ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ข่าวคราวของเหมยเหริน

ชื่อตอน : ข่าวคราวของเหมยเหริน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2561 16:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข่าวคราวของเหมยเหริน
แบบอักษร

เฟยเทียนมองดูบิดาและมรรดาของตนด้วยสายตาเศร้าเสียใจ ทุกคนในจวนหลังนี้ต่างตกอยู่ในอารมณ์เศร้าหมองถึงท่านพ่อจะพยายามปิดบังมันยังไงแต่ในแววตาคู่นั้นมันก็มีแต่แววความเศร้าและความแค้นในเวลาเดี่ยวกัน ข้าเองก็เช่นกันข้ามีความแค้นและแค้นมากแต่ก็ต้องระงับมันเองไว้ข่มมันไว้ในใจส่วนลึกที่สุด ถ้าหากน้องชายของข้าเป็นอะไรขึ้นมาข้านี้ล่ะจะเป็นคนไปฆ่าล้างตระกูลของพวกมันให้สิ้น ข้าพึ่งได้เห็นหน้าน้องชายครั้งแรกและไม่คิดว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย พวกมันเล่นสกปรกส่งคนมาฆ่าท่านพ่อถึงในจวนแล้วยังมาพรากน้องชายข้าไป  สักวันข้าจะล้างแค้นคืนทุกอย่าง ถึงผู้บงการในเงามืดนั้นพวกข้าจะไม่รู้แน่ชัดก็ตาม น้องพี่ป่านนี้เจ้าจะเป็นเช่นไรบ้าง จะอยู่จะกินอย่างไร ข่าวคราวเจ้ารึก็หามีไม่ ตามหาทั่วทั้งแคว้นก็ยังไม่พบ เจ้าจะอยู่ดีมีสุขรึไม่นะน้องรัก

 " ท่านแม่ขอรับกลับขึ้นเรือนเถิดขอรับ ไปทานสำหรับหน่อยเถอะนะขอรับ น้องสี่คงตั้งสำหรับเสร็จแล้ว วันนี้น้องลงมือเข้าครัวเองเลยนะขอรับ ท่านอย่าทำให้น้องเสียใจเลยนะขอรับ ข้าเองก็เชื่อว่าน้องเล็กจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน หากเราเชื่อ น้องต้องปลอดภัยแน่ๆขอรับ เชื่อข้าสิขอรับท่านแม่ " เฟยเทียนพูดกล่อมมารดาตนให้สบายใจและรับประทานอาหารบ้าง 

เมื่อได้ฟังที่บุตรชายคนโตของตนกล่าวนางจึงลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นไปบนเรือนเพื่อทานอาหารฝีมือบุตรสาวเพียงคนเดียวของตน เมื่อขึ้นมาถึงนางก็เห็นบุตรชายทั้งสองและบุตรสาวที่นั่งรออยู่บนโต๊ะอาหาร กันพร้อมหน้าเหลือเพียงแต่บุตรชายคนเล็กที่หายไป

 เฟยหย่ามองดูภรรยาตนเหม่อลอยจึงรู้ว่านางนั้นคิดถึงบุตรชายคนเล็กที่หายไปเลยเอ่ยปากชวนไปนั่งกินข้าวกับบุตรทั้งสี่ของตนที่โต๊ะ  ทั้งโต๊ะจ้องมองผู้ที่เป็นฮูหยินของจวน ที่เอาแต่เหม่อรอย

 "ท่านแม่เจ้าค่ะทานอะไรหน่อยเถิดนะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าลงครัวเองเลยนะเจ้าค่ะ ข้าทำสุดฝีมือเลย ท่านแม่ช่วยชิมแล้วติชมให้ข้าฟังหน่อยสิเจ้าค่ะ นะเจ้าค่ะท่านแม่" ซูหนี่ว์มองใบหน้าน่ารักของบุตรสาววัย 7ขวบของตน ที่เริ่มมีเคล้าความงามล่มเมืองแล้ว นางส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้ 

 "ถ้าหนี่ว์เอ๋อตั้งใจทำมากขนาดนี้แล้วเหตุใดจะมิอร่อยเล่า ลูกรัก"  "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงท่านแม่ต้องทานมากๆนะเจ้าค่ะ ข้าถึงจะเชื่อ ^_^"

     อีกด้านหนึ่งของจวนที่ประตูทางเข้าจวนตระกูลฮุ่ยได้มีชายวัยกลางคนๆหนึ่งเดินมาหยุดอยู่หน้าจวน     "เจ้ามาหาใครรึ" ทหารที่เฝ้าหน้าประตูจวนเอ่ยถามชายวัยกลางคนที่แต่งตัวเหมือนคนที่มีฐานะปานกลาง    "ขออภัยขอรับ ข้าน้อยเป็นข้ารับใช้คนสนิทของหัวหน้าขบวนพ่อค้าจากแคว้นอู่ ถูกวานให้มาส่งจดหมายให้แก่ท่านที่ปรึกษาเฟยหย่านะขอรับ เห็นเค้าให้เรียนว่าเป็นจดหมายเกี่ยวกับบุตรชายคนเล็กของท่านเฟยหย่ากับฮูหยินซูหนี่ว์นะขอรับ "  ชายวัยกลางคนยังกล่าวไม่ทันจบ ทหารนายนั้นก็ตาโตอ้าปากกว้างแล้ววิ่งออกไป ปล่อยชายวัยกลางคนๆนั้นยืนงงอยู่กับที่

 กับมาที่ห้องรับประทานอาหารของตระกูลฮุ่ย ที่กำลังช่วยกันกล่อมให้ฮูหยินของจวนทานอาหารให้มากกว่าเดิม ตึง ตึง ตึง ตึง /เสียงวิ่งนะค่ะ/          "นายท่านขอรับ นายท่าน นายท่านขอรับเรื่องใหญ่ขอรับมีเรื่องใหญ่ขอรับ " ทหารนายนั้นวิ่งมาหยุดอยู่หน้าประตู แล้วยื่นหอบหายใจอย่างแรง       "หยุดก่อน เจ้าไม่เห็นรึว่านายท่านกำลังรับประทานอาหารกันอยู่เสียมารยาทซะจริงอยากถูกโบยรึ" หมิงหย่า องครักษ์คนสนิทและหัวหน้าพ่อบ้านของจวนสกุลฮุ่ย เอ่ยปรามทหารหนุ่มที่วิ่งเข้ามาอย่างเสียมารยาท   "ขออภัยขอรับท่านหมิงหย่า แต่ว่ามีข้ารับใช้ในขบวนพ่อค้าต่างแคว้นเค้าบอกว่ามีจดหมายเกี่ยวกับคุณชายน้อยขอรับ"  ตึง /เสียงทุบโต๊ะ/  "เจ้าว่ายังไงนะพูดอีกครั้งสิมีข่าวเกี่ยวกับบุตรชายคนเล็กของข้ารึ ไป ไปเอามันผู้นั้นเข้ามาพบข้างที่ห้องโถง " เมื่อกล่าวเสร็จทหารผู้นั้นก็วิ่งออกไปทำตามคำสั่งทันที เฟยหย่าหันมามองฮูหยินของตนที่นั่งอยู่ฝั่งขวามือ ทั้งหมดส่งยิ้มให้กันและกันและรีบเร่งเดินทางไปที่ห้องโถงของจวน สักพักก็มีชายวัยกลางคน คนหนึ่งเดินเข้ามา    "คารวะนายท่านเฟยหย่า ฮูหยินซูหนี่ว์ คุณชาย..."  

  "พอๆ ไม่ต้องมากพิธีดอก เจ้าบอกว่าเจ้ามีข่าวเกี่ยวกับบุตรชายคนเล็กของข้ารึ ว่ามาสิเร็วเข้า" เฟยหย่าเอ่ยปากห้ามชายวัยกลางคนตรงหน้า เพราะตนนั้นร้อนใจอยากรู้ข่าวของบุตรชายตนใจจะขาด    

 "อ่อ ขอรับ นี้ขอรับ มีผู้หญิงคนหนึ่งวานให้พวกข้ามาส่งจดหมาดฉบับนี้ให้พวกท่านนะขอรับ" เมื่อกล่าวเสร็จชายวัยกลางคนจึงนำจดหมายออกมาจากอกเสื้อที่ตนใส่แล้วยื่นให้หมิงหย่าที่เดินมารับไปและส่งต่อแด่ผู้เป็นนายตน   "หมดธุระของข้าแล้ว ข้าขอตัวขอรับ"   "ได้ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยมาส่งจดหมายนี้แด่ข้า หมิงหย่านำเงิน2เหรียญเงินมอบให้กับเค้าด้วย" เมื่อกล่าวจบทั้งครอบครัวจึงเดินออกจากห้องโถงมุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ทันที

  "ท่านพี่ อ่านดังๆให้น้องได้ยินด้วยนะเจ้าค่ะ น้องอยากรู้ว่าลูกยังอยู่รึปล่าวแล้วเป็นยังไงบ้าง" นางส่งเสียงบอกสามีตนให้รีบอ่านเพราะนางอยากรู้เนื้อความในจดหมายที่หญิงผู้นั้นส่งมา  

 "ฮ่าฮ่า ได้ๆข้าจะอ่านให้พวกเจ้าฟังดังๆ มาเข้ามาใกล้ๆ แต่ซูหนี่ว์เจ้าอย่าได้ตั้งความหวังเอาไว้มากนัก เรายังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่อยู่ในนี้มันเป็นจริงหรือไม่ ข้าไม่อยากเห็นน้ำตาเจ้าอีกแล้วหนา" เฟยหย่ากล่าวเตือนภรรยาตน เค้าเองก็ดีใจที่จะได้รู้ข่าวคราวของบุตรชายที่หายไปเสียทีแต่ก็กลัวว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นจะไม่เป็นจริง เค้ากลัวจะผิดหวังอีกครั้ง เมื่อทำใจได้แล้วเฟยหย่าจึงเปิดจดหมายอ่านเนื้อความข้างในผ่านๆก่อนรอบหนึ่ง ก่อนจะเบิกตากลางขึ้น มันคือความจริงหรือ หากเป็นเช่นนั้นก็ดีนะสิ ลูกพ่อ เจ้ายังมีชีวิตอยู่พ่อดีใจเหลือเกิน            

"ท่านพี่ ท่านพี่เจ้าค่ะ เนื้อความในจดหมายมันกล่าวว่าเช่นใดหรือเจ้าค่ะ โถ่ ท่านพี่จะนั่งนิ่งอีกนานหรือไม่เจ้าค่ะ หากท่านไม่อ่านน้องจะไปเอามาอ่านเองนะเจ้าค่ะ" เมื่อเห็นสามีตนนิ่งค้างไปซูหนี่ว์เลยเอ่ยปากเรียกสติของสามีตนอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังคงมีแต่ความเงียบนางเริ่มใจคอไม่ดีออกแรงบีดจับฝ่ามือของบุตรชายคนรองและบุตรีเพียงหนึ่งของนางแน่น   

 " อ่อ ข้าขอโทษเจ้าฮูหยินของข้า มาข้าจะอ่านให้พวกเจ้าฟัง  ข้ามีนามว่าจิวหลิวเป็นผู้เลี้ยงดูบุตรชายคนเล็กของท่าน ตอนนี้บุตรชายของท่านอายุย่างเข้า4ขวบปีแล้ว เขามีชื่อว่าเหมยเหริน เขาสุขสบายดี ถึงจะมิได้อยู่สุขสบายเหมือนในตระกุลของพวกท่านก็ตาม สุ่ยเซียวนางได้นำเด็กคนนี้มาฝากให้ข้าเลี้ยงดู แต่นางนั้นได้สิ้นชีวิตไปแล้ว พวกท่านไม่ต้องห่วงเค้าเป็นเด็กที่ฉลาดเอาตัวรอดเก่งและสนใจในด้านสมุนไพรมาก ถึงส่วนมากจะมีแต่พิษก็เถอะแต่เจ้าตัวกับชอบคิดค้นหาพิษใหม่ๆและทำยาแก้พิษเหล่านั้นไปด้วย พวกท่านจะได้พบกันตอนที่อายุของเขานั้นได้ห้าขวบปี เขาจะเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงและคนของหมู่บ้านจะไปส่งเค้าที่หน้าจวนของพวกท่าน อ่อ ข้าจะบอกนิสัยของบุตรชายพวกท่านเอาไว้ให้สักเล็กน้อย เค้าเป็นคนที่ฉลาดมากและเจ้าเลห์มากเช่นกันเจ้าแผนการณ์เป็นที่สุด หัวรั้นยิ่งกว่าใคร และชอบหาเรื่องใส่ตัวเองเสมอ จนต้องได้แผลมาประจำ ข้าได้วาดภาพของเค้ามาให้พวกท่านด้วยเผื่อพวกท่านอยากดูหน้าบุตรตอนนี้

    ซูหนี่ว์ เฟยเทียน เฟยหลิง เฟยอินและเฟยเหมยหลิน พร้อมด้วยข้ารับใช้บางส่วน ตั้งอกตั้งใจฟังชายผู้เป็นประมุกของจวนอ่านเนื้อความบนจดหมาย เมื่อพวกค้าได้ยินชื่อคุณชายน้อยแห่งจวนท่านที่ปรึกษาของฝ่าบาท ชั่งเป็นชื่อที่ไพเราะ นั้นคือความคิดของทุกคนที่ได้ยิน  แล้วแย้มยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นให้ซึ่งกันและกัน และเมื่อได้ฟังนิสัยใจคอเฟยเทียนคุณชายใหญ่ของจวนก็หัวเราะชอบใจ/นี้สิถึงจะเป็นคนตระกูลฮุ่ย น้องพี่/ มารดายิ้มออกมาทั้งน้ำตาที่ได้รับรู้ว่าบุตรชายของนางนั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่แล้วพวกเค้าก็ต้องแปลกใจเมื่อผู้ที่อ่านจดหมายนั้นได้นิ่งไป และเกิดอร่าสีดำทะมึนอยู่ข้างกายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากดูภาพคุณชายน้อยของจวน

  [เฟยหลิง บรรยาย]   

 ข้าคือบุตรชายคนรองของบ้านสกุลฮุ่ย วันนี้ชั่งเป็นวันที่ดีเสียจริง หลังจากที่ตามหาน้อยชายคนเล็กของข้ามาเป็นเวลา3ปีย่างเข้า4ปีแล้วที่ท่านพ่อและฝ่าบาททรงส่งเหล่าทหารฝีมือดีออกตามหายน้องชายที่หายไปแล้วก็ต้องผิดหวังทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มีคนนำจดหมายมาส่งให้ถึงเรือน เมื่อได้ฟังเนื้อหาภายในนั้นทุกคนล้วนยิ้มให้กันอยากมีความสุข มันเป็นรอยยิ้มที่หายไปนานแล้วหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเหตุการณ์ที่พรากคนสำคัญของเราไป น้องชายของข้า เมื่อได้ฟังชื่อของน้องชายแล้วพวกข้าคิดว่ามันชั่งเหมาะสมกับเขาเหลือเกินเหมือนนึกถึงใบหน้านั้นของน้องและยังนิสัยที่ไม่ได้ต่างไปจากพี่ๆของเจ้าตัวเลยแม้แต่น้อยว่าได้ว่าบุตรทุกคนถอดแบบมานิสัยใจคอมาจากผู้เป็นบิดาตนเลยก็ว่าได้นิสัยเจ้าเลห์เจ้าแผนการณ์และเจ้าคิดเจ้าแค้น. เมื่อท่านพ่ออ่านว่าผู้ที่เลี้ยงดูน้องชายข้าได้ วาดรูปเจ้าตัวส่งมาให้ดูด้วยนั้นและแล้วท่านพ่อก็นิ่งไป ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวอร่าทะมึนพุ้งกระจายเต็มรอบข้างบรรยากาศในห้องเริ่มเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ  พี่ใหญ่เป็นหน่วยกล้าตายเดินไปยิมกระดาษภาพน้องชายมาดูแล้วนิ่งไป ปล่อยไอเย็นออกมารอบกายเช่นเดียวกับท่านพ่อ น้องสามจึงเข้าไปดูตามด้วยน้องสี่แต่แล้วทั้งคู่ก็นิ่งไป หน้าน้องสามเหมือนเตรียมพร้อมที่จะเข่นฆ่าผู้คนที่เข้าใกล้

****************************************

ตัดฉับบบ 

เอาไปแค่นี้ก่อนนะค่ะ แล้วจะมาต่อให้ ขอให้สนุกน้าาาาาา

ความคิดเห็น