ถ้าใจจะหื่น กี่หมื่นคำโปรย ก็...โอ้ย... ไม่จำเป็น!!

#6 : กล้วยหอมจอมซน (120%) [🍌+++]

ชื่อตอน : #6 : กล้วยหอมจอมซน (120%) [🍌+++]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 214.6k

ความคิดเห็น : 507

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
#6 : กล้วยหอมจอมซน (120%) [🍌+++]
แบบอักษร

ฟองสมุทรอยากเถียงใจจะขาดว่าไซส์ไหนก็กลัวทั้งนั้นถ้ามีผู้ชายแก้ผ้าล้อนจ้อนมานอนทับแล้วจ้องกันตาหวานเชื่อม เธอใจเต้นโครมยามเขาลดหน้าลงมาทีละนิด หายใจอุ่นรดโลมผิว แล้วหลุบตาลงมองเรียวปากอิ่ม... แต่แทนที่จะจูบ ชายหนุ่มกลับแตะหน้าผากเข้าหากัน ยิ้มนุ่มพร้อมตลบปลายเดรสสีหวานขึ้นพ้นช่วงเอว

เหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวบาง... 

ซึ่งไม่ช่วยอะไรยามเขาแยกขาเธอออก แล้วแนบความเครียดขึงลงชิดสนิทไม่เหลือช่องว่าง

ความร้อนอย่างร้ายกาจทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือก

คุณพระ... นี่มันชักจะอีโรติกเกินไปแล้ว!

เธอรับรู้ถึงเขาชัดเจน... ชัดเกินไป เหงื่อแห่งความกระวนกระวายผุดขึ้นตามลำคอ สมองที่เคยเต็มไปด้วยเหตุผลนานับหมุนเร็วจี๋เหมือนจะช็อตให้ได้ ที่ผ่านมาทั้งเธอและเขาไม่เคยมาไกลถึงขั้นนี้ อันที่จริงตั้งแต่เขากลับมา... เขาเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน... ในหลายๆ แง่

“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย”

ความเขินอายทำให้เธอเผลอเอ่ยคำถามพิลึกกึกกือออกไปเสียงห้วน ซ้ำยังเบี่ยงหน้าหนี ส่งผลให้ใบหน้าหล่อคมเสียหลักลงซุกลำคอนุ่ม

“ฮะ?”

“เมื่อก่อนเราแค่จับมือกันเอง ได้จูบนิดจูบหน่อยคิงส์ก็พอใจ...” เธอหายใจสะดุดเมื่อเรียวปากหยักแตะเข้ากับเส้นชีพจร ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะต่อประโยคให้จบ “...แต่หลังจากคิงส์กลับมา เราไม่อยากใช้คำนี้หรอกนะ... เราว่าคิงส์ดูต้องการมากเลย”

“เธอลองจินตนาการดูว่าฉันต้องอดทนอดกลั้นแค่ไหน....” คนต้องการกระซิบชิดผิวที่อยากทำให้เป็นรอยใจจะขาด แต่เธอคงลำบากเวลาทำงาน จึงได้แต่เลียเล็มให้คนใต้ร่างจั๊กจี้เล่น “...ตั้งแต่วันแรกที่เราจูบกัน แล้วก็จูบกันอีกในฉากไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเทค ฉันคิดเสมอว่าถ้าในชีวิตจริงเราได้ทำแบบนี้บ่อยๆ คงจะดี แต่ตอนนั้นเธอยังเด็กเกินไป เธอยังเรียนไม่จบ ถ้าขืนฉันจูบเธอบ่อยๆ ไม่ช้าไม่เร็วจูบก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา และเราคงจะเลยเถิดไปทำอะไรที่มากกว่า”

ปลายนิ้วของชายหนุ่มทำงานไปด้วยตามสัญชาตญาณ เขารู้ว่าเธอกำลังนิ่งฟัง และซึมซับสิ่งที่เขาต้องการจะบอกอย่างเงียบๆ ฟองสมุทรเป็นแบบนี้เสมอ เธอเลือกเหตุผลเหนืออารมณ์... เพราะครั้งแรกและครั้งเดียวที่เธอใช้อารมณ์ตัดสินเรื่องสำคัญ เธอยังคงเสียใจมาจนทุกวันนี้

มือทั้งสองเกี่ยวขอบปราการลายลูกไม้ชิ้นน้อย ลากมันลงอย่างช้าๆ

ใกล้แล้ว...

“หลังจากคืนนั้นที่ทะเล ความรู้สึกของฉันในระยะเวลาห้าปีที่เรารู้จักกันมันระเบิดออกมา...” และเขากำลังจะระเบิดเพราะความปรารถนาด้วย กางเกงในของเธอถูกดึงลงให้พ้นทาง อย่างนุ่มนวลและเชี่ยวชาญ “...พอฉันพยายามห้ามตัวเอง ฉันกลับต้องการเธอมากขึ้น พอฉันพยายามหยุดคิดเรื่องของเธอ กลายเป็นว่าฉันยิ่งคิด ยิ่งอยากทำ ถ้าเธอนึกไม่ออก ลองคิดถึงสภาพลูกโป่งที่ถูกอัดน้ำเข้าเต็มพิกัด แค่โยนครั้งเดียว ไม่ว่าเธอจะรับได้รึเปล่า มันจะแตกทันที”

เขาวางตัวตนเข้าหาความอ่อนนุ่มซึ่งบัดนี้ไร้สิ่งขวางกั้น

“ความรู้สึกของฉันเป็นน้ำ ส่วนสิ่งที่คุมฉันไว้... ลูกโป่ง มันกลายเป็นเศษไปแล้ว"

คนที่พยายามคิดตามถึงกับตัวเกร็งเมื่อรับรู้ถึงท่อนลำที่เต้นตุบติดผิว คราแรกเพราะตกใจที่ถูกสัมผัสในจุดที่เป็นส่วนตัว ก่อนสติจะกระเจิงเมื่อตระหนักว่ามันคืออะไร

“ฉันทำเธอกลัวรึเปล่า” 

เขาถามข้างหู ลมที่ปัดเป่าซาบซ่านจนต้องห่อไหล่

“กลัว...” ตอบตะกุกตะกัก “...แต่ไม่ได้รังเกียจ”

“นั่นสิ เพราะนอกจากฉัน... เธอคงไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนมานอนเปลือยทับ”

“…”

“ใช่ไหม”

เมื่อเธอเงียบ เขาจึงยกหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ยกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างอย่างน่าหมั่นไส้สุดขีดในสายตาคนที่ชำเลืองหางตามามอง และก่อนจะทันรู้ตัวว่าเธอทำอะไรอยู่ หญิงสาวก็แย้มยิ้ม ย้อนเขาด้วยประโยคที่เขาเคยใช้

“ขอคิดดูก่อน”

จากนั้นก็ต้องห่อปากเมื่อเขาจงใจครูดส่วนล่างที่แน่นิ่งมานับนาที เกือบเปล่งเสียงออกมาแต่ยั้งไว้ทัน

“ไม่ให้คิด...” คนที่จงใจประกาศให้เธอรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายกุมเกมหยุดการกระทำ “...หลังจากวินาทีนี้ เธอจะต้องคิดถึงฉันคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะก่อนนอน หลังตื่นนอน ตอนอาบน้ำ ตอนกินข้าว...”

เขายกตัวขึ้นด้วยศอกทั้งสองข้าง ฟองสมุทรพบว่าชุดเดรสของเธอถูกดึงขึ้นจนสุดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตะขอบราเซียร์หน้าถูกปลด แล้วเขาก็กำลังปัดส่วนที่ปิดบังอยู่ให้พ้นทาง ทรวงอกอวบอิ่มปรากฏต่อสายตา ส่วนปลายยอดที่ค่อยๆ หดตั้งหลังต้องลมทำให้คนมองอมยิ้มพึงพอใจ

“...หรือ... ตอนมีอารมณ์”

เธอยิ่งเอียงคอแนบพรมขึ้นไปอีก จงใจไม่สบตา ตอนนี้ไม่โป๊ก็เหมือนโป๊ อายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้ว กระนั้นปากยังเถียงด้วยเหตุผล

“เราไม่ใช่ผู้ชายนะ ที่จู่ๆ จะคิดเรื่องลามกทุกห้าวินาที”

โดยเฉพาะผู้ชายแบบเขา... คนลามก... เธออยากจะกรี๊ด ตอนแรกนึกว่าเขาจะรีบทำให้จบๆ แต่ต้องมานอนชิดคุยหงุงหงิงกันเรื่องอะไรก็ไม่รู้

“ถ้าเธอไม่เคยดูเรื่องกล้วยหอมจอมซน เธอจะรู้ไหมว่ามันสนุก...” เขาเอื้อมสองมือไปเขี่ยส่วนปลายที่ล่อตาล่อใจเหลือเกิน เรียกเสียงสะอึกอย่างตกใจ “...เพราะเธอได้ลอง จากนั้นเธอถึงได้โหยหา อยากรู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง จะสนุกมากขึ้นไหม... เรื่องที่เรากำลังจะทำก็เหมือนกันแหละเธอ”

แล้วเขาก็หนีบ... ก่อนจะดึงขึ้นเบาๆ

“ฉันรับรองว่าติดใจ”

คนถูกแกล้งจิกทึ้งพรมจนยับยู่ยี่ อ้าปากแต่ไม่มีเสียงออกมา ภาพนั้นน่ารักจนคีตศิลป์อดก้มลงไปหอมแก้มที่ซับสีเลือดไม่ได้ เขากดปลายจมูกลงฟอดใหญ่ ก่อนถอยออกในวินาทีที่รู้ตัวว่าความอดทนได้มาถึงสุดสิ้นสุด

ที่ชวนคุยเพราะอยากให้ตัวเองใจเย็นลง กลัวจะเผลอผิดคำพูดแล้วจัดการเธอครั้งแรกตรงนี้

แต่ แต่ แต่ มีอีกอย่างที่เขาต้องการ...

“ก่อนที่เราจะเริ่ม ฉันขอแก้ไขความเข้าใจของเธอสักนิด”

“อะไรอีก”

“มองตามนิ้วฉัน...” เธอเหลือบมาขณะเขายกมือขึ้น ข้างหนึ่ง ชูนิ้วชี้ตั้งตรง แล้วเริ่มด้วยการจิ้มจึกๆ เข้าหากล้ามอกหนันแน่นขาวสะอาดของตน “...นี่ก็คิงส์” 

จากนั้นก็ชี้ไปยังส่วนล่างซึ่งยังวางบนจุดที่พร้อมสอดประสาน

“นั่น... ก็คิงส์”

คนฟังหันขวับมาอย่างไม่เชื่อหู อ้าปากค้างกับการบอกไซส์ที่หลงตัวเองสุดๆ

แต่ก็เป็นเรื่องจริงสุดๆ เช่นกัน... แม้เธอจะเห็นเพียงแวบเดียว! 

เมื่อสบตากัน เขายิ้มกรุ้มกริ่ม

“ดังนั้นอย่าเอาฉันไปเทียบกับอย่างอื่น เพราะมันแทนกันไม่ได้”

ครั้นเธอเผลอคลายความตึงเครียดลง คีตศิลป์ก็เริ่มขยับสะโพก ซึ่งคราวนี้เขาตั้งใจจะไม่หยุด ชายหนุ่มเอื้อมไปดึงมือเรียวบางที่เกาะพรมอยู่ สอดสิบนิ้วเข้าประสานแทนโดยไม่กลัวว่าเล็บคมสีแดงสดจะจิกเนื้อเขาเป็นแผลหรือไม่

เพียงเขาครูดส่วนนั้นอย่างช้าๆ... ฟองสมุทรถึงกับหลงเคว้งซ่านกระเซ็น

“คิงส์...”

“เรียกคิงส์ไหน”

แต่พอเห็นเธอตีหน้าไม่ถูก นัยน์ตาคู่คมหวานที่เคยเป็นประกายวาววับก็อ่อนแสง เขาก้มหน้าลงจนเกือบชิดใบหน้าจิ้มลิ้ม โอ้โลมเสียงละมุนพลางถูไถอีกครา

“มัวแต่คุยกัน... เปียกไปหมดแล้วเธอ”

“หยุดพูดอะไรที่มันน่าอายซะที” เธอเหมือนจะเอ็ด แต่เสียงก็แผ่วโหยสั่นระริก

“พอฉันถู ฉันก็จะเปียกไปด้วย” เขาทดลองให้ดูอย่างโจ่งแจ้ง “รู้สึกไหม เราแตะกันอยู่ ต่างคนต่างร้อน... ถ้าเธออาย แสดงว่าฉันยังเร้าใจไม่มากพอ งั้นเราลองมาทำอะไรที่มันมากกว่านี้กันเธอ”

มากกว่านี้...

คนฟังไม่ทันแปลความหมาย เขาก็แสดงให้เห็นด้วยการถอยออกแล้วจรดส่วนปลายป้านที่ร้อนฉ่าเข้ากับความฉ่ำเยิ้ม... มันไม่มีอะไรเหมือนกับนิ้วของเขาเลย หญิงสาวคิดขณะถูกดุนดัน... เขาถอยออกไปอีกแล้วทำซ้ำ ช่องท้องเธอหดเกร็ง เขาทำซ้ำอีก ซ้ำอีก กรีดแยก แล้วก็ใช้จังหวะที่เธอเผลอชำแรกเข้าสู่ช่องทางอันอ่อนนุ่ม...

เพียงน้อยนิด แต่ก็ทำให้ความรู้สึกบางอย่างแล่นฉีดไปทั่วร่างจนหญิงสาวต้องเปล่งเสียงหวานออกมา

“อ๊ะ...”

เธอบีบมือเขาแน่น ชายหนุ่มหอบฮักขณะบังคับตนเองอย่างยากลำบากให้ตัดใจจากการจมลึกอันน่าพิสมัยนี่เสีย เขาถอยออก เปลี่ยนเป็นการไถลความยาวเข้ากับจุดกระสันขณะพึมพำเรียกชื่อเธอเสียงทุ้ม

“ฟอง…”

เพราะน้ำเสียงของเขารึเปล่าที่ทำให้เธอสะท้าน เขาหล่อ... และหล่อยิ่งขึ้นเมื่อมองเธอด้วยสายตาปานจะกลืนกินกันแบบนี้ การเสียดสีระหว่างเนื้อแท้ทำให้เธอร้อนไปทั้งตัว ส่วนเขาก็คงไม่ต่างกัน เหงื่อเริ่มผุดพรายตามขมับและไรผมสั้น กลิ่นอุ่นนุ่มหอมติดตรึง แล้วก็เสียง... เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เขาทำให้เธอตัวแอ่นรับทุกครั้งที่ไถลจนสุดความยาวแล้วกระแทกกระทันตรงจุดที่ไวต่อสัมผัสอย่างจงใจ 

“อะ... อ๊า... อึก...”

อยากมือยกปิดเสียงน่าอายแต่ทำไม่ได้ เธอเคยอ่านเรื่องราวแบบนี้มานับไม่ถ้วน เคยฟังหลายคนเล่าอย่างคะนองปาก แต่พอมาเจอด้วยตัวเอง มันเหมือนหลักสูตรระดับปริญญาที่เธอได้มาเป็นแค่เศษกระดาษ ช่างไร้ค่าเมื่อเจอคนที่เจนด้วยประสบการณ์มากกว่า เขาดึงอารมณ์เธอพุ่งสูงด้วยการบดสะโพกอย่างเกษมสันต์ ทิ่มแทงเธอด้วยจังหวะที่ถี่กระชั้นยิ่งขึ้น

“ลองคิดว่าฉันทำแบบนี้อยู่ในตัวเธอ...” เขากระตุ้นเสียงแหบดิบเซ็กซี่ “...เธอรับฉันเข้าไป เราเสียดสีกันเป็นจังหวะ ฉันจะครูด ส่วนเธอจะรัดเหมือนที่เคยทำกับนิ้วฉัน”

ราวร่างกายจดจำสิ่งที่เขาเคยทำไว้ได้ มันบีบรัดตอบสนองทันที

“นั่นล่ะ...” คีตศิลป์พึมพำเมื่อเห็นนัยน์ตาที่เบิกกว้างของคนสวย ก้มลงใช้ปลายจมูกเขี่ยกันอย่างหยอกเย้าทั้งที่โจนจ้วงตัวโยน ส่งเส้นสายบนแก่นกายร้อนบดขยี้เข้ากับเนินสาวอย่างจงใจ “...ฉันอยากทำ”

“อย่า...”

“รู้น่า”

แล้วเขาก็เอียงหน้าปิดปากอิ่ม จูบเพียงผิวเผินเพราะรู้ว่าเธอต้องการอากาศ แต่เท่านั้นก็เพียงพอจะทำให้ทุกอย่างดีมากขึ้นไปอีก ฟองสมุทรหลับตาลง สัมผัสได้ว่าเธอกำลังเริ่มรู้สึกเปราะบางใต้มัดกล้ามที่เครียดตึง ต้นขานุ่มหนีบสะโพกสอบของเขาอย่างลืมตัว หยัดกายเร่งเร้า และไม่มีอะไรจะทำให้รวดร้าวไปได้มากกว่านี้อีก

“อา... อ๊า... คิงส์...”

เขารุนแรง

และ... วาบหวามมาก

มาก... มาก... มากเกินไป จนเธอทนไม่ไหว

คีตศิลป์คำรามออกมาในขณะที่เธอบีบมือเขาแน่น หวีดร้องเสียงหวานกับแรงสวาทถูกปลดปล่อยให้ลอยล่องอบอวล

“อ๊ายยยยยยยยย!!!!”

ร่างสูงแกร่งเองก็กระตุกสะท้านให้กับความสุขสมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาจูบเธอก่อนจะเลื่อนไปตามแก้มนวล จบลงด้วยการหอบหายใจหนักอยู่บนซอกคอซึ่งบัดนี้ทั้งร้อนและหอมกรุงใจ ชายหนุ่มรอให้อะไรอุ่นๆ รดรินออกมาทุกหยาดหยด จากนั้นจึงทิ้งน้ำหนักเกือบทั้งหมดลงบนร่างสะโอดสะอง ไม่นำพากับการเบียดแนบของเนื้อทรวง

ฟองสมุทรเองก็หอบ ระทดระทวยไม่เหลือเรี่ยวแรงขณะสัมผัสได้ว่าเขาเอียงหน้าแตะปากลงกับผิวชื้น สูดลมหายใจเข้าลึก... แล้วก็ยิ้ม

ยิ้มในเวลานี้เนี่ยนะ

อย่าว่าแต่เขา เธอเองก็ยิ้มอยู่เหมือนกัน... ก่อนรอยยิ้มจะเลือนหายเมื่อ ‘นั่นก็คิงส์’ ซึ่งกดอยู่บนหน้าท้องทำท่าจะตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง เส้นเลือดเขาเต้นตุบจนรับรู้ได้ ส่วนเธอใจเต้นตูมตามด้วยความตกใจ

โอ้ย ไม่เอาแล้วนะ ถ้าขืนเขาทำอีกครั้ง มันจะไม่จบลงแค่นี้แน่

แล้วจะห้ามกันยังไง...

คีตศิลป์อ้าปากทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เสียงริงโทนเป็นเพลงซิมโฟนี่หมายเลขห้าดังลั่นขึ้นขัดจังหวะ คนใต้ร่างของเขาสะดุ้ง น้ำเสียงว้าวุ่นขณะสั่งกันอย่างเลิ่กลั่กตื่นตระหนก

“คิงส์ ลุกก่อน สายนี้เราต้องรับ”

กระเป๋าถือของเธอโดนทิ้งไว้ตั้งแต่ถูกเขาจูบหน้าประตู ส่วนคนที่นอนทับอยู่ก็อิดออดไม่เต็มใจเอาเสียเลย เธอดึงมืออกจากการกอบกุมของเขา ผลักไหล่พร้อมสั่งเสียงแข็ง

“ถ้าดื้อ เราจะโกรธนะ”

คนถูกขู่จึงยอมกลิ้งไปนอนหงายข้างๆ กัน มองเจ้าของห้องพรวดพราดลุกขึ้นด้วยแววตาฉ่ำหวาน เธอแอบเข่าอ่อนนิดหนึ่งขณะพยายามดึงชุดเดรสลงจนคลุมขา ใช้ชายผ้าซับคราบเปรอะเปื้อนยามก้าวฉับไปยังกระเป๋าซึ่งกองอยู่บนพื้น

คีตศิลป์เริ่มมุ่นคิ้ว ทำไมถึงได้ร้อนรนขนาดนั้น

เมื่อความสงสัยเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ชายหนุ่มจึงเด้งตัวลุกตามทันที ทว่าเขาไม่สนใจจะสวมเสื้อผ้าเหมือนเธอ ร่างสูงเพรียวคว้ากล่องใส่ทิชชู่ที่วางอยู่แถวนั้นแล้วเดินตามหญิงสาวไป

เธอกำลังก้มหน้าหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับ ส่วนเขาตั้งท่าจะสวมกอด แต่สีหน้าไม่สู้ดีทำให้คนที่คิดจะอ้อนชะงัก

ฟองสมุทรยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู เหลือบมองเขา ก่อนเบือนหน้าหนีไปอีกทางขณะกล่าวทักทายปลายสายเสียงแผ่ว

“คะแม่...”

 

----------------------------------------------

นั่นก็คิงส์ นี่ก็คิงส์ พี่คิงส์เป็นของทุกคนค่ะ กี๊ดดดดดดดดดด

กัปต๊านนนนนนนนนนนนนนน //จ้วงไม้พายลงสู่มหาสมุทรอันเวิ้งว้าง

 

ปล. อ่านมาถึงตอนนี้แล้วเป็นยังไงกันบ้างคะ ;-;

เรื่องนี้มียี่สิบบท นี่เพิ่งบทที่หก บทที่หก!!!!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว