facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 11 คนเดียวกัน?? (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 คนเดียวกัน?? (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 55k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 คนเดียวกัน?? (✔️)
แบบอักษร

ตอนที่ 11  คนเดียวกัน?? 

 

​“ช่วงนี้ยายเป็นลมบ่อยๆ เหรอหลง” 

 

ผมพูดกรอกเสียงลงมือถือเครื่องโปรด....จะเรียกเเบบนั้นได้ไหมนะ...ก็คงจะได้เพราะก็ใช้เครื่องนี้มาเกือบ 5 ปีเเล้ว-*- 

 

( “ใช่พี่ฟิวส์ วูบบ่อยๆ หลงบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมไป...เมื่อกี้ก็วูบ หลงเลยพาเข้าไปนอนพักในห้องเเล้ว” ) 

“งั้นคือนีี้หลงเข้าไปนอนกับยายนะ....ดูแลยายดีๆ นะหลง มีอะไรก็โทรหาพี่ได้ตลอดเวลาเลย” 

( “ครับ...ดึกแล้วอะ...หลงไปนอนละนะ ฝันดีครับพี่ฟิวส์” ) 

“อือ ฝันดีๆ ฝากดูแลยายด้วยนะ แล้วก็..ดูแลตัวเองด้วย อีกไม่กี่เดือนพี่ก็กลับแล้ว” ผมพูดยำ้ออกไปอีกที่...รู้สึกเป็นห่วงจังเลย.. 

( “ครับ...รับทราบ” )เจ้าหลงพูดออกมาเสียงทะเล้นก่อนจะกดวางสายไป 

 

ผมยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง....อือ...ช่วงนี้ยายเป็นลมบ่อยๆ งั้นเหรอ....น่าเป็นห่วงจัง พอเรามาอยู่นี้คงทำงานหนักแน่ๆ เลย ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมจะค่อยช่วย ค่อยห้ามเวลายายทำงานหนักๆ หรือบ้างที่ก็จะเเย่งทำงานที่ยายจะทำไปก่อนเเล้ว...เเต่พอผมมาอยู่นี้ เจ้าหลงไปเรียน ก็เลยไม่มีใครค่อยห้าม ค่อยช่วยแน่ๆ ....ทนอีกหน่อยนะครับยาย อีกแค่ ไม่กี่เดือนแล้ว....ฟิวส์ก็กลับเเล้ว 

 

....ใช่แล้ว...ไม่กี่เดือน....แต่ทำไมเหมือนผมดีใจได้ไม่เต็มร้อยเลยนะ 

 

ผมเลือกที่จะไม่หาคำตอบให้กับข้อสงสัยของตัวเอง แต่เลือกที่จะมองออกไปบนท้องฟ้าที่มืด มีเพียงแสงจากดวงจันทร์ และดาวดวงเล็กๆ เท่านั้น....มองออกไปอย่างไม่มีจุดหมายใดๆ ...พอคิดว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะได้กลับไปไทยแล้ว มันก็รู้สึกโหวงๆ ในใจแปลกๆ เหมือนกันนะเนี่ย....ไม่เข้าใจตัวเองเลย-*- 

 

“ไม่ระวังตัวเองเลยนะ” 

“คุณ!!” ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมานั่งอยู่ข้างๆ ผมนานแค่ไหนแล้ว...เพราะพอหันไปมองก็เห็นว่าเขานั่งอยู่ข้างๆ แล้ว 

“มาตั้งแต่เมื่อไรครับ” 

“ก็...สักพักแล้วมั้ง” 

“ได้ไง...ผมไม่เห็นรู้ตัวเลย” 

“ก็มัวแต่เหม่อแบบนั้นจะไปรู้ตัวได้ยังไง....นี้ถ้าฉันคิดจะทำร้าย เธอคงตายไปแล้ว” คุณบอดี้การ์ดพูดบ่นออกมาด้วยสีหน้าตำหนิ 

“อยู่ที่นี่จะมีคนมาทำร้าย ได้ไงครับ” ผมยู่ปากใส่อีกฝ่าย พูดแก้ตัวออกไปแบบนั้น....ถึงจะจริงอย่างที่เขาว่าก็เถอะ...ผมคงเหม่อมากๆ จริงๆ ถึงได้ไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายมานั่งอยู่ข้างๆ แล้ว 

“...คิดอะไรอยู่” 

“ไม่ได้คิดครับ” ผมหันไปมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธออกไป...ถึงก่อนหน้านี้จะคิดอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรแล้วละ 

“จะให้เชื่อหรือไง...คิ้วผูกโบขนาดนี้” อีกฝ่ายว่า แล้วยกมือหนาๆ นั้นจิ้มลงมาระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้างของผม... 

 

ตั้งแต่ตอนไหนกันนะที่คิ้วของผมมันแทบจะผูกกันแบบนี้?? 

 

“....อันที่จริง...ก่อนหน้านี้ก็คิดครับ” 

“เรื่องอะไร?” 

 

ผมนิ่งไปไม่ได้ตอบอะไร พอเห็นว่าผมไม่ได้พูดตอบอะไรออกมา อีกฝ่ายก็เลยไม่ได้ถามอะไรต่อ....พวกเราทำเพียงนั่งมองดาวบนฟ้าอยู่ข้างๆ กันเงียบๆ เท่านั้น.... 

 

ผมเหลือบมองอีกฝ่ายนิดๆ ....พลางคิดไปถึงเรื่องก่อนหน้านี้...เอาจริงๆ ผมก็พอจะเข้าใจไอ้ความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นนะ....ที่มันเป็นแบบนั้น...อาจจะเป็นเพราะ..... 

 

....ผมอาจจะเห็นเเก่ตัว...ไม่อยากไปเพราะ...ยังอยากจะมีเขาคนนี้อยู่ข้างๆก็ได้...เเต่มันเเค่นี้จริงๆเหรอ 

 

ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าผมจะไม่เคยมีความรัก...ก่อนหน้านี้ถ้าพวกคุณจำได้...ผมเคยมีแฟน....ใช่แล้วครับ...ที่ผมพูดถึงคือ “หมิว” พวกเราคบกันนานมากๆ จนผมคิดว่าในอนาคต พวกเราจะได้ใช้ชีวิตรวมกัน แต่งงานแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกันที่เรือนหอของเราทั้งสองคน...จากนั้นก็ช่วยกันทำมาหากิน พอทุกอย่างลงตัว ก็จะมีเจ้าตัวน้อยสักคนสองคน....แต่แล้วทุกอย่างก็พังลง ไม่เป็นแบบที่ผมคิด...แต่นั้นมันไม่เท่าไรเลย...ที่ผมแปลกใจคือ ทั้งๆ ที่ผมคิดว่ารักเธอมาก...แต่ทำไม...วันที่เลิกกับเธอถึงไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยสักนิด...ก็มีบ้างที่ช่วงแรกๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรหายไป...แต่ก็ไม่ได้เสียใจแบบที่คิดว่าจะเป็น...หรืออจะเป็นเพราะตัวเองคิดว่า...ถึงไม่มีเธอคนนั้นก็ไม่เป็นอะไรงั้นเหรอ....ทำไมผมเห็นเเก่ตัวจังนะ 

 

หรือบางทีที่ผมเป็นตอนนี้มันก็แค่ความผูกพันชั่วคราวกันนะ...เพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ผมก็ได้คุณบอดี้การ์ดเป็นเพื่อน....คอยช่วยเหลือ ค่อยดูแลผมมาตลอด....พอคิดว่าจะต้องกลับก็เลยรู้สึกแบบนั้นหรือเปล่า.... 

 

อาการที่ผมเป็นเนี่ย..มันเรียกว่าอะไรได้กัน??? 

 

“ฟิวส์...ฟิวส์! ลุกเร็ว!” 

 

ร่างของผมถูกฉุดกระชากให้ลุกขึ้น ก่อนจะถูกแรงของอีกฝ่ายดึงเบาๆ ให้วิ่งตามเขามาที่ด้านในของชายคาบ้าน....ผมไม่รู้ว่าตัวเองจมอยู่กับความคิดนั้นนานเท่าไร...แต่มั่นใจเลยว่าคงนานพอให้เม็ดฝนพวกนั้นกระหน่ำตกลงมาทั้งๆ ที่ผมยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จนคนข้างๆ ต้องเป็นฝ่ายดึงผมเข้ามาหลบฝนด้านในของตัวบ้านเนี่ยแหละ 

 

“มัวเหม่ออะไรอีกละคราวเนี่ย” คุณบอดี้การ์ดพูดตำหนิออกมาไม่จริงจังนัก ก่อนจะดันหลังให้ผมเดินไปทางห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ แล้วพูดสั่งออกมา 

“อาบน้ำสระผมซะ เดี๋ยวจะสั่งให้พวกข้างล่างเอาอะไรอุ่นๆ มาให้กิน” 

“ แต่ผมพึ่งอาบไปเมื่อเย็นเองนะ” 

“ตากฝนมาก็ต้องอาบน้ำสิ...ไปอาบ...หรือจะให้อาบให้” เขาพูดออกมาเสียงเรียบแต่ฟังแล้วโคตรจะจริงจัง จนผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าผมยังมัวยืนอยู่ตรงนี้ เขาคงลากผมเข้าไปอาบน้ำให้จริงๆ แน่!! 

 

ใช้เวลาไม่นานเท่าไรกับการอาบน้ำรอบที่ 2 พอเดินออกมาด้านนอกก็เจอร่างสูงที่มายืนรออยู่ที่ด้านหน้าของห้องน้ำแล้ว พร้อมๆ กับแก้วนมอุ่นๆ ในมือที่ถูกยืนมาตรงหน้าของผมทันทีที่ก้าวขาออกมาจากห้องน้ำ 

 

“ดื่มแล้วก็เข้าไปนอนเลย..ฝนตกหนักขนาดนี้คงจะทำตามที่คุยกันเอาไว้ไม่ได้” เขาพูดบอกออกมาเบาๆ ตอนแรกวันนี้พวกเราตั้งใจจะนั่งดูหนังที่ผมถูกพวกคนไข้ที่มารักษาล่อซื้อเอาไว้ เห็นพวกเขาบอกมันเป็นหนังแนวความรักของมาเฟียอะไรเนี่ยแหละ....อันที่จริงตอนแรกก็ไม่ได้สนใจเท่าไร...แต่พอโดนพวกเขาล่อซื้อบ่อยๆ ก็เกิดสนใจขึ้นมาได้ 

“..จะนอนที่นี้ไหมครับ” ผมพูดถามอีกฝ่ายออกไปก่อนจะรับแก้วนมมาแล้วยกขึ้นดื่มเข้าไปอึกใหญ่ 

“ไม่ให้นอน?” 

“เปล่าสักหน่อย..ก็เห็นช่วงนี้คุณไม่มานอนกับผมหลายวันแล้วนิ” 

 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า พอได้พูดออกไปแบบนั้นน้ำเสียงของผมมันดูต่างไปจากเดิมยังไงชอบกล.... 

 

“หึหึ...นอนสิ...กินเสร็จก็ไปนอนก่อนเลย ไม่ต้องเปิดแอร์ละ อาการเย็นอยู่แล้ว” 

“ครับ” พอเห็นผมพยักหน้ารับหงึกๆ อีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาขยี่หัวผมเบาๆ ก่อนที่ฝ่ามืออุ่นๆ และเจ้าของฝ่ามืออุ่นนั้นจะเดินหายเข้าห้องน้ำไป 

“เดี๋ยวผมหาชุดไว้ให้นะครับ” ผมตะโกนบอกอีกฝ่ายไป ก่อนจะรีบกระดกนมอึกสุดท้ายลงคอไป แล้วรีบวิ่งเอาแก้วมาวางก่อนจะวิ่งหายเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง 

 

ผมว่าผมต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ เลยที่มานั่งยิ้มให้กับเสื้อผ้าที่ตัวเองเป็นคนเลือกให้กับร่างสูงที่ยังอยู่ในห้องน้ำอยู่แบบนี้....เลือกไปยิ้มไปจนเหมือนคนบ้าเลยเรา 

 

“ชุดที่จะให้ฉันใส่เหรอ” ผมหันไปมองคนมาใหม่ที่พึ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำมาก่อนจะต้องรีบหันหน้าหนีไปอีกทางทันที 

“น...นี้...ชุด..ครับ” 

 

คำพูดเหมือนคนติดอ่างค่อยๆ หลุดออกมาจากปากของผมอย่างยากลำบาก มือที่สั่นไปหมดค่อยๆ ยื่นเสื้อผ้าที่ตัวเองตั้งใจเลือกไปให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลัง แล้วก็ต้องรีบชักมือกลับมาเมื่อฝ่ามือของตัวเองถูกแตะเบาๆ ตอนที่อีกฝ่ายดึงชุดไป 

 

พอเขาหยิบชุดไปแล้วผมก็รีบวิ่งมาทิ้งตัวเลงบนเตียง ยกผ้าขึ้นมาคลุมโปงทันที...ใบหน้าที่ร้อนผ่าวไปกับภาพในหัวที่สลัดไม่หลุด....ร่างกายกำยำของอีกฝ่ายที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ตามลำตัวและลอนกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ สวยงามพวกนั้น ที่ถูกผ้าขนหนูพันเอาไว้หมิ่นๆ ....บ้าไปแล้วๆ นี่ผมกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย!!!! 

 

“เป็นอะไรหืม” เสียงทุ้มต่ำของอีกฝ่ายดังขึ้นใกล้ๆ และเป็นจังหวะเดียวกับที่เตียงนอนอีกฝั่งถูกครอบครองเอาไว้ด้วยคนตัวสูง ที่พึ่งจะแต่งตัวเสร็จ 

“ป...เปล่าครับ” 

“แน่เหรอ” 

“อือ” ผมยังคงซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ไม่มีความคิดที่จะโผล่หัวออกไปในตอนนี้เลย 

 

พวกเราสองคนปล่อยให้ความเงียบเขามาครอบงำ มีเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่มีหยุด....ก่อนที่จะมีเสียงพูดออกมาเบาๆ จากอีกฝ่ายที่นอนอยู่ข้างๆ แต่เสียงนั้นเบามากเหมือนแค่จะพึมพำกับตัวเอง 

 

“ฟิวส์” 

“ครับ?” 

“.....” อีกฝ่ายกับเงียบไป 

“อะไรเหรอครับ?” ผมค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากผ้าห่มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรทั้งๆ ที่เรียกผมเมื่อกี้...หรือว่าละเมอนะ?? 

“ฉัน...มีเรื่องจะบอก” 

“เรื่อง...อะไรเหรอครับ” 

“สัญญาได้ไหมว่าถ้าฉันบอกแล้วเธอจะเหมือนเดิม” 

“เรื่องอะไรครับ” ผมชะงักไปนิด....เรื่องที่เขาจะบอกมันต้องสำคัญมากๆ แน่ๆ เลยฟังจากน้ำเสียงแล้ว 

"สัญญาได้ไหม" 

 

พอเห็นว่าผมไม่ตอบอะไร...เขาก็หันมองจ้องตาผมตรงๆ ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะค่อยๆ พูดอธิบายออกมาเบาๆ 

 

“ฉัน....กับ...โทมัส คือคนเดียวกัน” 

“.....” ผมจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อหูตัวเองกับคำพูดที่ได้ยิน 

 

ล้อกันเล่นงั้นเหรอ!? 

 

“ที่ฉันขอมันคงยากเกินไปสินะ” เมื่อเห็นว่าผมยังคงนิ่งอึ้งอยู่แบบนั้น...คุณบอดี้การ์ด...ไม่ใช่สิ....ถ้าที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง...ผมคงต้องเรียกเขาคนนี้ว่า....ท่าน? 

“ฉันเข้าใจ...นอนซะ” 

 

ไม่ต้องรอให้ผมได้พูดหรือแสดงท่าทีอะไรออกไปต่อ ร่างสูงที่เคยนอนอยู่ข้างๆ กายก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน...มองสบตาผมเพียงครู่เดียวแล้วเดินออกจากห้องนอนไป.... 

 

คุณโทมัส....คือ ...คุณบอดี้การ์ด...คนเดียวกัน??!! 

 

ขอโทษที่หายไปนานนนนน  ฮืออออ ฟังคำนี้กันจนเบื่อหรือยัง.... 

เค้าขอโทษเด้อ....เเต่ช่วงที่ผ่านมามันมีเรื่องให้รับผิดชอบมากกว่าเดิมจนหัวหมุน  เครียดไปหมดเลยอะ....มีหลายครั้งที่หยิบนิยายขึ้นมาเเต่งต่อ..เเต่พอเครียดเเล้วหัวมันไม่เเล่นเลย...เเต่งไปลบไปจนต้องหยุด...ขอโทษจริงๆคะ.....เราคงไม่หวังมากเกินไปว่ายังจะมีคนมาอ่านนิยายเราต่อ....เเต่ก็ขอขอบคุณล่วงหน้านะคะ...ต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเเบบนี้อีกหรือเปล่า....เเต่ว่าขอมักมากโดยการคิดว่าทุกคนจะรอนะ... 

ปล..ขอบคุณทุกๆคอมเม้นนะค่า....พอได้อ่านก็รู้สึกว่า...อิบ้า!!...เลิกเครียดเลิกคิดมากได้เเล้ว...เห็นไหมเนี่ย...คนอ่านรออยู่....ขอบคุณจริงๆ...เลิฟฟฟฟฟฟฟฟ 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น