เมื่ออเล็กซ์ถึงพื้นเขาก็รีบปลดร่มชูชีพออกและอเล็กซ์ก็พยายามที่จะกลับไปยังจุดนัดพบให้ได้ เขาจึงได้เริ่มหยิบเข็มทิศขึ้นมาดูแล้วเดินไปตามที่เข็มทิศบอก อเล็กซ์เดินเข้าไปในป่าขนาดเล็กเนื่องมันเป็นเส้นทางที่ต้องผ่านไปยังเมืองอากาเดียร์แล้วอเล็กซ์จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในขณะที่เขากำลังอยู่ในป่านั้นอเล็กซ์ก็พยายามที่จะเปิดหูเปิดตาให้มากที่สุดเพื่อระวังตัวว่าหากมีศัตรูซุ่มอยู่ในพุ่มหญ้าอเล็กซ์จะได้ทำการยิงทันที ในขณะที่เขากำลังเดินอยู่ในป่านั้น อเล็กซ์ก็ได้ยินเสียงของกิ่งไม้ลั่น เขาจึงนั่งลงและประทับปืนขึ้นบ่าพร้อมกับเล็งไปทิศที่เสียงมา อเล็กซ์จ้องเป้าหมายอยู่ซักพักและเขาก็ได้เห็นว่านั้นคือแม่ลูกคู่หนึ่งที่กำลังจะพยายามหนีออกจากเขตสนามรบ อเล็กซ์เห็นดังนั้นจึงอึ้งและลดปืนลงพร้อมกับพูดขึ้นว่า “พวกคุณจะไปไหนกันหรอครับ?” แม่จึงตอบกลับว่า “พวกเราแค่ต้องการจะหนีออกไป ได้โปรดอย่าทำอะไรพวกเราเลยนะคะ” อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงอึ้งไปอีกครั้งและค่อยเดินไปหาแม่ลูกคู่นั้น แม่จึงกอดลูกเอาไว้และพูดว่า “ได้โปรดอย่าทำอะไรพวกเราเลย!!” อเล็กซ์เดินไปหยุดตรงหน้าสองแม่ลูกและนั่งลงพร้อมกับพูดว่า “ผมเองก็เพิ่งเคยเข้าสนามรบครั้งแรก...นี้อาจจะพอช่วยอะไรคุณได้บ้าง รับไว้เถอะนะครับ” อเล็กซ์พูดพร้อมกับหยิบปืนพก กระสุนทั้งหมดและอาหารอีกจำนวนหนึ่งให้แม่ของเด็กไป แม่ของเด็กจึงร้องไห้ออกมาและตอบกลับอเล็กซ์ว่า “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริง…” อเล็กซ์ยิ้มออกมาด้วยความเศร้าและพูดว่า “พวกคุณรีบไปดีกว่านะครับ...เพราะผมก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน ขอให้พวกคุณปลอดภัยนะครับ” อเล็กซ์จึงแยกทางกับสองแม่ลูกในป่า

ครึ่งชั่วโมงต่อมา…

อเล็กซ์ออกจากป่านั้นได้และเจอกับเมืองที่เขาต้องลงในตอนแรก อเล็กซ์จึงวิ่งเข้าหลบในบ้าน อเล็กซ์วิ่งกระแทกประตูเข้าไปและพบกับทหารของฝ่ายอักษะสองคนกำลังเติมกระสุนอยู่ อเล็กซ์จึงยกปืนขึ้นและพูดว่า “หยุดเลย!!” ทหารทั้งสองคนนั้นจึงหันมามองอเล็กซ์และยกมือขึ้นพร้อมกับพูดว่า “อย่า...อย่ายิง” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ถ้านายทำตัวดีๆนายก็รอด ทหารทั้งสองจึงตอบกลับว่า “อย่า...อย่ายิง” อเล็กซ์จึงถามกลับไปว่า “พวกนายพูดเกร็กส์ทีโน่(Glexteno)ได้ไหม?” ทหารทั้งสองจึงตอบกลับว่า “ได้...นิดหน่อย” อเล็กซ์จึงลดปืนลงและตอบกลับว่า “พวกนายพูดภาษาอะไรกัน?” ทหารทั้งสองจึงตอบกลับว่า “ฉัน...เอ่อ พูดอิสกาน(Izgan)” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “พวกนายชื่ออะไรกัน?” ทหารคนหนึ่งจึงตอบกลับว่า “ฉันชื่อ…” หลังจากนั้นทหารอีกคนก็หยิบปืนที่แอบเติมกระสุนขึ้นมาเล็งที่อเล็กซ์ อเล็กซ์จึงกระโดดออกทันที ทหารคนนั้นยิงใส่อเล็กซ์แต่ไม่โดน อเล็กซ์ที่นอนอยู่กับพื้นจึงเล็งปืนไปที่ทั้งสองคนและยิงด้วยความตกใจ ทหารทั้งสองล้มลงและเสียชีวิตทันที อเล็กซ์จึงค่อยๆลุกขึ้นมานั่งและเริ่มร้องไห้ ซักพักให้หลังทีมกระโดดร่มที่สามสิบสี่ของอเล็กซ์ก็วิ่งเข้ามาเจออเล็กซ์ ร้อยโทแฮงค์จึงรีบวิ่งไปหาอเล็กซ์และพูดกับอเล็กซ์ว่า “พวกเรานึกว่านายจะไม่รอดไปซะแล้วนะเนี้ย…” ร้อยโทแฮงค์สังเกตุเห็นอเล็กซ์ที่นั่งร้องไห้จึงถามว่า “เป็นอะไรหรออเล็กซ์!?” และร้อยโทแฮงค์ก็เงยหน้าขึ้นมองและพบเห็นกันศพของทหารฝ่ายอักษะสองคน แฮงค์จึงทำสีหน้าเศร้าขึ้นมาพร้อมกับพูดกับอเล็กซ์ว่า “ที่นี้คือสนามรบ…” และร้อยโทแฮงค์ก็สั่งทีมให้ไปต่อพร้อมกับเรียกอเล็กซ์ไปด้วย อเล็กซ์ปาดน้ำตาและหยิบปืนลุกขึ้นไปกับทีมของเขา อเล็กซ์หันหลังกลับไปมองบ้านหลังที่เขาได้ลงมือสังหารทหารทั้งสองพร้อมกับพูดว่า “ฉันขอโทษนะ...ฉันขอโทษ” ร้อยโทแฮงค์จึงบอกอเล็กซ์ว่า “มองไปข้างหน้าสิอเล็กซ์ นายเห็นอะไรนอกจากความสินหวังและความโศกเศร้าบ้าง...เชื่อฉันสิ นายยังต้องเห็นมันอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเงยหน้าขึ้นและยอมรับกับมันซะ ตอนนี้เราไม่ได้มาพักร้อนหรือกลับบ้านเกิด แต่เรามาตายนะอเล็กซ์…” อเล็กซ์ก้มหน้าลงและเดินทางต่อเพื่อไปยังใจกลางของเมืองเพื่อยึดเมือง…

หกชั่วโมงครึ่งให้หลัง…

ตอนนี้พวกเขาและทีมอื่นๆยึดเมืองได้สำเร็จเรียบร้อย ทหารฝ่ายอักษะทุกคนที่ยังรอดชีวิตถูกจับขังไว้ในคุกของสถานีตำรวจของเมือง ร้อยโทแฮงค์จึงเรียกทีมของเขามาเพื่ออธิบายจุดหมายที่พวกเขาต้องไปให้ถึง ร้อยโทแฮงค์กล่าวพร้อมกับกางแผนที่ “ตอนนี้พวกเราอยู่นี้...จุดหมายของพวกเราก็คือที่นี้...ครัสโนยาสค์ หากพวกเรายึดที่นั้นได้พวกเราจะเป็นฝ่ายชนะสงครามรัสเซียที่เปิดฉากกันมายาวนานนี้ เราต้องใช้เวลาเดินทางถึงสองพันหกสิบกิโลเมตรกว่าจะถึงที่นี้...ขออย่างเดียว ขอแค่พวกเราจะไม่ตายก่อนจะไปถึงที่นั้น...พระเจ้าอวยพร” ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนออกเดินทางต่อ แฮงค์จึงเดินไปหาอเล็กซ์และถามอเล็กซ์ว่า “นายไม่เป็นอะไรนะ?” อเล็กซ์เงยหน้าขึ้นและตอบกลับว่า “ครับ...ผมโอเคร” แฮงค์จึงตอบกลับว่า “เหรอ...ก็ดีแล้ว ไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกันต่อนะ พระเจ้าอวยพร…” แฮงค์เดินจากไป อเล็กซ์จึงกระซิบกับตัวเองว่า “พระเจ้าไม่มีจริงหรอก...ไม่มีใครช่วยเราได้ทั้งนั้น”

To be continue...

ความคิดเห็น