email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12: The Man of History

ชื่อตอน : ตอนที่ 12: The Man of History

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 101

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2561 11:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12: The Man of History
แบบอักษร

Blood Metal: สองครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: XII

...The Man of History...**

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ แนวหน้าของตำรวจแห่งมหาอำนาจสหพันธรัฐ เมืองวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์

“นายโอเครนะ…” เสียงของดีแลนด์ถามอเล็กซ์ เขาทั้งคู่นั้นกำลังนั่งอยู่บนรถที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถในกองทัพ อเล็กซ์เอาหัวพิงเบาะและตอบกลับดีแลนด์พร้อมกับถอนหายใจว่า “เฮ่อออ...ผมน่ะโอเครดีแล้วล่ะครับพันเอก ว่าแต่คุณเถอะ แขนคุณเป็นยังไงบ้างล่ะครับ?” ดีแลนด์ยิ้มและตอบกลับว่า “อ่อ...แค่นี้สบายมาก ถ้าเทียบกับนายแล้วนี้ฉันเหมือนไม่โดนอะไรมาเลยนะ” อเล็กซ์จ้องไปที่แขนของดีแลนด์แล้วตอบกลับว่า “นี้น่ะหรอคือคนที่เรียกว่าไม่โดนอะไรมา? ถ้าอย่างนั้นคนทั่วๆไปนี้สงสัยเหนือมนุษย์ไปแล้วล่ะมั้งงงงง....” ดีแลนด์จึงตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “นายว่ายังไงนะ!?” อเล็กซ์ยิ้มแหะๆและตอบกลับว่า “อ่อเปล่าๆ ผมบอกว่าคุณดีแข็งแรงดีนี้นะ ฮ่าๆๆๆ” ดีแลนด์จึงยิ้มและตอบกลับว่า “อ่า ใช่ไหมล่ะ!!” อเล็กซ์ทำหน้าจริงจังขึ้นและพูดกับดีแลนด์ว่า “ผมชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วครับว่าทำไมเราต้องสู้รบกันด้วยล่ะครับ? ทำไมคนถึงต้องมาฆ่ากันเองด้วยล่ะครับ?” ดีแลนด์เปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มๆกลายมาเป็นจริงจังทันทีและตอบกลับอเล็กไปว่า “เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า หากที่ใดนั้นมีเลือด ย่อมต้องล้างด้วยเลือด มิฉะนั้นสันติภาพจะมิอาจมาเยือนถึงพวกเราได้…” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “แต่เลือดที่ล้างด้วยเลือดผลมันก็ออกมาเป็นเลือด...สิ่งที่พวกเราทำอยู่มันถูกต้องแล้วแน่หรอ?” ดีแลนด์มองหน้าอเล็กซ์และหันไปมองข้างหน้าพร้อมกับพูดว่า “เอาล่ะ! ได้เวลาไปรายงานตัวแล้วนะ…” หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ลงจากรถเพื่อเดินเข้าไปเพื่อรายงานตัวตำรวจเสริมทัพ**

“ผม อเล็กซ์ ซิส ลูเซีย ตำรวจสหพันธรัฐ จากประเทศเยอรมันมารายงานตัวเข้าร่วมแนวหน้าครับ…” อเล็กซ์กล่าวรายงานตัว ณ ห้องรายงานตัว เมื่ออเล็กซ์พูดจบเจ้าหน้าที่ก็ตอบกลับอเล็กซ์ว่า “ซิส ลูเซีย? ผมสีบรอน ตาสีเขียว...ไม่ผิดแน่เลย นายคือลูกชายของพลเอก อัลฟอนส์ ซิส ลูเซีย อย่างนั้นหรอ!?” เมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นเอ่ยขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างหยุดชะงักและหันมามองที่อเล็กซ์ หลังจากนั้นเสียงกระซิบก็เริ่มดังขึ้นทั้งฝ่ายของเจ้าหน้าที่และฝ่ายของผู้มารายงานตัว...เจ้าหน้าที่คนที่อเล็กซ์รายงานตัวด้วยนั้นก็พูดขึ้นว่า “นี้เธอรู้ไหมว่าพ่อของเธอเขาทำอะไรไว้บ้าง?” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ผมรู้แค่ว่าพ่อเป็นนายตำรวจที่เก่งน่ะครับ…” เจ้าหน้าที่ตอบกลับว่า “นายตำรวจหรอ? นายนี้มันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพ่อตัวเองเลยนะ พ่อของนายคือพลเอกที่เก่งที่สุดเท่าที่กองทัพของสหพันธรัฐเคยมีมาเลยนะ! พ่อของนายเป็นคนนำทัพชนะสงครามตุรกี สงครามกรีซ และสงครามอิตาลี...เป็นพลเอกเพียงคนเดียวที่เก่งได้ขนาดนั้น!” อเล็กซ์จึงถามต่อด้วยสีหน้าที่เศร้าๆว่า “ถ้าอย่างนั้นวาระสุดท้ายของพ่อของผมเป็นยังไงหรอครับ?” เจ้าหน้าที่ทำหน้าเศร้าตามอเล็กซ์และตอบกลับว่า “ขอโทษนะ...ฉันไม่น่าพูดเรื่องนี้เลย” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ไม่เป็นไรครับ...บอกผมมาเถอะครับว่าพ่อของผมเขาตายยังไง…” เจ้าหน้าที่จึงตอบกลับอเล็กซ์ว่า “ในวันนั้นพลเอกอัลฟอนส์ร่วมรบอยู่ที่สงครามชายแดนรัสเซีย พวกเรามีความหวังอย่างมากว่าจะชนะสงครามนี้ ตอนนั้นกองกำลังของพวกเราได้เปรียบเป็นอย่างมากก็เพราะพลเอกเป็นคนสั่งการและออกแบบแผนการรบในครั้งนั้น เขานั้นออกแบบแผนการรบได้ดีที่สุดเนื่องจากแผนการรบของเขานั้นเป็นแผนการรบที่ศูนย์เสียชีวิตน้อยที่สุด...เขานำทัพออกแนวหน้าและบุกเรื่อยๆพวกเราในตอนนั้นมีความหวังและเชื่อว่าการชนะสงครามรัสเซียนั้นจะทำให้โลกเข้าใกล้สันติขึ้นไปอีกก้าว...แต่แล้วพลเอกท่านก็เสียสละตนเองเพื่อให้พวกเราเหล่าตำรวจทั้งหลายหนีออกมาจากการถูกโจมตีโดยกลุ่มภาคีโลหิตของฝ่ายอักษะ ท่านพลเอกได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้วท่านสู้จนตัวตายแต่ในขณะเดียวกันตัวท่านเพียงคนเดียวก็สามารถสังหารทหารยศสูงของภาคีโลหิตได้ถึงหกคนด้วยกันก่อนที่ท่านจะสิ้นใจ...ท่านนั้นเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “อย่างนั้นหรอครับ...ขอบคุณมากที่บอกผมนะครับและผมก็ขอตัวก่อนนะครับ” อเล็กซ์หันหลังและเดินออกมาทันใดนั้นเองเจ้าหน้าที่ก็พูดขึ้นว่า “นี้อเล็กซ์! นายไปใช้ห้องเก่าที่พลเอกเคยใช้ก่อนจะมาเป็นพลเอกไหมล่ะ? และก็สนามซ้อมรบอยู่ข้างหลังตึกนะ…” อเล็กซ์ยิ้มและพยักหน้าพร้อมกับเดินกลับไปเอากุญแจห้องมา…**

**อเล็กซ์นำสัมภาระของตนไปเก็บไว้ที่ห้องเก่าของพ่อของเขา เป็นห้องที่ไม่มีคนใช้มานานแล้วแต่สภาพยังคงสะอาดเหมือนเพิ่งมีคนมาทำความสะอาดไป อเล็กซ์เดินเข้าไปที่เตียงและทิ้งตัวลงนอน เขามือของเขาขึ้นและมองไปที่มือของเขาพร้อมกับครุ่นคิดอะไรไปในใจ ซักพักหลังจากที่อเล็กซ์เข้าไปในห้องได้นั้นก็มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นอเล็กซ์จึงเดินออกมาดู ปรากฎว่านั้นคือสัญญาณของการเริ่มการซ้อมรบเพื่อส่งไปยังรัสเซีย และเมื่อสัญญาณนั้นดังขึ้นนั้นไม่ได้หมายความว่าเริ่มการซ้อมรบเพียงเท่านั้น แต่มันหมายความว่าชุดเก่าที่มาประจำอยู่ที่นี้ก่อนหน้านั้นก็จะถูกส่งตัวไปยังรัสเซียเช่นกัน อเล็กซ์เดินออกมาและเห็นว่ามีเครื่องบินจำนวนมากจอดอยู่ที่ลาดจอดเครื่องบินรบ ตำรวจจำนวนมากกำลังต่อแถวเพื่อขึ้นเครื่องบิน ทุกคนนั้นต่างใส่ชุดเกราะกันกระสุนที่กันได้แค่ปืนฉีดน้ำ ถึงจะเรียกว่าชุดเกราะแต่เอาเข้าจริงๆแล้วมันทำได้แค่ใส่อุปกรณ์กระสุนอาหาร ยาเท่านั้น อเล็กซ์วิ่งไปยังสนารมซ้อมรบและเริ่มการฝึกฝนทันที

**5 ช.ม. ผ่านไป

“เลิกซ้อมรบสำหรับวันนี้ได้…” เสียงครูฝึกตะโกนออกมา อเล็กซ์ล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันทีและเอาแขนก้ายหน้าผากอย่างหมดแรงเมื่อครูฝึกสั่งพัก อเล็กซ์ที่กำลังนอนหอบอยู่บนพื้นนั้นจู่ๆก็มีชายคนหนึ่งเดินมาหาเขาที่นอนอยู่และนั่งลงข้างๆเขาพร้อมกับพูดว่า “ท่าท่างน่าจะเหนื่อยเอาเรื่องเลยนะนายเนี้ย…” อเล็กซ์ที่นอนอยู่นั้นก็ตอบกลับว่า “อ่า...ซ้อมตั้งห้า ช.ม. เลยนะ นายไม่เหนื่อยบ้างเลยหรอ?” ชายคนดังกล่าวตอบกลับว่า “เหนื่อยสิ...แต่พวกฉันมีพักน่ะ…” อเล็กซ์นิ่งเงียบไปซักครู่และตะโกนขึ้นมาว่า “พวกนายมีพักอย่างนั้นหรอ!?” ชายคนดังกล่าวหัวเราะและตอบกลับว่า “ก็ครูฝึกเขาอัดให้นายคนเดียวห้า ช.ม. ยังไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ” ชายคนนั้นหัวเราะ และชายคนนั้นก็พูดขึ้นว่า “ฉันชื่อ รอช...รอช ดูเฟอร์ มาจากฝรั่งเศษน่ะ” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ฉันชื่อ อเล็กซ์...อเล็กซ์ ซิส ลูเซีย มาจากเยอรมัน” รอชจึงทำหน้าอึ้งๆและตอบกลับว่า “งั้นก็จริงน่ะสิข่าวที่เขาว่ามีลูกชายของพลเอก อัลฟอนส์ เข้ามาประจำการในแนวหน้าน่ะ…” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “อ่า...ฉันเองล่ะ” รอชจึงตอบกลับว่า “โห...ดูผิดกับที่ฉันคิดเอาไว้เยอะเลยนะเนี้ย” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “นายว่ายังไงนะ!?” รอชจึงขำและตอบกลับว่า “ป่าวๆ ฉันหมายถึงฉันคิดว่านายน่าจะหยิ่งกว่านี้น่ะ…” อเล็กซ์จึงลงไปนอนอีกครั้งหลังจากนั้นรอชจึงพูดขึ้นว่า “นายจะนอนอยู่นี้ทั้งคือก็ตามสบายนะ แต่ฉันขอแนะนำว่าเราควรจะกลับห้องเราได้แล้วล่ะ…” รอชพูดจบก็ยื่นมือให้อเล็กซ์และอเล็กซ์ก็จับมือพยุงร่างขึ้น รอชจึงพูดว่า “ยังไงซะพวกเราที่มาอยู่ที่นี้ก็ต้องไปสนามรบอยู่แล้ว นายรู้ใช่ไหมว่าเราต้องฆ่าคนน่ะ…” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “อ่า...ฉันก็ยังไม่ได้เตรียมใจมามากเท่าไหร่นักหรอก แต่ในเมื่อเรามาอยู่ในที่นี้แล้วเราก็จะหันหลังกลับไม่ได้อีก” รอชยิ้มเล็กน้อยและถามกลับว่า “นายเคยคิดว่านายอาจจะตายในสงครามนี้ไหม?” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “แล้วนายล่ะ…” รอชจึงตอบกลับแบบยิ้มๆว่า “ฉันน่ะตายไปตั้งแต่เข้ากองทัพมาแล้วล่ะ…” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ฉันน่ะเพิ่งเริ่มต้นตอนเข้ากองทัพล่ะ…” รอชได้ยินดังนั้นจึงอึ้งๆไปซักแปบและหัวเราะพร้อมกับตอบกลับว่า “แสดงว่านายไม่กลัวตายเลยสินะ ฮ่าๆๆ” อเล็กซ์จึงตอบกลับอย่างหัวเราะว่า “กลัว...ฮ่าๆๆ” รอชจึงทำหน้าเหว่อไปอีกครั้งและทั้งคู่ก็หัวเราะไปด้วยกัน...แต่ภายภาคหน้านั้นคือสมรภูมิที่เปรียบเสมือนนรกบนดินนั้นกำลังรอพวกเขาอยู่และพวกเขาจะต้องเผชิญกับมันในเวลาอันสั้นนี้แล้ว…**

To be continue...**

--------------------------------------------------------------------

ป.ล. ถ้าหากชอบนิยายของเราโปรดเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับ หากชอบก็กดให้กำลังใจและฝากคอมเม้นกันด้วยนะครับ และอย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยล่ะ!!**********

ความคิดเห็น