facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

ตอนที่ 8 เริ่มต้นใหม่กับเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 เริ่มต้นใหม่กับเธอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 57.4k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2561 17:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 เริ่มต้นใหม่กับเธอ
แบบอักษร

​ตอนที่ 8 เริ่มต้นใหม่กับเธอ​

ซิการิโอ

พยัคฆ์นั่งมองกระสุนปืนพิเศษของเขาที่ครั้งหนึ่งมันเคยร่วงหล่นอยู่บนแผ่นดินอเมริกาใต้ หวนนึกไปถึงครั้งที่เขายังเป็นเพียงเด็กชายอายุ 15 วัยที่ยังเป็นเพียงเด็กเหลือขอ​ ข้ามโลกจากแก๊งค้าเด็กเถื่อนที่พาเขามาเผชิญโลกกว้าง แต่ระหว่างการต่อสู้เอาชีวิตรอดจากเด็กเจ้าถิ่นกว่าครึ่งร้อยทำให้โชคชะตาพาให้เขามาพบเจ้าพ่อที่มีอิทธิพลมากที่สุด

เอลดริส เอสโลซิโอ 

เพราะหน่วยก้านดีสูงใหญ่และทักษะมวยไทยที่มีติดตัวมา เขาจึงกลายเป็นเด็กที่เหมือนกับถูกล็อตเตอรี่และถูกสาปในคราวเดียวกัน เขาได้รับการศึกษาเป็นอย่างดีจากการสนับสนุนของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแต่ในโลกนี้มันไม่เคยมีอะไรได้มาฟรีๆ 

ชีวิตที่เหมือนจะสุขสบาย

เปล่า!!

มือหนึ่งเปื้อนหมึกปากกาแต่ในอีกมือหนึ่งก็เปื้อนเลือดและเขม่าดินปืน

ทุกวันที่ผ่านพ้นไปในวันวาน ทำให้เขาก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่โลกมืดเป็นหนึ่งในตัวอันตรายที่ทั้งใครๆก็ต้องการกำจัด 

ใครจะรู้ เขาภาวนาขอให้ทุกวันจะไม่ต้องถูกสั่งไปฆ่าใคร แต่เมื่อศัตรูของผู้มีพระคุณนั้นมีมากพอๆกับจำนวนแมลงสาปบนโลกทำให้ชายหนุ่มต้องเปลืองกระสุนไปหลายหมื่นนัดเพื่อช่วยทำให้มันพ้นทางและเป็นพรมให้เจ้านายเดินได้อย่างสะดวกสบายไร้สิ่งกีดขวาง

โดดเดี่ยว ไว้ใจใครไม่ได้ หนีจากมันก็ไม่ได้ต้องเผชิญความไม่แน่นอนอยู่ทุกวันและมันหลอมรวมให้จิตใจของเขาด้านชาไปจนเกือบหมด ใช้ชีวิตไปวันๆไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้ไปทำภารกิจหนึ่งในสหรัฐอเมริกาและมันเปลี่ยนชีวิตเขามาจวบจนทุกวันนี้

คล้ายกับพรแต่เหมือนเป็นคำสาป

คำสาปที่หลายคนยอมสังเวยความเป็นคนของตัวเองเพื่อที่จะได้มันมา แต่ไม่ใช่เขา

"นาย" 

เสียงมือขวาคนสนิททำให้ร่างสูงหลุดจากอดีตวางกระสุนปืนลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันไปจ้องคนมาใหม่นิ่ง

"อะไร"

"ทุกอย่างพร้อมหมดแล้วครับ อีกสองวันก็เดินทางได้"

"เออ มึงไปได้แล้ว" พยัคฆ์กล่าวเสียงเรียบ "เดี๋ยวก่อน"

"ครับนาย" แสงหันมาอีกครั้งอย่างงุนงง

"นาราไปไหน ทำไมช่วงนี้กูไม่เห็นหน้าเลย"

"ได้ยินว่าเธอมีติวให้เด็กจนค่ำครับ คงคลาดกับนาย" ร่างสูงพยักหน้าหนึ่งครั้งก่อนจะไล่แสงออกไปทันที ไม่นานนักมือขวาคนสนิทก็เข้ามาแทน

"นาย มีเรื่องแล้ว"

"ชายแดนมีการตรวจเข้มงวดมากขึ้นเป็นสามเท่าเลยครับนาย เราไม่สามารถขนอาวุธหนักข้ามมาได้เลย" ดวงตาคมเงยตามองคนรายงานทันควัน

ไม่ทันไรก็เกิดเรื่อง

"มึงไปหามาว่ามีที่ไหนอีกที่สามารถเข้าออกชายแดนได้แล้วตอนนี้มีข่าวอะไรมาใหม่บ้าง" ร่างสูงยังคงยกแก้ววิสกี้จรดริมฝีปากหยักอย่างสุขุมนิ่ง

"ได้ครับนายส่วนข่าวก็ไม่มีอะไรใหม่ครับแต่จะว่าไปมันก็มี" เข้มทำหน้ายุ่งเล็กน้อย "ได้ข่าวมาว่าไอ้เล้งมันไปพบกับท่านสุรวัตร ที่เพิ่งลงมาเล่นการเมืองนี่แหละครับนาย"

"ท่านสุรวัตร" คิ้วเข้มขมวดเป็นปม "ชื่อคุ้นๆ เหมือนกูเคยรู้จัก"

"ไม่มั้งนาย ท่านสุรวัตรคนนี้ประวัติขาวสะอาดมากผมเช็คมาแล้ว" เข้มเอ่ยสำทับ

"กูไม่ไว้ใจ ดูไปก่อน หาข้อมูลมันมา"

"ครับนาย เอ่อ นาย คุณนารากลับมาแล้วครับ" หนุ่มใหญ่เอ่ยยิ้มๆจนพยัคฆ์แปลกใจ

"เออ ไปตามมาหากูด้วย"


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 "เข้ามา" 

"คุณให้คนไปตามฉันเหรอ" เสียงหวานๆนั้นทำให้หัวใจแห้งๆนั้นชุ่มชื้นขึ้นทันทีที่ได้ยิน

"อืม มานี่สิ" 

หญิงสาวทำหน้ามุ่ยพลางค่อยๆเดินไปหาเขา เธอคิดว่าตอนนี้เธอชักจะเป็นอีหนูของเสี่ยมากไปแล้วที่คอยเอาอกเอาใจคนแก่เพียงแต่ว่าพยัคฆ์ไม่ใช่คนแก่ แถมเขายังหนุ่มแน่นต่างหาก

นาราทิ้งตัวลงบนตักของชายหนุ่มอย่างขัดใจ เขาใช้มือมาโอบเอวบางและลูบไล้บั้นท้ายอย่างพออกพอใจโดยที่เธอได้แต่นั่งมองตาแข็งใส่เขา

"..."

"ทำไม อารมณ์เสียอะไรมาเหรอ" ร่างสูงเอ่ยถามเสียงอ่อน

"นี่คุณ คุณเห็นฉันเป็นเด็กเสี่ยหรือไง" 

"หึหึ นี่เหรอที่ไม่พอใจ" 

เธอถลึงตาใส่ราวกับจะบอกเขาว่า ยังจะถามอีกเหรอ

​"ทีนี้เห็นหน้าฉันแล้ว ปล่อยได้ยังอ่ะ" น้ำเสียงกระเง้ากระงอดทำให้ชายหนุ่มอยากแกล้งเธอให้หนัก

"เมียบ้านไหน พูดกับผัวแบบนี้วะ กูอยากจะรู้จริงๆ" ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยติดตลกพลางบีบสะโพกเบาๆเป็นการแกล้งเธอและก็ได้ผลเมื่อคนตัวเล็กตีป้าบเข้าที่อกแกร่งเสียเสียงดัง 

เพี๊ยะ!

"เมีย ไม่ยักรู้ว่าคุณนับฉันเป็นเมียด้วย" เธอกล่าวพลางค่อยๆขืนตัวออกแต่ถูกมือหน้ากอดไว้เสียแน่น

"ไม่นับมั้ง พามาอยู่บ้านฉันเนี่ย​แถมเอากันทั้งคืนจนหมดแรง" 

"หยาบคาย" 

"กูก็เป็นของกูแบบนี้ อ้อเป็นผัวเธอด้วย" เขากล่าวยิ้มๆให้คนหน้าหวานที่บัดนี้แยกเขี้ยวใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว 

"ผัวเถื่อนน่ะสิไม่ว่า" นารากระแทกเสียงใส่พลางหันหนีไปทางอื่นแต่เขากลับดึงมือเธอมากุมไว้ทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน

"ฉันรู้ว่าเราเริ่มต้นกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ว่าถ้าฉันอยากเริ่มต้นใหม่"

"หา" ทันไดนั้นเธอก็หันขวับจนคอแทบหัก

"ใช้ใจแลกใจ...กับเธอ" 

ไม่ใช่ว่าเธอโง่แต่เธอไม่รู้จริงๆว่านัยของคำนั้นที่เขาบอกมันหมายถึงอะไร เธอยังคงทำหน้างงตาใสทำให้เขายิ้มอย่างเอ็นดูและมันทำให้เธอเพิ่งเห็นรอยยิ้มมนุษย์ปกติของเขาเป็นครั้งแรก

หล่อ... คำเดียวที่ผุดขึ้นมาบนหัว

"กำลังชมผัวในใจหรือไง"

"เฮ้ย เปล่า" ไม่มีอะไรแต่ใบหน้าสวยบัดนี้ขึ้นสีโดยที่ไม่ต้องพึ่งบรัชออนก็ยังได้ "ไม่มีอะไร"

"เออ ไม่มีก็ไม่มี" พูดจบเขาก็ดึงเธอมาจูบอย่างดูดดื่มอย่างไม่เกรงกลัวใครจะมาเห็นฉากเด็ดเลยทีเดียว จนถึงวันนี้นาราก็ยังแพ้ให้เขาอีกเรื่อย มือบางสอดเข้าไปโอบรอบคอนั้นอย่างช้าๆพลางตอบรับความนุ่มนวลอันแสนหวานและร้อนแรงนั้นอย่างเต็มใจ

บางทีเขาก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ใครๆคิด



"สะใจมันจริงๆเลยนะครับนาย งานนี้ไอ้เล้งคงนั่งไม่ติดที่" เสียงศักดิ์ ลูกน้องในชุดสูทของสุรวัตรเอ่ยอย่างสะใจหลังจากไปใช้อำนาจของตำรวจมาเพื่อจัดการกับคู่แข่งอย่างเล้ง 

หนุ่มใหญ่วัย 45 หน้าตาภูมิฐานดูนุ่มนวลสะอาดสะอ้านนั่งเอนหลังไขว้ห้างในเก้าอี้ทำงานหนังสีดำสุดหรูพลางโยนเงินไปให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานให้เขาอย่างพอใจ 

"ดีมาก งานนี้จัดการทีเดียวได้นกหลายตัว ไอ้เล้งข้ามไปพม่าไม่ได้ ไอ้ลอแซงก็ข้ามมาไทยไม่ได้อีก" เขาเว้นไปครู่หนึ่ง 

"มีอะไรครับนาย"

"ไอ้พยัคฆ์นี่สิมันคือใคร หึ เหมือนจะรูปหล่อไม่เบา" สุรวัตรเอ่ยถามพลางจ้องมองภาพเจ้าพ่อค้าอาวุธสงครามที่มีเพียงภาพสเก็ตไม่ชัดเจนเท่าไหร่แต่ก็พอมีเค้าโครง

"ไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามันเป็นใครครับ น้อยคนจะรู้จักหน้าที่แท้จริงของมัน ไม่มีใครรู้อดีตของมันว่ามาจากไหน ดำมืดไปหมดรู้แค่ว่า วงการค้าอาวุธในภาคพื้นนี้ไอ้พยัคฆ์คือที่สุด"   

สุรวัตรฟังอย่างตั้งใจ ขนาดมือขวาของเขายังได้ข้อมูลที่ครึ่งๆกลางๆ งานนี้คนที่ควรรีบกำจัดให้เร็วที่สุดคงไม่ใช่คู่แข่งค้ายาเสพติดอย่างนายเล้งอีกต่อไป

"มึงไปหาข้อมูลมันมาให้ได้ กูต้องการรู้เรื่องมันให้มากที่สุด"

"ครับนาย"



ทันทีที่รถเอสยูวีสีดำจอดเธอก็ก้าวลงตามสามี(เถื่อน)ที่ตีหน้ายักษ์ตั้งแต่ที่สนามบินจนเธอลอบมองบ่อยๆ เธอเพิ่งรู้เรื่องที่เขาจะมากรุงเทพก็วันที่มาสนามบินซึ่งชายหนุ่มก็นิ่งเงียบทำเหมือนตัวเองเดินทางข้ามอำเภอ 

ขนาดเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวมันก็ยังดูดิบๆเถื่อนๆอยู่ดีไม่ได้ดูนุ่มนวลขึ้นเลยแม้แต่น้อยหรือไม่หน้าเขาก็บ่งบอกยี่ห้ออยู่แล้วเลยดูไม่เหมือนนักธุรกิจทั่วไป   

หญิงสาวยืนมองห้องเพนท์เฮาส์โรงแรมชื่อดังระดับที่มหาเศรษฐีสามารถพักได้อย่างอึ้งๆ ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยพักโรงแรมคืนละเกือบสามหมื่นสักที

แน่ล่ะ ค่าพักคืนเดียวมากกว่าเงินเดือนเธอซะอีก

"คุณ มันหรูจัง" 

"ทำเหมือนที่นี่เป็นบ้านเธอก็แล้วกัน อยากได้อะไรก็โทรสั่ง" เขาว่าพลางถอดเสื้อก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทิ้งให้คนตัวเล็กเดินสำรวจไปทั่ว ซึ่งตอนนี้เธออยู่ในชั้นที่สูงมากพอสมควรซึ่งพอจะมองเห็นทิวทัศน์รอบกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว ซึ่งเธอเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรหาเพื่อนๆเลย

"ฮัลโหล ยัยรัต"

'ยัยนา!! มาถึงแล้วเหรอ' น้ำเสียงปลายสายตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนหน้าหวานเผลอน้ำตาไหลไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงเพื่อน

"ถึงแล้ว คิดถึงพวกแกจัง ไม่เจอกันเป็นเดือน" 

'ฉันก็คิดถึงแก เป็นไงบ้างสบายดีไหม'

จะบอกอย่างไรดี ว่ามันทั้งทุกข์ทั้งสุข จะบอกเรื่องที่เผชิญมาให้เพื่อนฟังดีหรือไม่จนความคิดในหัวตีกันมั่วไปหมดจนปวดหัว

'ทำไมเงียบไปอ่ะนา มีอะไรรึเปล่า'

"เปล่า ก็สบายดีไม่ได้ลำบากอะไร"

'ก็ดีแล้ว ฉันกับยัยกานต์คิดถึงแกใจจะขาด ยัยตัวเล็กยิ่งงอแง กลับมาจากค่ายแล้วไม่เจอแกเนี่ยฉันกับยัยกานต์โดนมันแซะไม่เว้นวัน' รัตนาเอ่ยถึง รักกมล ครูฝึกสอนรุ่นน้องที่สนิทกันอย่างขำๆจนคนตัวเล็กยิ้มตามไปด้วย

"งั้นเดี๋ยวเจอกันที่งานเลี้ยงรุ่นนะ"

'มาให้ตรงเวลาด้วยนะ ไปถูกป่ะเนี่ย โรงแรมบางกอกริเวอร์ แกรนด์โฮเทล'

"เดี๋ยวนะบางกอกริเวอร์" หญิงสาวทวนคำเล็กน้อยก่อนจะนึกได้มันคือโรงแรมที่เธอเหยียบอยู่นี่เอง หญิงสาวกลับมาให้ความสนใจกับเพื่อนอีกครั้ง

"อืม ถูกๆ"

'โอเคๆ แค่นี้นะ บายจ้ะ'

"จ้า"

"คุยกับใครเหรอนา" เจ้าของเสียงโผล่มาจากห้องน้ำทันทีที่วางสาย

"เพื่อนน่ะ เอ่อ.." 

ทันทีที่หันมาเธอก็ต้องยืนตาค้างใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีทันทีเมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงใหญ่แสนเซ็กซี่นั้นมีเพียงผ้าขนหนูพันท่อนล่างไว้ ทิ้งให้ท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามท้องสีแทนเป็นสอนสวยงามซึ่งมีหยดน้ำเกาะพราวระยับเดินมาหยุดตรงหน้า

ชายหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่เกินความคาดหมาย 

"หืม ชอบเหรอ"

"อืม เห้ย!! ไม่ใช่ๆๆ โอ๊ย!! ร้อนจังไปอาบน้ำก่อนนะ" 

ใบหน้าหล่อคมเข้มอดขำกับความน่ารักของคนตัวเล็กไม่ได้ หยอกเล่นหน่อยเดียวก็ไปไม่เป็นต้องวิ่งพล่านหาอะไรทำกลบเกลื่อน 

"อย่าลื่นล้มหัวฟาดพื้นล่ะ ขี้เกียจเก็บศพ"


นาราเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความสงสัยเมื่อไม่เห็นเจ้าของร่างสูง มีเพียงโน้ตเล็กๆบนเตียงนอนซึ่งเธอรีบไปหยิบมาอ่านทันที

สั่งข้าวมากินเลยไม่ต้องรอและหวังว่าจะชอบของที่ฉันส่งไปให้นะ

​เธอวางโน้ตลงพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ทันไดนั้นกริ่งประตูห้องก็ดังขึ้นทำให้คนตัวบางรีบเดินไปเปิดทันทีเพราะคิดว่าเขาอาจจะกลับมาแล้ว

แอ๊ด

"คุณนารา พรวิภาใช่ไหมครับ" หนุ่มบริกรเอ่ยถามขึ้นทันทีที่ประตูเปิดหญิงสาวจึงพยักหน้าเบา

"ค่ะ"

"นี่คุณเสือสั่งให้นำมาให้คุณครับ" เขานำกล่องใหญ่กล่องหนึ่งให้โดยมีกล่องเล็กๆอีกกล่องหนึ่งวางไว้ข้างบนไปไว้โต๊ะวางของข้างในก่อนจะเดินออกไป 

"ขอบคุณค่ะ" 

หญิงสาวสังเกตเห็นโน้ตที่ติดอยู่กับกล่องใหญ่จึงหยิบขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัย 

สำหรับคุณเท่านั้น

​           เสือ

....................................................TBC.......................................................

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว