ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.2k

ความคิดเห็น : 59

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2561 22:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17
แบบอักษร

ผ่านมาสองวันแล้วกับเหตุการณ์ที่มีคนบุกเข้ามาลักพาตัวของทะเล เริ่มต้น วันใหม่และตะวันกล้าเพิ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อวานนี้เอง ทะเลยังคงใช้ชีวิตปกติเหมือนสองวันก่อนไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาไม่อยากคิดมากวุ่นวายเดี๋ยวจะทำให้เด็กๆที่อยู่ในท้องคิดมากไปด้วย

หน้าท้องของทะเลใหญ่โตนูนขึ้นกว่าเดิมพอสมควร เด็กๆทั้งสองที่อยู่ในท้องเริ่มดิ้นไปมาขยับตัวกันแล้ว อาหารของเขาก็เพิ่มปริมาณขึ้นกว่าสามเท่าเพื่อให้เพียงพอต่อไข่ทั้งสองใบที่อยู่ในครรภ์

ทุกวันทะเลยังคงถูกขยายรูสวาทด้วยรยางค์ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการคลอด รูของเขาแทบไม่ว่างเว้นจากรยางค์ ส่วนในตอนที่ว่างนั้นรูของเขาก็กลวงโบ๋หลวมโพลกสุดๆ ดีที่มันยืดหยุ่นได้ดีทะเลเลยไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่กลับรู้สึกสนุกสุดเหวี่ยงไปกับมัน

เรื่องที่ทะเลไม่ทันได้สังเกตและไม่รับรู้สิ่งใดเลยก็คือ ในคืนนั้นในวันเกิดเหตุ ค่ำคืนนั้นลูกๆทั้งสามกลับมาก่อนจะได้ยินข่าวไม่ดีของพวกมนุษย์จากบิดา เรื่องที่พวกมนุษย์ลักพาตัวมารดาและยังทำร้ายร่างกายอีกด้วย เอเลี่ยนตัวพ่อมอบหมายให้เด็กๆดูแลทะเลยามหลับก่อนที่มันจะมุ่งหน้าไปยังค่ายของพวกมนุษย์ด้วยตนเอง

เจ้าเอเลี่ยนไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายหรือทำร้ายคู่ของมัน มันไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดที่จะยอมให้ใครมาทำร้ายคู่ของมันได้ตามใจชอบ มันต้องปกป้องคู่ชีวิต มันเคยบอกกับตัวน้อยไว้แล้วว่าจะปกป้องจากอันตรายต่างๆ แต่พวกมนุษย์กลับทำให้คำพูดของมันเลื่อนลอย เรื่องนี้มันยินยอมไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงเสียชื่อเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล

เมื่อมาถึงค่ายของมนุษย์ซึ่งอยู่ห่างจากลานหินไปประมาณเจ็ดกิโลเมตร ค่ายแห่งนี้อยู่ใต้ดินซึ่งเป็นท่อน้ำเก่าขนาดใหญ่ก่อนจะขยับขยายขุดเป็นอุโมงเพื่ออยู่อาศัยหลบภัยจากสงครามต่างดาว เอเลี่ยนตัวใหญ่กว่าสามเมตรปล่อยคลื่นความถี่บางอย่างออกมาเพื่อตรวจสอบจำนวนมนุษย์ที่อยู่ใต้ดินแห่งนี้พร้อมตรวจสอบอาวุธที่พวกมันมี

ค่ายมนุษย์แห่งนี้มีคนมากกว่าสองพันคน อุโมงใต้ดินกินพื้นที่กว่าห้ากิโลเมตร มีช่องทางการเข้าออกมากมายหลายสิบช่องทาง ส่วนอาวุธนั้นเป็นอาวุธที่ล้าสมัยอย่างถึงที่สุด ยังมีอาวุธปืนธรรมดาอยู่อีก มีระเบิดนิวเคลียร์ไม่กี่ลูก ซึ่งก็เทียบได้กับอาหารอันโอชะของมัน ไม่ว่าจะเป็นยูเรเนียมหรือพลูโตเนียมก็ดี พวกมันให้พลังงานเป็นจำนวนไม่น้อยเลย

เอเลี่ยนมาถึงทางเข้าออกหนึ่งในสิบๆช่องทางและดูเหมือนเวรยามที่อยู่ด้านนอกจะสังเกตเห็นมันแล้วหลังจากที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นมาก่อนเพราะมันเดินทางผ่านเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่อุปกรณ์เทคโนโลยีตรวจจับของพวกมนุษย์ก็ไม่ทำงานเมื่อมันปล่อยคลื่นความถี่รบกวนอุปกรณ์เหล่านั้น ซึ่งเจ้าเอเลี่ยนนั้นสามารถปรับเปลี่ยนสร้างคลื่นความถี่ได้ตามใจ

เวรยามที่สังเกตเห็นเอเลี่ยนตัวโตกว่าสามเมตรสีดำทะมึนท่าทางดุร้ายน่ากลัวจู่ๆก็รู้สึกแข้งขาอ่อนแรงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนถึงกับฉี่เล็ด มันไม่เคยพบเห็นเอเลี่ยนแบบนี้มาก่อน ยิ่งบรรยากาศรอบตัวเอเลี่ยนยิ่งทะมึนมืดมัว ปากใหญ่มีฟันแหลมคมอยู่เต็มปาก ทั้งตัวเหมือนสวมเกราะสีดำหุ้มเอาไว้แต่กลับเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว

มันลืมแม้กระทั้งส่งวอวิทยุไร้สายไปแจ้งเตือนคนในค่ายที่อยู่ใต้ดิน เวลานี้แม้จะวิ่งหนีมันยังวิ่งไม่ออก เหมือนมันถูกตรึงร่างกายเอาไว้ด้วยบางอย่าง ความหวาดกลัวต่อความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทำให้มันน้ำตาแทบไหล สวดมนต์อ้อนวอนต่อพระศาสดาผิดๆถูกๆ

"เรียกผู้นำของแกออกมาพบกับฉัน"

เจ้าเอเลี่ยนไม่จำเป็นต้องลงไปใต้ดินเพื่อจัดการเรื่องราว มันไม่ได้ต้องการฆ่าล้างมนุษย์เพราะมนุษย์นั้นยังไม่สมควรสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ หากตัวน้อยไม่ใช่มนุษย์ที่สอนให้มันรู้ว่ามนุษย์มหัศจรรย์ปานใด มันคงจัดการสังหารหมดสิ้นแล้ว มนุษย์นั้นมีทั้งดีและเลวปะปนกันไป มันต้องการให้โอกาศเผ่าพันธุ์ระดับล่างนี้

หากความคิดของมันไม่เป็นเหตุเป็นผลและใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งมนุษย์คงสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ด้วยน้ำมือของมันไปแล้ว แต่มันคิดด้วยเหตุด้วยผล มนุษย์ทุกคนไม่จำเป็นต้องมารับเคราะห์กรรม แม้มันจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่สมควรทำลายสมดุล แต่ก็ยังต้องมีการสั่งสอนเล็กน้อยที่มาหยามเกียรติของเผ่าพันธุ์อันแข็งแกร่งในการทำร้ายคู่ชีวิตของมัน

เวรยามคนนั้นพยายามตั้งสติก่อนจะใช้วิทยุสื่อสารไร้สายเพื่อวอไปหาหัวหน้าหน่วยรายงานเรื่องนี้ น้ำเสียงของมันตอนรายงานเล่าเรื่องราวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและมีน้ำเสียงตะกุกตะกักจนเกือบฟังไม่รู้เรื่อง แต่ไม่นานเสียงเตือนภัยก็ดังขึ้นไปทั่วอุโมงใต้ดินก่อนหน่วยทหารหลายร้อยนายจะโผล่ขึ้นมาจากช่องทางเข้าออกใต้ดิน

เมื่องกองทหารพร้อมอาวุธปืนพบเป้าหมายพวกมันก็ต้องอาปากค้างอย่างตกตะลึง ปืนที่ถืออยู่ในมือเผลอลั่นไกออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมีคนหนึ่งยิงคนที่สอง สาม สี่และต่อๆไปก็ร่วมยิงด้วยอย่างขาดสติ ความหวาดกลัวเข้าจู่โจมจนไม่อาจควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้

เมื่อเสียงปืนสงบลงเพราะความจำกัดของกระสุนที่มีอยู่ มนุษย์ทหารต่างมองดูเป้าหมายด้วยใจที่เต้นระทึกไหว

เมื่อควันปืนหายไปแสงไฟจากไฟฉายสาดส่องไปยังเป้าหมายมนุษย์ทั้งหลายก็ต้องตื่นตะหนกจนแทบหยุดหายใจเมื่อพบว่าเอเลี่ยนตัวใหญ่สีดำน่ากลัวยังมีชีวิตอยู่และเหมือนจะไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย ลูกกระสุนปืนไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนเกราะสีดำของเอเลี่ยน แม้แต่จะเจาะกระโหลกศีรษะก็ยังไม่อาจทำได้เพราะมีอนุภาคไม่เพียงพอ

ลูกกระสุนปืนต่างหากที่แหลกเละไม่มีชิ้นดีเมื่อกระทบกับเกราะสีดำของเอเลี่ยน เหมือนกับพวกตัวม่วงตัวเขียวไม่มีผิด แต่พวกมนุษย์ทหารต่างมั่นใจว่าเจ้าตัวสีดำนี้อันตรายกว่าพวกนั้นหลายเท่า

"ฉันต้องการพบผู้นำของพวกแก"

เมื่อเจ้าเอเลี่ยนพูดขึ้นพวกมนุษย์ก็ตื่ตตกใจกันเป็นทิวแถว ไม่คาดว่าเอเลี่ยนประหลาดน่ากลัวตัวนี้จะพูดภาษามนุษย์ได้

เอเลี่ยนถ้าไม่จำเป็นจะไม่ฆ่าใคร หรือไม่มันก็ไม่ฆ่าถ้าไม่เกิดประโยชน์ มันจึงไม่มีความคิดฆ่าทหารฝ่ายมนุษย์ให้หมดก่อนจะพบกับตัวหัวหน้า แต่หากต้องฆ่าสักสองสามคนเพื่อความเร็วในการได้พบตัวหัวหน้าพวกมนุษย์ละก็มันลงมือทำทันที

"อ้ากก!"

ทหารสี่คนที่อยู่ใกล้กับเอเลี่ยนตัวใหญ่สีดำที่สุดซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตรถูกรยางค์ยืดยาวพุ่งเข้าตัดสับฆ่าพวกมันอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัวและโหดเหี้ยม ทหารที่ไม่แม้จะได้ฝึกเพราะตอนนี้ใครก็เป็นได้ถ้าได้ถืออาวุธต่างวิ่งหนีจากเอเลี่ยนด้วยความหวาดผวากลัวตาย มีเพียงไม่กี่คนที่มีสติและไปตามนายพลผู้คุมค่ายแห่งนี้มา

เอสพึงพอใจเล็กน้อยเมื่อผู้นำของมนุษย์ค่ายนี้ปรากฎตัวขึ้น มนุษย์ฆ่าไปก็เท่านั้น ตัวน้อยของมันคงไม่นิยมกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเอง และมันเองก็ไม่กินสิ่งที่ให้พลังงานน้อยนิดพวกนี้เหมือนกัน

"สวัสดี ผมชื่อทศ เป็นผู้นำค่ายแห่งนี้ ได้ยินว่าคุณต้องการพบกับผม"

ชายวัยกลางคนผิวคล้ำบึกบึนผมสั้นเกรียนท่าทางองอาจพูดขึ้น แม้จะองอาจยังไงก็ไม่รอดพ้นสายตาเอเลี่ยนที่เห็นความหวาดกลัวขุมหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในน้ำเสียงและแววตา

ชายที่ชื่อทศแปลกใจมากที่เอเลี่ยนพูดภาษาของมันได้ แล้วเอเลี่ยนลักษณะนี้มนุษย์ก็ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย ทั้งแข็งแกร่งทรงพลังและมีสติปัญญาสูง มันหวาดกลัวมากแต่ก็ไม่สามารถหนีไปได้เพราะศักดิ์ศรีผู้นำและอัลฟ่าอันแข็งแกร่ง

"แกเองเหรอผู้นำ อ่อนแอมาก"

แม้ทศจะไม่สบอารมณ์ที่ได้ยินแบบนั้นแต่ก็ต้องยอมรับ

ความจริงว่ามันอ่อนแอกว่าเอเลี่ยนตัวนี้มาก มันได้รับรายงานคร่าวๆแล้วว่าเอเลี่ยนตัวสีดำสูงใหญ่กว่าสามเมตรตัวนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง

"คุณต้องการอะไร ถ้าต้องการฆ่าพวกเราคุณคงจัดการไปแล้ว"

"ถือว่ายังมีความคิดอยู่บ้าง"

เอเลี่ยนสื่อสารตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาเมื่อพบว่าผู้นำของพวกมนุษย์ก็พอใช้ได้อยู่

"ฉันจะไม่พูดมาก ส่งตัวคนที่บุกรุกลานหินที่ห่างออกไปจากที่นี้เจ็ดกิโลเมตรแล้วสมรู้ร่วมคิดลักพาตัวเมียของฉันมา"

ตอนแรกทศก็ไม่เข้าใจอะไรแต่เมื่อคิดวิเคราะห์ดีๆแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง ไอ้โจ สมาชิกกลุ่มสำรวจก่อนหน้านี้มันมาบอกเรื่องกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ลานหินห่างออกไปจากที่นี้ประมาณเจ็ดกิโล เป็นกลุ่มผู้มีฝีมือที่ฆ่าพวกตัวม่วงตัวเขียวได้มากมาย

เมื่อช่วงสายมันยกทหารกองร้อยไปกับไอ้โจเพื่อช่วยภารกิจชิงตัวโอเมก้าท้องแก่แต่ก็ไม่พบกลุ่มสำรวจที่นัดแนะกันไว้ตรงชายป่า เมื่อไปสำรวจกลับพบกองเลือดเนื้อห้ากองพร้อมเสื้อผ้าขาดวิ่นเป็นชิ้นๆ มันยังคิดวางแผนอยู่ว่าจะเอายังไงกับกลุ่มที่อยู่ลานหิน จะส่งตัวแทนไปพูดคุยเพื่อร่วมมือกันหรือกดดันใช้กำลังดีเพราะพวกมันเคยลงมือกับโอเมก้าท้องแก่นั่นมาแล้วโอกาศคุยกันดีๆแทบไม่มี

แต่มันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ากลุ่มลานหินนั่นจะเป็นเอเลี่ยน เอเลี่ยนที่มีมนุษย์เป็นเมีย แถมเมียมันยังอุ้มท้องลูกเอเลี่ยนจนท้องโย้!

"ฉันจะให้โอกาสพวกแก ฉันจำกลิ่นมันได้ ส่งมันมา จะตายคนเดียวหรือจะตายทั้งค่าย"

"ไปเอาไอ้โจมา"

ทศไม่มีทางเลือกมีแต่ต้องทำตามเพราะยังไม่อยากตาย มันจะเอาอะไรไปสู้กับเอเลี่ยน แต่ไม่คิดเลยว่าเอเลี่ยนจะเอามนุษย์โอเมก้าทำเมียจริงๆ มันไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน ส่วนมากแล้วพวกตัวเขียวแทบทำไม่ต่างจากอัลฟ่าหรือเบต้าของมนุษย์ที่เห็นโอเมก้าเป็นเครื่องระบายความใคร่เท่านั้น อ่อนแอ ปวกเปียก เป็นภาระ ยีนส์มนุษย์ด้อยมากจนพวกตัวม่วงตัวเขียวไม่คิดจะเอาเชลยสงครามเหล่านั้นมาทำพันธุ์

แต่เอเลี่ยนท่าทางแข็งแกร่งสุดๆกลับทำมัน แถมยังดูเหมือนจะให้ความสำคัญมากอีกด้วย!

"ฉันต้องการให้พวกแก พวกมนุษย์ทุกคนเลิกยุ่งวุ่นวายกับเมียฉันนับแต่วันนี้ ถ้าไม่ทำตามฉันฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกแกแน่ ถ้าอยากลองดูฉันก็ไม่ขัดหรอกนะ"

เพียงคำพูดเรียบเรื่อยแต่ก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ขนหัวลุกกันหมด ภาพการตายของทหารสี่คนที่ถูกสับตัดเป็นชิ้นๆเมื่อครู่ยังคงติดตาไม่จางหาย มันรวดเร็วไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำไป รวดเร็วโหดเหี้ยม!

"อีกอย่าง อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ อาวุธนิวเคลียร์ของพวกแกเป็นอาหารชั้นดีของฉันเลยละ เผ่าพันธุ์ชั้นล่างอย่างพวกแกน่าจะมีสมองที่ฉลาดอยู่บ้าง"

ผู้นำของค่ายแห่งนี้แทบพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินแบบนั้น มันทั้งกลัวทั้งตื่นตะลึง



****


ใกล้จบแล้วจ้าาา เหลืออีกประมาณสองตอนมั้งนะ555 ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามมาตลอดทั้งคอมเม้นทั้งกำลังใจ ฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่ๆของอาร์ด้วยนะ(รีบฝากไปไหนยังไม่ทันได้จบเลย)




ความคิดเห็น