email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16. อย่าล้อเล่นกับความรู้สึก

ชื่อตอน : ตอนที่ 16. อย่าล้อเล่นกับความรู้สึก

คำค้น : ชีค, ทะเลทราย, โรแมนติกคอมมาดี้,อ้วนพี

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2561 14:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16. อย่าล้อเล่นกับความรู้สึก
แบบอักษร

ตอนที่ 16. อย่าล้อเล่นกับความรู้สึก

“…เราหย่ากันเถอะ” น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะ พร้อมกับความรู้สึกของเธอมันแตกสลายราวกับเม็ดทรายที่แตกละเอียดและไม่สามารถหลอมรวมมันกลับมาได้เหมือนเดิม ถ้าเขาไม่รักเธอแล้วทำไมต้องมาพูดว่ารัก เขาจะรู้บ้างมั้ยว่าคนที่รักมันเจ็บข้างในมากแค่ไหน ความรู้สึกใจหาย ความรู้สึกโหวงในอก ความรู้สึกเหมือนโดนหักหลังมันเจ็บจนพูดแทบไม่ออกจริงๆ

“ล้อเล่นอะไรเนี่ยไอ้ตุ๊ด ไม่ขำนะ” เธอพยายามหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาแต่มันก็ดูฝืดเต็มที่ น้ำตาที่เช็ดไปแล้วมันก็ไหลอย่างควบคุมไม่ได้ ต้องไม่ร้องสิ ทำไมเธอถึงเอาแต่ร้องไห้แบบนี้นะ ไม่สมกับเป็นเธอเลย เธอคือลูกปลาไซย่านะ ไม่มีอะไรมาทำร้ายเธอได้…

“หย่ากันนะปลา” เขาย้ำกับเธออีกครั้งพร้อมกับเอื้อมมือหมายจะเช็ดน้ำตาให้แต่ปาริดากลับปัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี เธอเช็ดน้ำตาของเธอเองแล้วลุกขึ้นยืน สูดน้ำมูกครั้งสุดท้าย ดวงตาที่เคยเศร้าหมองกลับแข็งกร้าวอย่างรวดเร็ว

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าฉันทำอะไรผิด แต่ถ้าอยากหย่านักฉันจะหย่าให้!” ปาริดาก้มลงเก็บใบหย่าขึ้นมาแล้วเซ็นต์มันลงไปอย่างรวดเร็ว ข่มความเจ็บถึงจั้วหัวใจเอาไว้ด้านในส่วนลึกที่สุดที่จะลึกได้ เรย์นอสไม่พูดอะไร สายของเขายามนี้ไม่มีใครอ่านออกว่าคิดอะไรอยู่ เขามองหญิงสาวจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ เสียงขูดของปากากามันบาดลึกเข้าไปในหัวใจสองดวง “ผู้ชายเฮงซวย!” ปาริดากระแทกกระดาษลงบนโต๊ะพร้อมกับคำอวยพรที่ชีคหนุ่มรู้ดีว่าต้องได้ยิน ก่อนที่หม่อมหล่วงสาวจะเดินออกจากห้องไป เธอไม่เอ่ยทักทายโมนา เลขาฯ สาวอย่างที่จะทักเป็นประจำทั้งก่อนและหลังเลิกงาน และไม่ทักแม้กระทั่งสององครักษ์หนุ่มที่เดินมาพอดี ทั้งสามคนต่างมองหน้ากัน คิ้วขมวดด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีคคาในองครัชทายาทลำดับที่สามแห่งอัลจามาล เพราะทุกคนเห็นกันหมดว่าชีคคานั้นร้องไห้ออกจากห้องมา ฮาริชถอนหายใจเป็นคนแรกแล้วหันไปมองตัวต้นเหตุที่อยู่ในห้อง เขาไม่รู้อะไรมากนักหรอก เพราะเจ้านายที่เคารพยังไม่บอกรานละเอียด แค่รู้ว่าชีคกำลังทำสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

“ชีคนะชีค”


“ปลา” หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์มองหน้าลูกสาวด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นท่าทีเชื่องซึมของลูกสาวตั้งแต่กลับมาจากอัลจามาลพร้อมกับบอกเธอและสามีว่าได้หย่าขาดกับเรย์นอสแล้ว และไม่ทันได้หายตกใจและไถ่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นแม่ลูกสาวตัวดีก็เดินลิ่วๆ ขึ้นห้องไปแล้วไม่ลงมาอีก นางให้คนไปตามก็ไม่ยอมลงมาถ้าไม่อยากลงมาเอง นี่ก็ปาเข้าไปวันที่ห้าแล้วลูกสาวนางก็ยังไม่เปิดปากบอกว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทางโน้นก็โทรมาหาทางนี้ เพราะเรย์นอสเองก็ไม่พูดอะไร เอาแต่เงียบ ทางนี้ก็บอกว่าเป็นสภาพเดียวกัน ต่างฝ่ายก็ได้แต่ถอนหายใจ

“ปลาจะไปบ้านสวนซักสองสามวันนะคะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” พูดจบปุ๊บก็ลุกขึ้นปั๊ป เตรียมตัวจะไปเก็บกระเป๋าแต่ผู้เป็นแม่ก็คว้าข้อมือลูกสาวตัวป่วนเอาไว้ก่อน แล้วถอนหายใจเฮือปกใหญ่ ปาริดาหันกลับมามองด้วยความสงสัย

“คุยกับแม่ก่อนซิ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรากับชีค” ถ้านางตาไม่ฝาด นางเห็นดวงตาของลูกสาวสั่นไหว แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่จู่ๆ ผู้ชายคนนั้นเขาหมดรักปลาก็เลยขอหย่า แล้วปลาก็ไม่ใช่ผู้หญิงหน้าด้านที่ต้องอ้อนวอนขอความรักจากเขา ปลาก็เลยเซ็นต์ใบหย่าให้” เพราะไม่รู้ว่าตนเองผิดอะไรก็มีอยู่เรื่องเดียวที่คิดได้คือไม่รักกันแล้ว เรย์นอสไม่รักเธอแล้ว ไอ้ผู้ชายเฮงซวย! คิดแล้วก็โมโห ทำไมตอนนั้นเธอไม่อัดสักเปรี้ยงที่ทำให้เธอเจ็บ แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายคนที่เจ็บทั้งกายและใจก็ไม่พ้นเธอ

“ปลา” หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์น้ำตารื้น นางสงสารลูกสาว ทำไมเรย์นอสต้องทำกับลูกสาวนางอย่างนี้ คนเป็นแม่ยอมไม่ได้ งานนี้มันต้องแหลกกันไปข้าง!

“คุณแม่ เลิกคิดที่จะสั่งสอนผู้ชายคนนั้นเลยค่ะ ปลาไม่อยากยุ่งอะไรกับเขาอีก จบแล้วจบเลย ปลาเศร้าไม่นานหรอกค่ะเดี๋ยวก็หาย แต่ขอเวลาทำใจหน่อย แผลมันยังสด” ปาริดาไม่อยากให้คนคุณนายปรางคิดมากเลยพูดติดตลกพร้อมกับรอยยิ้มทะเล้น คุณายปรางของเธอเลยตีเข้าให้ที่ต้นแขน หญิงสาวแกล้งสูดปากเอามือลูบไล้แขนตนเองว่าเจ็บมาก หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์ยิ้มน้อยๆ ให้ลูกสาวคนเล็กแล้วพูด

“อย่าหายไปนานนะ พี่ชายเราจะให้ช่วยทำงาน” ไม่ใช่แค่พ่อแม่ที่รู้ ปรเมษฐ์ก็รู้เช่นกันว่าน้องสาวของเขาหย่าร้างกับชีคเรย์นอสแล้ว ชายหนุ่มไม่พูดอะไรเพราะเคารพการตัดสินใจของน้องสาว และเห็นเศร้าๆ ทำตัวเหงาๆ เป็นหมาซึมเลยคิดจะโยนงานออกแบบโรงแรมหลังใหม่ให้ทำ แต่ติดที่ว่าน้องสาวสุดที่รักขอเวลาทำใจสักระยะ

“ค่ะ พี่ปาล์มบอกปลาแล้ว”

“จ้ะ งั้นก็ไปเก็บของเถอะ เดี๋ยวจะไปถึงที่นู้นค่ำ”

“ค่ะ” ปาริดายิ้มให้มารดาเล็กน้อยก่อนจะผละขึ้นไปเก็บของด้านบน คล้อยหลังลูกสาวนัยน์ตาคุณแม่จอมโหดก็ฉายวาบขึ้นทันที หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะไปจัดการกับอดีตลูกเขยแต่ไม่ทันจะได้กดโทรคนที่นางจะเฉ่งก็โทรกลับมาพอดี

“อย่าเพิ่งด่าผมนะครับคุณแม่ เรื่องนี้ผมอธิบายได้” เรนอสชิงพูดขึ้นมาก่อน ก่อนที่หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์จะเปิดปากพูดด้วยซ้ำ นางถึงกับค้อนวงโตใส่โทรศัพท์กับความรู้ดีของชีคหนุ่ม

“ว่ามา”


ตลอดระยะการเดินทางปาริดาโกรธเรย์นอสจนหัวหมุน เพราะสิ่งที่เขาทำกับเธอมันแค่แผนแกล้งเธอเล่นเท่านั้น ถ้าเธอไม่บังเอิญลงมาได้ยินสิ่งที่คุณนายปรางพูดก็คงผู้หญิงโง่ๆ ที่ให้ผู้ชายที่เธอรักเขามากเห็นเธอเป็นตัวตลกในสายตาเขา

“เรื่องหย่าแค่แกล้งปลาหรือ?”

เธอได้ยินแค่นั้นออกจากปากคุณนายปราง เธอก็เดินออกจากบ้านมาทันทีพร้อมกับกำหมัดแน่นจนขึ้นข้อ โมโหจนพูดอะไรไม่ออก พยายามระงับอารมณ์ทำลายล้างให้เข้าที่ก่อนจะขับรถ แต่ก่อนหน้านั้นเธอโทรหาพี่ชายและเค้นถามว่ารู้หรือเปล่าว่าเรย์นอสแกล้งเธอ พี่ชายเธอเงียบ แล้วถามกลับมาอีกว่า...

“รู้แล้วเหรอ แบบนี้ก็รู้*…”*

เธอไม่ปล่อยให้พี่ชายพูดจบประโยคเธอตัดบทบอกว่าไม่อยากฟังแล้ววสงสายไปเลย ปรเมษฐ์โทรหาเธอก็ไม่รับสาย เธอกำลังโมโห คิดมาตลอดทางว่าจะเอาคืนเรย์นอสยังไงให้สาสมกับที่เอาความรู้สึกของเธอไปเล่น!

“นึกออกแล้ว! หึ! งานนี้ยิ้มไม่ออกแน่ไอ้ตุ๊ด อุว่ะฮ่าๆๆๆ” หัวเราะราวกับคนบ้าแบบลั่นรถพร้อมกับนัยน์ตาระยิบระยับ

“ท่านแม่ๆ พี่สาวคนนั้นหัวเราะน่ากลัวมากเลยครับ น้องกัสกลัวเขากัด” เด็กชายฟากัสกระเถิบเข้าหาท่านแม่ของเขาทันทีที่เหลือบไปเห็นพี่สาวที่อยู่ในรถอีกคันกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ถึงแม้เสียงจะไม่เข้ามาในรถแต่เขาก็บอกเดาออกว่ามันคงลั่นปฐพี

“พี่เขาคงดูรายการตลกอยู่ในรถมั่งครับ แม่ดีว่าฟากัสอย่าไปสนใจดีกว่านะ สนใจแค่ว่าตอนนี้จะแวะซื้อขนมอะไรไปฝากคุณยายดีกว่า” แสนดีหลอกล่อให้ลูกชายตัวแสบหันมาสนใจอย่างอื่นถึงแม้ว่าสายตาเธอนั่นแหละที่มองคนในรถคนนั้นด้วยสายตาเหมือนเจอสิ่งประหลาด


“เฮ้อ! มันมีตั้งหลายวิธีที่จะปกป้องชีคคานะครับ ทำแบบนี้ทำร้ายความรู้สึกกันชัดๆ” อซิสบ่นชีคบอสของเขาอุบหลังจากที่รู้ แผน ของชีคบอสตัวแสบว่าที่ทำลงไปทั่งหมดนั้นเป็นเพราะอะไร หลอกลูกน้องทุกคนยันครอบครัวตัวเอง จนเชื่อสนิทใจว่าชีคบอสหมดรักชีคคาจริงๆ ถึงขั้นหย่าร้าง ก็คงมีแต่สององครัชทายาทลำดับที่หนึ่งและสองเท่านั้นที่รู้ว่าน้องชายตัวเองทำอะไร ถึงว่าไม่พูดอะไรออกมาซักคำ

“ฉันรู้เรื่องความรู้สึกฉันรู้ดีกว่าใคร ไม่ใช่ฉันไม่เจ็บที่ทำแบบนี้ แต่เพราะมันเป็นทางเดียวที่ทำให้ปลาปลอดภัย” เรย์นอสมีสีหน้าที่เครียดไม่น้อยกับการกระทำของตนเอง แต่เพราะเขารักปาริดามากและไม่อาจเห็นเธอรับอันตรายใดๆ จากเขาอีก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเธอเขาจึงใช้วิธีที่อาจจะดูโหดร้ายไปมากก็ตาม

เมื่อสามอาทิตย์ก่อน เขามีโครงการจะขอปาริดาแต่งงานอีกครั้ง ด้วยเหตุผลที่เขาอยากแต่งเพราะหัวใจหาใช่ความเห็นชอบจากผํใหญ่ แต่ประจวบเหมาะที่เกิดเรื่องในอัลจามาลเสียก่อน เขารู้มาว่ากลุ่มกบฎในทะเลทรายต้องการเล่นงานทุกคนในราชวงศ์อัลจามาล เป้าหมายสำคัญคือปาริดา เขาเลยจัดกำลังและวางแผนจับกลุ่มพวกกบฎทะเลทรายเหล่านั้น เลยคิดแผนหย่าร้างขึ้นมาเพื่อตัดความสำคัญของปาริดาออกจากตัวเขา การแสดงละครฉากใหญ่ว่าที่เขามีผู้หญิงคนใหม่ก็เกิดขี้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาเลือกใช้ทหารหญิงหน้าตาดีและมีฝีมือมาทำงาน ทันทีที่มันรู้ว่าเขาและปาริดาไม่เกี่ยวข้องใดๆ กันอีก แผนการที่เหลือก็เริ่มขึ้นพร้อมๆ กับแผนการขอแต่งงานครั้งใหม่ เขาโทรไปหาแม่ยายและเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังก่อนที่แม่ยายจะด่ากลับมา เพราะเขารู้ฤทธิ์ทำลายล้างของแม่ยายดีกว่าใคร ถึงจะโดนเอ็ดนิดหน่อยที่ทำอะไรไม่ปรึกษาผู้ใหญ่แต่แม่ยายก็ให้ไฟเขียวกับแผนการที่ดำเนินการอย่างเงียบๆ

“ผมกลัวใจชีคคามากกว่า” จู่ๆ ฮาริสก็พูดขึ้นขณะมองหน้าชีคหนุ่ม ใบหน้าเขาเป็นกังวลไม่น้อย “ชีคก็รู้นี่ครับว่าคุณปลาเธอเป็นคนไม่ยอมใคร ใจแข็งยิ่งกว่าอะไรดี กลัวว่าเธอจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ชีคทำ” เรื่องนี้ใช่ว่าชายหนุ่มไม่คิด เขาอยู่แล้วว่าปาริดาอาจจะโกรธแต่เขาก็มีแผนสำรองรับมือไว้แล้ว รับรองว่ายายปิรันย่าของเขาจะหายงอนแถมเขายังได้เห็นแก้มขาวๆ นั่นขึ้นสีด้วย หึๆๆๆ

“เรื่องนั้นนายไม่ต้องเป็นห่วง ฉันมีวิธีรับมือไว้แล้ว”

“แผนจับกดน่ะหรือครับ” อซิสดักคอเจ้านายด้วยสายตารู้ทัน เรย์นอสไม่พูดแค่ยิ้มๆ เท่านั้น ก่อนจะหันไปหาฮาริสที่ยังทำหน้ายับไม่เลิก “เอาเรื่องที่ฉันให้นานไปทำดีกว่า ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว”

“ผมประสานกับทีมหน่วยเหยี่ยวทะเลทรายขององค์รามินเรียบร้อยแล้วครับ ทุกอย่างดำเนินการไปตามแผนที่วางไว้ คาดว่าคืนนี้เราจะเข้าทำลายล้างกลุ่มกบฎได้”

“ดี ตอนนี้พวกนายสองคนไปพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับคืนนี้”

“ครับชีค!” สององครักษ์หนุ่มลุกขึ้นยืนทำความเคารพชีคของตนแล้วเดินออกไปจากห้อง เรย์นอสไม่มีท่าทีเป็นกังวลสำหรับภารกิจจู่โจมกลุ่มก่อกบฎในคืนนี้ เพราะเมื่อใดที่หน่วยนักรบทะเลทรายของเขาและหน่วยเหยี่ยวทะเทรายของรามินรวมตัวกันเมื่อใด ไม่มีใครหน้าไหนมาจัดการพวกเขาได้ ชีคหนุ่มล้วงมือไปหยิบกล่องกำมะหยีในกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดมันออกพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก

“อีกไม่นานนะปลา ฉันจะไปรับเธอกลับมา”


โรงพยาบาลวายชีวา สาขาสอง

“พวกคุณเป็นใคร” คำพูดที่พ่นออกมาจากปากเล็กนั่นสร้างความอึ้งระคนเสียใจให้กับผู้ที่รับฟัง ดวงตาที่ผ่านโลกมานานของสองบุพการีที่อุ้มชูเลี้ยงดูมาถึงกับสั่นไหว แต่ดวงตาเล็กนั่นกลับมองด้วยความสงสัยกว่าว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้เป็นใคร แล้วเธอล่ะ …เธอเป็นใคร? “โอ๊ย! ทำไมปวดหัวแบบนี้”มือเล็กเอามือกุมศีรษะของตน ใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดแทบไร้เลือดฝาดบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความสับสนและเจ็บปวด คิดจนจวนจะระเบิดแล้วก็ยังคิดไม่ออกนึกไม่ได้ว่าตัวเธอนั้นเป็นใคร แล้วทุกคนในนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอ

“ปลาลูกแม่…”

“คุณ!” หม่อมหลวงอนุชัยปรี่เข้ารับร่างภรรยาที่เป็นลมบ้มพับหลังจากได้ยินคำพูดของลูกสาว ท่านเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะค่อยๆ ช่วยฟื้นฟูความจำลูกสาวคนเล็กให้กลับมา

“ผมจัดการเองครับคุณพ่อ” ปรเมษฐ์รีบอุ้มแม่ของเขามานอนบนโซฟาตัวยาว โดยที่พ่อเขาเดินตามมาติดๆ แล้วเอายาดมขี้นมาให้ภรรยาของท่านดมเพื่อเรียกสติ ปาริดาที่อยู่บนเตียงทั้งหน้าเหวอหน่าเสียที่เห็นคนที่เรียกแทนตัวเองว่าแม่นั้นเป็นล้มล้มไป

“คุณป้า…”

“คุณแม่ ท่านเป็นแม่ของปลา” ปรเมษฐ์ย้ำน้องสาว ปาริดาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วถามคล้ายย้ำกับตัวเองเช่นกัน

“ฉันชื่อปลาเหรอ?”

“ใช่ ส่วนพี่ชื่อปาล์มเป็นพี่ชายของเรา ส่วนนั่นก็คุณพ่อและคุณแม่” ปาริดามองตาม หม่อมหลวงอนุชัยยิ้มน้อยๆ ให้ลูกสาวของท่าน ปาริดายิ้มบางส่งกลับไปให้ สีหน้าเศร้าลง น้ำตาก็คลอดวงหน่วย

“ขอโทษนะคะ ที่ฉันจำทุกคนไม่ได้เลย”

“พ่อไม่โทษลูกหรอกนะที่จำพวกเราไม่ได้ แต่ปลาไม่ต้องกังวลนะลูก พวกเราทุกคนจะช่วยให้ลูกจำทุกอย่างได้เอง” ปาริดายิ้มทั้งน้ำตาแล้วพูดขอบคุณเบาๆ พอดีกับที่หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์ฟื้นขึ้นมาพอดี นางรีบถลาไปหาลูกสาวแล้วกอด ปาริดาทำตัวไม่ถูกแต่ก็โอบกอดตอบแม้จะไม่ถนัดนักเพราะสายน้ำเกลือและบาดแผลตามร่างกายก็ตาม

“คุณ พวกเรากลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้ามาเฝ้าลูกที่นี่เถอะ ระหว่างนี้ลูกจะได้พักผ่อนนะ” หม่อมหลวงอนุชัยเดินเข้ามาโอบไหล่ภรรยา หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์พยักหน้าช้าๆ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตานั้นค่อยๆ ขยับเป็นรอยยิ้มจางๆ มองหน้าลูกสาสคนเล็กไม่ละไปไหน

“เดี๋ยวแม่มานะปลา หนูอยากกินอะไรมั้ย แม่จะเตรียมมาให้”

“ไม่ค่ะ ขอบคุณ” ปาริดายิ้มกว้างให้กับคนเป็นแม่ นางยิ้มตอบกลับเธอก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับหม่อมหลวงอนุชัย พ้นร่างของสองอาวุโสเพียงอึดใจ มือหนาๆ ของอีกคนที่อยู่ในห้องก็เขกโป๊กลงไปที่กลางศีรษะคนที่อยู่ยนเตียงแบบไม่ออมแรงส่งผลให้คนถูกเขกร้องจ๊าก “โอ๊ย! ปลาเจ็บนะพี่ปาล์ม เขกมาได้ สมองปลายิ่งจำอะไรไม่ได้อยู่ด้วย” คนเป็นน้องบ่นอุบ ลูบหัวตัวเองปรอยๆ พลางค้อนให้พี่ชายตัวดีที่เขกแบบไม่ออมมือ

“ก็เขกให้ความจำมันกลับมาไง” ปรเมษฐ์มองน้องสาวตัวแสบนัยน์ตาขุ่น ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่สนใจรอยยิ้มหวานๆ ที่น้องสาวเพียรยิ้มมาให้เพื่อให้ตัวเองนั้นพ้นผิดเร็วที่สุด “เล่นอะไรพิเรนทร์ สร้างข่าวว่าตัวเองรถคว่ำแถมยังความจำเสื่อม พี่ล่ะสงสารคุณพ่อคุณแม่ เสียน้ำตาไปเป็นโอ่งเพราะความอยากเอาคืนเรย์นอสของเรา ตัวเองบาปคนเดียวยังไม่พอยังจะลากพี่กับไอ้หมอมาร่วมบาปด้วย ยายบาปหนา!”

“เอาน่าพี่ปาล์ม เรื่องนี้ปลาไม่ได้ผิดเต็มๆ นะ ไอ้ตุ๊ดนั่นมันเล่นปลาก่อน งานนี้ปลาจะเอาคืนอย่างสาสม ถ้าไม่เห็นน้ำตาหมอนั่นนะปลาจะไม่หยุดเด็ดขาด” ปาริดาพูดด้วยความเคียดแค้นเหลือกำลัง เธอยอมไม่ได้กับการถูกมองเป็นตัวตลกโดยเฉพาะเป็นตัวตลกในสายตาของคนที่เรารัก “ส่วนเรื่องบาปบุญ ปลาจะเข้าวัดไปทำบุญเยอะๆ ก็แล้วกัน”

“เฮ้อ!” ปรเมษฐ์แสร้งถอนหายใจด้วยความหนักหน่วง เขาไม่น่าให้น้องสาวทำแบบนี้เล้ย กลัวว่ามันจะเกิดเรื่องยุ่งยากกว่านี้น่ะสิ ครั้นจะบอกความจริงไปตอนนี้น้องสาวเขามันก็คงไม่ฟัง สู้รอเวลาเหมาะๆ กว่านี้ดีกว่า แล้วใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเจ้าน้องเขยมันคิดจะทำอะไร รู้ทุกอย่างนั่นแหละเพราะเรย์นอสบอกเรื่องนี้กับเขาด้วยตัวเอง อย่างว่าเรื่องของผัวเมียเขาคงเข้าไปยุ่งมากไม่ได้แต่ก็ไม่ใช่จะไม่สนใจเลย “ที่นี่ก็รอให้เรย์นอสมาที่นี่ใช่มั้ย?”

“ใช่ หมอนั่นต้องคลั่งตายแน่ที่ปลาจำเขาไม่ได้ คอยดูนะ ปลาจะแกล้งให้หัวหมุนเลย มาเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นมันต้องเจอแบบนี้! หึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ” ปาริดาหัวเราะราาวกับคนโรคจิตจนปรเมษฐ์ต้องถอยหลังหนีแล้วส่ายหน้ากับแผนการที่ดูแล้วไม่น่าจะมีจุดจบที่ดีเท่าไหร่ ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ถึงกับเลือดตกยางออกเป็นพอ

“ปลา!” ปาริดาแทบปรับท่าทางตัวเองไม่ทันเมื่อจู่ๆ คนที่ตัวเองกำลังรอให้มาขึ้นเขียงเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตาตื่นเกินความคาดหมายของเธอ ตกใจเวอร์วังอลังการไปหรือเปล่า? “ปลา…”

“คุณ… เป็นใคร?” ปรเมษฐ์คิดว่าเขาควรจะไปหารางวัลนักแสดงดีเด่นจนได้โล่มาให้น้องสาวเสียแล้ว พลิกคาเรคเตอร์ได้ไวเกินคาด ส่วนเขานี่เกือบหลุด

“ปลา… นี่เธอ… ความจำเสื่อมจริงๆ หรือ” เรย์นอสถอยร้นอย่างหมดแรงก่อนจะทิ้งตังลงบนโซฟา สายตาของเขาเหม่อลอยเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง หัวใจเขามันหวิวไปเลยที่คนที่เขารักจำเขาไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่คำล้อเล่นของทุกคนอย่างที่เขาคิด

“คุณ…” ปาริดาต้องบังคับสมาธิตัวเองอย่างมากไม่ให้เข้ากระโดดตบคนตรงหน้าให้หายแค้น แต่เมื่อแผนการล้างแค้นเพิ่งเริ่มเธอจึงต้องสะกดจิตตัวเองว่าอย่าวู่วาม แอบสะใจที่เห็นใบหน้าเข้มนั้นซีดเผือก นี่มันแค่เริ่มเท่านั่นไอ้ตุ๊ด! “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ให้พี่ฉันเรียกหมอให้มั้ย หรือว่าคุณเป็นพ่ะ…”

“สามี ฉันเป็นสามีเธอปลา” เพื่อเริ่มต้นการฟื้นฟูความารงจำของปาริดา เรย์นอสรีบพูดทันทีว่าเขาเป็นอะไรกับเธอก่อนที่จะแนะนำตัวเองให้เธอรู้จักอีกครั้ง ทั้งๆ ที่อดีตก่อนที่จะมารักกันนั้นเขาไม่เคยอยากจะทำความรู้จักเจ้าหล่อนซักนิด 

“สามี?” ปาริดาเผลอกัดฟันพูดด้วยความลืมตัวจนปรเมษฐ์ต้องแอบมาสะกิดน้องสาวที่เหมือนว่าองค์จะลง “เราเป็นคนรักกันเหรอ”

“ใช่ เราเป็นคนรักกัน” เรย์นอสปรี่เข้ามากุมมือบางแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยนแม้ใจจะอ่อนแรงเต็มที ดวงตากลมโตที่สะท้อนเงาเขาอยู่เสมอบัดนี้มันว่างเปล่าจนใจเขาสั่นหวิว ทันทีที่เขาทราบเรื่องว่ายายปีรัยนย่าประสบอุบัติเหตุเขาก็รีบนั่งเครื่องบินส่วนตัวมาที่ไทย ใครจะบอกว่าปาริดาความจำเสื่อมเขาก็ไม่สนเพราะในใจเขามั่นใจอยู่เสมอว่าปาริดาไม่มีทางลืมเขาได้ แต่มันก็ไม่ใช่ ปาริดาลืมทุกอย่าง… “ป๊ากับม้า เราเป็นสามีภรรยาที่รักกันมากครับ”

“ถ้ารักกัน แล้วในวันที่ฉันฟื้นขึ้นมาคุณไปอยู่ที่ไหน” น้ำเสียงช่าวเฉือดเชือนและกินอารมณ์จนปรเมษฐ์ถึงกับเบนหน้าหนี เขาไม่อาจทนเห็นสายนาที่เจ็บปวดของน้องสาวยามที่พูดคำนั้นแล้วมองเรย์นอสด้วยสายตาตัดเพ้อได้ ส่วนชีคหนุ่มก็ได้แต่อึกอัก

“เอ่อ…”

“แสดงว่าเราสองคนไม่ใช่คนรักกันจริงๆ ตกลงคุณเป็นใครกันแน่”

“โธ่ม้า… มันมีเหตุผลที่ป๊าไม่ได้อยู่กับม้า แต่พูดตอนนี้ไม่ได้” เรย์นอสใช้สรรพนามแทนตัวที่เคยเรียกกับหญิงสาวเผื่อว่าเธอจะคุ้นและจำขึ้นมาได้บ้าง พลางไล่จูบนิ้วเรียวเล็กทั้งสองข้างของเธอคล้ายปลอบขวัญ ใครจะกล้าบอกว่าที่เขาไม่อยู่เพราะดันใช้แผนการหย่าแล้วปาริดาก็กลับประเทศไทย แล้วเขาไม่คิดว่าจะเกิดเหตุกับหญิงสาวเช่นนี้

 ปาริดาต้องข่มอารมณ์อย่างมากที่จะไม่เสยปลายคางเรย์นอสสักเปรี้ยงให้สาสมใจ ก็ได้แต่ฟึดฟัดในใจ เพราะถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่พูดความจริงกับเธอ!

“ทำไมล่ะ” เธอยังคงไล่ต้อนแล้วดึงมือตัวเองกลับ เรย์นอสมองอย่างเสียดายแต่ในเวลานี้เขาไม่ควรตามใจตัวเอง ปาริดาสูญเสียความทรงจำ เขาไม่อยากสร้างความทรงจำไม่ดีให้เธอ

“ยังบอกตอนนี้ไม่ได้ครับ ถ้าถึงเวลาเมื่อไหร่ป๊าจะบอกม้าหมดทุกเรื่องเลยนะ ตอนนี้พักผ่อนก่อนนะคนดี ป๊าจะไปคุยกับหมอให้ย้ายม้าไปรักษาตัวต่อที่อัลจามาล ป๊าจะไปฟื้นฟูความทรงจำม้าที่นั่น จะไม่ยอมให้ม้าคลาดสายตาอีกแล้ว” เรย์นอสพูดพร้อมกับจูบเบาๆ ที่หน้าผากยายปาริรันย่าของเขาก่อนจะผละออกมาแล้วยิ้มจาง

“ปะ… ไปที่ไหนนะ” ปาริดาหน้าเหวอ เธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะไปที่นั่น

“อัลจามาล บ้านของเราสองคนไงครับ”

“ไม่ไป” ปาริดาส่ายหน้าพัลวัล เรื่องอะไรที่เธอจะกลับไปถิ่นไอ้ตุ๊ดกัน เธออุตสาห์เตรียมแผนการไว้ที่นี่หมดแล้ว ถ้าไปจริงแผนแกล้งเรย์นอสคืนต่อจากนี้ของเธอก็ล้มสิ!

“ทำไม” เรย์นอสเผลอทำเสียงขุ่นไม่พอใจ

“ฉะ... ฉัน... ก็ฉันไม่ไม่ไว้ใจคุณ ถึงบอกว่าเป็นสามีก็เถอะ เป็นจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ถ้าไม่เชื่อก็ถามพี่ปาล์มได้ หรือถ้ายังไม่เชื่ออีกป๊าจะสั่งให้คนเอารูปงานแต่งงานของเราที่อัลจามาลมาให้ดูถึงที่นี่เลย” เรย์นอสกดโทรศัพท์หาปลายทางทันทีแล้วสั่งให้เอารูปคู่งานแต่งงานของเขากับปาริดาที่ติดอยู่ที่ฝาผนังโถงราชนิกูลมาที่โรงพยาบาล ปาริดาได้แต่อ้าปากเหวอ ทำอะไรไม่ถูก พอหันไปหาปรเมษฐ์เผื่อว่าจะช่วยอะไรเธอได้บ้างกลับเห็นใบหน้าที่ข่มความขำไว้สุดขีดแถมยังแอบยกนิ้วให้กับความเวอร์วังของน้องเขยอีกด้วย “เรียบร้อย ระหว่างรอรูปเพื่อมายืนยันความสัมพันธ์ของเราสองคน ป๊าไปคุยกับหมอก่อนนะ แล้วจะรีบกลับมาครับ” ก่อนออกไปก็จุ๊บแหม่งคนป่วยหนึ่งที ครั้นคล้อยหลังเรย์นอส ปรเมษฐ์ก็ไม่เก็บอาการอีกต่อไป หม่อมหลวงหนุ่มปล่อยก๊ากออกมาทันทีโดยไม่สนใจเลยว่าน้องสาวสุดสวาทจะมองตาคว่ำอย่างไร

“เรื่องเวอร์ๆ ขอยกนิ้วให้เลย” ปาริดาบ่นอุบ หน้าคว่ำ ก่อนจะเอามือทึ้งศีรษะตนเองอย่างคิดไม่ตก “โอ๊ย ทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ”

“ก็ยกเลิกแผน แล้วก็กลับไปกับเรย์ซะ แล้วก็เคลียร์กันให้เรียบร้อย” เขานั่งลงที่ปลายเตียงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเหมือนตอนที่เขาท้วงน้องสาวที่คิดจะทำแบบนี้ตั้งแต่แรก

“ไม่ค่ะ” ปาริดายังคงยืนกรานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ปรเมษฐ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ก็แล้วแต่เรานะ อยากเจ็บก็ทำต่อไป พี่ไม่ห้ามแล้ว” หม่อมหลวงหนุ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นระหว่างไหล่บ่งบอกว่าเขายอมแพ้แล้ว “และพี่บอกไว้เลยว่าเราห้ามเรย์นอสไม่ให้พาเราไปที่อัลจามาลได้หรอก นิสัยดื้อด้านเรารู้ดีกว่าใครนะน้องรัก” ปาริดาผลุบตาต่ำลงแล้วพยักหน้าน้อยๆ เพราะเธอรู้กิตติศัพท์ความดื้อด้านของไอ้ตุ๊ดไงเลยต้องมานั่งเครียดอยู่นี่ว่าจะทำยังไงไม่ให้หมอนั่นลากเธอกลับอัลจามาล เดี๋ยวนะ... ถึงเธอจะไปที่นั่นก็แกล้งไอ้ตุ๊ดต่อได้นี่หว่า ถึงจะเปลี่ยนแผนนิดหน่อยเป้าหมายเธอก็ยังเหมือนเดิมล่ะวะ “ยิ้มแบบนี้แสดงว่าคิดแผนชั่วๆ อยู่ใช่มั้ย”

“แหม ชมกันแบบนี้ปลาเขินนะพี่ปาล์ม หึๆๆ” ปรเมษฐ์เหลือบสายตามองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความวุ่นวายกำลังจพตามมาแน่ และเมื่อไหร่ที่น้องสาวเขารู้ความจริงทุกอย่างขึ้นมา น้องสาวเขานั่นแหละที่ต้องเสียใจกับการกระทำของตัวเอง


ไม่ว่าอย่างไรปาริดาก็ยังไม่ชินกับความเวอร์ของเรย์นอสเสียที เมื่อวานเขาให้คนเอารูปงานแต่งงานข้ามทวีปมาให้เธอดูจริงๆ แล้วหลังจากนั้นไม่ถึงสามชั่วโมงเขาก็ลากเธอกลับมาอัลจามาลโดยบอกครอบครัวของเธอว่าจะพาเธอมาฟื้นฟูความทรงที่นี่ หลังจากที่ทิ้งเธอไว้หลายวันแล้วหายไปไหนไม่รู้วันนี้เรย์นอสกลับโผล่มาแล้วก็ลากเธอไปที่บริษัทเขา บอกว่ามีเรื่องด่วนต้องเคลียร์แต่ก็ไม่อยากห่างจากเธอก็เลยหิ้วมาด้วย ระหว่างทำงานเขาก็เล่าเรื่องระหว่างเขาและเธอมากมายซึ่งล้วนแต่แต่งเพิ่มให้ดูหวานซึ้งไม่มีความบาดหมางใดๆ กันมาก่อน นี่ถ้าเธอความจำเสื่อมมาจริงๆ คงมองไอ้ตุ๊ดนี่ยิ่งกว่าเจ้าชายแน่ๆ คนอะไรคุยฟุ้งอวยตัวเองให้เป็นผู้ชายโตครโรแมนติกและอบอุ่น

“ดูเหมือนว่าเราจะรักกันมากเลยเนอะ” ปาริดาถามด้วยน้ำเสียงข่มขื่นเมื่อเรนอสเปิดรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือของตนให้เธอดู ในนั้นเต็มไปด้วยรูปถ่ายของเธอและเขาระหว่างที่ยังไม่เกิดเรื่องล้อเล่นของความรู้สึกอย่างนี้ แต่ชีคหนุ่มไม่ได้เอะใจในน้ำเสียงนั้นเลย เขามัวแต่ยิ้มอย่างมีความสุข

“ใช่ เรารักกันมาก” เรย์นอสหันมาหอมแก้มหญิงสาวอย่างเอาใจ ปาริดามองมองหน้าคนที่กล้าพูดได้เต็มปากว่ารักเธอพลางกับกำมือแน่น ด้วยความที่กลั้นความรู้สึกที่เสียไปเพราะคำโกหกของคนตัวโตน้ำตามันเลยเอ่อขึ้นมา นัยน์ตาก็เริ่มแดงๆ “เป็นอะไรไปที่รัก ร้องไห้ทำไมคนดี” เรย์นอสเริ่มใจไม่ดีเมื่อจู่ๆ น้ำตาปาริดาก็ไหลออกมาแถมยังมองด้วยสายตาของความผิดหวัง เสียใจ

“...รักกันมากเหรอ รักกัน... แล้วหย่ากันทำไม!!” ปาริดาผลักเรย์นอสออกอย่างแรงแล้วลุกขึ้นเอามือปาดน้ำตาลวกๆ ความอดทนของเธอมันหมดลงแล้ว เธอไม่เล่นเกมอะไรบ้าๆ นี่อีกแล้ว ในขณะที่เรย์นอสมองหญิงสาวด้วยความสับสน

“ปลา... นี่เธอ...”

“คิดว่าฉันความจำเสื่อมจริงๆ เหรอ! นายปั้นเรื่องว่าเรารักกันมานาน ไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อน แล้วคิดว่าต่อไปนี้ฉันจะเชื่ออะไรนายได้อีกมั้ย แม้กระทั่งคำว่ารักนายยังเอามาทำร้ายกัน!!”

“ปลา...” เรย์นอสเดินเข้าไปหา หัวใจเขาสั่นกระตุกยามที่ปาริดาสะบัดมือเขาออกแล้วถอยห่าง น้ำตาและเสียงสะอื้นมันบาดลึกลงไปในจิตใจของเขา “ปลาฟังเรย์ก่อน ได้โปรด... เรย์อธิบายได้”

“ฉันไม่อยากฟังคำโกหก พอกันที ในเมื่อเราหย่ากันแล้วก็คือหย่า” ปาริดาจ้องเรย์นอสเขม็ง ใหบน้าหวานไม่มีเค้าหลงเหลือความเชื่อใจใดๆ ให้ผู้ชายคนนี้อีก เรย์นอสหัวใจกระตุกจนแทบจะหยุดเต้นเมื่อปาริดาหันหลังให้เขาแล้วก้าวเดินออกจากห้อง

“อย่าไป” ชีคหนุ่มรีบไปไปกอดร่างบาง แก้มสากแนบกับแผ่นหลังบางที่กำลังสั่นสะท้าน ปาริดาไม่ขัดขืนกับอ้อมกอดนี้ เธอกำลังร้องไห้ด้วยความเสียใจกับความรู้สึกที่มันคืนมาไม่ได้ “ได้โปรด... ฟังเรย์ก่อนนะคนดี ทุกอย่างมันอธิบายได้ ไม่มีคำโกหกใดๆ ที่ทำไปทั้งหมดเพราะเรย์รักปลานะ”

“อย่าเอาคำว่ารักมาทำลายกัน” ปาริดาใจแข็ง เธอไม่ยอมฟังคำอธิบายใดๆ จากชีคหนุ่ม เธอแกะวงแขนเขาออกแต่มันช่างยากเหลือเกิน “ปล่อย ปล่อยนะ!” เธอทั้งหยิกทั้งข่วนแต่เรย์นอสก็ยังไม่ยอมปล่อย เขาหลับตาแน่น ข่มความรู้สึกทุกอย่างแล้วจับปาริดาหันมาหาเขา ไม่พูดพร่ำทำเพลงชีคหนุ่มก้มลงจูบหญิงสาวทันที เขาปล้นจูบเธอด้วยความเว้าวอนขอร้องให้ฟังเขาบ้าง แต่ปาริดาขัดขืน เธอไม่ยอมรับความรู้สึกใดๆ ของชีคหนุ่ม จนกระทั่งหมดแรงขัดขืน เธอยอมให้เรย์นอสปล้นจูบเธออย่างนั้น ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงใดๆ กับเธอเลย เข้าอ่อนโยนและอ้อนวอนให้เธอฟังเขาบ้าง

“...ไม่ได้อยากจะหย่าจริงๆ นะคนดี ที่ทำไปเพราะไม่อยากให้ม้าเกิดอันตราย” น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาไม่คลายจากริมฝีปากเล็กที่บวมเจ่อเล็กน้อย สายตาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำใสก่อนจะเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากได้รูปแล้วก็ก้มลงจูบซ้ำๆ หลายครั้ง “พอดีมันเรื่องกลุ่มกบฐทะเลทราย เป้าหมายสำคัญคือจะทำร้ายม้า ป๊าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนเมื่อตอนนั้นอีก ป๊าเลยต้องทำแบบนี้ มันเป็นแผนการลวงศัตรู”

“แล้วทำไมไม่บอกกันดีๆ เล่าไอ้บ้า!!” ปาริดาไม่ยอมให้จูบอีก เธอจ้องหน้าเรย์นอสอย่างโมโหไม่หายแต่ลดลงบ้าง ก่อนทุบอกแกร่งเต็มแรง เรย์นอสเจ็บแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อหวานใจคล้ายความโกรธลงมากพลางรวบมือบางที่กระหน่ำทุบเขาไม่เลิกขึ้นมาแล้วจูบเบาๆ “มาพูดว่าหย่า ทำหน้าเหมือนจะหย่ากันจริงๆ นายเอาความรู้สึกฉันมาเล่นแบบนี้ได้ยังไง!”

“ขอโทษนะคนดี ต่อไปนี้สัญญาว่าเรื่องแบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก”

“มีอะไรต้องบอกฉัน คิดว่าฉันดูแลตัวเองไม่ได้เลยเหรอ ที่ผ่านมานายไม่เคยเชื่อใจฉันเลยหรือไง!”

“เชื่อใจครับ แต่ความเป็นห่วงสุดที่รักมันมีมากกว่า ขอโทษนะครับที่ทำให้ขวัญหาย” ปาริดายังมองค้อนตาคว่ำ เธอยังไม่หายโกรธเรนอสสนิทใจ “แต่งงานกันนะ” เรนอสยิ้ม ก่อนจะนั่งคุกเข่าต่อหน้าเธอ แล้วหยิบแหวนขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง จับมือซ้ายของเธอแล้วหยิบแหวนวงเดิมออก แหวนแต่งงานที่เขาสวมให้เธอในวันที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วย แหวนที่คิดว่าสวมมันแค่สามเดือนแล้วจะถอนมันออก และมันก็เป็นแหวนที่เธอไม่คิดว่ามันจะให้ความรักเกิดขึ้นในชีวิตเธอได้ขนาดนี้ “เรย์อาจจะไม่ใช่ผู้ชายดีพร้อม เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ทำผิด มีพลั้งเผลอ แต่รู้มั้ย ว่าผู้ชายนี้ได้มอบหัวใจของเขา ได้มอบชีวิตทั้งชีวิตให้กับผู้หญิงที่ชื่อปาริดาคนนี้ไปหมดแล้ว …แต่งงานกับเรย์อีกครั้งนะ” แล้วเรนอสก็สวมแหวนวงใหม่ลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของปาริดา เธอไม่รู้หรอกว่านี่เป็นแหวนประจำตัวของเขา เป็นแหวนที่ท่านย่าประทานให้ในวันครบรอบวันเกิดสิบห้าปี เป็นแหวนที่ท่านย่าบอกไว้ว่าให้เขามอบกับหญิงที่เป็นยิ่งกว่าดวงใจ… และวันนี้เขาได้มอบสิ่งนี้กับผู้หญิงคนนี้แล้ว

ปาริดาทั้งโกรธทั้งดีใจทั้งตกใจปะปนกันไปหมด มันทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก ปากสั่น มือไม้สั่นจนควบคุมไม่ได้ เธอจะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ดี ทำกันแบบนี้ฆ่าให้ตายคามือเลยดีมั้ย มาทำให้ใจสลายแล้วมาพูดที่ทำให้ใจยิ่งกว่าฟูฟ่อง ไอ้ตุ๊ดบ้า!

“ใครจะแต่งกับนายกันยะ” แล้วเธอก็ดึงมือที่ถูกเขาจับอยู่ออกแล้วกอดอกด้วยความไม่ชอบใจ ยังไงเธอก็ยังโกรธเขาอยู่ดี แต่เดี๋ยวก่อนนะ… “แต่งงานอีกครั้งอะไร ฉันยังไม่ตกลงจะแต่งใหม่เลยนะ” ปาริดามองเรนอสด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ชีคหนุ่มแค่หัวเราะหึๆ อย่างเจ้าเล่ห์พลางลุกขึ้นแล้วล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาแล้วกดโทรหาใครซักคน ไม่นานคนปลายสายก็รับ เขากรอกน้ำเสียงระรื่นลงไปทันที

“มีการเลื่อนแผนเข้ามานิดหน่อย ให้คนเข้ามาได้” ปาริดาลุกพรึ่บ มองเรนอสด้วยสายตาโตๆ ก่อนจะตกใจกับประตูห้องที่เปิดออกพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบของชีคหนุ่มจะเข้ามาล้อมเธอ

“นายเล่นบ้าอะไรเนี่ยไอ้ตุ๊ด!” ปาริดาถอยร้น ถึงรู้ว่าไม่มีทางหนีก็ขอให้ได้ตั้งหลัก ถ้ามาเล่นอะไรกับเธอแปลกๆ อีกล่ะก็ งานนี้เธอจะไม่ร้องไห้เป็นเผ่าเต่าแต่เธอจะจัดการด้วยฝีมือยัยโหดระดับเทพให้เดี้ยงกันไปเลย

“ไม่ได้เล่น เราสองคนจะแต่งงานกัน” เรนอสพูดยิ้มๆ แล้วหันไปสั่งลูกน้องเสียงเข้ม “จับไปได้แล้ว”

“ขออนุญาติครับชีคคา” หนึ่งในบอดี้การ์ดพูดขึ้น ปาริดากระพริบตาปริบๆ ก่อนจะยกมือเบรคไว้ก่อน

“เดี๋ยว! ไม่ต้องกรูเข้ามา ฉันเดินไปเองได้” ปาริดาเดินผ่านพวกบอดี้การ์ดออกไป ก่อนจะหยุดยิ้มหวานให้กับเรนอสที่มองเธอด้วยแววตาร้ายกาจ “นึกเหรอ ว่าแกล้งกันขนาดนี้แล้วฉันจะยอมแต่งง่ายๆ ฝันไปเถอะ! แบร่!” ปาริดาเผ่นแนบออกจากห้องทำงานทันทีด้วยความไวแสง เรนอสหน้าเหวอ

“ชีคครับ ชีคคาหนีไปแล้ว จะให้ตามมั้ยครับ” บอดี้การ์ดคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงพาซื่อ

“ยังมีหน้ามาถาม!!” เรนอสพูดกลับด้วยความโมโหจัดก่อนจะรีบวิ่งตามไปทันที และเขาก็คลาดกับปาริดาที่วิ่งเข้าลิฟต์ไป สีหน้าเจ้าหล่อนดูสะใจเป็นอย่างมากที่ประตูลิฟต์ปิดก่อนที่เขาจะวิ่งไปถึง “คืนนี้พ่อจะเล่นงานให้หนักจนเดินไม่ได้เลยคอยดู” เรนอสคาดโทษหนัก กดปุ่มลิฟต์อีกข้างกระหน่ำจนปุ่มแทบพัง และเมื่อเห็นว่าน่าจะตามไปไม่ทันเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฎที่มุมปากทันที “ฝ่ายควบคุม ปิดล็อคประตูเข้าออกทุกบาน ถ้าชีคคาฉันหนีออกไปได้ ฉันไล่ออกทุกคน!”

“ครับ!” ฝ่ายควบคุมถึงกับตาลีตาเหลือก กดปิดประตูทางเข้าออกทุกบานแทบไม่ทันพลางดูกล้องวงจรปิดไปด้วย ว่าชีคคาคนสำคัญออกไปจากบริษัทหรือยัง พอเห็นว่าชีคคาสาวเดินออกมาจากลิฟต์ก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก

ปาริดาที่เพิ่งออกจากลิฟต์ถึงกับมองรอบข้างด้วยความแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพนักงานและลูกค้าหลายคนถึงมายืนออกันเต็มไปหมด บางคนถึงกับเข้ามาถามประชาสัมพันธ์ถึงสาเหตุที่จู่ๆ ประตูเปิดไม่ได้ และเมื่อไปถามประชาสัมพันธ์เธอถึงกับขบกรามกรอด …เล่นแบบนี้เลยเหรอไอ้ตุ๊ดบ้า!!

“ชีคสั่งให้ปิดประตูเข้าออกเพราะกลัวว่าชีคคาจะหนีออกไปน่ะค่ะ”


ปาริดานั่งหน้ามู่ให้ช่างแต่งหน้าทำสวยตามคำสั่งคนเอาแต่ใจและบ้าอำนาจ ไอ้ตุ๊ดบ้านั่นยิ้มเยาะเธออย่างอารมณ์ดีตอนที่ลงมาแล้วเห็นเธอติดแหง็กอยู่ในล้อปบี้ร่วมกับพนักงานและลูกค้าคนอื่นๆ เธอหมดมุขหนีเลยโดนหิ้วมาที่ไหนก็ไม่รู้ เพราะไอ้ตอนมาหมอนี่เล่นพิเรนทร์เอาผ้าปิดตาเธอจ้า ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์มาโดนเซอร์ไพร์สอะไรทั้งนั้น แค่ที่ผ่านมามันก็เซอร์ไพร์สเธอมากพอแล้ว อย่านึกนะว่าเธอจะหายโกรธง่ายๆ

ก๊อกๆๆ

“ขอเข้าไปนะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาดดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ปาริดากันไปทันทีแล้วดวงตาสวยก็เบิกกว้าง

“คุณแม่!” เธอนึกไม่ถึงว่าคุณนายปริมจะมา แสดงว่าเรนอสวางแผนไว้ทุกอย่างไม่ได้คิดปุบปับอย่างที่เธอคิดไว้ แบบนี้คุณพ่อและพี่ชายเธอต้องมาด้วยแน่ๆ อย่างนี้ก็แสดงว่าแผนเธอ... ทุกคนคงรู้หมดแล้ว

“ไงเรา” หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์เดินเข้ามาหาลูกสาวด้วยรอยยิ้มเล็กๆ พร้อมกับอ้าแขนรับลูกสาวตัวแสบที่ถลาเข้ามากอด

“ขอโทษนะคะคุณแม่ที่ปลาโกหกว่าเป็นความจำเสื่อม” ปาริดากอดมารดาตัวเองแน่น หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์หัวเราะน้อยๆ ก่อนจะผละออกมาแล้วยิ้มขันกับใบหน้าของลูกสาวที่ดูท่าจะบ่อน้ำตาแตกแถมงองแงเสียแล้ว

“ตอนแรกก็ว่าจะโกรธ แต่ดีที่พี่ชายเราเขาช่วยชีวิตเราเอาไว้” ปาริดายิ้มกว้าง นึกขอบคุณพี่ปาล์มในใจ พี่ชายเธอดีกับเธอเสมอนั่นแหละ ครอบครัวเธอก็ด้วย

 “ปลาขอกลับไปอยู่บ้านด้วยนะ”

“จะแต่งงานอยู่แล้ว ยังทำตัวเป็นเด็กอีก” พูดไปก็เช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ปาริดาย่นจมูก

“ปลาไม่อยากแต่งแล้ว รู้มั้ยว่าลูกชายสุดที่รักของคุณแม่ทำอะไรกับปลาไว้ เขาเอาคำว่ารักมาทำร้ายปลา แล้วเขาก็ขอหย่าปลาก่อนจะมาตบหัวลูบหลังขอปลาแต่งงานใหม่ พอปลาไม่ยอมเขาก็ใช้อำนาจบังคับปลามา” ปาริดาฟ้องด้วยใบหน้าไม่พอใจ หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์มองดูลูกสาวคนเล็กพลางส่ายหน้าน้อยๆ ใช่ว่านางไม่รู้ว่าเรนอสทำอะไร แต่เพราะเห็นว่าที่ชีคหนุ่มทำลงไปไม่ผิดอะไรก็เลยไม่พูด แถมนางเองก็เห็นดีเห็นงาม ในเมื่อเรนอสลงทุนไปบอกเรื่องนี้ด้วยตัวเอง พ่อแม่ที่ไหนจะค้านลง

“ถ้าไม่อยากแต่ง ก็ออกไปพร้อมกับแม่เลยเอามั้ย แม่จะบอกทางนั้นให้” แล้วคุณแม่แสนโหดก็จับมือคุณลูกสาวตัวแสบ ทำท่าจะเดินออกจากห้องแต่ทว่าคุณลูกสาวดันขื่น ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แทน หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์ถึงกับถอนหายใจกับลูกสาวท่าเยอะ

“ไม่ใช่ปลาไม่อยากแต่ง แต่ปลาแค่ยังไม่หายโกรธกับสิ่งที่เขาทำกับปลาเอาไว้” ปาริดาพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ คุณนายปริมเลยจับมือคุณลูกสาวท่าเยอะแล้วเอ่ย

“ไม่มีใครว่าหากลูกจะโกรธเรนอส แต่หนูก้รู้ว่าเขาทำทุกอย่างก็เพื่อเรานะปลา แล้วแม่อยากจะบอกอะไรเอาไว้อย่าง ว่าชีวิตคนเรามันสั้น เอาแต่โกรธกันไป งอนกันมา แล้วถ้าอยู่มาวันหนึ่งเขาจากเราไป เราจะทำยังไงฮึ” หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์จับปลายจมูกลูกสาวด้วยความมั่นเขี้ยว “ถ้ามันไม่หนักขนาดปลาให้อภัยเขาไม่ได้ ก็เลิกโกรธ แล้วจงใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เรารักให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า แล้วปลาจะมีแต่ความสุขนะลูก” คนเป็นแม่ยิ้มจาง เมื่อเห็นท่าทีของลูกสาวอ่อนลง “อีกอย่าง ถ้าเรย์ไม่รักปลาเขาคงไม่ขอปลาแต่งงานใหม่หรอก เขาคงไม่ทั้งโทร ไม่ทั้งบินไปหาแม่กับพ่อแล้วบอกเรื่องนี่ด้วยตัวเองหรอก และเขาก็คงไม่ทำทุกสิ่งที่อย่างที่บอกว่ารักให้กับลูกสาวแม่หรอก ผู้ชายที่ไหนจะแต่งงานถึงสองครั้งโดยมีเจ้าสาวคนเดิมบ้าง” แล้วปาริดาก็แย้มรอยยิ้มที่มุมปาก

“ก็ลูกเขยคุณแม่ไง” คุณนายปริมพูดถูกทุกอย่าง และพูดถูกอย่างที่สุดคือ จะมีผู้ชายคนไหนบ้างที่แต่งงานถึงสองครั้งโดยมีเจ้าสาวคนเดิม …ไอ้ตุ๊ดน่ะ รักเธอมากจริงๆ นั่นแหละ


พิธีการแต่งงานครั้งที่สองของชีคเรย์นอสโดยมีเจ้าสาวคนเดิมถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายยังโอเอซิสที่สวยงามที่สุดในอัลบาฮา แขกเรื่อในงานมีเพียงเพียงเพื่อนสนิทของสองหนุ่มสาวและเหล่าครอบครัวเท่านั้น ไม่อนุญาติให้สื่อใดๆ เข้ามาทำข่าวได้ เสียงเพลงเพราะเคล้าในบรรยากาศงานแต่งที่ดูจะอบอุ่นเหลือจนใครบางคนมองด้วยความอิจฉา

“ถึงว่าทำไมตรงนี้มันร้อนๆ ที่แท้ความร้อนมันออกมาจากตาใครบางคนนี่เอง” เจ้าบ่าวของงานเอ่ยแหย่เพื่อนสนิทอย่างกษัตริย์รามินหลังจากที่เขาผละจากเจ้าสาวให้อยู่กับเพื่อนๆ ของเธอ

“ยุ่ง” องค์รามินพูดเสียงห้วน มาดแข็งๆ เริ่มละลายกับความกวนประสาทของเพื่อนก่อนจะยกแก้วเหล้าบรรจุเหล้าชั้นดีขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด จนเพื่อนๆ ที่นั่งล้อมโต๊ะถึงกับร้องแซว

“ท่าทางอยากจะแต่งจริงๆ ว่ะ แต่ติดที่ว่าที่เจ้าสาวดันพยศไม่ต่างจากแม่ม้าพันธุ์ดี” ชีคฟาซัสเอ่ยเย้า พลางหันไปหยักคิ้วมองอย่างรู้กันให้กับชีคเรย์นอสเจ้าบ่าวของงานที่หัวเราะหึๆ

“รวบหัวรวบหางได้แล้ว เดี๋ยวเรย์มันจะมีเบเบ๋นำหน้านายนะราม” เจ้าชายรัลเซลพูดจี้แทงใจขึ้นมาอีก เรย์นอสหัวเราะชอบใจพลางไฮไฟว์กับเพื่อนที่พูดได้ตรงใจเขามาก องค์รามินหน้านิ่งขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่แววตาจแปรเปลี่ยนเป็นวาววับจนเพื่อนๆ พากันหัวเราะหึๆ มองตาด้วยความรู้ทัน

“เฮ้ๆ คิดจะทำอะไรก็เพลาๆ หน่อยนะเพื่อน ว่าที่เจ้าสาวของนายคนนี้หนามรอบตัว” เรย์นอสพูดเตือนๆ แต่ก็เตือนไปงั้น เพราะเขารู้ว่ารามินจะมีวิธีมัดดวงใจของตนไว้ได้

“และฉันนี่ไงที่จะค่อยๆ เด็ดหนามเหล่านั้นทิ้ง ...โรสรินจะเป็นดอกกุหลาบแค่ของฉันคนเดียว” 

"ทำไมฉันเหมือนได้กลิ่นเค้าของความวุ่นวายอบอวลอยู่แถวนี้วะ" รัลเซลพูดพลางทำจมูกฟุดฟิต

-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-++-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว