ถ้าใจจะหื่น กี่หมื่นคำโปรย ก็...โอ้ย... ไม่จำเป็น!!

#6 : กล้วยหอมจอมซน (50%) (รีไรท์)

ชื่อตอน : #6 : กล้วยหอมจอมซน (50%) (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 187.1k

ความคิดเห็น : 591

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2564 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
#6 : กล้วยหอมจอมซน (50%) (รีไรท์)
แบบอักษร

 

พระเอกหนุ่มสบตาสองผู้บริหารสาว ก่อนจะตวัดลงมองลำแขนหนาของขนานฟ้าที่แทบจะเกี่ยวรัดคอนางเอกของเขาจนหายใจไม่ออก สีหน้าของเขานิ่งสนิท และหลังจากที่สองสาวเงียบอึ้งไปเป็นครู่จนผิดสังเกต คนที่นั่งหันหลังก็ค่อยๆ เหลียวมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

พอสบตากับเขา ฟองสมุทรใจดิ่งวูบ รู้สึกหวิวๆ คล้ายลมจะจับ

คนทั้งโต๊ะไม่มีใครพูดอะไร หากในใจนั้นกึกก้องด้วยคำถามเดียวกัน

‘ได้ยินมากแค่ไหน!?’

ทว่าแทนที่ชายหนุ่มจะกล่าวอะไรให้หายข้องใจ เขากลับกระพุ่มมือยกขึ้นไหว้

“สวัสดีครับพี่ภา พี่กัญ... อ้อ แล้วก็คุณจอม”

คนที่ถูกเรียกชื่อรับไหว้แทบไม่ทัน กัญญาได้ทีรีบแนะนำสองคนที่คีตศิลป์ไม่รู้จักให้ด้วย

“สองคนข้างฟองนี่ขุนกับแดน เป็นญาติพี่เองแต่ไม่ได้ทำงานกับชาแนลโฟร์”

ขนานฟ้าชักมือออกจากคอของฟองสมุทรเพื่อรับไหว้พระเอกหนุ่มรุ่นน้อง เขาไม่ใช่คนเก็บอาการเก่งนัก จึงมีสีหน้ากระอักกระอ่วนกับบรรยากาศก้ำกึ่งระหว่างความกังขากับการตีหน้าซื่อ... โดยเฉพาะจากพ่อพระเอกหนุ่มคนดังที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“ผมเพิ่งไปอีเว้นท์เปิดตัวน้ำหอมใหม่ของดิออร์ที่เอ็มควอทูร์...” คีตศิลป์รายงานตามประสาเด็กในสังกัด ซึ่งยังเป็นการอธิบายกลายๆ ด้วยว่าทำไมวันนี้เขาถึงได้สวมแบรนด์เนมหัวจรดเท้า “...แล้วพี่เจสก็อยากมากินร้านนี้ครับ พูดถึงก็มาพอดี”

เจสสิก้าผลักประตูร้านตามเข้ามาหลังจอดรถเสร็จ เจ้าหล่อนเป็นกระเทยงามฉ่ำด้วยจริตจะก้านประหนึ่งมิสทิฟฟาโน่ สวยจนแยกไม่ออกหากไม่รู้จักกันมาก่อน ชื่อเก่าถูกลืมไปนานเหลือเพียงชื่อในวงการ หล่อนตาวาววับเมื่อเห็นว่าคีตศิลป์กำลังยืนคุยอยู่กับใคร

“อ้าวคิงส์ เจอฟองแล้วนี่ ไหนว่าจะตามมาดูเฉ--”

ไม่ทันพูดจบก็ถูกเหยียบเท้าโดยแรง

หล่อนไม่เจ็บที่เท้า แต่ว่า... อีฟส์แซงคู่ละสี่หมื่นโดนเหยียบ!

ราวกับใจถูกกระทำย่ำยี เหยียบซ้ำแล้วขยี้...

คนที่มาตามโลเกชั่นในอินสตาแกรมหันขวับมาส่งซิกให้เงียบ สำทับด้วยการบุ้ยปากให้เจสสิก้าแหกตาดูทั้งโต๊ะเต็มที่ว่ามีใครบ้าง ผู้จัดการสาวหันไปมองแวบเดียวก็รีบยิ้มกลบเกลื่อนรับมุก นึกรู้ว่าพระเอกหนุ่มเอาตนไปอ้างแน่นอนว่าเป็นคนที่อยากมากิน

ค่อยไปเก็บค่าทำความสะอาดรองเท้าทีหลังแล้วกัน

“อุ๊ยตาย... น้องภา น้องกัญ น้องฟอง สวัสดีค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่เนาะ แล้วหนุ่มๆ ที่เหลือ...”

กุมภาเลยต้องแนะนำสมาชิกชาวศิลานนท์บนโต๊ะทั้งหมดอีกรอบ แม้จะมีศักดิ์เป็นถึงผู้บริหารของช่อง แต่ด้วยอายุที่น้อยกว่า ทุกคนจึงปฏิบัติกับเจสสิก้าอย่างสุภาพ

“มานั่งด้วยกันไหมคะพี่เจส...” กัญญาเชื้อเชิญหลังทักทายเสร็จ “...เรากำลังจะสั่งขนมเพิ่มอีกรอบ เดี๋ยวให้พนักงานเอาเมนูมาพร้อมเก้าอี้เลย”

คนเกือบทั้งโต๊ะหันไปมองก.ไก่คนน้องด้วยความสงสัยว่าหล่อนกำลังคิดอะไร ทุกคนต่างรู้ว่าฟองสมุทรสัญญาอะไรกับดิษยาไว้... และแม้จะชงเข้มข้นถึงขั้นอยากให้คีตศิลป์กับฟองสมุทรลงเอยกัน แต่การรับมือกับการโป๊ะแตกอย่างกะทันหันเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดฝัน

หรือกัญญาคิดจะพิสูจน์...

เจสสิก้าส่งสายตาเป็นคำถามไปให้ชายหนุ่ม เขาจึงตอบแทน

“งั้นผมกับพี่เจสขอรบกวนด้วยนะครับ...”

ไม่ทันจบคำ ขนานฟ้าก็ลุกพรวดพราดขึ้นแล้วชี้ไปยังเก้าอี้ของตน

“คุณคิงส์นั่งตรงนี้เลย ผมจะไปนั่งข้างแดนเอง” หนุ่มตี๋ทำตัวมีประโยชน์เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง อันที่จริงเขาเพียงแค่ไม่อยากให้คีตศิลป์เข้าใจผิดว่าตนกำลังจะจีบฟองสมุทร ไม่งั้นปัญหาจะตกอยู่ที่เธอ “นั่งเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวผมจะเรียกเด็กให้เอาเก้าอี้มาเสริม... น้องๆ...”

ดังนั้นฟองสมุทรจึงต้องนั่งตัวแข็งตอนที่เขาเบียดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ยาวข้างกัน ชายหนุ่มแจกยิ้มให้ทุกคน... ส่วนเธอออกจะพิเศษเพราะมีกระแสล้อเลียนปนอยู่

“กินของหวานแล้วพี่รสไม่ว่าเหรอเธอ”

“พี่ภาอนุญาตแล้วไง” โบ้ยไปทางผู้บริหารใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กุมภาได้ทีรีบไหลตามน้ำ

“มื้อนี้พี่เป็นคนอาสาเลี้ยงเอง ถือเป็นการฉลองด้วยที่น้องสาวพี่คลอดหลาน”

“ครับ?”

พอได้คุยก็ชักจะเชื่อแล้วว่าเมื่อครู่คีตศิลป์คงไม่ทันได้ยินอะไร เพราะท่าทีกวนประสาทอย่างเป็นธรรมชาติได้อาละวาดออกมาโดยมีผู้รับเคราะห์รายแรกคือนางเอกคู่ขวัญประจำตัว ตามด้วยการถามซื่อๆ อย่างสงสัย

“น้องสาว... ลูกพี่ลูกน้องชื่อนาวน่ะ เพิ่งคลอดลูกสาวเมื่อบ่ายนี้เอง แล้วบังเอิญว่าฟองสนิทกับนาว พวกเราก็เลยได้เจอกันที่โรงพยาบาล” กุมภาเป็นคนอธิบายอย่างกำกวม ไม่โกหกแต่ก็เล่าไม่หมด “ทีนี้พอเห็นหน้าหลานเสร็จ.... พี่มีความรู้สึกว่าต้องฉลอง ก็เลยลากทุกคนที่ว่างและหิวมาร้านนี้ สั่งกันมหาศาลอย่างที่เห็นนี่ล่ะ”

“อ้อ... ครับ ยินดีด้วย” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ “...แต่ผมไม่ได้มากวนจริงๆ ใช่ไหมครับ เมื่อกี้เหมือนจะเห็นทุกคนคุยกันสนุกกว่านี้”

“ไม่ๆๆ” คราวนี้จอมทัพเป็นคนโบกมือปฏิเสธ “เรากำลังคุยเรื่องโปรเจ็กต์ใหม่ที่จะหานักแสดงเข้าช่องด้วยการประกวด พักนี้ป้าดิษเริ่มบ่นว่าหาเด็กมีฝีมือไม่ค่อยได้ ดันเท่าไหร่ก็ดันไม่ขึ้น”

“เรื่องเครียด ปล่อยไปก่อนเถอะ” กัญญาแสร้งกลอกตาขึ้นเพดาน ก่อนจะยกพิ้งค์เลมอนเนดขึ้นดูด เป็นการตัดบทกลายๆ ให้ทุกคนกินและสั่งอาหารเพิ่ม

คีตศิลป์จึงหันมาทางคนที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา สะกิดเบาๆ แล้วกระซิบถาม

“ในจานนั่นอะไรอะเธอ”

“หือ”

“ที่เธอสั่ง”

“แพนเค้กซูเฟล่บลูเบอร์รี่” ฟองสมุทรตอบอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเสริมนิดนึง “ครีมที่เสิร์ฟมาด้วยอร่อยดีนะ คิงส์ชอบขนมรสเปรี้ยวๆ ไม่ใช่เหรอ”

“พี่เจสครับ ผมเอาอันนี้” คีตศิลป์หันไปบอกผู้จัดการที่เพิ่งลากเก้าอี้ลงนั่งตรงหัวโต๊ะ ก่อนจะวกกลับมายังนางเอกสาวอีกครั้ง “แล้วน้ำที่พี่แดนเขาดื่มอะ สีน้ำตาลๆ”

“ช็อกโกแลตมิลค์เชค หวานนะ ไหวเหรอ”

“มีอะไรอร่อยอีกไหม ที่พี่กัญดื่มล่ะ...”

“พิ้งค์เลมอนเนด”

“มันดีไหมเธอ”

“ถามพี่เขาเองสิ”

คีตศิลป์หันไปยังกัญญาซึ่งกำลังนั่งยิ้มกริ่ม มองกันด้วยสายตาที่แปลความหมายได้กลายๆ ว่า...

‘กระหนุงกระหนิง กระหนุงกระหนิง แอร๊ยยยยย’

“เลิกตีกันตั้งแต่เมื่อไหร่” ทว่าคำถามที่หลุดออกมากลับตอบยากยิ่งกว่า ฟองสมุทรเหลือบมองพระเอกข้างตัวที่กำลังยิ้มไม่รู้ไม่ชี้ แล้วกระแทกแขนเขาอย่างแรงหนึ่งทีโทษฐานทำให้ถูกแซว

“สงบศึกกันชั่วคราวแค่ห้านาทีค่ะ”

“จริงอ้ะ ไม่ใช่ว่ากลับมาคบกันแล้วเหรอ”

“ยังค่ะ” นางเอกสาวตอบชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาคนข้างๆ ชำเลืองมองแวบหนึ่ง

“ใกล้แล้วครับ”

“ไปตกลงกันตอนไหน” เธอหันไปเถียง

“จะให้บอกพวกพี่เขาจริงเหรอเธอ”

“บอกเลยพี่อยากรู้” กัญญายุอย่างออกนอกหน้า ท่าทางกระตือรือร้นดุจแม่ยกที่กำลังเกาะขอบอินไซด์ทำให้คีตศิลป์เกิดอาการชะงักอย่างหลอนๆ

“เอ่อ...”

“คุณคิงส์” ขนานฟ้าที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบช่วย “ผมได้ยินพวกพยาบาลสาวๆ เม้าท์กันว่าคุณน่ะระดับ ‘คิงส์ไซส์’ จริงรึเปล่าครับ”

แต่ดูเหมือนจะเปลี่ยนเรื่องได้เรทอาร์เกินไปนิด... เพราะกัญญาตาวาวกว่าเดิม ฟองสมุทรเชื่อว่าถ้าหล่อนปล่อยแสงสีรุ้งให้พุ่งออกมาได้คงทำไปเรียบร้อย

“พี่ขุน ถามอะไรเนี่ย” หญิงสาวรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “อย่างคิงส์เขาน่ะ... กล้วยไข่... ไม่สิ เป็นหัวปลีเถอะค่ะ โตเป็นกล้วยยังไม่ได้เลย”

“…”

“กระจึ๋งเดียว” คนพูดจีบนิ้วประกอบแถมให้ด้วย

คนที่ถูกลดระดับสิบเท่าจากปกติทำหน้าเหมือนมีอะไรติดคอ คีตศิลป์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะกล้าเอาเขาไปเปรียบเทียบกับ... ผักกระจิ๋วระดับเซ็นติเมตร... แม้จะถือว่าแกล้งอำเขาเพื่อช่วยแก้สถานการณ์ แต่เล็กเกินไปจนถูกรุมมองด้วยสายตาเวทนาแบบนี้ก็ไม่ไหว

เขากระแฮ่ม

“ฟอง”

“หือ ว่าไง”

“เมื่อคืนใครนะนั่งดูกล้วยหอมจอมซนจนดึกดื่น”

ฟองสมุทรจิ้มส้อมผ่านแพนเค้กทะลุถึงจาน เธอหันมาถลึงตาใส่ในขณะที่แดนไทกับขนานฟ้าปล่อยเสียงหัวเราะพรืดกับการเอาคืนอันไม่คาดฝัน จอมทัพกุมแก้วน้ำไว้แน่น ถามด้วยเสียงขบขันสุดขีด

“จริงดิฟอง”

“จะจริงได้ยังไง!” หญิงสาวขึ้นเสียงสูง “ฟองดูกล้วยหอมจอมซนจริง แต่ว่า... แต่... โอ๊ยยย เขาหมายความตรงตัวหรอก คิงส์ อธิบายเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“อ๋อใช่...” คีตศิลป์ยิ้ม ร้องเพลงธีมเป็นทำนอง “...Banana in pyjamas~”

ภาพลักษณ์ ‘กล้วยในชุดนอน’ ในวัยเด็กถูกทำลายย่อยยับด้วยการร้องออกมาเพียงประโยคเดียว คนทั้งโต๊ะต่างรู้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี จึงพากันคิดลึกไปถึง... กัญญายกมือกุมแก้มอันแดงก่ำ กุมภายิ้มกว้าง ส่วนขนานฟ้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ เอื้อมมือมาตบบ่าน้องสาวสุดที่รักอย่างให้กำลังใจ

“ฟอง... ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ...” แล้วก็ทรยศด้วยการยื่นมือผ่านหน้าเธอไปหาคนที่นั่งข้างกัน “...คุณคิงส์ครับ ขอจับมือที ผมว่าเราน่าจะเข้ากันได้”

คีตศิลป์ยกมือให้ขนานฟ้าเขย่าต่อหน้าต่อตาฟองสมุทร

“ไม่ใช่แบบนั้นนนนนน คิงส์!!!”

.

.

.

อาหารมื้อนั้นผ่านพ้นไปด้วยน้ำตาของกุมภาผู้อาสาจะเลี้ยง(แบบงงๆ) บิลออกมาสะพรึงขวัญจนหล่อนบ่นแล้วบ่นอีก แต่ก็ขอนามบัตรเจ้าของร้านไว้เผื่อคราวหน้ามาจะจองโต๊ะไว้ก่อน... ตอนแรกฟองสมุทรตั้งใจจะวานให้พี่สาวต่างแม่ไปส่งถึงคอนโด แต่เพราะคีตศิลป์ขับรถมาคนละคันกับเจสสิก้า ทุกคนจึงคะยั้นคอยอให้เธอกลับกับพระเอกหนุ่ม ซ้ำยังช่วยกันเหนียวเรื่องข่าวด้วยการไปยืนล้อมรถสปอร์ตเผื่อใครจับภาพว่าทั้งคู่กลับด้วยกันสองคนจะได้มีหลักฐานว่าวันนี้มากินกันเยอะมาก แถมบางคนยังเป็นถึงเจ้านายต้นสังกัด ทั้งที่ตอนแรกอิดเอื่อนไม่ยอมร่วมเฟรมในไอจีของนางเอกสาว

ซึ่งหมายความว่าข่าวฉาวจะกลายเป็นอะไรที่บันเทิงกว่านั้นแน่นอน

ครั้นขึ้นรถ ชายหนุ่มก็เปิดเพลงแล้วขับอย่างนุ่มนวล ทว่าเขาไม่พูดอะไรสักคำ อาจเพราะเมื่อกี้หัวเราะจนเหนื่อยเลยอยากพักหายใจหายคอ หรืออาจเพราะอิ่มจนแทบจะต้องกลิ้งขึ้นรถ ฟองสมุทรก้มลงอ่านคอมเม้นท์ในไอจีของเธอไปพลาง ตอบไลน์แก๊งค์เห็ดนางฟ้าไปพลาง เงยหน้าอีกทีเขาก็จอดรถในคอนโดเรียบร้อย

แม้จะเป็นลานจอดชั้นสูงที่สุด แต่ก็ยังต้องอาศัยลิฟต์พิเศษขึ้นไปยังห้องพักอยู่ดี โชคดีหน่อยที่ลูกบ้านส่วนมากจะกลับดึกในคืนวันศุกร์ ทั้งเธอและเขาจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาพบเข้า

คีตศิลป์เดินตามเธอมาจนถึงหน้าห้อง เขารอให้หญิงสาวแตะการ์ด กดรหัส ก่อนจะคว้าข้อมือไว้ในวินาทีที่เธอเปิดประตู

“ฟอง... เมื่อกี้ฉันได้ยิน”

หญิงสาวเหลียวมาทันทีอย่างตกใจ 

“ได้ยินเรื่องอะไร”

เขายิ้ม... ยิ้มแบบที่ทำให้เลือดในตัวเธอฉีดพล่าน

“ฉันควรเป็นฝ่ายถามเธอมากกว่า... ว่าที่ได้ยินน่ะมันเรื่องอะไร!”

 

---------------------------------

พรี่คิงส์... ได้ยินนุบอกรักใช่ไหมคะ

ว้ายๆๆๆๆ ทำเป็นถามฟอง มาถามนุก็ได้

จะกระซิบเบาๆ ข้างหู จะบอกจนกว่าพี่จะพอใจ แอร๊ยยยยย

​(ไปค่ะ ไปรับยาช่องยื่สิบสาม)​

ปล. วันเสาร์ตอนเก้าโมงเรามีนัดกันนะคะ

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว