ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 11 : หาดทรายขาว

ชื่อตอน : บทที่ 11 : หาดทรายขาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 19:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 : หาดทรายขาว
แบบอักษร

ยามไฮ่ [ระหว่าง 21:00-22:59]


เสวี่ยม่านนั่งเป่าเหิงชุยเล่นริมหน้าต่าง เหวินซานมักออกไปเช่นนี้ทุกค่ำคืนโดยที่เสวี่ยม่านไม่ทราบว่าเหวินซานไปไหนหรือไปทำอันใดข้างนอกยามวิกาล จะว่าออกไปหอคณิกาก็ไม่ถูกต้องเพราะไม่มีกลิ่นน้ำอบสตรีหรือกลิ่นกำยานติดกายและภูษามาด้วยแม้แต่น้อย กลับมีเพียงแต่กลิ่นขนอาชากลิ่นหญ้าติดมาเท่านั้น


“ยามนี้เจ้ายังไม่เข้านอนอีกหรือ”


“อืม..”


“หรือเจ้าประท้วงที่เหวินซานทิ้งเจ้าไว้ทุกคืนจนปล่าวเปลี่ยวใจรึ”


คนว่าถอดเสื้อคลุมพาดไว้แล้วเดินมาใกล้ริมหน้าต่าง นิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล้พวงแก้มใสอย่างเบามือ เสวี่ยม่านเริ่มจะกลับมาเคยชินที่อยู่กับเหวินซานแล้วเพราะต้องอยู่ไม่ห่างข้างกายเสมอ แต่สัมผัสแตะต้องอันใดไม่ได้มากนัก หากฝืนเกินไปเสวี่ยม่านจะต่อต้านจนสลบหนี จึงต้องค่อยๆทำให้คุ้นชินเช่นนี้ไปทุกวัน


“ไหนเจ้าลองกราบทูลเราดูสิ มีอันใดทำให้ระทมใจจนเป่าเหิงชุยโศกาทุกราตรี”


ปากไม่ว่าเปล่า.. มือก็โอบอุ้มร่างนั้นขึ้นมานั่งเกยบนหน้าตักตนอย่างเอ็นดู เสวี่ยม่านวางมือทาบอกเหวินซานห้ามปรามว่าใกล้ชิดเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ริมฝีปากกระจับอวบน้ำเอ่ยขึ้นแล้วหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างกว้างไกล หากเพียงมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความมืดบอด


“ข้าไม่เป็นอันใด ท่านโปรดวางใจ อยู่ที่นี่ข้าสุขสบายดี มีของกินถูกปาก ชาวเมืองเป็นมิตร ธรรมชาติสวยงาม...แม้ข้าจะมองไม่เห็นแต่ฟังที่เหลียนฮวากล่าวคงงดงามไม่น้อย”


คางมนถูกจับเชิดหน้าขึ้นเพื่อให้ทอดพระเนตรดังใจนึก ใบหน้าใสสะอ้านถูกจมูกโด่งคมกดลงแผ่วเบาแล้วละออกมายังริมฝีปาก


“อือ..หยุดนะเหวินซาน”


นิ้วเรียวงามเลื่อนมาแตะริมฝีปากอีกคนเพื่อให้หยุดการกระทำ เหวินซานละออกมาจากริมฝีปากเสวี่ยม่านแล้วกดจูบอีกคราอย่างถวิลหา กลีบปากถูกดูดดึงขบเม้มเบาๆจนต้องเผยริมฝีปากออกมา เหวินซานสอดลิ้นเกี่ยวพัลวันจนเกิดเสียงดังจาบจ้วง เรียวขางามโผล่พ้นเสื้อคลุมถูกจับแยกออกมาเกี่ยวพันรอบเอว


เสวี่ยม่านถูกยกตัวขึ้นจนลอยแล้ววางลงผืนเตียงดังตุบ! มือหนาเลื่อนผ่านเรียวขางามปลดสายรัดเอวออกจนเผยผิวกายขาวนวลที่ตนไม่ได้แตะต้องมานาน


“อื้อ!  ปล่อยข้า”


เสวี่ยม่านดึงเสื้อที่หลุดรุ่ยมาคลุมร่างกายดังเดิมแล้วผลักดันเหวินซานที่คร่อมทับตนอยู่ให้ออกห่าง ร่างบางสั่นเทาเพราะตื่นกลัวกระถดขึ้นพิงหัวเตียง


“เอาล่ะ เหวินซานผิดเองที่ไม่รู้จักยับยั้งช่างใจ เจ้าจงหยุดดีดดิ้นเพื่อหนีเหวินซานแล้วเขยิบมานี่เสีย”


เหวินซานผ่อนปรนลมหายใจให้เป็นจังหวะเข้าออกสม่ำเสมอเพื่อปรับอารมณ์ที่ปะทุในยามนี้ สายตาทอดพระเนตรไปทั่วทั้งร่างนั่น.. เห็นว่าเสวี่ยม่านไม่ขยับเข้ามาหาตนเสียทีจึงลากเสวี่ยม่านกลับมาในอ้อมแขนตน


“เหวินซานข้ากลัว”


ศีรษะกลมๆนั้นส่ายไปมาบ่งบอกว่าตนไม่ต้องการอ้อมแขนนี้ แต่เหวินซานไม่ยอมปล่อยแล้วกระชับอ้อมกอดหลวมๆลูบปลอบประโลมจนเสวี่ยม่านหยุดดิ้น


“เราจะพาเจ้าเข้านอนดีไหม ยามนี้ดึกสงัดนักแต่เจ้ากลับนั่งตากลมริมหน้าต่างเช่นนี้ หากเจ้าป่วยขึ้นมาเราคงรู้สึกผิดนักที่ปล่อยเจ้านั่งตากลม”


“อืม”


เสวี่ยม่านพยักหน้ารับว่าจะเข้านอน ดังนั้นเหวินซานจึงจับคนตัวเล็กนั้นนอนราบลงบนเตียง กุมมือเสวี่ยม่านอยู่ครึ่งชั่วยามจนหลับสนิท ส่วนเหวินซานก็ลุกขึ้นเพื่อไปรับสั่งนางกำนัลนำน้ำอุ่นมาเติมเพื่อจะสรงน้ำชำระล้างกาย


.



.


ยามเหม่า [ระหว่าง 05:59]


เสวี่ยม่านและเหวินซานตื่นขึ้นมาพร้อมย่ำอยู่ริมหาดทรายขาวละเอียด.. ความจริงแล้วแสงแห่งอรุณรุ่งช่างงดงามนักจนอยากพาเสวี่ยม่านมาเชยชม แม้มองไม่เห็นก็ต้องการให้ได้รับแสงสีทองอันอบอุ่น


อาชาสีขาวตัวใหญ่ก็ถูกจูงสายเดินย่ำตามหาดทรายอยู่ไม่ห่าง เหวินซานพาเสวี่ยม่านควบอาชาจากจวนใหญ่จนถึงจุดพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งตรงข้ามกับจวนที่เป็นฝั่งแสงอัสดงยามเย็น


ร่างบางเดินย่ำบนทรายเม็ดละเอียดอย่างชอบใจ อากาศเย็นแต่ไม่หนาวจนสะท้านถึงกระดูกเป็นบรรยากาศที่ดีนัก ไป๋ไห่ทันไม่หนาวเท่าเมืองอื่นที่หิมะตกในแคว้นต้าหลงเพราะเป็นเมืองท่าติดทะเล


“ยามนี้เจ้าดูอารมณ์เพลิดเพลินจริงเชียว ไหนอยู่นิ่งให้เหวินซานโอบกอดเจ้าแล้วชมแสงแห่งรุ่งอรุณเสียทีเสวี่ยม่าน”


คนกล่าวไม่ได้พูดเปล่า.. หากแต่เดินไปคว้าตัวเสวี่ยม่านมาไว้ในอ้อมแขน แผ่นหลังบางชนกับแผงอกแกร่ง รอบเอวโดนกอดรัดและไหล่มนเป็นที่วางเกยคางได้ดีนัก


นิ้วเรียวงามถูกยกขึ้นป้องแสงสีทองที่สาดส่องมาจากทิศบูรพา เหวินซานกุมมือเสวี่ยม่านไว้แล้วสายตาทอดพระเนตรดวงตะวันเคลื่อนที่ขึ้นอย่างรวดเร็วและสวยงามนัก.. คงจะดีหากเสวี่ยม่านมองเห็นเช่นตน


“ข้ารู้สึกถึงความอบอุ่นจากแสงตะวัน..และจากมือท่าน”


เสวี่ยม่านยืนนิ่งเป็นที่วางคางสักพักจนฮ่องเต้พระองค์นี้ทรงพอพระทัย... ใบหน้าใสสะอ้านขึ้นสีชมพูระเรื่อน่ามอง แก้มใสถูกจมูกโด่งคมเกลี่ยไล้แล้วกดลงสูดดมเต็มฟอด


“เหวินซาน.. มัน..”


เสวี่ยม่านรู้สึกจั๊กจี้ไม่น้อยเมื่อเหวินซานลามลงมาซอกคอหรือหัวไหล่ ร่างบางถูกกดลงจนนอนราบไปกับหาดทรายขาวละเอียด


ผู้ที่เหวินซานถวิลหาทุกค่ำคืนไม่ใช่ผู้อื่นผู้ใด กลับเป็นชายคณิกาที่อยู่ข้างกายทุกราตรี.. แต่กลับกอดมิได้ แม้จะอยากแตะต้องคนตรงหน้าเพียงไรมันไม่เป็นเช่นเดิม


คนเย่อหยิ่งเฉกเช่นคุณชายหรงกลับร้องไห้ระทมออกมาอย่างง่ายดาย เช่นนี้จะให้เหวินซานใจร้ายใช้กำลังย่ำยีเสวี่ยม่านดั่งเช่นครั้งแรกงั้นหรือ.. คงรู้สึกผิดจับใจนัก


“อือ.. เหวินซาน”


ใบหน้างดงามเอียงหนีสัมผัสแต่กลับมิรู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าเปิดช่องทางให้อีกคนมากกว่าเดิม ลำคอขาวผ่องเผยออกมาพ้นสาบภูษา แก้มแดงเรื่อขึ้นอย่างน่าชัง


“อืม..”


เสวี่ยม่านได้เพียงครางอื้ออึงในลำคอ พลันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนที่เคยร่วมเสพสมกับเหวินซานอย่างคุ้มคลั่ง ร่างกายร้อนผ่าวและนึกรังเกียจตนเองขึ้นมา..


คนถูกกอดนึกถึงเรื่องโหดร้ายวันนั้น.. เสวี่ยม่านแทบอยากจะฆ่าตัวตายเสียหากเหลือเรี่ยวแรง..


แม้จะขอร้องอ้อนวอนและขัดขืนเยี่ยงไร..


กลับต้องร้องครวญครางอย่างที่ไม่ต้องการ เสวี่ยม่านไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าคนผู้นั้นคือใครที่กอดตนอยู่หลายชั่วยามราวกับตกขุมนรก ร่างกายที่หลั่งน้ำรักไม่ใช่สิ่งปกติที่ปลดปล่อยยามมีความสุขแต่เพราะยาปลุกกำหนัดนั่นทำให้ร่างกายนี้โสมมในโลกีย์นัก


“ฝ่าบาทข้าสกปรกมากเลยหรือ.. เหตุใดผู้คนถึงทำเฉกเช่นข้าเป็นสิ่งของไร้ค่า”


เหวินซานผละตัวออกมาจากลำคอขาวๆนั่นแล้วทอดพระเนตรใบหน้าผู้ที่ตั้งคำถาม ใบหน้างดงามหมดจด ดวงตากลมฉ่ำน้ำดูสุกสกาวล้อมด้วยขนตาเป็นแพงอนสวย ริมฝีปากที่ไม่เล็กบางมากจนเกินไปแต่เป็นกระจับน่าจุมพิต จมูกโด่งเป็นสันรับกับรูปหน้าเรียว.. จะพินิจเยี่ยงไรเสวี่ยม่านก็มีดวงหน้าที่ดูบริสุทธิ์งดงาม


หากกล่าวถึงความสกปรกที่เสวี่ยม่านเอ่ย.. ผู้ไม่รู้ย่อมไม่รู้ หากได้ลองสัมผัสและใกล้ชิดดูแล้วจะกระจ่างว่าคุณชายหรงมีเพียงความสะอาดบริสุทธิ์ดุจหิมะแรก


ชายคณิกา.. อย่างไรเล่าคนก็มองเพียงขายร่างกาย หากแต่คนผู้นี้ขายเพียงเสียงดนตรีเท่านั้น..


“เหตุใดจึงถามเหวินซานเช่นนี้ อย่างไรเจ้าก็ไม่มีทางสกปรกสำหรับเหวินซาน.. และแค่เหวินซานเพียงผู้เดียว คำตอบที่จะทำให้เจ้าพึงพอใจ”


“มิใช่ท่านหรอกหรือผู้ที่ทำให้ข้าดูด้อยค่าลงทุกยาม..”


“เจ้าจะตำหนิเหวินซานอย่างไร เหวินซานยอมรับ เพราะเหวินซานทำให้เจ้าเป็นเช่นนี้นั่นคือความจริงที่ว่าทุกอย่างเป็นความผิดเหวินซาน”


“ท่านเป็นเพียงฮ่องเต้ไร้ใจ”


“เหวินซานคิดว่าเจ้ามีความหมายต่อเหวินซานมากถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงตำหนิว่าเหวินซานไร้ใจ”


นิ้วเรียวงามทั้งห้าไล้พระพักตร์ของผู้สูงศักดิ์แล้วสวมกอดเหวินซานเสียเพื่อทลายความกลัวออกไป


“ยามนี้ข้าอาจจะมีความหมายต่อท่านมากมาย แต่ในยามหน้าข้าจะยังเหลืออันใดอีก.. หากข้ามิใช่ผู้ที่ท่านโปรดปรานหรือผู้ที่ท่านถวิลหาทุกราตรี”


“สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเหตุใดจึงเป็นกังวล”


มือเรียวยาวทั้งสองข้างประครองใบหน้าเสวี่ยม่านไว้แล้วเคลื่อนใบหน้าไปจนชิดกัน.. จุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผากมนแล้วกลายเป็นพรมจูบไปทั่วใบหน้าใสสะอ้าน


“อย่างไรเสียแม้เจ้าจะอยากหนีไปใต้หล้าแม้จะจมลงนาวา เหวินซานก็จะตามตัวเจ้ากลับมาเคียงข้าง”


ร่างบางถูกอุ้มขึ้นจากผืนทราย.. เสวี่ยม่านถูกจับยืนเต็มส่วนสูงดังเดิม เม็ดทรายขาวบางส่วนร่วงหล่นลงพื้นบางส่วนก็ติดตามเสื้อคลุมและภูษาด้านใน


อาชาสีขาวหยุดยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง เหวินซานกระโดดลอยขึ้นนั่งบนอานแล้วดึงเสวี่ยม่านขึ้นมานั่งซ้อนหลังตนให้กอดแนบแน่นตรงเอว


“ไว้วันหน้าหากเจ้ากลับมามองเห็น.. เราจะพาเจ้ามาหาดทรายขาวนี้เพื่อชมแสงยามอรุณรุ่งกับเรา”


กีบเท้าอาชาย่ำไปบนพื้นทรายดังกุบกับเพื่อวิ่งไปยังเส้นทางเข้าเมือง ป่าไม้ไม่รกทึบเท่าจุดอื่นอีกทั้งยังมีไร่นาสวนดอกไม้งดงามตลอดเส้นทางที่ควบอาชาผ่านมา.. เมืองเจริญการค้าแต่ไม่ละทิ้งธรรมชาติแม้แต่น้อย


“เราจะพาเจ้าลงไปเดินตลาดเช้าที่นี่ก่อนพากลับวังหลวงดีหรือไม่”


เสวี่ยม่านตอบกลับพร้อมพยักหน้าพัลวัน เนื่องจากยังไม่เคยได้เดินตลาดเช้าที่นี่เสียที ยามเช้าจะมีของขายต่างจากตอนค่ำบางอย่าง เช่นของทะเลสดๆยามเช้าที่เหล่าคนหาปลาไปดักจับตั้งแต่ช่วงดึกและนำมาขายตลาดเช้า อีกทั้งร้านน้ำเต้าหู้หม่านโถวที่ขึ้นชื่อของไป๋ไห่ทัน ไหนเลยจะร้านขายขนมหวานที่ทำจากแป้งข้าวผสมดอกไม้นานาชนิดมีหลายไส้ ทั้งหวาน ทั้งเค็ม ด้านนอกหลากหลายสีห่อตามชนิดดอกไม้ที่นำมาผสมให้แป้งข้าวมีสีสัน


เสวี่ยม่านเดินตามและฟังคำแนะนำสิ่งต่างๆยามเดินผ่านอย่างสนอกสนใจ.. ใบหน้าใสสะอ้านยามนี้เคียวขนมจนแก้มตุ่ยจนคนมองได้แต่แย้มพระสลวลอย่างเอ็นดู


ยามนี้ช่างเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆอมของกินไว้จนเต็มแก้ม นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปบีบเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว


ข้าวของก็ช่วยกันถือเต็มมือเพราะอยากนำไปฝากนางกำนัลที่คอยดูแลระหว่างตนมาอยู่นี่.. ไหนเลยจะไปขอวิธีทำขนมเพราะกลับวังหลวงไปแล้วกลัวจะหากินไม่ได้


“เห็นเจ้าชอบเช่นนี้ เหวินซานควรซื้อตัวคนทำกลับวังหลวงเพื่อเจ้าเลยดีหรือไม่”


“ข้าอยากลองทำเอง อย่างไรก็มีเหลียนฮวาคอยช่วย”


“งั้นหรือ.. หากเจ้าทำสำเร็จแล้วอย่าลืมให้เหวินซานลองชิมฝีมือเจ้าคนแรก”



.



.


'อยู่เหนือทั้งทั่วหล้า ใต้เงาคนเพียงหนึ่ง'

ข้าพบว่าเทียนหลงได้ติดตามไปยังบ้านขุนนางหลิ่วอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ที่เหมือนแปดปีก่อนจะย้อนคืนแต่ท่านและข้าจะหยุดมันไว้โดยการถ่วงอำนาจที่มากเกินไปของเหล่าเสนาข้าหลวงในวัง


ความจริงเพียงหนึ่ง ความลวงนับสิบ

ความร้าวฉานจากภายในสำคัญกว่าโดนตีแตกภายนอกเพราะมิมีสิ่งใดนำมาต่อมันติดได้โดยง่าย


คนคิดกบฎจะถูกกำจัดให้สิ้นตามข้อมูลลับที่ถูกเผย หากแต่พระหัตถ์ของหวงตี้จะใสสะอาด


วังหลวงล้วนแล้วแต่หลอกลวง ข้าหมายมั่นว่าหากเหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านไปทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอยอย่างที่ควรเป็นมิใช่คลื่นใต้น้ำเฉกเช่นทุกเมื่อเชื่อวัน


เรื่องสำคัญของพระสวามีที่ควรพึงกระทำ.. บัดนี้เหยียนเสียนเฟยทรงครรภ์แล้ว


เรื่องสุดท้ายนั้นแม่ทัพอวี้ขี่ม้าเร็วกลับมาวังหลวงตั้งแต่วันที่ท่านไปถึงเพื่อกลับมานำทหารไปช่วยเหลือดินแดนทางเหนืออย่างที่ท่านต้องการ .............................


ข้อความในครั้งนี้ยาวกว่าครั้งใดเพราะรายงานทุกอย่างภายในครั้งเดียวก่อนเหวินซานจะกลับมาถึงยังวังหลวงอีกสิบวัน


TBC............

มาต่อแล้วค่ะ💕 ยังมีใครตามอยู่มั้ยเอ่ย... 

เหมือนคนอ่านจะน้อยลงมากเลย TwT. 

ช่วงนี้ยุ่งมากค่ะไม่มีเวลาแต่งบ่อยๆลงทุกวัน💕

//เสวี่ยม่านอาการกลัวคนดีขึ้นแล้วน้า แต่ยังไม่ชอบให้ใครมาแตะตัว.. ยกเว้นเหวินซานเพราะไรท์อนุญาตเองค่ะ... ฮ่าาา



ความคิดเห็น