ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 10 : เข้าเมือง

ชื่อตอน : บทที่ 10 : เข้าเมือง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 14:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 : เข้าเมือง
แบบอักษร

รถม้าแล่นมาจนถึงเขตชานเมือง ประตูด่านแรกตรวจสอบคนเข้าเมืองตามปกติ ป้ายหยกขาวเนื้อดีมีตราราชลัญจกรไว้ประทับตรา


ทันทีที่พบหยกชิ้นนี้ก็ได้เปิดทางผ่านเข้าไปโดยง่าย ในเมืองค่อนข้างเจริญใหญ่โต มีตลาดสดและตลาดขายของฝากสองข้างทางเรียงราย ผู้คนหนาแน่นเพราะเป็นเมืองท่า มีผู้คนสัญจรไปมามากหน้าหลายตา


“ถึงแล้วหรือ” 


ดวงหน้ามนหันรีหันขวางอย่างสนอกสนใจเพราะได้ยินเสียงผู้คนเดินขวักไขว่กันเต็มท้องถนนและเสียงคุยเจื้อยแจ้ว ชาวเมืองใช้ชีวิตกันปกติสุขเพราะไม่รับรู้ว่าผู้ครองแผ่นดินนี้มาเยือน เหวินซานตั้งใจมาแบบเงียบๆเพราะไม่อยากให้ใครทราบนักและอยากมาทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎร


“ถึงแล้ว หาดทรายที่นี่งดงามนัก เราอยากให้เจ้าได้เห็น”


ใบหน้าน้อยๆนั่นพยักรับ แม้มองไม่เห็นแต่ที่นี่รับรู้ได้เลยว่าผู้คนต่างมีความสุขภายใต้การปกครองของฮ่องเต้เหวินซาน


ขบวนรถม้าหยุดแล่นขณะที่เหล่าองครักษณ์หายไปหมดแล้ว รอเพียงวันกลับวังหลวงภายในอีกสิบวันจึงจะกลับมาเพื่อรับใช้ตามรับสั่ง


“มาสิ เหวินซานจะพาเจ้าไปที่จวนขุนนางเว่ย”


เสวี่ยม่านลงมาจากรถม้าโดยมีเหลียนฮวาประครอง จวนขุนนางเว่ยนั้นใหญ่โตสมฐานะแต่ก็มิได้ตกแต่งให้เกินงาม บ่งบอกถึงความเที่ยงธรรมในหน้าที่มิได้ขูดรีดภาษีราษฎรหรือแอบยักยอกส่วยใดจากทางกรมคลังที่ส่งมาทุกปี


“กระหม่อม เว่ย ฮุ่ยถิง กราบถวายบังคมฮ่องเต้..”

ยังไม่ทันจะย่อเข่าโค้งคำนับลงสุดพื้น ฮ่องเต้ก็ได้ห้ามปราบและลุกขึ้นมาดังเดิม


“ยามนั้นที่เรายังคงเป็นเพียงรัชทายาท เสนาเว่ยก็ให้ความดูแลสนใจเราอย่างดี ท่านจากเมืองหลวงมานับสิบปีตั้งแต่พระบิดาส่งท่านมาเมืองท่าใหญ่”


“หลังกระหม่อมมาไป๋ไห่ทันไม่กี่ปีก็เกิดการกบฎ ในยามนั้นรู้ข่าวช้านัก ม้าเร็วอย่างไวที่สุดคง 7-10 วัน หากจะไปกลับจัดทัพรวมไปกลับก็ร่วมเดือนจึงไปช่วยไม่ทันการ กระหม่อมเป็นกังวลต่อพระองค์ยิ่งนักว่าจะได้รับอันตราย บัดนี้ฝ่าบาทเติบใหญ่อย่างสง่างามสมกับที่เป็นโอรสสวรรค์”


เมื่อพูดคุยกันสักพักขุนนางเว่ยได้นำทางแก่ฮ่องเต้เพื่อไปยังที่พักค้างแรม จวนหลังใหญ่ภายในที่วิจิตรงดงามได้รับการตกแต่งใหม่เพื่อรองรับการมาถึงของเหวินซาน


“ภายในจวนนี้หน้าเรือนมีสวนหญ้าละมีห้องติดที่ริมฝั่งมองเห็นโพ้นมหาสมุทรสีครามกว้างไกล”


เหวินซานพยักหน้ารับ


“แล้วคุณชายท่านนี้ ไม่ทราบว่า..”


ขุนนางเว่ยเหลือบมองไปทางเสวี่ยม่านใบหน้านิ่งแต่งดงามราวรูปสลักที่เดินตามหลังเงียบๆไม่พูดไม่จาอันใด


“คุณชายท่านนี้จะนอนจวนเดียวกันกับเรา ส่วนเหลียนฮวานางกำนัลรับใช้ของเสวี่ยม่านให้นางพักที่นี่กับนายของนาง”


ขุนนางเว่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วรีบนำเข้าไปชมรอบๆภายในจวนแนะนำสิ่งต่างๆและส่งนางกำนัลรับใช้มาแปดคนแต่เหวินซานคิดว่าจำนวนนั้นมากไปจึงลดเหลือเพียงสี่คน


“กระหม่อมได้จัดเตรียมอย่างสุดความสามารถแล้ว หวังว่าฝ่าบาทจะทรงพอพระทัย”


“ดีกว่าที่เราคิดนัก รบกวนท่านแล้ว”


“มิได้ฝ่าบาท” ขุนนางเว่ยก้มคำนับเป็นพัลวันจนเหวินซานบอกให้ลุกขึ้น


หลังจากนัดแนะกันเสร็จสรรพเหวินซานก็กลับห้องตนที่ต้องการจะให้เสวี่ยม่านนอนด้วย หน้าต่างที่มองเห็นสีครามช่างงดงาม  ภายนอกหน้าต่างเบื้องล่างเป็นน้ำทะเลค่อนข้างลึกเพราะอยู่ตรงริมตลิ่งไม่มีชายหาด จวนแห่งนี้สร้างบนที่ผาสูงเพื่อเหมาะสำหรับรับชมทิวทัศน์ที่งดงามกว้างไกล


“ยามนี้เจ้านั่งพักหรือออกไปเดินเล่นข้างนอกจวนรอเราเสียก่อน .เหวินซานกล่าวจบก็ออกยืนเปลี่ยนชุดลำลองเป็นผ้าไหมสีดำสนิทสวมหมวกสานที่มีผ้าคลุมสีเช่นเดียวกับชุด


อาชาสีดำย่ำกีบดังกุบกับแล่นไปในพงไพรด้านหลังเมือง เส้นทางค่อนข้างลำบากแต่สักพักก็มีอาชาอีกสองตัววิ่งมาเทียบข้างแล้วนำหน้าไป


กุบกับ! กุบกับ! เพี้ยะ!


เสียงแส้ฟาดดังเพื่อเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นไปอีกเพื่อไปจุดชุมนุม หมู่มวลแมกไม้ที่หนาทึบบ่งบอกว่าเป็นทางที่ผู้คนสัญจรไม่บ่อยนักเพราะเส้นทางคับแคบ


ย๊า!


เสียงดังเพื่อหยุดอาชาพร้อมกระตุกบังเหียน เหวินซานกระโดดลงจากอานม้าแล้วเดินตามเข้าไปยังเรือนเล็กกลางป่าสำหรับชุมนุม


“กราบถวายบังคมฮ่องเต้”


“ลุกเถิด”


“ขอบพระทัยฝ่าบาท”


ทุกคนในที่นี้ล้วนแล้วแต่สวมชุดดำปิดหน้ากันทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่เหวินซานเอง


“กระหม่อมน้อมรับใช้ฝ่าบาท ยามนี้วังหลวงยังสงบนักแต่กลับดูเหมือนคลื่นใต้น้ำ เหตุการณ์กลับคุกรุ่นภายใน ตัวกระหม่อมแม้จะได้ประจำอยู่ชายแดนเพื่อปราบชนเผ่าแต่ก็ได้รับข่าวคราวบ่อยครั้งถึงเรื่องเสนาข้าหลวงในวัง”


“อืม เราเห็นดังนั้นจึงมาด้วยตัวเองและเรียกพวกท่านรวมตัวล่วงหน้าถึงยี่สิบวันล่วงมาแล้ว”


กระดาษสารใบหนึ่งถูกกางออกเพื่อให้ได้อ่าน ข้อความด้านในนั้นมาจากลายลักษณ์ของฮ่องเต้ทั้งหมด


.

.


“อืม”


ใบหน้าหมดจดติดจะรำคาญราวกับมีสิ่งใดกวนใจ คิ้วขมวดแล้วสะดุ้งตื่นขึ้นเพียงเพราะสัมผัสแผ่วบนผิวแก้มนวล


“เหวินซานทำให้เจ้าตื่นงั้นหรือ”


เสวี่ยม่านงัวเงียลุกขึ้นแล้วผละออกจากพระหัตถ์ของผู้เป็นฮ่องเต้ เหวินซานเห็นดังนั้นจึงไม่ได้ติเตียนอันใดและบอกให้เปลี่ยนชุดเพื่อจะพาไปชมเมือง คืนนี้ได้นั้นขุนนางเว่ยได้จับจองโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของไป๋ไห่ทันไว้รองรับเหวินซาน


ห้องอาหารแห่งโรงเตี๊ยมชั้นบนสุดเป็นชั้นสำหรับเศรษฐีมั่งคั่งและเจ้าเมืองหรือเหล่าขุนนางชั้นสูง ส่วนชั้นสองเป็นชั้นสำหรับชาวเมืองธรรมดา และชั้นล่างสุดสำหรับเหล่าจอมยุทธ์ที่มักมาชุมนุมจนเกิดปากเสียงวิวาทกันบ่อยครั้ง


อาหารถูกสั่งมาจนละลานตาแต่ผู้ที่นั่งร่วมโต๊ะกลับมีเพียงสองคน โดยขุนนางเว่ยกล่าวว่ามิบังอาจร่วมเสวยพระกายาหารกับองค์หวงตี้และจะอยู่รับประทานมื้อเย็นกับฮูหยินและเหล่าบุตรธิดาของตน


ปูก้ามโตและกุ้งตัวใหญ่สีส้มเปลือกเกรียมพอเหมาะถูกนำมาวางตรงหน้าพร้อมผัดหอยรสชาติจัด กลิ่นอาหารทะเลบนโต๊ะหอมโชยน่าทานและน้ำจัณฑ์เหล้าหมักมาจากดอกท้อกลิ่นกำลังหอมอ่อนๆพอดีนัก


“เดี๋ยวหม่อมฉันจะแกะให้เพคะ” 


เหลียนฮวาที่นั่งบนพื้นอยู่ไม่ไกลกันนักเอ่ยขึ้นและกำลังจะก้าวเข้ามาแต่เหวินซานกลับบอกให้กลับออกไปนั่งที่เดิมและตนจะจัดการเสียเอง


“มานี่สิ เหวินซานจะแกะให้เจ้า ชอบกุ้งหรือปูล่ะ”


“อืม.. ข้าทำเองได้”


“ยังอวดเก่งกับเหวินซานอยู่หรือ”


แกรบ! แกรบ!


เสียงเปลือกถูกแกะกระเทาะออก เนื้อชิ้นโตจากก้ามปูยื่นจนชิดริมฝีปากเสวี่ยม่านส่งกลิ่นหอมน่าลิ้มลอง มือเล็กจะคว้าจับมาใส่ในปากเพื่อเคี้ยวให้หนำใจกับรสชาติของอาหารทะเลที่หากินยากนักในเมืองหลวง


ของสดใหม่เช่นนี้ไม่ได้หากันง่ายๆที่นั่นกว่าจะเดินทางไปถึงในเมืองหลวงก็หายสดเสียแล้ว อย่างไรเล่าที่ลองเลี้ยงเองก็ไม่ได้ดูน่าทานเท่ากับจับเอาตามธรรมชาติในทะเล


ใบหน้าหงิกงอเบะริมฝีปากเมื่อรู้ว่าถูกแกล้ง


“เหวินซานจะป้อนเจ้าเอง ไม่ต้องอยากจับ”


ช่วงนี้เสวี่ยม่านรับรู้ได้เลยว่าตนโดนตามใจจนจะเคยตัวเสียแล้ว ปกติเมื่อก่อนเข้าวังก็มิเคยมีผู้ใดตามใจแม้เหล่าบัณฑิต คุณชายเจ้าสำราญก็ตามมาขยันเอาอกเอาใจตนที่หอโคมแดงเพื่อหวังเชยชม แต่ร้อยทั้งร้อยล้วนถูกปฎิเสธ ยามนี้กลับต้องนั่งให้คนผู้สูงศักดิ์เป็นถึงหวงตี้ของแผ่นดินมาประคบประหงมตนเองนั่นน่าตายนัก ซึ่งเสวี่ยม่านติดจะไม่พอใจแต่จะปฎิเสธได้อย่างไร


เมื่อยอมกินไปคำแรก คำต่อมาก็ป้อนไม่หยุดราวกับจะมาเพิ่มน้ำหนักตัวให้เสวี่ยม่านอ้วนฉุ 


“หากต้องการอันใดอีกเหวินซานจะสั่งให้เพิ่ม”


เสวี่ยม่านส่ายหน้าระรัวและบอกว่าตนอิ่มมากเกินไปแล้ว


“งั้นหรือ แบบนี้เจ้าก็เดินชมเมืองกับเหวินซานไม่ไหว”


“ข้าจะไป”


ก่อนออกจากโรงเตี๊ยมก็รีบเคี้ยวใบสาระแหน่แล้วรีบคายทิ้งเพื่อจะได้ไปชมเมืองที่ดูครึกครื้นเช่นนี้


แต่แล้วพอจะเดินเข้าสู่ฝูงชนมากหน้าหลายตาเสวี่ยม่านกลับหยุดละงักและตื่นกลัว.. อาการของเสวี่ยม่านมันยังไม่ดีขึ้นมากขนาดใช้ชีวิตปกติสุขข้างนอกได้ในยามนี้


หมับ!


เหวินซานจับมือเล็กนั่นด้วยความห่วงใย เพราะเห็นว่าเสวี่ยม่านเนื้อตัวสั่นเทากลัวไม่กล้าเดินไปต่อ ถึงแม้เสวี่ยม่านจะพยายามดึงมือกลับแต่ถูกติเตียนจนยอมอยู่เฉย


“เจ้าจงอยู่เฉยให้เหวินซานกุมมือ ดีกว่าเดินฝ่าผู้คนด้วยตัวเจ้าเองดีหรือไม่”


เสวี่ยม่านนิ่งงันสักพักก็ยอมให้เหวินซานจูงมือตนไป แม้จะมีผู้คนมองตามบ้างก็ด้วยสายตาที่ดูรังเกียจเพราะบุรุษสองคนเดินจูงมือ เหวินซานหาได้สนใจ เหล่าชายชาตรีเดินโอบไหล่กันยังมี เพียงแต่เสวี่ยม่านไม่ควรรับรู้เดี๋ยวพาลจะดิ้นขัดขืน


สิ่งที่เด่นสะดุดตายิ่งกว่าทั้งสองเดินจับมือกันคงจะเปนใบหน้าหล่อคมคายราวเทพสวรรค์กับดวงตาเรียวรีดุจพญาอินทรีย์ที่ยามจ้องมองแล้วยากจะถอดถอน 


และอีกบุคคลที่เดินเคียงข้างใบหน้านวลใสสะอ้าน งามหมดจดที่ยามนี้รอยต่างๆที่ถูกทำร้ายได้จางหายไปจนหมดเหลือเพียงใบหน้าหยาดฟ้ามาดิน ของคุณชายผู้เป็นหนึ่งแห่งหอโคมแดงดังเดิม


“คุณชายซื้อหม่านโถวช่วยข้าด้วย ข้าขายให้ถูกๆ”


เด็กชายมอมแมมวิ่งมากระตุกชายเสื้ออย่างน่าชัง ในมือถือหม่านโถวห่อกระดาษที่ดูสะอาดแต่ตัวคนขายกลับเปื้อนนัก


เสวี่ยม่านมองไม่เห็นจึงหันไปตามเสียง หากแต่เหวินซานปล่อยมือเสวี่ยม่านแล้วก้มลงไปคุยกับเด็กน้อ

“เราให้เจ้าหนึ่งตำลึงทองเป็นค่าหม่านโถวที่ซื้อให้เจ้ากิน


เด็กน้อยทำตาลุกวาว.. และยื่นมือมารับหากแต่ยัดหม่านโถวใส่มือของเหวินซาน


“ขอบคุณท่านและฮูหยินมาก ข้าทำมาขายก็รับไปเสียเถิด ข้าไม่ใช่ขอทาน แต่หนึ่งตำลึงทองนี้ข้าจะรับไว้เพราะท่านแม่ป่วยหนัก”


พอกล่าวจบใบหน้าเปื้อนคราบเขม่าก็วิ่งหายลับไปกับฝูงชนทันทียังไม่ทันที่เสวี่ยม่านจะได้โต้แย้งอะไรเรื่องฮูหยินกำละมอนั่น


“ลองชิมดูสิ”


หม่านโถวลูกกลมสีนวลเสมอกันทั้งก้อนถูกดึงแยกออกเป็นคำเล็กแล้วยื่นมาให้เสวี่ยม่านลองชิม


แม้จะส่ายหน้าปฎิเสธคล้ายว่าอิ่มเหลือทนแต่ก็ยังลองกินดูและพบว่ามันรสชาติดีเกินคาด เหวินซานเองก็ลองเช่นกัน เมื่อจัดการจนหมดก้อนถึงได้เดินไปต่อ


“เหวินซานรับสั่งช่างเครื่องทำปิ่นอันใหม่ให้เจ้าแต่ยามนี้ปิ่นไม้อันเดิมที่เคยมอบให้เจ้าไม่ได้นำมันมาด้วย สนใจอันไหนหรือไม่”


มือเรียวงามถูกวางลงบนแผงเครื่องประดับเผื่อสัมผัสดูลวดลายที่ชอบ เสวี่ยม่านจับไม่นานก็เลือกลายที่คล้ายแบบเดิมคือมีหูเตี๋ย


ปิ่นไม้อันเล็กได้มาประดับบนมวยผมสีดำสนิทช่างน่าดูชม เหวินซานเอ็นดูเสวี่ยม่านนัก ยิ่งยามนี้มักได้พบคนตรงหน้าทำใบหน้าหงิกงอเพราะไม่พอใจตนแต่ขัดรับสั่งไม่ได้


“ยามนี้ที่ไป๋ไห่ทัน นอกเมืองในหุบเขามีแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลและเป็นช่วงหาคู่สืบพีนธุ์มีหิ่งห้อยอยู่หลายพันตัวเลยทีเดียว เราอยากให้เจ้าได้ยลนัก”


“ท่านก็ทราบว่าข้าตาบอด”


“เสวี่ยม่าน”


ใบหน้าใสสะอ้านถูกเชิดขึ้นเพื่อจ้องมองให้เต็มตา ดวงหน้าหวานมีเลือดฝาดที่พวงแก้มเล็กน้อย ริมฝีปากเอิบอิ่มที่สามารถดึงดูดให้มอบจุมพิตนับครั้งไม่ถ้วน ยามนี้เสวี่ยม่านกำลังเติบใหญ่และยิ่งงดงาม ร่างกายที่ถูกแตะต้องไปแล้วกลับยิ่งดูเย้ายวนและเป็นที่ถวิลหานัก


“เหวินซานรับปากว่าอย่างไรเสียดวงตาของเจ้าจะต้องกลับมามองเห็น หมอจางคิดค้นวิธีมารักษาเจ้าแต่ต้องใช้เวลาหลายวันห้ามเคลื่อนย้ายไปที่ใด ดังนั้นเหวินซานจึงเห็นสมควรว่าพาเจ้ามาด้วยและกลับวังหลวงไปรักษา....”

ใบหน้าหันหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสจากเหวินซาน มือเล็กที่สั่นสะท้านยามนี้เอื้อมไปวางทาบอกซ้ายของเหวินซานอย่างกล้าๆกลัวๆ


“ท่านทำดีกับข้า เอาอกเอาใจข้าท่านหวังสิ่งใดจากข้าหรือ.. ยามนี้ข้าดีดกู่เจิงไม่ได้ ร่างกายข้าโสมมในโลกีย์ ข้าเป็นเพียงชายตาบอดที่ขายร่างกาย ข้าเติบโตมาจากหอโคมแดง ถูกทอดทิ้งตั้งแต่เกิด ท่านยังมีสิ่งใดที่ต้องการจากข้าอีก..” 


เสวี่ยม่านขยำภูษาบนอกเหวินซานระบายโทสะจนยับอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ชายผู้ร้ายกาจยิ่งกว่าอื่นใดตรงหน้าตนนิ่งเงียบไม่ตอบกลับมาสักประโยค มือเรียวเล็กละออกมาแล้วหันตัวกลับไปทางเดิม


เหวินซานจึงรีบกึ่งลากกึ่งจูงออกมาจากอาณาบริเวณนั้นทันที แม้จะอยากโกรธที่เสวี่ยม่านพูดจาเช่นนี้กับตน แต่อย่างไรเล่าความจริงก็คือความจริง คนผิดคือเหวินซาน


.


.


TBC......


ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ💕

มาต่อแล้วค่ะ ขอโทษที่มาช้านะคะ😫 ยุ่งมากและไม่ค่อยสบาย ตอนนี้อาการดีขึ้นมากๆ

ปล.มีใครสนใจนิยายภาคแยกของเทียนหลงมั้ยคะ อาจจะเป็นแนวคอมเมดี้+ดราม่าตามแบบที่เราชอบ นายเอกเป็นคนธรรมดาเป็นชาวบ้านหน้าตาบ้านๆนิสัยซื่อๆด้วย😂😂😂

ส่วนของเหลียงอ๋องจะเป็นภาคแบบคาบเกี่ยวเรื่องนี้เลย อันนี้ขี้เกียจค่ะ ดองไว้5555555555

ความคิดเห็น