email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 13: Death Awaits

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 95

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2561 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13: Death Awaits
แบบอักษร

Blood Metal: สงครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: XIII

...Death Awaits...

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ โรงอาหาร แนวหน้าของตำรวจแห่งมหาอำนาจสหพันธรัฐ เมืองวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์

“นี้นายคิดว่าพวกเราจะได้ไปกันเมื่อไหร่หรอ?” รอชถามอเล็กซ์ทั้งๆที่เคี้ยวอาหารเต็มปาก อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ฉันก็ไม่รู้สิ...แต่นายช่วยเคี้ยวให้หมดก่อนพูดได้ไหม!?” รอชหัวเราะพร้อมกับเศษอาหารที่กระเด็นเข้าหน้าอเล็กซ์ อเล็กซ์ยั่วและเอามือดันหน้าของรอชออกห่างๆ

หลังจากพวกเขากำลังกินข้าวกันอยู่นั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างดังภาย ทุกคนในโรงอาหารต่างตกใจกันเป็นอย่างมากและหยิบปืนพกของตนเองออกมา ทันใดนั้นเองก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมากกว่าพวกที่อยู่ในโรงอาหารโจมตีอย่างกะทันหันเข้ามา ทุกคนในโรงอาหารพยายามต่อสู้แต่ไม่มีใครได้ลั่นไกปืนซักนัดเลยเพราะการจู่โจมนั้นเป็นการจู่โจมอย่างประชิดตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว ทุกคนในโรงอาหารไม่มีใครได้เห็นหน้าเพราะพวกผู้ก่อการร้ายนั้นสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้และพวกตำรวจในโรงอาหารก็ถูกจับมัดมือมัดขานั่งคุกเข่าหันหน้าเข้ากำแพงเรียงกันไปเรื่อยๆรอบโรงอาหาร…

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป…

“เอาพวกแก! เดินออกไปได้แล้ว!!” เสียงของผู้ก่อการร้ายพูดขึ้น หลังจากนั้นผู้ก่อการร้ายที่เหลือก็เดินมาพยุงแขนเหล่าตำรวจในโรงอาหารให้ลุกขึ้นและนำพวกตำรวจให้เดินออกไปข้างนอกอย่างเป็นแถว อเล็กซ์จึงเอ่ยปากถามไปว่า “พวกแกเป็นใครกันแน่!? แล้วเข้ามาได้ยังไง!?” ผู้ก่อการร้ายจึงเอาด้ามปืนกระแทกหัวอเล็กซ์อย่างแรงและตอบกลับว่า “พูดมาก!! บอกให้เดินก็แค่เดิน!!” หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกไปยังพื้นที่ข้างนอกสิ่งที่พวกอเล็กซ์เห็นนั้นคือศพของครูฝึกถูกมัดแขนนอนกองกันอยู่ อเล็กซ์เห็นดังนั้นจึงโกรธอย่างมากและตะโกนด่าทอว่า “แกมันไอ้พวกสารเลว!!” ผู้ก่อการร้ายจึงตอบกลับว่า “สารเลว? แกพูดอะไรของแกน่ะ! แกลองหัดมองดูตัวเองบ้างไหม? แกเข้ามาในกรมตำรวจทำไมกัน!?” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ก็เพื่อที่จะนำพาซึ่งสันติสู่โลกที่เป็นหนึ่งเดียว!! ไม่มีซึ่งความขัดแย้งและความรังเกียจต่อกัน…” ผู้ก่อการร้ายอึ้งไปชั่วขณะ และผู้ก่อการร้ายจึงพูดขึ้นว่า “เอา! ได้เวลาลงมือสังหารไอ้พวกสวะนี้แล้ว!!” ผู้ก่อการร้ายจับอเล็กซ์ลงคุกเข่ากับพื้นและเอาปืนจ่อไปที่หัวของอเล็กซ์พร้อมกับพูดว่า “ลาก่อนนะไอ้เด็กน้อยพยุงความยุติธรรม!!” ทันใดนั้นเองอเล็กซ์จึงใช้มือทั้งสองข้างปัดปืนที่จ่อหัวอยู่และแย่งปืนนั้นมาพร้อมกับล็อคคอของผู้ก่อการร้ายไว้และจ่อปืนไปยังผู้ก่อการร้ายคนอื่นภายในเวลาอันรวดเร็ว ผู้ก่อการร้ายจึงถามว่า “แก! แกหลุดออกมาจากการมัดได้ยังไงกัน!?” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ก็ง่ายนิดเดียว! มันไม่ยากเลยที่จะแกมัดของสวะอย่างพวกแก!!” ผู้ก่อการร้ายจึงหัวเราะขึ้นทำให้อเล็กซ์งงเป็นอย่างมากและผู้ก่อการร้ายที่ถูกอเล็กซ์จับอยู่นั้นก็พูดขึ้นว่า “ยอดเยี่ยมมาก! ทำได้ดีนิอเล็กซ์!!” อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงถามกลับว่า “แกรู้ชื่อฉันได้ยังไงกัน!?” หลังจากนั้นอเล็กซ์ก็โดนผู้ก่อการร้ายที่อเล็กซ์จับอยู่ทุ่มลงกับพื้นโดยที่ไม่ได้ตั้งตัวและผู้ก่อการร้ายก็ถอดหน้ากากออก อเล็กซ์ตกใจเป็นอย่างมากและถามกลับว่า “ครูฝึก?” ครูฝึกจึงตะโกนออกไปว่า “จบการจำลองสถานะการโดนโจมตีได้!!” ศพครูฝึกที่อเอ็กว์เห็นนอนอยู่นั้นก็ลุกขึ้นและพูดว่า “ทำได้ดีนิอเล็กซ์ สมกับเป็นลูกชายของพลเอกอัลฟอนส์เลยนะเนี้ย” และเชือกที่มัดอยู่กับครูฝึกคนอื่นๆก็หลุดออกอย่างง่ายดายเหมือนกับไม่ได้มันตั้งแต่แรก อเล็กซ์จึงถามครูฝึกกลับไปว่า “ถ้าอย่างนั้นทั้งหมดนี้ก็เป็นการฝึกซ้อมรบอย่างนั้นหรอครับ?” ครูฝึกจึงตอบกลับว่า “ใช่แล้ว! ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะดูว่าพวกนายพอเวลาเขาสนามรบจริงจะทำอะไรได้บ้างยังไงล่ะ!!” อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกและนอนหงายลงกับพื้นทันที ครูฝึกจึงบอกอเล็กซ์ว่า “วันนี้นายทำได้ดีมาก! ลุกขึ้นซะแล้วไปเริ่มฝึกกันได้แล้ว!!” อเล็กซ์รีบลุกขึ้นยืนและวิ่งไปที่สนามฝึกซ้อมรบทันที

5 ช.ม. ผ่านไป

การฝึกของวันจบลงและอเล็กซ์กำลังเดินเพื่อกลับไปยังห้องพักของตนเองจู่ๆเขาก็ได้เดินไปเจอกับร้อยโทแฮงค์และร้อยตรีวอลเกอร์ อเล็กซ์จึงตกใจอย่างมากและถามทั้งคู่ไปว่า “นี้พวกคุณมาทำอะไรกันที่นี้อย่างนั้นหรอครับ?” แฮงค์จึงตอบกลับไปว่า “อ่าวอเล็กซ์...พวกฉันมาทำอะไรน่ะหรอ? พวกฉันก็มาเพื่อที่จะรับตำแหน่งนำกองร้อยของพวกนายในสนามรบยังไงกันเล่า…” อเล็กซ์จึงตกใจอย่างมากและถามกลับไปว่า “แล้วพวกคุณไม่ต้องอยู่ดูแลที่เบอร์ลินหรอครับ?” ร้อยตรีวอลเกอร์จึงตอบกลับว่า “อ่อ...ทางนั้นน่ะมีร้อยเอกอริซคอยดูอยู่และก็มีคนจากภาคีเหล็กไปเสริมที่เบอร์ลินอีกเจ็ดคน” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “คนจากภาคีอย่างนั้นหรอครับ?” ร้อยตรีวอลเกอร์จึงตอบกลับว่า “อ่า...เพื่อเกิดเหตุการแบบครั้งที่แล้วเราจะได้สู้พวกมันได้ยังไงล่ะ หลังจากครั้งที่แล้วก็มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทางภาคีเลยส่งกลุ่มภาคีกระจายไปทั่วมหาอำนาจสหพันธรัฐเลยยังไงล่ะ…” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “อย่างนั้นหรอคับ? แล้วพวกคุณจะออกเดินทางกันเมื่อไหร่หรอครับ?” แฮงค์จึงตอบกลับว่า “ก็เมื่อพวกนายพร้อมนั้นล่ะ ซึ่งนั้นก็คืออาทิตย์หน้าแล้วยังไงล่ะ…” อเล็กซ์ตกใจมาก แฮงค์จึงถามกลับว่า “เป็นอะไรไป? กลัวอย่างนั้นหรอ?” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ครับ....ผมกลัวที่จะต้องฆ่าคนทั้งๆที่ผมมาเป็นตำรวจก็เพื่ออยากจะทำให้เกินสันติแท้ๆ” ร้อยตรีวอลเกอร์จึงตอบกลับว่า “นี้ฟังฉันนะอเล็กซ์...นายจำเป็นต้องลงมือสังหารแน่ๆถ้าเข้าไปอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น เพระาถ้านายไม่สังหารใครนายก็จะถูกเก็บซะเองนะรู้ไหม?” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ผมรู้ครับ แต่ว่า…” แฮงค์จึงตอบกลับว่า “ฉันเข้าใจความรู้สึกของนายนะอเล็กซ์ แต่นายมาถึงจุดนี้แล้วนายจะถอยกลับไปไม่ได้แล้วนะ...ฉะนั้นตั้งใจสู้เข้าล่ะ” อเล็กซ์พยักหน้าและร้อยโทแฮงค์และร้อยตรีวอลเกอร์ก็แยกตัวไปยังห้องพักของตน อเล็กซ์ก็เดินกลับไปยังห้องพักของตน ในขณะที่อเล็กซ์กำลังนอนอยู่บนเตียงของเขานั้น เขาก็ได้ครุ่นคิดถึงคำพูดของร้อยโทแฮงค์และร้อยตรีวอลเกอร์จนเผลอหลับไป…

1 สัปดาห์ต่อมา…

“พวกนายทุกคนรู้ใช่ไหมว่าเรากำลังจะไปที่ไหนกัน!!” เสียงของครูฝึกที่ยืนพูดอยู่ต่อหน้าคนนับพัน เขานั้นดูเป็นผู้นำที่ดีและทรงเกียรติคำพูดของเขานั้นทำให้พวกเรามีกำลังใจที่จะต่อสู้เป็นอย่างมาก “พวกนายต้องออกไปรบเพื่อสันติสุข เพื่ออนาคตของเรา จงจำเอาไว้ว่าพวกนายไม่ได้ไปเที่ยวพักร้อน! แต่พวกนายนั้นกำลังไปทัวร์นรก!! นรกที่หาได้ที่เดียวเท่านั้นบนดิน...พร้อมแล้วทุกหน่วยไปขึ้นเครื่องได้!! ขอให้โชคดีทุกคนเลย...” ครูฝึกทำความเคารพและตำรวจทุกคนก็ทำความเคารพกลับ…

กองร้อยที่สามสิบสี่เป็นกองร้อยที่อเล็กซ์อยู่และเป็นพลกระโดดร่มที่ต้องลงที่เมือง “อากาเดียร์ (Тюмень)” ประเทศรัสเซีย ณ เส้นแบ่งครึ่งระหว่างมหาอำนาจทั้งสอง…

To be continue...

ความคิดเห็น