facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

ตอนที่ 9 แฟนเก่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 แฟนเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 59.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2561 22:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 แฟนเก่า
แบบอักษร

​ตอนที่ 9 แฟนเก่า​

"อาเสือ ไม่ไล้เจอกันนาน ดำขึ้นตั้งเยอะนา ไปทำอารายมา" ภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆถูกพ่นออกมาจากปากของ ชาญชัย เสี่ยร่างอ้วนวัย 60 อย่างกระดี๊กระด๊าเมื่อเห็นร่างสูงเดินเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรม 

"ไม่ได้เจอกันนาน เสี่ยยังอ้วนเหมือนเดิมเลยนะ" พยัคฆ์ทักขึ้นพลางยกยิ้มมุมปากแบบที่เคยทำ ทำเอาสาวน้อยสาวแก่แม่ม่ายแถวนั้นตายกันเป็นเบือ

"แหม ธุรกิจหลักอั๊วก็เรื่องอาหารการกินลื้อจะให้อั๊วผอมไปไหนล่ะ" คนชรายิ้มอย่างสดใส พยัคฆ์มองดูอย่างอิจฉากับคนที่มีความสุขกับธุรกิจสุจริต

"เอาเถอะว่าแต่พรุ่งนี้นอกจากพบปะกันกับนักธุรกิจแล้วมีประมูลอะไรอีก" ชายหนุ่มถามขึึ้นหลังจากนั่งลงเรียบร้อยแล้ว 

"เขาว่าประมูลของเก่า ใครประมูลได้นี่สุดยอดเลยนา" ใบหน้าเหี่ยวย่นคุยโวพลางยกมือถือขึ้นมาเปิดภาพให้พยัคฆ์ดูอย่างละเอียดทีละภาพ "หยกเนื้อดีรูปมังกรจากราชวงศ์หมิง น้ำงามสุดๆ" 

"น่าสนใจ"

"ยัง ยังไม่หมดมีเนี่ยที่เขาอ้างมา มีอัญมณีที่หายากที่สุดในโลกด้วย" 

"หายากที่สุด" พยัคฆ์ทวนคำเบาๆ 

"ใช่ เริ่มต้นน่าจะแพง" 

"ผมอยากได้"



หญิงสาวมองชุดในกล่องด้วยความตะลึงปนดีใจ พยัคฆ์จัดแจงหาชุดมาให้เธอเรียบร้อย มือเรียวหยิบชุดขึ้นมาพินิจดูอย่างตื่นเต้น 

"คนบ้ารู้ไซส์เราหมด" เธอสบถอย่างไม่จริงจังนักกับความใส่ใจอันแสนน่าหมั่นใส้นี้ของคนตัวสูง

เขาเลือกชุดเดรสยาวเปิดไหล่สีน้ำเงินกระโปรงผ่าหน้าอวดเรียวขาสวยที่เหมือนจะเรียบหรูและมองจากดาวอังคารก็รู้ว่าเนื้อผ้านี้แพงระยับ เธอวางชุดไว้บนเตียงก่อนจะหยิบกล่องเล็กๆขึ้นมาก่อนจะเปิดออก

เครื่องเพชรทั้งชุด!!

เปย์กว่านี้มีที่ไหน เห็นเถื่อนๆเขาก็ดูใส่ใจเธอไม่เบาเหมือนกัน หญิงสาวลอบยิ้มอย่างเอ็นดูกับบุคลิกสุดมุ้งมิ้งของชายหนุ่มก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วที่สุด

Rrrrr

"ฮัลโหล มีอะไรเหรอยัยรัต"

'แก งานยกเลิก'

"หา!!"

'ไม่ต้องหาแล้ว ยัยแพนประธานรุ่นน่ะสิดันไม่ว่าง' รัตนาว่าอย่างเหลืออด ดูเอาเถอะ ปล่อยให้เป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อ

"แต่ฉันแต่งตัวมาเก้อแล้วนี่สิ"

'โอ้โหฉันนี่จัดหนักจัดเต็มละ ยัยกานต์ก็นั่งเหวี่ยงนั่งวีนอยู่ข้างๆฉันหน้าโรงแรมนี่แหละนี่ถ้ามีประตูมิติข้ามวาร์ปไปตบยัยแพนได้นี่มันไปแล้วนา' รัตนาว่าพลางดึงกานต์ศินีไว้ไม่ให้ไปต่อยต้นไม้แถวนั้น

"เออ เดี๋ยวฉันไปหา รอแป่บนึงนะ" นาราวางสายทันทีก่อนจะถอดเครื่องประดับเก็บไว้ดังเดิมและรีบวิ่งลงไปรับเพื่อนทันที



ไม่นานนักร่างบางในชุดราตรีสีน้ำเงินก็วิ่งลงมาพบเพื่อนสองที่นั่งหน้าน้ำพุอย่างไม่เกรงใจใคร เมื่อทั้งสองเห็นนารา ความหงุดหงิดก็หายเป็นปลิดทิ้งทันทีวิ่งกระโดดกอดกันอย่างดีใจ น้ำตาใสๆก็พาลไหลจะเลอะเครื่องสำอาง

"ยัยนา"

"ยัยรัต ยัยกานต์"

"ฉันคิดถึงแกจังเลยนา"

"ฉันก็คิดถึงพวกแก ตัวเล็กเป็นไงบ้าง" หญิงสาวยิ้มกว้างดีใจโดยไม่ลืมถามถึงรุ่นน้องสาวหน้าตาน่ารักอย่างรักกมล

"มันก็แซะพวกฉันทั้งวี่ทั้งวันนี่ไง แล้วดูซิยัยแพนมันบ้าหรือปัญญาอ่อนงานจะเริ่มอยู่แล้วเพิ่งให้รองประธานโทรมาบอกฉันว่ายกเลิกงานเลี้ยง อย่าให้เห็นหน้าแม่จะตบให้เป็นลูกเลี้ยงเลยเชียว" กานต์ศินิกล่าวอย่างมาดมั่น

"เฮ้ย สามตัวร้อย" ทันไดนั้นเสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

"แพน"

"เออสิ ทำไมไม่เข้าไปงาน งานจะเริ่มอยู่แล้ว" แพนธารายืนมองสามสาวอย่างงุนงงแถมกานต์ศินียังมองเธองอนๆอีก "มีอะไรรึเปล่าฮะ"

"ก็แกน่ะสิให้ไอ้โจ้โทรมาบอกฉันว่างานยกเลิกไม่ต้องมาแล้วหมายความว่ายังไง" รัตนาเอ่ยถามเสียงจริงจังแต่ประธานรุ่นตรงหน้ากลับทำหน้างุนงงใสซื่อ

"บ้าเหรอ ฉันยกเลิกตอนไหนฉันไม่ได้ยกเลิกแล้วฉันก็ไม่ได้โทรหาไอ้โจ้ด้วย เดี๋ยวนะไอ้โจ้มันโทรบอกพวกแก?" แพนธาราว่าพลางครุ่นคิดหนักอยู่พักหนึ่งก่อนจะนึกออก "อ๋อ ฉันรู้แล้วใครโทรบอกไอ้โจ้"

"ใคร"

"ยัยศศิไงล่ะ" แพนธาราว่าพลางถอนหายใจพรืดใหญ่เพราะเมื่อสามวันที่แล้วศศิพยายามโทรมาติดต่อขอให้เธอช่วยเลื่อนงานไปเป็นวันอื่นโดยจะยอมจ่ายเงินค่าเสียหายและค่าจ้างให้ทั้งหมด แต่แพนธาราก็ไม่ได้ตกลงเธอจึงยอมละไปแต่นึกไม่ถึงว่าจะไม่ยอมเลิกราถึงขนาดนี้

"หืม นังนี่เป็นดาราอยู่ดีๆไม่ชอบอยากเป็นนักโทษในโคลอสเซียม อย่าให้เจอนะแม่สวมวิญญาณกระทิงขวิดซะให้พรุนเลย" ใบหน้าสวยๆบัดนี้บูดบึ้งอย่างน่ารักจนรัตนาและนาราแอบหัวเราะ

"แกก็เหมือนกันแหละเป็นครูดีๆไม่ชอบอยากเป็นกระทิงงี้" นาราเอ่ยเหน็บแนมเพื่อนเล่นๆอย่างสนุกสนานจนคนตัวสูงกว่าหน่อยหนึ่งหันมาค้อนให้

"เอาเถอะๆไปเข้างานกันได้แล้ว เหลือแต่พวกแกสามคนนี่แหละ" เป็นแพนธาราที่หยุดกระทิงน้อยเอาไว้ก่อนจะเดินนำเข้างานอย่างขำๆ



ภายในห้องโถงขนาดย่อมปรากฏแสงสีต่างๆเหมือนงานคลาสสิคแบบปี 90 ทั่วทั้งบริเวณประดับด้วยดอกกุหลาบทุกเฉดสีเต็มไปหมด เสื้อผ้าหน้าผมก็ต่างไม่มีใครยอมใคร นารากวาดมองไปทั่วอย่างเพลิดเพลินและรู้สึกชอบบนเวทีเป็นพิเศษเพราะมันเซ็ทไว้เหมือนเวทีคอนเสิร์ตสมัยอมิตา ทาทายังดังระเบิด

"โห ดีอ่ะ" 

"เลิศ" กระทิงน้อยมองอย่างชอบใจก่อนจะวิ่งหลุนๆเข้าไปเต้นรวมกับเหล่าเพื่อนๆอย่างสนุกสนานส่วนรัตนาก็จูงมือนาราเดินไปหาตัวป่วนที่ทำให้ทั้งสามเกือบพลาดงานพบปะเพื่อน

"โจ้" เสียงแข็งๆนั้นทำให้ชายหนุ่มในชุดสูทแสนเนี้ยบนั้นหันมาอย่างช้าๆ

"อะไรไม่ทราบครับคุณคนสวยทั้งสอง แหมไม่นึกว่าว่าดาวคณะอย่างนาราจะมาด้วย" มือใหญ่พยายามเลื่อนไปเพื่อจะบีบแก้มนาราแต่ถูกเธอปัดทิ้งอย่างรังเกียจ

"แกใช่มั๊ยที่รวมหัวกับยัยศศิมาแกล้งพวกเรา" รัตนาเปิดประเด็นเสียงดังจนคนถวนั้นเงียบและหันมาสนใจกันเป็นแถว

"นี่โจ้ พวกฉันไปทำอะไรให้แกทำไมต้องแกล้งกันด้วย" นาราเอ่ยสำทับ

"ใครจะรู้วะ ก็ศศิอ่ะ ศศิเลยนะเว้ยโทรมาขอให้ช่วย ฉันก็แพ้คนสวยซะด้วยนี่ถ้านาราขอให้ช่วยฉันก็ทำเหมือนกันแหละ" พูดไม่พอมือไม้ยังเลื้อยไปแตะมือเรียวจนหญิงสาวต้องสะบัดหนี

"แหม ไอ้หื่น โอ๊ย คุยกับมันไม่รู้เรื่องละเนี่ย"

"เออ ได้ข่าวว่าวันนี้ที่นี่ก็ถูกจัดให้เป็นงานเลี้ยงนักธุรกิจเหมือนกันนะ" รัตนาเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ทำให้นาราหันควับ

"จริงเหรอ"

"อืม พูดถึงนักธุรกิจ ฉันล่ะเกลียดแฟนเก่าแกจริงๆ ผู้ชายอะไรทุเรศสุดๆทุกวันนี้ยังคั่วยัยศศิอยู่เลย" ใบหน้าจิ้มลิ้มยู่หน้าอย่างขัดใจ

"ช่างมันเถอะ ฉันลืมไปหมดแล้ว ผู้ชายแบบนั้นไม่มีค่าอะไรกับฉันอีกต่อไปแล้วแก" หญิงสาวว่ายิ้มๆก่อนจะหันไปสนใจเพืื่อนๆคนอื่นๆ

"นี่ๆพวกแกไปเต้นเร็ว ฉันชอบมากเลยนี่ยังกับยุค 90 โครตดีอ่ะ" กานต์ศินีโผล่พรวดมากลางวงพลางส่ายโพกโยกย้ายอย่างสนุกสนานจนเพื่อนสาวทั้งสองที่ยืนนิ่งอยู่อดเข้าไปร่วมแจมไม่ได้ ดีที่เป็นงานเลี้ยงรุ่นถ้านักเรียนมาเห็นมีหวังคงมีอึ้งมากแน่ๆ


Rrrr

สังสรรค์กันไปพอประมาณก็มีโทรศัพท์เข้าจนหญิงสาวต้องรีบวิ่งออกไปจากงานเพื่อรับสายแทบไม่ทัน เมื่อออกมานอกเขตประตูห้องโถง เธอก็รีบควักโทรศัพท์จากกระเป๋าคลัชเล็กๆทันที

"ฮัลโหล นาราพูดค่ะ นั่นใครคะ" 

'ไม่ได้บันทึกเบอร์ฉันไว้รึไง' น้ำเสียงอันคุ้นเคยที่แสนขุ่นเคืองนั้นทำให้เธอจำได้ทันทีที่ได้ยินเสียง

"คุณเสือ"

'แต่งตัวยังไงทำไมไม่ใส่เครื่องเพชรที่ฉันให้'

"ขอโทษค่ะ พอดีมันมีเหตุสุดวิสัยนิดหน่อยก็เลยลืม แต่อันที่จริงไม่ใส่ก็ดีค่ะเครื่องเพชรแพงขนาดนั้นฉันไม่กล้าใส่เข้างานเลี้ยงรุ่นหรอก" หญิงสาวตอบเสียงกระเง้ากระงอดพลางลูบลำคอขาวเนียนที่โล่งไร้เครื่องประดับของตัวเอง

'งั้นถ้าเธอไม่กล้าใส่เข้างานของเธอมาใส่เข้างานไปกับฉัน'

"งาน? งานอะไรคะ" เธอหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกได้ "อ๋อ งานเลี้ยงนักธุรกิจ"

'งานนั้นแหละ'

"ฉันไม่กล้าไปหรอก มีแต่คนรวยๆอีกอย่างฉันก็ไม่ได้รวย ไม่ได้ทำธุรกิจ จะเข้าไปทำไมคะ" 

'อ้าว ไม่ได้ทำธุรกิจแต่มีผัวทำธุรกิจนี่'

ร่างบางรู้สึกว่าเสียงที่ได้ยินไม่ใช่แค่ในโทรศัพท์แต่มาจากข้างหลังทำให้เธอต้องรีบหันกลับไปดูทันที 

"คุณเสือ!!"  

ใบหน้าหวานอ้าปากหวอกับชายหนุ่มหน้าตาดุดันในชุดสูทเนื้อดีเต็มยศ ไม่ใช่ชุดเสื้อเชิ้ตยีนส์กางเกงยีนส์อย่างทุกครั้ง มันทำให้ขับรัศมีของเขาเจิดจ้าไปอีก 

เขาดูดีมากเหลือเกิน ดูดีจนเธอไม่กล้าจะเข้าไปไกล้เพราะกลัวจะถูกแผดเผาจนละลายไปเป็นเถ้าถ่าน 

ร่างสูงก้าวไปยืนอยู่เบื้องหลังก่อนจะบรรจงสวมสร้อยเพชรน้ำงามให้อย่างนุ่มนวลทำเอาคนตัวเล็กใจเต้นโครมครามและประหม่าอย่างชัดเจน พยายามบอกตัวเองในใจว่าเธอต้องห้ามหวั่นไหวไปกับเขา ไม่หวั่นไหวไปกับเสน่ห์อันเหลือร้ายของเขา

ไม่หวั่นไหวก็บ้าแล้ว...  

"แค่นี้เธอก็สวยกว่าใครแล้ว" 

"อันที่จริงคุณไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะ"

"ผู้หญิงของฉันทั้งคน ฉันให้เธอได้มากกว่านี้อีก" ดวงตาคมอ่อนแสงลงเมื่อได้มองหน้าเธอชัดๆ ทำให้ใบหน้าสวยขึ้นสีอย่างไม่ได้ตั้งใจจนต้องเบือนหนีไปทางอื่น กลัวเขาจะเห็นว่าดวงตาหวานตอนนี้มันยิ้มกว้างขนาดไหน

"งั้นฉันขอตัวไปบอกเพื่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวจะเข้างานไปกับคุณ" 

เมื่อได้รับอนุญาตเธอจึงรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้างานเลี้ยงรุ่นไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ชายหนุ่มยิ้มตามอย่างอ่อนโยน 


Rrrr

"ฮัลโหล งานเป็นไง"

'การซื้อขายกับกลุ่มนายเพ็งราบรื่นมากครับ' เข้มตอบกลับอย่างอารมณ์ดี พยัคฆ์เองก็พอจะรู้ว่าชายวัยกลางคนผู้เป็นดั่งมือขวาคนนี้ไม่เคยทำอะไรพลาด เขาจึงไว้ใจในการเป็นตัวแทนซื้อขายอาวุธและอะไรหลายๆอย่างเสมอๆ ทำให้นายใหญ่แห่งพยัคฆ์คำรามนั้นดูลึกลับเกินจะหยั่งถึง

"ดีงานนี้กูไม่ต้องการให้ใครมาขวางโดยเฉพาะไอ้ลอแซง" 

'งานนี้ไอ้ลอแซงมันทำอะไรเราไม่ได้แน่นอนครับ เพราะผมได้ข่าวว่ามันมีปัญหาภายในเรื่องหมุนเงินทุนไม่ทัน คราวนี้ลูกค้ายาหลายรายของมันเลยตีตัวออกห่างมันเลยไม่ได้มาสนเราเท่าไหร่ แต่ว่ายังมีไอ้เล้งอยู่อีกพวก' 

"ช่วงนี้ไอ้เล้งมันให้ไอ้ซ่ง ลูกชายของมันมากำกับงาน ไอ้นี่มันฉลาดไม่โง่เหมือนพ่อมัน"

'ผมเห็นด้วย ไอ้นี่มันก็พอตัวอยู่ครับนาย'

"มึงจัดคนไว้ด้วยเผื่อมันจะหาเรื่องลอบกัดเรา"

'ครับนาย'

"แล้วไอ้ผู้หมวดมันส่งข่าวอะไรมาอีกบ้าง" 

'เรื่องชายแดนที่คุมเข้มกว่าเดิมนั่นแหละนาย มันพอจะมีทางอยู่'

"ทางไหน"

'เขาวงจันทร์' ทันทีที่ได้ยินคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันทันที

"ขนของทางนั้นก็หวานคอหมู่บ้านโจรสิวะ แต่เดี๋ยว"  

'มีอะไรครับนาย'

"มึงไปเจรจากับไอ้หัวหน้าหมู่บ้านโจร ให้มันยอมร่วมมือกับเราให้ได้ ให้ข้อเสนองามๆกับมัน" 

'ครับนาย ผมจะรีบจัดการให้นายทันที'

"ดี แค่นี้แหละ" 

หลังจากวางสายพยัคฆ์กำมือแน่นอย่างคิดหนัก ใบหน้าหล่อเหลาดูเครียดอย่างเห็นได้ชัด พยายามคิดหาคนที่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้ แต่เขาคิดว่างานนี้ไม่ใช่ฝีมือของเล้งและลอแซงแน่นอน เพราะสองคนนั้นก็ต้องเสียผลประโยชน์มหาศาล

หรือไม่มันอาจจะมีมือที่สี่เขามายุ่งแน่นอน

"คุณเสือ" เสียงหวานใสเรียกทำให้เขาหันกลับมาสนใจเธอ ลืมเรื่องหมู่บ้านโจรเจ้าปัญหาไปก่อน

"เรียบร้อยแล้วเหรอ เข้างานกันเถอะ"

"อืม" 

ทันไดนั้นเขาก็ยื่นแขนแกร่งมาโอบเธอไว้แนบชิดและแนบแน่นจนหญิงสาวแทบอายม้วนหนี 

"อยู่ใกล้ๆฉันล่ะ"

หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมๆเขาอย่างเต็มใจ เดินเข้ามาในงานหญิงสาวก็กลายเป็นจุดสนใจของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หลายสิบชีวิต 

นารามองไปรอบๆงานอย่างตื่นตาตื่นใจ ทั่วทั้งงานล้วนดูหรูหราด้วยธีมสีเงินเรียบหรู โต๊ะทุกโต๊ะเต็มไปด้วยเหล่ามหาเศรษฐีชื่อดังของเมืองไทยมารวมกันอยู่ที่เดียว

ถ้าจะจับตัวเรียกค่าไถ่คงได้หลายพันล้านเลยเดียว

"คุณ ฉัน..ประหม่าจัง" หญิงสาวเงยหน้าบอกคนตัวสูงอย่างไม่มั่นใจ ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งได้เข้างานหรูๆก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

"มีฉันอยู่ทั้งคน ต้องกลัวอะไรล่ะ"

พูดได้ว่าตอนที่คบกับนัฐวัฒน์อยู่ไม่มีสักครั้งที่เขาจะพาเธอมางานแบบนี้ ด้วยภาพลักษณ์หน้าตาของธุรกิจเขา นัฐวัฒน์จึงต้องพาศศิออกงานแทนซึ่งนาราก็ยังคงเชื่อใจเขาเต็มเปี่ยมว่าเขาทำไปก็เป็นเรื่องงาน

ที่ไหนได้ เป็นเธอที่โง่ให้ถูกสวมเขามาตลอด

ณัฐวัฒน์ที่ควงคู่มากับศศิก็ยิ้มทักทายผู้ใหญ่ทั้งหลายหน้าชื่นตาบานแต่เมื่อมองไปทางด้านหน้างานชายหนุ่มก็ต้องอึ้งตะลึงงันทันที แต่คงไม่เท่ากับศศิที่ยืนนิ่งจ้องคนหน้าหวานที่มาพร้อมกับชายหนุ่มแสนหล่อเหลาคมเข้มคนนั้นราวกับเป็นคู่รักกัน

"นา" เสียงทุ้มพึมพำเบาๆพร้อมสายตาอาลัยอาวรณ์อดีตคนรักทำให้ศศิกำหมัดแน่น แม้จะโกรธเคืองศัตรูคู่แค้นแค่ไหนแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้

"เขามีคนใหม่แล้ว คุณยังจะอะไรกับยัยนั่นอีก" ใบหน้าสวยเด่นในลิปสีหวานเอ่ยพลางมองชายคนรัก

"ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร ทำไมมันถึงทำให้เธอลืมผมได้" ใบหน้าคมคายขบกรามอย่างเจ็บแค้นก่อนจะเดินตรงไปยังอดีตคนรักที่นั่งอยู่อีกฟาก

"นารา"

"พี่ณัฐ" หญิงสาวลุกขึ้นทันควันเมื่อเห็นคนรักเก่าควงมากับดาราชื่อดังคนเดิม

"ไอ้นี่มันเป็นใคร พี่เป็นแฟนของเธอนะ"

"แฟนเก่าต่างหาก" นาราเงียบไปครู่หนึ่ง "แล้วอีกอย่างเขาจะเป็นใครแล้วมันเรื่องอะไรของพี่ เราจบกันตั้งนานแล้วก็ควรจะต่างคนต่างอยู่ อย่ามาระรานกัน" ใบหน้าหวานตอบกลับเสียงขุ่นโดยที่พยัคฆ์ยังคงนิ่งอยู่ ตอนนี้บรรยากาศในโต๊ะจึงอึมครึมพอสมควร 

เสี่ยชาญชัยที่ยิ้มให้ทั้งสองจนเหงือกแห้งก็รีบดึงแขนชายหนุ่มผู้ที่รักเหมือนลูกเหมือนหลานไว้ก่อนจะลุกขึ้นห้ามปรามอย่างกล้าๆกลัวๆ

"แหม อาคุณนัฐ เสี่ยว่าอย่ามามีเรื่องกันแถวนี้เลยนะเห็นแก่หน้าอั๊วเถอะ" ตอนนี้ทั่วทั้งงานได้หันมาให้ความสนใจกับพายุที่กำลังถูกก่อขึ้นโดยลูกชายนักธุรกิจแสนล้านของเมืองไทย

"ไม่เสี่ย เดี๋ยวนี้เขาให้นักธุรกิจรากหญ้าเข้ามาร่วมงานแล้วเหรอ ผมไม่เห็นรู้เลยเนอะต้องดิ้นรนไปเท่าไหร่ล่ะกว่าจะมาร่วมงานนี้ได้" ชายหนุ่มหล่อตี๋ยังคงกวนอย่างต่อเนื่องจนทำให้พยัคฆ์เริ่มกำหมัดแน่นส่วนนาราอารมณ์พุงถึงขีดสุดก่อนจะหันมาจ้องหน้าอดีตคนรักอย่างเกรี้ยวกราด

"ทำไมเหรอคะคุณนัฐวัฒน์ คิดว่าดูถูกคนอื่นแล้วตัวเองจะสูงขึ้นเหรอ..ก็ไม่เลย เผลอๆตัวเองจะไม่มีอะไรดีเทียบเท่าเขาสักอย่าง" ร่างบางตวัดสายตาไปที่คนข้างๆเขาอย่างสมเพชและยิ้มหยัน "สมกันดีนะคะ ผีเน่ากับโลงผุ"

"นารา นี่เธอกล้าว่าฉันขนาดนี้เลยเหรอ" ศศิโพล่งขึ้นอย่างขุ่นขึ้ง

"เออ ฉันกล้ามากกว่านี้อีก แล้วเรื่องวันนี้อย่าคิดว่าไม่รู้นะว่าเธอพยายามจะทำอะไร" 

"นังนารา!!" ร่างบางในชุดเว้าเปิดเผยกัดฟันแน่น 

"แล้วเราจะเห็นดีกัน นารา" พูดเพียงแค่นั้นเขาและศศิก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้นารายืนหน้าดำหน้าแดงก่อนจะนั่งลงหันไปกุมมือหนาไว้อย่างปลอบใจ

ถ้าเธอเดาไม่ผิด หญิงสาวคิดว่าเริ่มเห็นแววหายนะในตัวนัฐวัฒน์เสียแล้วสิ เพราะตอนนี้พยัคฆ์ยังคงจ้องเขาไม่วางตาด้วยใบหน้าที่ินิ่งสนิทแต่ทว่าสายตานั้นกลับลุกโชนวาวโรจน์ราวกับเสือที่ดุร้ายจนเธอขนลุกชัน

"คุณเสืออย่าคิดมากเลย ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก"

"ขอบคุณนะที่ปกป้องฉัน"

"ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป" แม้จะบอกว่าไม่รู้ตัวแต่ลึกๆแล้วหญิงสาวรู้สึกสะใจมากเหลือเกินที่ได้ฉีกหน้าคนแบบนั้นกลับคืนบ้างแม้จะไม่สาสมกับที่เธอถูกสวมเขาก็ตามที

"เดี๋ยวคืนนี้ฉันให้รางวัล" นัยน์ตาคมมองเธออย่างเจ้าเล่ห์ เขารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เธอดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเขามากซะจริงๆ 

"ไม่ต้องเลย รางวัลคุณฉันไม่เอาหรอก"

"ก็จะให้" 

สวีทกันเหลือเกิน

เสี่ยชาญชัยนั่งเบะปากมองคนวัยหนุ่มสาวนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงอย่างขัดใจ หากวันนี้เมียเขาไม่ป่วยล่ะก็ไม่มีวันจะได้โชว์เหนือเหรอก

"อิจฉาเหรอเสี่ย" เหมือนมีบางคนล่วงรู้ความคิด พยัคฆ์นั่งขำเงียบๆอย่างชอบใจ

"เออสิวะ อั๊วไม่มีคู่นี่หว่า เอ๊ะ ถึงช่วงประมูลแล้วเหรอเนี่ย"

พยัคฆ์มองตามไปที่เวทีอย่างสนใจ หยกสีมรกตน้ำงามและอัญมณีที่หายากที่สุดในโลกอย่างเพนไนท์ทั้งสองถูกยกมาอย่างระวังก่อนจะถูกวางไว้ตรงหน้าให้มหาเศรษฐีทั้งหลายน้ำลายหยดเล่น

และชายหนุ่มก็เล็งอัญมณีหายากนั้นไว้ในใจว่าเขาจะต้องได้มันมาครอบครองให้ได้ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม......


.....................................................TBC.............................................................

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว