facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Sex!! เซ็กส์ระหว่างกูกับมึงมันคืออะไรว่ะ ep6 ภาค2

ชื่อตอน : Sex!! เซ็กส์ระหว่างกูกับมึงมันคืออะไรว่ะ ep6 ภาค2

คำค้น : นาวิน.กองทัพ.เลว.เถื่อน.โหด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2561 23:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Sex!! เซ็กส์ระหว่างกูกับมึงมันคืออะไรว่ะ ep6 ภาค2
แบบอักษร




ผมเดินขึ้นห้องด้วยใจสั่นๆ  เพราะไม่รู้จะพูดคุยกับมันยังไงดี  ไม่รู้ว่าจะมองหน้ามันยังไง

แกร็ก...  เสียงเปิดประตูเรียกความสนใจจากคนในห้อง  ผมเห็นไอ้นาวินยืนอยู่หน้าโต๊ะหัวเตียง  กำลังยืนดูรูปถ่ายคู่ของผมกับมัน

"เรื่องจริงหรอ... ที่กูกับมึงเป็นแฟนกัน" ไอ้นาวินถามผมด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย

"ถ้ากูพูด... มึงจะเชื่อกูมั้ย" ผมถามมันกลับ  ไอ้นาวินนิ่งไปพักนึงก่อนจะหันมามองผม

"ลองพูดมาสิ กูจะตัดสินใจเองว่าจะเชื่อมึงมั้ย" ผมกับไอ้นาวินยืนจ้องหน้ากัน  เป็นผมที่ละสายตาออกจากมันก่อน

"เฮ่อ... ถึงกูพูดไป ถ้าใจมึงไม่อยากเชื่อ ต่อให้คำพูดกูจะเป็นความจริงหรือเรื่องโกหก มันก็ไม่ต่างอะไรกัน" ผมพูดไปก็เดินหันหลังเอากระเป๋าไปไว้บนโต๊ะ  เลยไม่ได้เห็นสายตาเศร้าๆของไอ้นาวินที่มองผม

"กูตัดสินใจจะปล่อยมือแล้ว มึงเองก็ควรเริ่มใหม่กับความทรงจำใหม่ของมึง" ผมยกมือกำเกียร์ที่มันให้แน่น  เมื่อนึกว่าต่อจากนี้ไปในชีวิตไอ้นาวินจะไม่มีผมอีก  ส่วนเกียร์นี่...ผมก็ควรคืนให้มัน

ผมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น  ก่อนจะถอดเกียร์ที่มันเคยให้ออก  แล้วหันไปเผชิญหน้าตรงๆกับไอ้นาวิน

"กูคืนให้ มึงจะได้เอาไปให้คนที่มึงรัก ดีกว่ามาอยู่กับกู" ไอ้นาวินยืนมองเกียร์ในมือผมไม่วางตา  นัยตามันมีความไหววูบ  ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นพลางยกมือหนากุมหัว

"โอ๊ย!" อยู่ๆไอ้นาวินก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  ผมตกใจมากที่อยู่ๆมันก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

"ไอ้นาวิน! มึงเป็นอะไร!" ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง  แต่ไอ้นาวินไม่ตอบ  มันเอาแต่กุมหัวด้วยความปวด

"ไอ้นาวิน! มึงใจเย็นๆไว้นะ" ผมพยายามจะพยุงไอ้นาวินให้ลุกขึ้น  แต่มันไม่ยอมให้ความร่วมมือ

ผมไม่รู้จะทำอะไร  เลยได้แต่กอดปลอบมันไปให้ใจเย็นๆ

"กูอยู่นี่แล้ว ใจเย็นๆ...กูอยู่นี่" ผมกอดมันก็พูดปลอบเบาๆพลางลูบหลังอย่างอ่อนโยน

"อึก..." ไอ้นาวินเริ่มสงบนิ่งเรื่อยๆจนหยุด  ผมนั่งกอดไอ้นาวินอยู่อย่างนั้นสักพัก

"กูเห็น..." ไอ้นาวินพูดเสียงเบาด้วยความเหนื่อยหอบ  ผมรอฟังคำพูดของมันเงียบๆ

"ภาพของมึงกับกู... มันไหลเข้ามาในหัวไม่หยุด..." ไอ้นาวินเงียบไปอีกครั้ง

"กูไม่รู้ว่ามันคือความจริงมั้ย กูควรเชื่อภาพเหล่านั้นหรือเปล่า ...กูไม่รู้ว่าจะทำไงดี" ไอ้นาวินพูดด้วยน้ำเสียงเลื่อยรอย  ผมนั่งฟังมันเงียบๆ  ทุกคำพูดที่มันพูด  ผมสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด...  สัพสน...  น้อยครั้งที่ผมจะเห็นมันอ่อนแอแบบนี้




ผมกับไอ้นาวินนั่งอยู่อย่างนั้นจนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำ  ตอนนี้ผมเดินลงมาส่งไอ้นาวินตรงหน้าประตูรั้ว

"กลับดีๆนะมึง" ไอ้นาวินหันมามองผมนิ่งๆ

"เกียร์... กูไม่อยากให้มึงเก็บไว้ก่อน จนกว่ากูจะแน่ใจกับสิ่งที่กูรู้สึก" ผมพยักหน้าตอบรับ  ไอ้นาวินหันกลับไปเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง  ผมยืนมองรถแท็กซี่ขับออกจากหน้าบ้าน  ก่อนจะเดินเข้าบ้าน




เช้าวันนี้ผมตื่นมาพร้อมกับความึน  เรื่องเมื่อวานทำให้ผมมึนงงไปหมด  ใจจริงอยากจะตัดใจจากไอ้นาวินไปเลย  แต่พอเห็นมันแบบนั้นแล้วก็ทำไม่ได้

"นิสัยกูนิยังเหมือนเดิมเลย" ผมบ่นตัวเองก่อนจะลงจากเตียง  คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ  ผมคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้อง

"ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่นึกเลยว่าโตขึ้นจะหล่อขนาดนี้" ผมก้าวเท้ามาถึงหน้าบันไดก็ได้ยินเสียงพ่อหัวเราะอยู่

"ถูกชมแบบนี้ผมก็เขินสิครับ" เสียงพี่ภีม

"น้าก็ว่าเราหล่อจริงๆนะ น่าเสียงดายที่น้าไม่มีลูกสาว ไม่งั้นจะยกให้ภีมเลย" เสียงน้าจิวคุยกับพี่ภีมอย่างสนุก

ผมเดินลงมาเห็นพี่ภีมนั่งนั่งจิบกาแฟคุยอยู่กับพ่อ

"สวัสดีครับ" ผมยกมือไหว้พี่ภีม  ซึ่งพี่ภีมก็หันมายิ้มรับไหว้

"วันนี้ตื่นสายนะกองทัพ" เสียงพ่อถามอย่างดุๆ  ผมเลื่อนเก๋าอี้นั่งพลางยิ้มแห้งๆ

"เฮ่อ... จะจบอยู่แล้วยังไม่เป็นผู้ใหญ่สักที" พ่อบ่นผมไม่จริงจังนัก

"ตอนนี้มันเป็นชีวิตวัยรุ่น เอาไว้ผมเรียนจบแล้วค่อยทำตัวเป็นผู้ใหญ่" ผมตอบพ่อไปแบบกวนๆ  เลยโดนหนังสือพิมพ์ตีหัวมาทีนึง  ทำให้พี่ภีมกับน้าจิวหัวเราะกันใหญ่

หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จ  พี่ภีมก็อาสาขับรถไปส่งผมที่มหาวิทยาลัย  ผมไม่กล้าขัดเลยปล่อยให้พี่ภีมทำตามใจ

"กองทัพนี่ก็แปลก มีรถแตืไม่ขับ" ผมเม้มริมฝีปากแน่น  จะให้ตอบได้ไงว่าทุกครั้งที่ไปเรียน  ผมไปกับไอ้นาวินทุกวัน  ก่อนมันจะความจำเสื่อม

"ถ้างั้นเอางี้ เดี๋ยวพี่เป็นคนขับรถให้ เอามั้ย?" พี่ภีมหันมาถามแล้วหันไปมองถนนต่อ

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมเอารถมาเอง ไม่อยากลบกวนพี่ภีม"

"ไม่เป็นไร...พี่เต็มใจ" ผมยิ้มแห้งๆไม่รู้จะตอบอะไรดี

"แล้วพี่ภีมไม่ต้องไปดูคนไขหรอ มาขับรถให้ผมนั่งเนี่ย" ผมลองถามอีกครั้ง

"เออ...จริงด้วย พี่ลืมเลยว่าต้องตรวจคนไข ตอนนี้มีเคสที่ต้องดูอย่างใกล้ชิดด้วย" พี่ภีมหน้าทำหน้าหนักใจปนคิดหนัก  ผมอดที่จะขำกับท่าทางของพี่ภีมไม่ได้

"ฮ่าฮ่าฮ่า"

"อย่าขำพี่สิ ถึงจะมารับกองทัพทุกวันไม่ได้ แต่พี่ก็จะพยายามมาหากองทัพให้ได้" พี่ภีมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังสุดๆ


ทำไมผมถึงไม่รักพี่ภีมนะ ถ้าความรู้สึกมันเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ ก็คงไม่มีใครเจ็บเพราะความรัก


รถหรูราคาแพงขับเข้ามาจอดหน้าคณะ  ที่เรียกความสนใจให้ทุกคนมองเพราะเป็นรถที่ไม่เคยเห็น  แถมคนขับยังเป็นหมอหน้าตาดี  ไม่ว่าใครแถวนั้นก็หันมาสนใจ  รวมถึงพวกไอ้นาวินที่นั่งอยู่แถวนั้นด้วย

"ถ้างั้นผมไปแล้วนะ สวัสดีครับ" ผมยกมือไหว้ลาพี่ภีม  ซึ่งพี่ภีมก็ยกมือลูบหัวผมอย่างเอ็นดู ผมหยุดชะงักนิ่ง  พี่ภีมยิ้มบางๆมองผมด้วยสายตาอ่อนโยน

แกร็ก...  เสียงเปิดประตูรถจากทางด้านผมทำให้ได้สติ  พร้อมกับความรู้สึกเจ็บร้าวตรงต้นแขน  พร้อมแรงดึงจนตัวผมลงจากรถ

"โอ๊ย!" ผมร้องออกมาด้วยความเจ็บ  พี่ภีมทำท่าตกใจแล้วรีบเปิดประตูลงจากรถ

"หยุด! นายกำลังทำให้กองทัพเจ็บ" พี่ภีมบอกไอ้นาวินด้วยน้ำเสียงกดอารมณ์คุกรุ่น  พอไอ้นาวินได้ยินก็เงยหน้ามองพี่ภีมด้วยแววตาวาวโรจน์

"มึงเสือกอะไรด้วย" ไอ้นาวินกัดฟันพูดกับพี่ภีม

ทั้ง2คนยืนจ้องหน้ากันแบบไม่มีใครยอมใคร

"ไอ้นาวินหยุด มึงปล่อยไอ้กองทัพก่อน" ไอ้เป้เข้ามาห้ามไว้  ไอ้นาวินเลยยอมปล่อยมือจากต้นแขนผม  ด้วยความที่ไอ้นาวินปล่อยแขนผมเร็วไป  ทำให้ผมตั้งหลักไม่ทันเซจะล้มลง  พี่ภีมเลยรีบเข้ามาพยุงผมไว้

"กองทัพไม่เป็นอะไรนะ" พี่ภีมถามด้วนความเป็นห่วง  ไอ้นาวินยืนกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสันนู

"ครับ" ผมพูดแค่นั้นแล้วผละออกห่างจากพี่ภีม

"นายชื่อนาวินใช่มั้ย" พี่ภีมหันไปคุยกับไอ้นาวิน

"..." ส่วนไอ้นาวินไม่ตอบอะไร  แค่ยืนจ้องหน้าพี่ภีมเงียบๆ

"ถ้านายจำกองทัพไม่ได้ ก็ไม่ควรทำตัวเป็นหมาหวงก้างแบบนี้" พอพี่ภีมพูดจบ  ไอ้นาวินเตรียมจะพุ่งตัวใส่พี่ภีม  ดีที่ไอ้เป้กับไอ้ซิวดึงไว้  ส่วนผมก็เข้าไปควางตรงกลางไม่ให้ทั้ง2คนมีเรื่องกัน

แต่การกระทำของผมกับทำให้ไอ้นาวินอารมณ์ร้อนยิ่งขึ้น

"มึงมานี่!" ไอ้นาวินดึงกระชากจนผมเข้าไปปะทะกับอกแกร็ง  ข้าวเจ้าวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ที่หลัง  ยืนนิ่งมองผมถูกไอ้นาวินกอดไว้แน่นอยู่ข้างนอก

"มึงต่างหากที่ไม่ควรยุ่งกับเมียชาวบ้าน" ไอ้นาวินพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ  มันพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเต็มที

"พี่นาวินมีข้าวเจ้าเป็นเมียคนเดียวนะ!" เสียงข้าวเจ้าดังมาจากทางด้านข้าง  พร้อมตัวข้าวเจ้าเดินตรงเข้ามาหาไอ้นาวิน

ข้าวเจ้าจ้องหน้าไอ้นาวินพักนึง  ก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยสายตาวาวโรจน์

เพี๊ยะ!  เสียงหน้าผมถูกข้าวเจ้าตบดังลั่นหน้าคณะ  ความรู้สึกชาวาบจนไม่รู้สึกเจ็บ  ผมเบิกตากว้างนิ่งอึ้ง  มากกว่าความเจ็บคือความอับอาย


เรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นกันผมอีกกี่ครั้งถึงจะพอ


"ข้าวเจ้า!" ไอ้นาวินจับข้อมือข้าวเจ้าบีบแน่นด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด  มันจ้องหน้าข้าวเจ้าเหมือนจะบีบคอให้ตายคามือ  พอข้าวเจ้าเห็นไอ้นาวินโกรธจัดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  ก็เริ่มกลัวขึ้นมาจนต้องก้าวเท้าถอยหลังหนึ่งก้าว

"ทำไมครับ... เดี๋ยวนี้ผมแตะพี่กองทัพไม่ได้แล้วหรอ..." ข้าวเจ้าข่มอาการกลัวถามไอ้นาวินด้วยน้ำเสียงสั่นๆพร้อมน้ำตาคลอเบ่า

"ข้าวเจ้าเป็นเมียพี่นาวินนะ!" ข้าวเจ้าตะโกนใส่หน้าไอ้นาวินเสียงดัง  น้ำใสๆหยดลงบนแก้มขาว  สายตาตัดเพ้อจ้องไอ้นาวินไม่ว่างตา

ผมยืนนิ่งด้วยความรู้สึกหลากหลาย  เสียงวุ่นวายน่ารำคาญรอบตัวทำผมแทบบ้า!


ผม...  ผมไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว!  อยากหายไปที่ไหนสักทีไกลๆ  ไปให้พ้นจากเหตุการณ์นี้!


ผมออกตัววิ่งออกมาจากหน้าคณะ  โดยมีสายตาตื่นตกใจของทีกคนมองตาม  ยกเว้นไอ้นาวินที่สะบัดแขนข้าวเจ้าแล้ววิ่งตามผมมา  พร้อมพี่ภีมที่วิ่งตามหลังไอ้นาวิน

"กองทัพ!" เสียงพี่ภีมดังมาจากด้านหลัง  ผมไม่สนใจที่จะหันมอง  ตอนนี่ได้แค่หลับตาวิ่งเท่านั้น

ปรี๊นๆ!!!...  เสียงแตรรถดังลั่นท้องถนน  ผมหยุดชะงักยืนนิ่ง  เบิกตากว้างเมื่อรถตรงหน้ากำลังพุ่งเข้ามา  เหมือนทุกอย่างหยุดหมุน  สิ่งรอบๆตัวเลื่อนช้าไปหมด

"ไอ้กองทัพ!" เสียงไอ้นาวินเรียกชื่อผมดังลั่นถนน  พร้อมกับร่างของเรา2คนถูกอัดกระแทกจนลอยขึ้นกระโปรงรถ

ทุกวินาทีไอ้นาวินไม่ยอมปล่อยมือจากผม  มันเอาตัวเองเป็นโล่บังตัวผมไว้  จนเราทั้ง2ตกลงสู่พื้นถนน

"กูรักมึง" ภาพสุดท้ายแหละเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน  คือเสียงของไอ้นาวินในความทรงจำที่เลื่อนลาง




++++++++++++++++++

มาช้า...แต่มาชัว เรื่องกำลังเข้มข้นเลย เดี๋ยวจะเอาคืนพี่นาวินให้หนักเลยค่อยดู!😼หึหึ~

ความคิดเห็น