facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

ตอนที่ 1 นายใหญ่แห่งไร่พยัคฆ์คำราม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 นายใหญ่แห่งไร่พยัคฆ์คำราม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 81k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2561 00:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 นายใหญ่แห่งไร่พยัคฆ์คำราม
แบบอักษร

​ตอนที่ 1 นายใหญ่แห่งไร่พยัคฆ์คำราม​

เชียงราย

ในจำนวนไร่ทั้งหมดของจังหวัดเชียงรายล้วนไม่มีที่ไหนใหญ่โตเท่าอาณาจักรไร่พยัคฆ์คำราม ไร่ที่มีธุรกิจครบวงจรโดยมี พยัคฆ์ สีหะเดชาเป็นผู้กุมบังเหียนใหญ่ ชายหนุ่มนังจิบวิสกี้พลางนั่งฟังลูกน้องรายงานเรื่องด่วนให้ฟัง

"เราจับไอ้ม่วงได้แล้วครับนาย ตอนนี้ผมมัดมันไว้ที่โกดังสอง นายจะให้ผมทำอะไรกับมันครับ"

"ไม่ต้อง เอามันไปไว้โรงสีเก่า เดี๋ยวกูจะจัดการมันเอง" 

พยัคฆ์พูดก่อนจะไล่ลูกน้องทั้งหมดออกไป ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาเป็นเอกลักษณ์ยิ้มมุมปากเสริมด้วยดวงตาคู่คมที่ดูดุดันเอาเรื่องทำให้ลูกน้องไม่คิดจะถามหาเหตุผลอะไรทั้งนั้น 


บ้านพักครูโรงเรียนดอยฮัก

นารามองบ้านพักครูด้วยรอยยิ้มหวานพลางตบมือไล่ฝุ่นแปะๆหลังจากจัดของเสร็จจนหมด หญิงสาวเพิ่งมาถึงได้หนึ่งสัปดาห์ทุกอย่างก็ยังคงไม่เข้าที่เข้าทางแต่ได้เพื่อนทั้งสองมาช่วยจึงย่นระยะเวลาไปได้เยอะ

Rrrr

"ฮัลโหล"

'นาขอโทษจริงๆนะที่ต้องกลับก่อน / ฉันจะคิดถึงแกนะ' รัตนาพูดแย่งกับกานต์ศินีจนเธอต้องขำออกมา

"ไม่เป็นไรหรอกแค่พวกแกมาช่วยฉันก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว" นารายิ้มพลางเอาของออกจากกล่อง

'ไม่เห็นจะลำบากเลย ยังไงเราก็เพื่อนกัน เออ ฉันต้องวางสายก่อนนะ'

"อืม ถึงกรุงเทพฯแล้วอย่าลืมโทรมาล่ะ"

'จ้า บาย'

"บายจ้ะ"

หลังจากจัดของแล้วหญิงสาวจึงรีบอาบน้ำเพื่อไล่ความเหนียวตัวที่ต้องจัดของมาทั้งวัน ร่างบางเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นั่งนอกระเบียงชมดวงอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเธอก็เผลอหยิบเอกสารสำคัญออกมาด้วยหวังจะเอามาไว้อ่านแต่ดูเหมือนว่าลมจะแรงเกินไป กระดาษในมือจึงปลิวหนีไปอย่างรวดเร็วกับสายลม

"โอ๊ย อะไรเนี่ย"

มือบางสวยพยายามกระโดดคว้ากระดาษแผ่นนั้นแต่ช้าเกินไปมันปลิวไปไกลจนเธอต้องวิ่งตามโดยไม่รู้ว่าได้ข้ามไปในเขตอาณาจักรของพยัคฆ์คำรามโดยไม่รู้ตัว

กว่าจะได้กระดาษเธอก็ก้าวล่วงมาไกลเสียแล้ว ทันไดนั้นหญิงสาวก็ได้ยินเสียงสนทนาบางอย่างเธอจึงแอบดูอยู่ในที่พงหญ้า

"นายบอกให้เอามันไปไว้ในโรงสีเก่า" เสียงหนุ่มใหญ่หน้าตาโหดเหี้ยมเอ่ยกับลูกน้องอีกสองสามคนเสียงเรียบก่อนจะแยกตัวออกมา

นาราขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มันต้องเป็นเรื่องไม่ดีอะไรแน่ๆ

"ได้พี่เดี๋ยวพวกผมจัดการให้" 



โรงสีเก่า

ม่วง สายศัตรูของพยัคฆ์ต้องลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากเมื่อได้ยินเสียงเท้าเดินเข้ามา ขนาดว่าบาดเจ็บจนแทบจะลุกไม่ขึ้นก็ยังมีกะใจส่งยิ้มให้นายใหญ่ของไร่อย่างขี้เล่น

"ไม่นึกว่านายจะมาด้วยตัวเอง ช่างเป็นเกียรติ"

"กูใจกว้างอยู่แล้ว มึงคงคิดว่าตัวมึงจะรอดไปได้ล่ะสิ คิดจะท้าทายกูก็ต้องทำใจรับผลที่ตามมาด้วยนะ คิดจะยัดข้อหาให้กูงั้นเหรอ" พยัคฆ์พูดเยาะเย้ยพร้อมกระดกวิสกี้อย่างสบายใจต่อหน้า "มุขเก่าๆ"

"หึ นายของกูต้องมาช่วยกูอยู่แล้ว"

"มึงหมายถึงไอ้เล้งนั่นเหรอ?" พยัคฆ์เว้นวรรคไปครู่หนึ่ง "มึงก็โง่ฝากชีวิตไว้กับมันเนอะ ไม่อยากเชื่อว่ายังมีคนหน้ามืดตามัวแบบนี้อยู่"

พูดไปมือก็เอื้อมไปหยิบปืนทางด้านหลังที่เหน็บไว้กับกางเกงก่อนจะยกขึ้นมาจ่อหัวชายหนุ่มวัยเบญเพสอย่างม่วง ดวงตาคมประดุจสิงห์มองคนตรงหน้าอย่างสมเพช เมื่อกี้ยังใจเย็นเป็นน้ำแข็งอยู่พอยกปืนมาจ่อกลับกลัวเสียอย่างนั้น

"อย่าทำผมเลยนะนาย ผมขอร้อง ผมสำนึกผิดแล้ว"

"สายไปหน่อยสำหรับคนอย่างมึง"

ปัง!!

สิ้นกระสุนนัดนั้นม่วงก็ขาดใจตายทันที 

นารามองภาพนั้นด้วยความตกใจระคนกับกลัวไปหมด เกือบจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาดีที่ปิดปากเอาไว้ได้ก่อน ผู้ชายใจร้ายคนนั้นไม่แต่จะกระพริบตาด้วยซ้ำ เธอมองช่องทางหนีไปมาก่อนจะรีบออกตัววิ่งออกไปเบาๆแต่ต้องหยุดชะงักเสียก่อน

"คุณ"

เขาก้าวมายืนขวางหน้าเธอเต็มๆ ทำไมเขาถึงได้ว่องไวนัก?

พยัคฆ์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เธอกำลังกลัว สายตาที่สั่นระริกนั่นเหมือนกับกระต่ายตัวน้อยๆ เขาจึงเก็บปืนแนบไว้ข้างหลังเช่นเดิมก่อนจะเดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆด้วยสายตาที่ดุดัน

"อย่าเข้ามานะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันสัญญาจะไม่บอกใคร"

"คนที่พูดแบบนี้ฉันเห็นมันลงไปนอนเล่นบนโลงทุกคนแล้ว"

หญิงสาวถอยเรื่อยๆพลางมองคนตรงหน้าด้วยความหวาดระแวงแต่ก็ต้องมีอันสะดุดกิ่งไม้ล้มลงเป็นผลให้ชายหนุ่มย่อตัวลงมาบีบคางเธอเสียจนเจ็บไปหมด

"ฉันควรทำยังไงกับเธอดีเนี่ย หืม" ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาไล้จมูกคมสันสูดกลิ่นหอมของดอกไม้จากแก้มใสอย่างหื่นกระหาย จนนาราขนลุกชันเบี่ยงหน้าหลบก็ไม่เป็นผล

"อย่าทำฉันเลย ฮึก"

"ฉันไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลยจริงๆ อืม เธอนี่มัน...สดจริงๆ" เขายังคงไม่พอใจจึงอุ้มเธอพาดบ่ากลับบ้านใหญ่ของเขาทันที

ไม่นานนักเธอก็ถูกพามาบ้านใหญ่สำเร็จ ผู้ชายคนนี้คงจะเป็นหินผาอะไรสักอย่างไม่ว่าจะทุบจะตีเขาก็ยังคงกอดขาทั้งคู่ของเธอแน่นแล้วยังเดินมาหน้าตาเฉย

"นายพาใครมาครับ"

"เสือก!! ต่อไปนี้ถ้าไม่มีเรื่องด่วนและถ้ากูไม่เรียกใครไม่ต้องเข้ามา"

"ครับนาย" เข้มตอบนายคนสนิทเสียงแน่นก่อนจะพากันไปเฝ้ายามข้างนอก 

ฟุบ!!

"เจ็บนะ" นาราค่อยยันกายขึ้นอย่างลำบากหลังจากถูกโยนใส่เตียงนอนอย่างไม่ใยดี กระต่ายตัวน้อยพยายามถอยไปจนติดหัวเตียงใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา หนีอสูรที่ยืนมองเธอราวกับว่าตอนนี้เธอเป็นอาหารอันโอชะของมัน

"ฉันไม่ได้ตั้งใจทำนะ แต่ขอเอาคืนหน่อยเถอะ"

"คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ คุณจะฆ่าฉันเหรอ คุณรู้มั๊ยว่าฉันเป็นครูที่เพิ่งมาใหม่ถ้าฉันตายขึ้นมาเพื่อนฉันจะต้องตามมาหักคอคุณแน่ๆ" หญิงสาวทำใจดีสู้เสือ ไหนๆก็จะตายแล้วจะต้องไปกลัวเขาทำไม

"หยุด!! ยัยแตงโม" พยัคฆ์ตะคอกกลับเสียงดังพลางมองอกอวบที่แย่งกันนูนออกมาภายใต้ผ้าซาตินนั้น

"ฉันไม่ได้ชื่อแตงโม ฉันชื่อนารา เห้ย!!" เมื่อรู้ตัวว่าเขามองหน้าอกเธออยู่ก็รีบใช้มือปิดทันที

"อ้อชื่อนารา ไม่ต้องกลัวหรอกน่า วันนี้ฉันยังไม่อยากทำอะไรเธอหรอก" พูดจบเขาก็เดินออกไปทันทีทิ้งให้เธอนั่งหอบอยู่บนเตียงถอนหายใจอย่างโล่งอก

แกร๊ก!! 

เขาขังเธอ!!

"ไม่นะ ปล่อยฉันออกไปนะคุณ ปล่อยฉันนะ" หญิงสาวตบประตูนั้นจนสุดแรงแต่ก็ไร้สัญญาณตอบกลับ นาราทรุดนั่งหน้าประตูร้องไห้อย่างไม่อายใคร เธอทำกรรมอะไรไว้ชีวิตมันถึงได้เจอแต่เรื่องเลวร้ายแบบนี้ตลอดเลย


"มึงเอามันไปทิ้งซะ ทิ้งในไร่ไอ้เล้งยิ่งดี หึ!! แก่แล้วเสือกไม่เจียมชอบขวางทางกูนัก" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะลงมาจากห้องที่ขังแขกพิเศษ

"ครับนาย"

"แล้วมึงไปสืบมาไอ้ตำรวจคนไหนที่มันหนุนหลังไอ้เล้งอยู่ กูอยากจะรู้นักว่าคนอย่างกูกับไอ้เล้งมันจะเลือกข้างใคร" พยัคฆ์ยิ้มเหี้ยมให้กับชัยชนะเล็กๆพลางกระดกวิสกี้เพียวๆจนหมดแก้ว

"ไม่ต้องห่วงครับนาย เดี๋ยวผมจัดให้"


แอ๊ด

เสียงบานประตูเปิดขึ้นทำให้ร่างบางสะดุ้งมองคนมาใหม่ด้วยสายตาหวาดกลัว พยัคฆ์มองคนตรงหน้ายิ้มๆก่อนจะยื่นบางอย่างให้เธอ

"อะไร?"

"เสื้อผ้า ไปอาบน้ำให้เรียบร้อยซะ"

"ไม่ ฉันอยากกลับบ้านพักครูของฉัน ฉันจะไม่บอกเรื่องเมื่อคืนกับใคร" เธอมองเสื้อผ้าสลับกับใบหน้าหล่อคมของคนตรงหน้า ไม่น่าเชื่อว่าจะมีมาเฟียหล่อๆกับเขาด้วยเธอนึกว่ามีแต่พวกหน้าโจรๆเหมือนในละครซะอีก

"ได้อยู่แล้ว แค่ตอนนี้ฉันอยากทานข้าวเช้ากับผู้หญิงสวยๆสักคน"


นารามองชุด ไม่ใช่สิ! เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาที่สั้นเกินจนเธอต้องเผลอดึงลงมาปิดเรียวขาสวยอยู่ตลอดๆ โดยไม่รู้ว่าใบหน้าหล่อเหลานั่งมองเธอด้วยสายตาแห่งความปรารถนาอันแรงกล้า

เธอเหมือนส่วนผสมของความเซ็กซี่ ความหวานและความน่ารักอย่างลงตัว มันทำให้หญิงสาวตรงหน้ามีเสน่ห์บางอย่างต่อเขาอย่างบอกไม่ถูก

"อืม เธอก็...ไม่เลว" 

"ขอบใจ" มือหนาเอื้อมไปไล้แก้มใสนั้นอย่างนุ่มนวลก่อนจะจบลงที่ปากบางสีชมพูธรรมชาติที่เผยอเบาๆรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัวและไม่ขัดขืน 

นาราหลบดวงตาเซ็กชี่ของชายหนุ่มและเสมองไปทางอื่นพลางภาวนาในใจว่าให้หัวใจหยุดเต้นแรงต่อหน้าเขาสักที เหมือนเขาจะได้ยินมันเช่นกันจงยิ้มมุมปากก่อนจะชักมือกลับ

"กินข้าวกันเถอะ"

"ดะ..ได้" 

กว่าเขาจะปล่อยเธอกลับมาเธอก็ต้องเผชิญความอึดอัดที่อบอวลอยู่รอบตัวของทั้งคู่ 

'ง่ายเกินไป' หญิงสาวคิดในใจ ไม่รู้ว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่ ดวงตาคมดุคู่นั้นช่างดูดำมืดเหมือนหลุมดำที่มีความลับอันแสนน่าหลงไหลดึงดูดให้เธอถูดดูดเข้าไปง่ายเหลือเกิน นาราไพล่คิดไปถึงคำที่เขาย้ำไว้ชัดเจนข้างหูก่อนจะปล่อยเธออกมา

'เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก'

คงจะจริงอย่างที่เขาว่า....


.........................................TBC...............................................

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว